หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง (Teaching Children about Roller)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง

การสอนลูกเรื่องลูกกลิ้ง(Teaching Children about Roller) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยว กับเหล็กหรือวัสดุอื่นที่มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีขนาดและน้ำหนักต่างๆกันไป ตั้งแต่ 4"-7" ใช้ลากให้กลิ้งทับดินหรือหินให้ราบ หรือเรียกสิ่งที่กลิ้งไปได้เพื่อประโยชน์ในการต่างๆ หน้าที่ของลูกกลิ้ง คือ เป็นตัวช่วยพยุงหรือรองรับสาย พานให้คงรูป และเคลื่อนที่ไปในแนวเส้นตรงได้โดยสะดวก โดยที่วัสดุบนสายพานไม่ร่วงหล่น

การสอนเรื่องลูกกลิ้งสำคัญอย่างไร?

ชีวิตปัจจุบันของคนเราจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังอยู่รอบตัวเกือบตลอดเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งเวลานอนหลับพักผ่อนโดยเฉพาะคนที่ในเมืองหลวงหรือเมืองอุตสาหกรรม เสียงเหล่านี้เป็นข้อคิดสำหรับผู้ใหญ่ที่จะจัดบทเรียนให้เด็กมีประสบการณ์บ้างว่า มีอะไรที่เข้ามาในชีวิตของเด็กหรือเด็กได้เห็นได้จากสิ่งต่างๆรอบตัว บางครั้งเด็กจะเห็นการเคลื่อนย้ายของจำนวนมากไปข้างหน้า หลายคนอาจจะมีประสบการณ์ที่เห็นการใช้กลไกผลักให้คนเคลื่อนไปข้างหน้าโดยที่คนยืนนิ่ง ๆได้ เช่น บันไดเลื่อนที่สนามบินนานาชาติทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งประดิษฐ์ชนิดนี้และอีกหลายอย่างมีลูกกลิ้งเป็นกลไกการทำงานที่น่าสนใจ เด็กจะรู้สึกภูมิใจเมื่อได้เรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจ ถึงกลไกและงานที่กลไกทำเพื่อให้เราทำงานง่ายขึ้น เรื่องลูกกลิ้งเป็นอีกเรื่องง่ายๆอีกเรืองหนึ่งที่จะช่วยจูงใจให้เด็กสนใจเรื่องที่ซับซ้อนต่อไปในชั้นเรียนระดับประถมศึกษา

ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยมีธรรมชาติของความสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอยู่เสมอ การได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้ชิม และได้สัมผัสจะกระตุ้นความสนใจใคร่รู้อยู่เสมอ นับตั้งแต่เป็นทารกแล้วเมื่อเจริญขึ้น เด็กจะค่อยๆเชื่อมโยงสิ่งที่รับรู้เข้ามาโดยมีสมองเป็นอวัยวะสำคัญ เมื่อเด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก เซลล์สมอง (นิวโรนส์) นับพันล้านเซลล์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิดจะสร้างเครือข่ายเพื่อติดต่อสื่อสารกัน แล้วปรับแต่งให้สมองของทารกเป็นสมองส่วนคิด การที่เด็กได้มีโอกาสเรียน รู้เรื่องต่างๆที่เป็นเหตุเป็นผลง่ายๆ จะทำให้เด็กสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องที่ยากขึ้นพร้อมๆกับเกิดความสามารถในการคิดแก้ ปัญหาในขณะที่ได้เล่น และได้ใช้ของเล่นซึ่งจะเกิดเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิตของเด็กอยู่เสมอ การได้ลงมือทำและความ จำที่เกิดขึ้นจากการได้ปฏิบัติจะช่วยกระตุ้นเซลล์สมอง และเมื่อเด็กเจริญเติบโตขึ้น มีการพัฒนาภาษา ขณะเดียวกันการได้ รับการส่งเสริมความสนใจอยากรู้อยากเห็นของเด็ก จะยิ่งทำให้การสืบค้นของเด็กมีความหมาย ความอยากรู้ที่ได้รับการส่ง เสริมตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเจริญวัยจะฝังรากลึก หากเด็กเริ่มเข้าใจเรื่องสิ่งใกล้ตัวด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ จะเป็นการวางราก ฐานให้เกิดความสามารถที่จะรู้ตามธรรมชาติ และการเอาใจใส่ส่งเสริมให้เด็กเห็นคุณค่าของการนำธรรมชาติจากสิ่งต่างๆที่ใกล้ตัวมาใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนตอบสนองความสนใจ ความต้องการที่จะเรียนรู้ของเด็ก เช่น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องลูกกลิ้งนี้ เมื่อเกิดการเชื่อมโยงระหว่างความอยากรู้ ความรู้สึกที่ดีต่อประสบการณ์ที่เกิดขึ้น และความมั่นใจที่ตนเองประสบความสำเร็จจากการค้นพบ จะเป็นผลต่อการพัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาของเด็กอย่างยิ่ง

