หน้าหลัก » บทความ » เรกจิโอ เอมิเลีย หรือ เรจโจ้ เอมิลิญ่า (Reggio Emilia)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องฤดูกาล (Teaching Children about Seasons) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึง การแบ่งช่วงเวลาในหนึ่งปีตามสภาพอากาศ แต่ละฤดูกาลจะมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันไป เกิดขึ้นจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ความร้อนจากดวงอาทิตย์ การระเหยของน้ำบนผิวโลก และการเคลื่อนที่ของอากาศ ในแต่ละภูมิภาคจะมีช่วงฤดู กาลแตกต่างกัน สำหรับประเทศไทยมี 3 ฤดูกาลคือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่ภาคใต้ของประเทศไทยมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน ฤดูกาลเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นในโลกนี้ เด็กจึงควรรู้จักและเข้าใจสภาพธรรมชาติของฤดูกาล เพื่อได้อยู่อย่างมีความสุขกับธรรมชาติ การสอนให้เด็กเข้าใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงถูกบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษาปฐม วัย พุทธศักราช 2546 ในสาระที่เด็กควรเรียนรู้ เรื่องธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเรื่องฤดูกาลเป็นเรื่องหนึ่งที่เด็กจะต้องเรียนรู้จากสภาพจริงในชีวิตประจำวัน และกิจกรรมอื่นๆที่ครูออกแบบตอบสนองความสนใจของเด็ก รวมทั้งพ่อแม่ที่จะสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้แก่ลูกเรื่องฤดูกาลเช่นกัน

การสอนเรื่องฤดูกาลสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องฤดูกาลสำคัญดังนี้

  • เรื่องฤดูกาลเป็นเรื่องธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์กับคนเราเสมอ จึงควรสอนความรู้ให้แก่เด็ก
  • ความเป็นธรรมชาติเป็นเรื่องของเหตุและผล จึงสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กสนใจ สืบค้นเรื่องราวที่เกี่ยว ข้องกับฤดูกาลเพื่อต่อยอดได้ต่อไป
  • การเรียนเรื่องใดๆเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นคนช่างคิด ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ควรปลูกฝังให้แก่เด็กปฐมวัย
  • นิสัยของเด็กปฐมวัยจะชอบสำรวจธรรมชาติ ดังนั้น การเรียนเรื่องฤดูกาลเป็นการตอบสนองความสนใจให้แก่เด็ก

การสอนเรื่องฤดูกาลมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องฤดูกาลมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กจะมีความเข้าใจเรื่องของธรรมชาติของฤดูกาล ได้แก่เหตุที่เกิดและเปลี่ยนแปลงไปในช่วงปี ฤดูกาลมีผลต่อชีวิตของคนเราอย่างไร และเราควรปฏิบัติตนให้มีความสุขได้อย่างไร เด็กจะหมดความขลาดกลัวธรรมชาติของฤดูกาล เช่น เมื่อฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้ามืด ความหนาวเย็น ความร้อน ต่างมีเหตุที่มา เมื่อเข้าใจ เด็กจะมีความสุขที่จะอยู่กับธรรมชาติเหล่านี้
  • เด็กได้ตระหนักรู้ความสัมพันธ์ของฤดูกาลกับการดำรงชีวิตของตนเอง เช่น การเลือกเครื่องใช้ กินอาหาร การเดิน ทาง การรักษาสุขภาพ การเล่น การออกกำลังกาย ฯลฯให้สอดคล้องกับสภาพของอากาศในฤดูกาลนั้นๆ
  • เด็กจะเกิดแรงบันดาลใจที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆต่อยอดจากเรื่องฤดูกาลไปได้อีก เช่น เรื่องการรักษาสุขภาพให้แข็ง แรง ปลอดภัยจากโรคต่างๆที่เกิดขึ้นให้แต่ละฤดูกาล
  • เด็กจะได้รับการพัฒนาการสติปัญญาตามวัย สมองเด็กได้รับการกระตุ้นให้ทำงานด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์ เด็กได้รับการส่งเสริมให้ใช้ประสาทสัมผัส ในขณะทำกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับฤดูกาล เช่นการสัมผัสน้ำฝน การมอง เห็นรุ้งกินน้ำ การสัมผัสดินแฉะหลังฝนตก ฯลฯ
  • การพัฒนาการทางอารมณ์จะได้รับการตอบสนองตามวัย เด็กจะมีความสุข ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ จะเกิดความสนใจที่จะเรียน
  • เด็กได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาทักษะด้านการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ในขณะทำกิจกรรมเกี่ยวกับฤดู กาล เช่น การทดลองการเกิดฝน การทดลองการเกิดรุ้งกินน้ำ การออกสำรวจสภาพดิน น้ำหลังฝนตก เป็นต้น
  • เด็กจะได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพให้เป็นคนช่างสังเกต มีเหตุผล สามารถปรับตัวได้ และรักสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมมือรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นทรัพยากรส่วนรวม เป็นต้น

ครูสอนเรื่องฤดูกาลให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ในช่วงปีหนึ่งๆ มีฤดูกาลเกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และแตกต่างไปตามสภาพแต่ละท้องถิ่น ครูจะจัดกิจ กรรมในชีวิตประจำวัน ให้เด็กได้สังเกตผ่านประสาทสัมผัสโดยตรง เช่น

  • ช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกติดต่อกันทั้งวัน การสนทนาของครูและเด็กเริ่มตั้งแต่เช้า ด้วยคำถามชวนให้สังเกตและคิดว่า เราแต่งกายอย่างไร เราใช้อะไรเป็นเครื่องกันฝน ทำไมเราต้องทำเช่นนั้น ครูอาจชวนเด็กๆมายืนที่หน้าต่างมองผ่านกระจกไป เราเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างไร บางทีการที่ให้เด็กได้สัมผัสน้ำฝนที่ไหลตามรางน้ำหรือหยดจากชายคา ทำให้เด็กสนุกสนาน ได้รู้ สึกความเย็นฉ่ำของน้ำฝน น้ำเป็นของเหลวจับไม่ได้ หลังฝนตก ครูอาจพาเด็กไปที่สนามหญ้าหรือลานดิน ดูใบไม้ที่มีหยดน้ำฝนเกาะ น้ำที่ขังในแอ่งดินหรือกอหญ้า ในอ่างน้ำอาจจะมีกบและไข่กบ
  • ในฤดูหนาว ลมหนาวที่พัดโชยมา ผิวกายของเด็กสัมผัสถึงความเย็น เด็กๆจะต้องสวมเสื้อกันหนาว แตกต่างจากเสื้อกันฝน ครูอาจนำเด็กไปสำรวจรอบๆโรงเรียน ดูใบไม้บางชนิดเปลี่ยนสีใบ ท้องฟ้ามีหมอกบางๆ เด็กจะต้องนอนห่มผ้าให้อบอุ่น
  • เมื่อมาถึงฤดูร้อน เด็กๆจะเห็นแสงแดดส่องทั่วสนาม การยืนกลางแสงแดดจะร้อนมากขึ้นๆ เด็กๆจะกระหายน้ำมากในช่วงฤดูร้อน การสวมเสื้อผ้าจะต้องเลือกที่เบาบาง

การสอนผ่านสภาพจริงจะเกิดประโยชน์โดยตรงที่เด็กจะรับรู้และเข้าใจการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพแข็งแรง

ส่วนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลักทั้งหก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ครูอาจกำหนดหน่วยการสอนตามช่วงฤดูกาลของท้องถิ่น คือ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน เด็กๆจะเรียนรู้จากกิจกรรมดังกล่าว ดังตัว อย่างต่อไปนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เมื่อครูให้เด็กเคลื่อนไหวพื้นฐานแล้ว เด็กสามารถเลือกลักษณะกิจกรรมเคลื่อน ไหวและจังหวะแบบต่างๆ เพื่อส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็ก เช่น เลียนแบบท่าทางของสัตว์ในฤดูฝน เช่น กบ ปลา การเคลื่อนไหวตามบทเพลง เช่น เพลงลมหนาว เพลงฝนตก เพลงว่าว การทำท่าทางกายบริหารตามจังหวะและทำนองเพลง หรือคำคล้องจอง ซึ่งเหมาะสมมากในช่วงฤดูหนาว เพื่อให้เด็กเกิดความอบอุ่น สบายตัว เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ระบายสีท้องฟ้าที่เด็กเห็นในแต่ละฤดูกาล ประดิษฐ์เครื่องใช้เครื่องเล่นในแต่ฤดูกาล เช่น
    • ฤดูร้อน ประดิษฐ์ว่าว กังหัน จรวด พัดลม หมวกชายหาด ฯลฯ
    • ฤดูฝน ประดิษฐ์ร่ม หมวกกันฝน
    • ฤดูหนาว ประดิษฐ์ดอกไม้จากเศษวัสดุ ฯลฯ

งานปั้นและงานกระดาษ ที่ส่งเสริมให้เด็กได้ใช้มือและนิ้วมือ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก พร้อมๆกับการได้คิดสร้างสรรค์โดยมีประสบการณ์เรื่องฤดูกาลเป็นพื้นฐานให้เด็ก