การสอนเรื่องลูกกลิ้งมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องลูกกลิ้งมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ

  • เด็กจะได้รับการส่งเสริมทางด้านความรู้ความเข้าใจในปรากฏการณ์และความสำคัญของลูกกลิ้งที่คนนำมาใช้งานนั้น เกิดจากการคิดค้นทดลอง ทำให้คนเรามีเครื่องเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในชีวิต ได้ใช้เป็นเครื่องใช้และของเล่น เด็กจะตระหนักถึงความสำคัญของการที่ต้องรู้เรื่องสิ่งรอบตัวรวมทั้งเรื่องลูกกลิ้งด้วย
  • เด็กจะได้รับการส่งเสริมเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ความสนใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในชีวิต เด็กจะมีความสนุก สนานที่จะสืบค้นสิ่งใหม่อยู่เสมอ ความกระหายใคร่รู้ของเด็กจะติดตัวไป ตลอดจนเห็นคุณค่าของกระบวนการแสวงหาความรู้มีประโยชน์ที่ให้รู้และเป็นองค์ความรู้ที่ก่อเกิดขึ้นจากความอยากเรียนรู้
  • เด็กจะได้รับการส่งเสริมทักษะต่างๆ เช่นทักษะการคิด ที่จะใช้ในการแก้ปัญหา ทักษะการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายขณะทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เช่น การทดลองการกลิ้งของลูกกลิ้ง เด็กจะต้องใช้มือ แขน ขา เพื่อโยนหรือกลิ้งลูก กลิ้ง ทักษะการใช้ภาษา เช่นถามคำถามเกี่ยวกับกลไกการทำงานของลูกกลิ้ง การอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลองเรื่องลูกกลิ้ง ทักษะที่กล่าวนี้เป็นประโยชน์ต่อเด็กที่จะต้องใช้เพื่อการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพ

การจัดกิจกรรมเรื่องลูกกลิ้งจึงเป็นประโยชน์ต่อเด็กที่ช่วยให้เด็กเข้าใจธรรมชาติ มีโอกาสได้ใช้สมองเพื่อพัฒนาการคิด พัฒนาเจตคติในการสนใจใคร่รู้ ใคร่เรียน ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และตระหนักเห็นความจำเป็นของการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตต่อไป

ครูสอนเรื่องลูกกลิ้งให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูจัดกิจกรรมเรื่องลูกกลิ้งซึ่งเป็นเรื่องกลไกอย่างง่ายๆให้เด็กปฐมวัยรู้และเข้าใจเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย โดยเชื่อมโยงกับกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ปฐมวัยของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กวัย 3-5 ปีสาระที่ 4 : แรงและการเคลื่อนที่ มาตรฐาน ว 4.2 : 9 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ เป็นเรื่องผลของการออกแรงที่น่าสนใจจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องเครื่องจักรกล ของเล่น ของใช้ ที่สัมพันธ์กับลูกกลิ้ง เมื่อนำมาเป็นสาระการเรียนรู้เชิงวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ที่มีคำถามที่น่าสนใจให้เด็กสืบค้นหาคำตอบคือ ลูกกลิ้งเคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างไร เพื่อสร้างสาระสำคัญให้เด็กเข้าใจเรื่องกลไกธรรมดาช่วยเคลื่อนย้ายวัตถุได้ โดยจัดผ่านกิจกรรมหลักทั้งหกในหลักสูตรการ ศึกษาปฐมวัย ดังตัวอย่างดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กๆได้ดูภาพยนตร์สารคดีเรื่องการถนอมขนมอบแห้งที่ใช้เครื่องอบแห้งแบบลูก กลิ้ง ประกอบด้วยลูกกลิ้งทำด้วยเหล็กไร้สนิม อาจเป็นแบบลูกกลิ้งคู่ หรือลูกกลิ้งเดี่ยวก็ได้ ภายในมีลักษณะกลวง และทำให้ร้อนด้วยไอน้ำหรือไฟฟ้า อาหารที่จะทำแห้ง ต้องมีลักษณะเละๆ ป้อนเข้าเครื่องตรงผิวนอกของลูกกลิ้ง เป็นแผ่นฟิล์มบางๆ แผ่นฟิล์มของอาหารที่แห้งติดบนผิวหน้าของลูกกลิ้ง แซะออก โดยใบมีดที่ติดให้ขนานกับผิวหน้าของลูกกลิ้ง จะได้ผลิต ภัณฑ์อบแห้งที่เป็นแผ่นบางๆและกรอบเป็นเกล็ด หรือหากโรงเรียนอยู่ใกล้โรงสีข้าว ครูพร้อมพ่อแม่นำเด็กๆไปศึกษานอกสถานที่ ให้เด็กเห็นการสีข้าวจากเครื่องสีข้าวแบบลูกกลิ้งในโรงสีขนาดเล็กหรือที่บ้านของเกษตรกรในชุมชนก็มีอยู่โดยทั่ว ไป ในชั้นเรียนครูจัดกิจกรรมทดลองการเคลื่อนย้ายสิ่งของโดยใช้ลูกกลิ้งไม้สี่อัน (อาจได้จากด้ามไม้กวาด หรือไม้ที่แกนของที่พาดหนังสือพิมพ์) วางขนานกันบนพื้นใต้ลังสิ่งของที่จะย้าย เด็กๆช่วยเลื่อน แล้วเปรียบเทียบกับการเลื่อนลังสิ่งของโดยนำลูกกลิ้งออกไป อภิปรายร่วมกันว่าการกระทำทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร นอกจากกิจกรรมในชั้นเรียนแล้ว ครูอาจนำเด็กไปดูการทำงานสภาพจริง เช่น บางทีในโรงเรียนอาจจะทำถนน มีรถบดถนนทำงานคือใช้ลูกกลิ้งบดถนน ครูอาจนำเด็กไปดูการทำงานนั้น แม้ว่าวันนั้นจะไม่ใช่บทเรียนเรื่องลูกกลิ้งก็ตาม
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กๆได้ใช้ลูกกลิ้งของช่างทาสี ทาสีบนแผ่นกระดาษหรือแผ่นปูซีเมนต์ที่ใช้พื้นที่กว้างๆ แต่ครูเปลี่ยนจากสีทาอาคารมาเป็นสีน้ำผสมแป้ง เพื่อความปลอดภัยที่เด็กจะสูดดมกลิ่นสีที่มีส่วนผสมของทินเนอร์ในสีทาอาคาร
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมลูกกลิ้ง ลูกกลิ้ง ให้เด็กสมมุติตนเองเป็นลูกกลิ้งหมุนไปบนสายพาน เมื่อครูบอกว่า สาย พานเคลื่อนที่ เด็กจะวิ่งหมุนรอบตัว และจะต้องหยุดเมื่อครูบอกว่า หยุด หรือครูแบ่งเด็กเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งยืนเรียงต่อกันเป็นวงกลม สมมุติเป็นสายพาน อีกกลุ่มเป็นลูกกลิ้ง เมื่อครูบอกว่าเครื่องจักรทำงาน เด็กที่เป็นสายพานก็วิ่งเหยาะๆตามกันไป ส่วนเด็กที่เป็นลูกกลิ้งก็หมุนรอบๆตัวเองไปด้วย
  • กิจกรรมเสรี ที่มุมเครื่องเล่นสัมผัส ครูจะจัดเครื่องเล่นที่ใช้ลูกกลิ้งให้เล่น เช่น ไม้รางลูกกลิ้ง ที่มุมคอมพิวเตอร์ให้เด็กได้สืบค้นข้อมูลเรื่อง ลูกกลิ้ง ที่มุมบทบาทสมมุติครูจะจัดเครื่องมือที่ใช้ลูกกลิ้งให้เด็กได้ใช้ประกอบการเล่น เช่น ลูกกลิ้งทาสีของช่างสี เครื่องบดแป้งทำขนมคุกกี้ มุมหนังสือมีหนังสือเกี่ยวกับการย้ายเคลื่อนที่สิ่งของด้วยลูกกลิ้ง อาจจะเป็นสารคดีหรือหนังสือนิทานจินตนาการ เป็นต้น
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เมื่อครูให้จังหวะจากเครื่องดนตรี เด็กๆคิดหรือจินตนาการว่าตนคือลูกกลิ้ง กลิ้งหมุนไปตามจังหวะ