  • กิจกรรมเสรี การจัดกระบะทรายเป็นอีกมุมหนึ่งที่ครูมักจัดเสริมให้เด็กเรียนรู้ นอกเหนือจากการให้เด็กได้ประสบ การณ์ตรงจากสภาพจริงของฤดูกาลต่างๆแล้ว โดยจัดหาอุปกรณ์เครื่องเล่น เช่น ถ้วยตวง ขวด ช้อน ตัวสัตว์พลาสติก ต้นไม้จำลอง ฯลฯ เพื่อให้เด็กนำมาจัดตามความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง จัดมุมบ้าน มุมร้านค้า มุมวัด มุมหมอ มุมเกษตรกร ฯลฯพร้อมอุปกรณ์ ที่เด็กใช้ประกอบบทบาทสมมตที่เกี่ยวข้องกับฤดูกาล เช่น เครื่องแบบของคนอาชีพหมอ รักษาผู้ป่วยที่เกิดขึ้นในฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง เช่น ฝนตกมาก หนาวมาก เด็กจะเป็นหวัด ไม่สบายไปหาหมอ เครื่องแต่งกายเครื่องใช้ในการประ กอบอาชีพ เช่น กระบุง ตะกร้า ไม้คาน เครื่องมือจับปลา รองเท้าฯ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์
    • ครูอาจนำเด็กไปทัศนศึกษาชายทะเล น้ำตก ในช่วงฤดูร้อน ไปสำรวจพืชและสัตว์ พื้นดิน ห้วยน้ำ รอบๆโรงเรียนและชุม ชน
    • ในฤดูฝน ครูมีคำถามให้เด็กสนใจและร่วมคิดว่า เด็กคิดว่าฝนไปอยู่ในอากาศได้อย่างไร หรือเป็นคำถามที่เด็กๆมักสนใจ -ถามว่า ฝนมาจากไหน เด็กจะได้ทดลองสังเกตไอน้ำที่จับตัวกัน และกลั่นตัวเป็นหยดน้ำในอากาศ ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ ปริมาณน้ำฝนมีต่างๆกัน เรามีความจำเป็นที่ต้องทราบว่า ฝนตกเท่าใด (ปัจจุบันเรื่องโลกร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดน้ำท่วม เรื่องปริมาณน้ำจึงเป็นเรื่องที่น่า สนใจมากสำหรับเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวที่ทำไร่ หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง)
    • คำถามว่ารุ้งมาจากไหน อะไรทำให้เกิดรุ้งกินน้ำ เด็กๆจะได้ทดลองและทราบว่า แสงอาทิตย์และหยาดน้ำฝนทำให้เกิดรุ้งกินน้ำได้ ในช่วงฤดูหนาว การเกิดน้ำค้างแข็งบนยอดหญ้า
    • คำถามที่น่าสนใจคือ หยดน้ำเปลี่ยนสภาพไปอย่างไรในอากาศที่เย็นจัด

กิจกรรมการทดลองจะส่งเสริมให้เด็กสนใจและรู้จักธรรมชาติ นอกจากสาระที่เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติแล้ว ครูจะบูรณาการเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่แสดงถึง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนเราเกี่ยวข้องกับฤดูกาล เช่น เครื่องแต่งกายในแต่ละฤดูกาล อาหาร ของใช้ ของเล่น บ้านที่อยู่อาศัย สถานที่ ที่อยู่สัมพันธ์กับภูมิอากาศ สังเกตวัตถุอุปกรณ์ที่นำมาผลิต รูปแบบจะแสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่ ได้เห็นความแตกต่างและความเหมือนกับท้องถิ่นอื่น ประเทศอื่นๆ และการรัก ษาสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพื่อฤดูกาลจะเป็นปกติ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องฤดูกาลอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครอง จะสอนลูกเรื่องฤดูกาลที่บ้านได้ดังนี้

  • ในแต่ละฤดูกาล อากาศจะเปลี่ยนแปลง ประสาทสัมผัสของลูกจะส่งความรู้สึกให้เด็กรับรู้ได้ พ่อแม่ช่วยพูดคุยให้เด็กเข้าใจ คำว่า ร้อน หนาว เย็น เมื่อเด็กได้รับสัมผัสจากสภาพจริง เช่น
    • อากาศฤดูร้อน เด็กจะเห็นแสงแดดส่องสว่างจ้าตลอดทั้งวัน อากาศรอบตัวร้อน
    • ฤดูหนาว มีสายลมพัดแรง อากาศเย็น
    • และฤดูฝน ฝนตก และพัดไอน้ำเย็นมาด้วย
  • พาลูกไปเที่ยวรอบบ้าน ที่อยู่อาศัย และในชุมชน ให้สังเกตสภาพธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อนท้องฟ้าโปร่ง ไม่ค่อยมีเมฆ แตกต่างจากฤดูฝน ท้องฟ้าจะมีเมฆมากและเป็นสีดำลอยต่ำ แม่น้ำ ลำคลองจะมีน้ำเต็มไหลหลากล้นตลิ่ง ฤดูหนาว สถานที่บางแห่ง เช่น บนยอดดอย จะหมอกหนาทึบ ต้นไม้บางชนิดจะเปลี่ยนสีของใบ และมีดอกไม้บาน
  • มีของเล่นที่เหมาะกับฤดูกาลให้ลูกเล่น เช่น
    • ฤดูร้อน ท้องฟ้าโปร่ง ลมพัดแรงจะเล่นว่าว พับจรวดกระดาษเล่น พับพัดกระดาษ พับหมวกกันแสงแดด
    • ฤดูฝนมีน้ำไหลหลาก หรือมีน้ำขังในบึง ห้วย หนอง พับเรือกระดาษเป็นของเล่นสำหรับเด็ก หรือเรือจากกาบมะพร้าว ใช้เล่นลอยเรือ
  • จัดอาหารรับประทานในครัวเรือนตามผลผลิตในแต่ละฤดูกาล อาหารสำหรับเด็กๆ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียน ข้าวแช่ แตงโม แตงไทย ต้มจืดฟัก ตำลึงกับหมูหรือกุ้งแห้ง ไอศกรีม หวานเย็น จะรับประทานในฤดูร้อน แก้วมังกร มังคุด จะกินในฤดูฝน ต้มซุปมะเขือเทศ ผัดผักกาดขาว น้ำแครอท มันต้มน้ำตาล ไข่หวาน จะรับประทานในฤดูหนาว อาหารหลายชนิดเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เช่น ชิงแก่ พริกสด แต่การจัดรับประทานกันในครัวเรือน เด็กจะมีโอกาสรู้เห็นเป็นประโยชน์ ในการสืบทอดวัฒนธรรมการกินที่เป็นความรู้ให้แก่เด็กไปด้วย
  • จัดเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับฤดูกาลเพื่อรักษาสุขภาพ ตลอดจนสะท้อนถึงวัฒนธรรมของชนชาติด้วย
    • ในฤดูร้อน คนไทยจะสวมเสื้อเบาบาง อาจจะเป็นผ้าป่าน หรือลินิน
    • ในฤดูหนาว จะเป็นเสื้อหนาๆ ถักทอจากไหมพรม หรือเส้นใยสังเคราะห์
    • ฤดูฝน คนไทยอาจจะสวมเสื้อผ้าปกติ ไม่หนามากนัก แต่จะมีเครื่องกันฝน ได้แก่ เสื้อคลุมกันฝน ร่ม หมวก

    เสื้อผ้าที่กล่าวมานี้เป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่าถึงฤดูกาลนั้นๆ