การจัดประสบการณ์เรื่องลูกกลิ้ง นอกจากจะให้เด็กได้ทดลองการใช้กลไกอย่างง่ายเคลื่อนย้ายวัตถุแล้ว เด็กจะได้สังเกตและรู้จักลูกกลิ้งในลักษณะเป็นของเล่นของใช้ที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งของเหล่านี้ประดิษฐ์ใช้หลักการของกลไกง่ายๆเพื่อช่วยให้งานของเราง่ายขึ้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องลูกกลิ้งให้ลูกที่บ้านได้อย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องลูกกลิ้งให้ลูกที่บ้าน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • ทำตุ๊กตาล้มลุกง่ายๆจากกระดาษเปเปอร์มาเช่ อาจจะทำจากเศษหนังสือพิมพ์ เปลือกไข่ ดินน้ำมัน หากถนัดทำจากวัสดุใดก็เลือกทำอย่างนั้น ในที่นี้แนะนำการทำจากกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ทุกครอบครัวอ่าน และผ่านวันไปแล้วก็ใช้เป็นเศษวัสดุต่อไปเพราะไม่มีค่าอะไร ข่าวจะมีในหนังสือพิมพ์เล่มใหม่ทุกวัน วิธีทำ ทำตุ๊กตาล้มลุกง่ายๆ จากกระดาษเปเปอร์มาเช่ จากเศษหนังสือพิมพ์ เริ่มจากการนำกระดาษที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆและผ่านการแช่น้ำจนเปื่อยแล้วมาปิดลงบนแบบที่เตรียมไว้ ซึ่งออกแบบให้เป็นรูปทรงกลม ปิดกระดาษที่เตรียมไว้หลายๆชั้น แต่ละชั้นจะทากาวไว้และจะต้องรอให้กาวแห้งก่อน แต่งผิวให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจึงตกแต่งด้วยสี ทุกขั้นตอนให้ลูกมีส่วนร่วม เมื่อได้ตุ๊กตามาแล้ว นำมาเล่นร่วมกัน เช่น พ่อเล่นกับลูกโยกตุ๊กตาล้มลุกนี้และท่องคำคล้องจองไปด้วยว่า “ตุ๊กตาเอยจะไปทางไหน จะไปทางซ้าย ไปหายายมา จะไปทางขวา ไปหาป้ามี หยุดอยู่กับที่ เป่าปี่แตร้แตร แตร้แตร”
  • หาของเล่นที่ใช้ลูกกลิ้ง เช่น รางไม้วางลูกกลิ้งสีต่างๆ เด็กจะจัดวางลูกกลิ้งทีละลูก ลูกที่หนึ่งจะไหลไปตามรางที่วางเอียงอยู่ ลูกต่อไปก็จะไหลตามไป หาลูกกลิ้งวางรองลังใบใหญ่แล้วใช้เชือกลากลังไปมา การเล่นผ่านของเล่น นอกจากความสนุกสนานแล้ว เด็กจะสังเกตธรรมชาติของลูกกลิ้งและการทำงานของลูกกลิ้ง
  • พ่อทาสีบ้านด้วยแปรงลูกกลิ้ง ให้ลูกเห็นกิจกรรมนี้ ลูกกลิ้งทาสี มีด้ามจับอยู่ที่ปลายด้ามหนึ่ง ส่วนที่เป็นโครงโลหะมีลักษณะโค้งงอทำด้วยลวดที่แข็งแรง ส่วนปลายของโครงโลหะมีลูกกลิ้งทรงกระบอกที่หุ้มด้วยเส้นใยหรือโฟมยาง เมื่อแม่ใช้แปรงลูกกลิ้งทำความสะอาดขนฝุ่นจากเสื้อผ้าให้ลูกช่วยทำได้ บางทีคุณแม่ตัดเสื้อผ้า จะมีกรรไกรลูกกลิ้งใช้ให้ลูกเห็นเครื่องมือชนิดนี้
  • พ่อแม่เคลื่อนย้ายลังใส่ของ ใช้ลูกกลิ้งรองอยู่ใต้ลังให้ลูกกลิ้งทำงาน เป็นการทำงานที่เด็กมีประสบการณ์จากการลากลังเล่นโดยมีลูกกลิ้งรองลังอยู่ เด็กจะได้ข้อคิดประโยชน์ของลูกกลิ้งช่วยเคลื่อนย้ายวัตถุ
  • ทำแปรงลูกกลิ้งให้ลูกใช้ทาสีบนกระดาษหรือภาพ ลูกกลิ้งทำจากแกนกระดาษทิชชู ใช้ลวดแข็งสอดผ่านช่องว่างของแกนกระดาษ ทำด้ามถือ ให้เด็กใช้ทาสีเล่นๆ แต่เด็กจะได้ข้อสังเกตของลูกกลิ้งเป็นกลไกง่ายๆ และเป็นการประดิษฐ์สิ่งของขึ้นมาเพื่อใช้งานให้ได้งานที่รวดเร็วและได้ผลงานที่ดี
  • ให้ลูกเห็นลูกกลิ้งของเครื่องพิมพ์ทำงาน ในปัจจุบัน คนส่วนมากจะมีเครื่องใช้เทคโนโลยีไว้ใช้งานรวมทั้งเครื่องพิมพ์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์อเนกประสงค์ เครื่องพิมพ์ภาพถ่าย
  • ให้ลูกใช้เมาส์ในงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้ลูกกลิ้งเป็นส่วนประกอบ
  • ทำขนมคุกกี้ที่จำเป็นต้องใช้ลูกกลิ้งแผ่แป้งแล้วใช้พิมพ์ตัดแป้งคุกกี้ การใช้ลูกกลิ้งเป็นงานง่ายๆสำหรับเด็กที่จะทำได้สำเร็จ แต่สิ่งสำคัญพ่อแม่จะต้องแนะนำเครื่องมือบดแป้งคือลูกกลิ้งให้เด็กรู้จัก และสนับสนุนให้เด็กสังเกตและผลที่เกิดขึ้น
  • เลือกล้างรถของครอบครัวในร้านที่บริการโดยใช้เครื่องล้างที่มีลูกกลิ้งอยู่ข้างใน แม้ลูกจะไม่ได้เห็นลูกกลิ้งนั้น พ่ออาจ จะร่างแบบและอธิบายง่ายๆว่ามีลูกกลิ้งทำงานอยู่