  • ให้ลูกดูสารคดีเกี่ยวกับภูมิอากาศของประเทศอื่นๆนอกจากประเทศไทย เพื่อให้เห็นสภาพการดำรงชีวิตของคนในแต่ละฤดูกาล ตั้งแต่สภาพสิ่งแวดล้อม บ้านที่อยู่อาศัย เครื่องแต่งกาย อาหาร เช่น ในช่วงเดือนธันวาคม ประเทศในแถบยุโรปจะอยู่ในช่วงฤดูหนาว มีหิมะตกขาวโพลนเต็ม กิ่งไม้ใบหญ้า หลังคาบ้านเรือน ผู้คนจะสวมชุดกันหนาวหนา บางประ เทศมีฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ เป็นอย่างไร เป็นต้น หรือเด็กๆได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนจากประเทศต่างๆ จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ภูมิภาคต่างๆทั่วโลกผ่านเรื่องราวของการ์ตูน
  • เล่านิทานจากหนังสือที่มีภาพประกอบ และมีเรื่องราวสะท้อนถึงฤดูกาลต่างๆ ทั้งนิทานพื้นบ้านไทย และนิทานนา นาชาติ เช่น นิทานพื้นบ้านไทยเรื่อง นางแก้วหน้าม้าเก็บว่าวของพระปิ่นทอง โอรสแห่งเมืองมิถิลาได้ การเล่นว่าวจะเล่นในฤดูร้อน เรื่องนางสงกรานต์ เกี่ยวกับการเปลี่ยนฤดูกาลของประเทศในเขตร้อน หรือนิทานนานาชาติเรื่อง เจ้าหญิงสโนไวท์ที่เกิดมาช่วงฤดูหนาว หิมะ หรือ Snow ตก ผิวนางขาวเหมือนหิมะ นิทานเรื่องมดกับจักจั่น มดเก็บอาหารไว้กินในฤดูหนาว แต่จักจั่นได้แต่ร้องเพลงเล่นจนไม่มีอาหารจะกินในฤดูหนาว เป็นต้น หรือหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง สยามสามฤดู มีสาระเกี่ยวกับฤดูกาลของประเทศไทย
  • จัดกิจกรรมทำอาหารง่ายๆเกี่ยวกับฤดูกาล เช่น ในฤดูร้อนจะนำเนื้อสัตว์ ผลไม้ มาตากแห้ง เป็นการแปรรูปอาหารเก็บไว้กินในฤดูอื่น เช่น ทำกล้วยตาก ข้าวตาก เนื้อแดดเดียว ปลาช่อนแดดเดียว
  • ชวนลูกร่วมกิจกรรมประเพณีของชุมชนที่มีส่วนสัมพันธ์กับฤดูกาล เช่น
    • งานประเพณีช่วงฤดูร้อนที่สำคัญของประเทศไทยคือ วันสงกรานต์ วันครอบครัว
    • งานประเพณีช่วงฤดูฝน คืองานเข้าพรรษา แห่เทียนพรรษา
    • ประเพณีลอยกระทงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง ในช่วงฤดูหนาว หรือประเพณีอื่นๆตามท้องถิ่นที่เด็กอยู่ เป็นต้น
  • ถ่ายรูปลูกและครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศแต่ละฤดูกาลสะสมไว้ ให้ลุกช่วยเก็บ จัด ตกแต่ง และสนทนาสิ่งที่เห็นจากภาพ เช่น ภาพว่ายน้ำที่น้ำตก ทะเล ในช่วงฤดูร้อน เราสวมชุดแต่งกายอย่างไร ท้องฟ้าสีอะไร เรายังจำความรู้สึกอะ ไรได้บ้าง เช่นเดียวกับเราทำอะไรในฤดูหนาว ฤดูฝน เป็นต้น

เกร็ดความรู้สำหรับครู

เรื่องของฤดูกาลจะสัมพันธ์กับการเจ็บป่วยของเด็กปฐมวัย ครูปฐมวัยควรมีความรู้เกี่ยวกับ

  • โรคที่มาในช่วงฤดูหนาว เช่น โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวม โรคหัด โรคหัดเยอรมัน โรคสุกใส
  • โรคที่มาในช่วงฤดูฝนคือ โรค มือ เท้า ปาก โรคหวัดใหญ่ และโรคไข้เลือดออก
  • ส่วนโรคที่มาในช่วงฤดูร้อนคือ ไข้หวัดหน้าร้อน โรคอุจจาระร่วง โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน โรคอาหารเป็นพิษ เป็นต้น

ครูควรสังเกตและดูแลสภาพร่างกายของเด็ก และจัดสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนให้สะอาด ปลอดภัยจากโรค

บรรณานุกรม

  1. ขัตติยดา ไชยโย ( 2553) .การสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : สาราเด็ก.
  2. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ . ( 2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( 2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ;
  4. สรศักดิ์ พุ่มรัก. ( 2554). สยามสามฤดู. กรุงเทพมหานคร: นานามีบุ๊ค.
  5. สิริมา ภิญโญอนันต์พงษ์ . ( 2555). แบบฝึกปฏิบัติจริงปลูกจิตสำนึกเด้กปฐมวัย: ชุดรักษาสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ซีเอ็ด.
  6. ศิริลักษณ์ พุทธโคตร ( 2555). ชุดวันแสนสุข ทุกฤดูกาล เรื่อง ฤดูฝน ชุ่มฉ่ำเบิกบาน.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สานอักษร
  7. ศิริลักษณ์ พุทธโคตร ( 2555). ชุดวันแสนสุข ทุกฤดูกาล เรื่อง ฤดูร้อน อิ่มเอมสุขล้ำ กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์สานอักษร
  8. ศิริลักษณ์ พุทธโคตร ( 2555). ชุดวันแสนสุข ทุกฤดูกาล เรื่อง ฤดูหนาว สำราญลมเย็น. กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์สานอักษร
  9. ฤดูกาล. guru.sanook.com/enc_preview.php?id=604 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 4 .ค้นคว้าเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556.
  10. Abruscato, J, (2004). Teaching Children Science: A Discovery Approach. (6 ed ). U.S.A.: Pearson Education

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
nut2121