เรื่องของลูกกลิ้งที่เป็นกลไกและงานที่กลไกทำ เป็นเรื่องที่เด็กรู้จักจากเครื่องเล่นเครื่องใช้ แต่จะต้องอาศัยผู้ใหญ่จัดประสบการณ์ที่จะชี้แนะและให้เด็กได้จับสัมผัส และต้องคำนึงถึงความเหมาะสมตามวัยทั้งขนาด วิธีการใช้ที่ปลอดภัย ด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • การเชื่อมโยงเรื่องแรงต่างๆกับกลไกการทำงานของลูกกลิ้งเป็นเรื่องที่ครูสามารถทำได้ เช่น การที่ลูกกลิ้งทำให้ของเคลื่อนย้าย จะมีเรื่องแรงโน้มถ่วงดึงดูดไว้ด้วย
  • การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และครูเป็นเรื่องจำเป็น การสอนเรื่องลูกกลิ้ง เครื่องมือหลายอย่างขอยืมจากครอบครัวเด็กได้ จะประหยัดกว่าการที่ครูลงทุนซื้อใหม่ เช่น ลูกกลิ้งบดแป้งคุกกี้ แผ่นตัดแป้งคุกกี้และเตาอบ
  • แหล่งเรียนรู้ที่มีเครื่องใช้ลูกกลิ้ง เช่น ไปรษณีย์ อู่ซ่อมรถ สำนักงานของโรงเรียนต่างๆ มีเครื่องพิมพ์ดีด เครื่องถ่ายสำ เนา ครูต้องวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่แต่ละแห่งที่กล่าวถึงก่อนจะนำเด็กไปเยี่ยมชม เพราะเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องต้องระวัง ต้องควบคุมเด็กอย่างใกล้ชิด

ครูสามารถวิเคราะห์กับหน่วยการสอนและนำไปประยุกต์ใช้ประกอบการวางแผนจัดการเรียนรู้ในหน่วยการสอนอื่นๆ เช่น หน่วยของเล่นของใช้ เป็นต้น แต่ประเด็นสำคัญคือ การจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กนั้นครูจะต้องส่งเสริมทักษะกระ บวนการแสวงหาความรู้ เนื้อหาเป็นเพียงสื่อกลางที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการเท่านั้น

บรรณานุกรม

  1. การถนอมอาหารโดยการทำให้แห้ง. kanchanapisek.or.th/kp6/sub/.../book.php? [ค้นคว้าเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2557].
  2. เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์. (2546). กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก การสอนแบบบูรณาการ. แปลจาก Rivkin, Mary S. กรุงเทพมหานคร : เพียร์สัน เอ็ดคูเอชั่น อินโดไซน่า
  3. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. คาน ซาร่าห์ ( 2556). พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร : นานมี บุ๊ค.
  5. เปลื้อง ณ นคร. พจนานุกรม ไทย-ไทย เรื่อง ลูกกลิ้ง. guru.sanook.com/search. [ค้นคว้าเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2557].
  6. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโล
  8. สายพานลำเลียง คุณทราบไหมว่าลูกกลิ้ง (Roller) มีหน้าที่อะไร. www.thaiconveyorbelt.com/index.php?lay...‎ [ค้นคว้าเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2557].
  9. สุรสิทธิ์ ช่อวงศ์ .การสร้างเครื่องสีข้าวกล้อง.ในวารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2553.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน