หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องวันมาฆบูชา (Teaching Children about Makha Bucha Day )

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องวันมาฆบูชา

สอนลูกเรื่องวันมาฆบูชา (Teaching Children about Makha Bucha Day ) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับวันพระในวันเพ็ญหรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันนี้เมื่อครั้งพุทธกาลเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์ให้แก่พระอรหันต์ 1,260 รูปที่มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งพระอรหันต์เหล่านั้นเป็นพระที่พระพุทธเจ้าบวชให้ทั้งสิ้น วันมาฆบูชาจึงเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธอีกวันหนึ่งที่จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะมีประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามปฏิบัติสืบต่อมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และเนื่องด้วยศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ทางราชการจึงกำหนดให้วันมาฆบูชาเป็นวันหยุดเพื่อให้คนไทยชาวพุทธได้ไปทำบุญตักบาตร ฟังธรรมและเวียนเทียนที่วัดในชุมชนของตน สถานศึกษาทุกแห่งก็หยุดตามกำหนดของราชการเช่นกัน เพื่อให้นักเรียนไปร่วมกิจกรรมทางศาสนากับครอบครัว แต่สถานศึกษาจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องมาฆบูชาให้นักเรียน เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้แก่เยาวชน

คำสำคัญ

โอวาทปาติโมกข์ เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงให้พระอรหันต์ 1,260 รูปเกี่ยวกับหลักการ อุดมการณ์ วิธีปฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา 3 ส่วนคือ การละความชั่วทุกชนิด การกระทำความดี และการทำจิตใจให้ผ่องใส

พุทธศาสนิกชนแปลว่า คนที่นับถือพระพุทธศาสนา

การสอนเรื่องวันมาฆบูชามีความสำคัญอย่างไร?

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย เรื่องราวใดๆที่เกี่ยวกับศาสนาพุทธจึงเป็นเรื่องที่ชาวพุทธพึงรู้และทำความเข้าใจโดยครอบครัว โรงเรียน วัดจะต้องร่วมมือกันอบรมสั่งสอนเยาวชนได้ตั้งแต่เด็ก วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในศาสนาพุทธ เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ให้พระอรหันต์จำนวน 1,250 รูป ซึ่งล้วนทรงเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอรหันต์ทุกรูปได้มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญเดือน 3 และพระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆะฤกษ์ โอวาทปาติโมกข์ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงจะมีเนื้อหาสาระสำคัญคือ เป็นหลักคำสอนจัดว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา 3 ประการได้แก่ การไม่ทำความชั่ว การภาวนาทำแต่ความดี และการทำจิตใจให้ผ่องใส เรื่องราวดังกล่าวเด็กพึงรู้ว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่มีพระคุณสูงสุดที่ได้แสดงธรรมหรือบอกทางแห่งการทำดีให้แก่เรา และชาวพุทธควรได้ปฏิบัติกิจกรรมแสดงความดีงามเพื่อระลึกถึงคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ทรงแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์ในวันเพ็ญเดือน 3 โดยเฉพาะสังคมไทยจะแสดงประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามที่ทำให้ทุกคนมีธรรมปฏิบัติเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ดังนั้นเด็กๆซึ่งเป็นเยาวชนควรได้เรียนรู้เพื่อจะได้เห็นแบบอย่างการทำดีจากผู้ใหญ่และนำไปปฏิบัติสืบทอดต่อไป

การสอนเรื่องวันมาฆบูชามีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องวันมาฆบูชามีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กจะได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะสำคัญคือ การเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ได้แก่ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ครูบาอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนให้ความรู้ รวมถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ผู้ให้หลักธรรมเพื่อดำรงชีวิต โดยที่เด็กเรียนรู้เบื้องต้นจากคำสอนของผู้ใหญ่ เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนาพุทธดังเช่นวันมาฆบูชาชาวพุทธจะต้องระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ด้วยการปฏิบัติชอบ สิ่งที่เด็กเล็กๆสามารถทำได้คือ เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ ครู เป็นเด็กที่มีความกตัญญูคือรู้คุณของท่านและกตเวทีคือรู้จักตอบแทนท่านด้วยการทำตามที่ท่านอบรม เป็นการทำให้ท่านมีความสุขใจที่เห็นเด็กเป็นคนดี
  • เด็กจะเป็นเยาวชนคนดีของสังคมและเป็นที่รักของผู้คนโดยทั่วไป การที่มีคนดีในสังคมจำนวนมากย่อมทำให้สังคมเป็นปกติสุข
  • เด็กจะมีหลักธรรมทางศาสนาพุทธไว้ครองชีวิต แม้จะเป็นการปฏิบัติธรรมตามวัยของเด็ก แต่การเริ่มต้นสอนตั้งแต่วัยเด็กจะทำให้ได้รับการบ่มเพาะเหมาะแก่วัย จิตใจจะผ่องแผ่ว มั่นคงในความดีเหมือนดั่งการปลูกต้นไม้ที่เพาะด้วยเมล็ดพันธุ์ฝังกลบลงดินจนรากงอกชอนไชฝังรากแก้วไว้ให้ลำต้นยืนสู้ฟ้าอย่างมั่นคง
  • เด็กคือผู้ใหญ่ในวันหน้าและเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นคนดีด้วย ถือเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากบุญกิริยาในวัยเด็กของตน ในการปฏิบัติชอบด้วยการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ดังที่สังคมชาวพุทธได้ร่วมกันปฏิบัติบูชาพระรัตนตรัยในวันมาฆบูชาซึ่งได้ปฏิบัติเป็นประเพณีที่ดีงามสืบต่อมา

การที่เด็กได้รับการอบรมสั่งสอนให้ปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณีของชาวพุทธ ย่อมทำให้การดำรงชีวิตของเด็กมีธรรมเป็นหลัก สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

ครูสอนเรื่องวันมาฆบูชาให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องวันมาฆบูชาให้ลูกที่โรงเรียนโดยกำหนดหน่วยการเรียนรู้เรื่องวันมาฆบูชาไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาและดำเนินจัดกิจกรรมก่อนถึงวันมาฆบูชา เนื่องจากวันมาฆบูชาเป็นวันหยุดตามปฏิทินที่ทางราชการกำหนดไว้เพื่อให้ชาวพุทธได้ทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรมและไปเวียนเทียนในเวลากลางคืน หากโรงเรียนได้วางแผนจัดกิจกรรมร่วมกับบ้านและวัด ย่อมจัดกิจกรรมในวันหยุดได้ด้วยการจัดกิจกรรมตามสภาพจริง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวนำเด็กมาร่วมทำบุญตักบาตรโดยทางโรงเรียนจะต้องนิมนต์พระมาบิณฑบาต มาเทศน์ธรรมให้ผู้ปกครองและเด็กฟัง กิจกรรมนี้โรงเรียนอาจจะกำหนดให้วัดเป็นสถานที่ที่ทำกิจกรรม ในเวลากลางคืนครอบครัวและครูร่วมเวียนเทียนที่วัด กิจกรรมการเรียนรู้ตามสภาพจริงที่กล่าวมาแล้วนั้นจะบังเกิดผลหากบ้านโรงเรียนและวัดร่วมมือกัน

สำหรับการจัดผ่านกิจกรรมหลักทั้ง 6 เป็นการจัดกิจกรรมที่ดำเนินการในชั้นเรียนดังตัวอย่าง ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ให้จินตนาการถึงรูปร่างของดวงจันทร์ในวันเดือนเพ็ญและค่อยๆเคลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งทิศในช่วงพลบค่ำไปจนสว่าง
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์
    • ครูอาจนำเรื่องราวของการเกิดวันมาฆบูชาเมื่อครั้งพุทธกาลมาเล่าให้เด็กฟังโดยใช้ภาพประกอบสีสวยงาม เน้นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันมาฆบูชาที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” ด้วยภาษาเล่าง่ายๆให้เด็กเข้าใจได้ดังนี้

      “วันนี้มีพระสงฆ์จำนวนมากมาร่วมฟังธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นพระที่พระพุทธเจ้าบวชให้และเป็นพระที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดี พระสงฆ์ทั้งหมดได้เดินทางมารวมกันโดยไม่ได้นัดกันที่วัดแห่งหนึ่งชื่อ “เวฬุวันวิหาร” อยู่ในกรุงราชคฤห์เป็นดินแดนที่ไกลจากบ้านของเรามาก วันนั้นเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงสวยงามมาก (ให้เด็กๆไปเฝ้าดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า) วันนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมคำสั่งสอนให้เราไม่ทำความชั่ว ทำแต่ความดี และทำจิตใจให้ผ่องใส”

    • หากเด็กๆที่อยู่ในกรุงเทพมหานครครูอาจจะประสานงานกับศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งชาติ (ท้องฟ้าจำลอง) จัดฉายภาพดวงจันทร์เต็มดวงเมื่อโคจรมาในเดือนที่ 3 ของปีให้เด็กดู ครูควรเล่านิทานประกอบเปรียบเทียบให้เห็นถึงความดีกับความชั่ว ครูจะแต่งนิทานขึ้นเองหรือนำนิทานมาจากนิทานอีสปและใช้หนังสือประกอบการเล่า เลือกเรื่องที่ตัวละครที่กระทำความดีและกระทำความชั่วให้เห็นผลอย่างชัดเจน เช่น เด็กเลี้ยงแกะ กระต่ายกับเต่า ฯ หนังสือนิทานอีสปนี้สำนักพิมพ์เกือบทุกแห่งจัดพิมพ์ขึ้นในสมัยปัจจุบันมีรูปเล่ม สี อักษรพิมพ์และภาพประกอบสวยงาม
    • ครูจัดสถานการณ์จำลองเรื่อง “การเวียนเทียน” เด็กทุกคนหัดเดินเวียนขวาถือธูป เทียน ดอกไม้ เดินสวดมนต์สั้นๆ
    • นับจำนวนธูป เทียน ดอกไม้ เขียนตัวเลขแสดงจำนวนที่นับได้ จับคู่เทียน 2 แท่งปักที่แท่นเทียนซ้ายและขวามือ
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆทดลองจัดพานดอกบัวง่ายๆ เพียงพับกลีบดอกบัวตูมให้เป็นดอกบัวบานจัดลงพานๆละ 3-5 ดอก นำไปจัดโต๊ะหมู่บูชา ระบายสีดอกบัว ดวงจันทร์เต็มดวงหรือภาพพระภิกษุสงฆ์แสดงเทศนา ร้อยดอกไม้นำไปบูชาพระ
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมการเรียนรู้ ได้แก่
    • มุมบทบาทสมติ จัดเครื่องเล่นให้เด็กจัดอาหารตักบาตรพระ จัดร้านขายดอกไม้ ธูป เทียน
    • มุมหนังสือ ครูอาจทำเป็นหนังสือผลิตด้วยมือ โดยวาดภาพประกอบเล่าเรื่องราวที่มาของวันมาฆบูชา สำหรับเด็กปฐมวัย แสดงภาพสำคัญที่ควรบอกเล่าสั้นๆแสดงภาพพระพุทธเจ้าแสดงธรรมให้พระสงฆ์จำนวนมาก (พระอรหันต์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ทรงอุปสมบทให้เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทาทั้งสิ้น) แสดงภาพพระจันทร์เต็มดวงในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หนังสือที่แสดงภาพประกอบ 1-3 หน้า เพียงพอที่จะจูงใจเด็กปฐมวัยให้อ่านเรื่องราวจากภาพได้ นอกจากนี้จัดหนังสืออ่านสำหรับเด็กเรื่องอื่นๆที่มีแก่นของเรื่องเกี่ยวกับการฝึกจิตใจให้คงคุณธรรม
    • มุมดนตรี เปิดเครื่องบันทึกเสียงสวดมนต์ที่เป็นจังหวะไพเราะให้เด็กทดลองสวดตาม
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กๆเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ ฝึกการรอคอย ฝึกการแบ่งปันให้เพื่อนๆได้เล่นกันทุกคนเป็นการนำธรรมหรือคำสอนของพระพุทธองค์มาใช้ในชีวิตประจำวันคือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้แจ่มใส เด็กๆต้องการคำอบรมสั่งสอนจากผู้ใหญ่ด้วยถ้อยคำง่ายๆและเขาจะค่อยๆเข้าใจไปทีละน้อย สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความหมายของคำสอนและนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
  • กิจกรรมเกมการศึกษา เกมภาพตัดต่อดอกไม้บูชาพระ อาจจะเป็นภาพดอกบัวที่มักใช้บูชาพระ จัดโต๊ะหมู่บูชา ภาพตัดต่อเหตุการณ์พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมให้พระอรหันต์ในวันเพ็ญเดือน 3 เกมจับคู่เทียนขนาดต่างๆ เกมจับคู่ภาพกับจำนวนสิ่งของ อาหารคาวหวานที่นำไปตักบาตร

การจัดกิจกรรมเรื่องวันมาฆบูชาให้แก่เด็กปฐมวัย ครูสามารถจัดในสภาพจริงโดยร่วมมือกับครอบครัวและวัด โดยจัดผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ โดยจัดเนื้อหาให้สั้นเพื่อให้เด็กเข้าใจ เนื่องจากเหตุการณ์หรือความเป็นมาของวันมาฆบูชาเป็นเรื่องนามธรรมทำให้เด็กๆเข้าใจได้ไม่มาก ครูจะนำสาระที่เกี่ยวข้องมาอบรมสั่งสอนสร้างคุณธรรมให้เกิดในใจของเด็กเพื่อนำไปสู่การทำดี

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องวันมาฆบูชาให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องวันมาฆบูชาให้ลูกที่บ้านได้ ดังนี้

  • พ่อแม่จัดโต๊ะหมู่ที่บ้านบูชาพระพุทธเจ้า ให้ลูกมีส่วนร่วมในการจัดแต่งโต๊ะหมู่ เช่น ส่งดอกไม้ปักแจกันในขณะที่จัดโต๊ะหมู่ เป็นโอกาสดีที่พ่อแม่แสดงกิริยามารยาทของชาวพุทธที่พึงกระทำ แสดงถึงการยกย่องบูชาพระพุทธเจ้าตั้งแต่การแสดงกิริยานอบน้อมต่อพระพุทธรูปที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนพระพุทธเจ้า
  • ช่วงเช้าตรู่ของวันมาฆบูชาเป็นเวลาที่ชาวพุทธจะตักบาตรอาหารคาวหวานถวายเป็น ภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในปัจจุบันการทำบุญตักบาตรในวันสำคัญทางศาสนาเช่นนี้ ทุกจังหวัดจะจัดสถานที่ให้ประชาชนมาร่วมทำบุญตักบาตรด้วยกันและนิมนต์พระสงฆ์มารับบิณฑบาตจากประชาชน การตักบาตรลักษณะเช่นนี้มักจะเตรียมอาหาร ข้าวสาร ของแห้งตักบาตรเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากวัดนำไปจัดเก็บและทำเป็นอาหารสดถวายแด่พระสงฆ์ในวันต่อไป กิจกรรมนี้พ่อแม่ให้ลูกช่วยจัดเตรียมอาหารคาวหวานดอกไม้ธูปเทียน ตั้งแต่การไปร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ซื้อธูปเทียน เครื่องอัฐบริขารที่ชาวพุทธตั้งใจจัดเป็นเครื่องสังฆทานถวายพระสงฆ์ก็ย่อมจัดได้ (เราอาจจะไปในห้างสรรพสินค้าจะมีแผนกขายเครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์ เด็กจะได้เห็นสินค้าเหล่านี้ พ่อแม่แนะนำได้ว่าสิ่งของแต่ละอย่างชื่ออะไร ได้แก่ ธูปเทียน จีวรฯ เมื่อได้สิ่งของมาแล้วให้ลูกช่วยจัดเตรียม งานง่ายๆสำหรับเด็กคือ ส่งสิ่งของเครื่องใช้ ของกินที่เป็นอาหารแห้ง ได้แก่ ข้าวสาร ปลากระป๋องแห้ง น้ำตาล เกลือฯ บรรจุใส่ถุง ผูกแล้วใส่ตะกร้าหรือภาชนะพร้อมที่จะนำไปตักบาตรในวันรุ่งขึ้นตรงกับเช้าของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
  • วันสำคัญทางศาสนาชาวพุทธจะเรียกว่าเป็นวันพระใหญ่ และวันมาฆบูชาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่ชาวพุทธจะกำหนดให้ไปวัด มักจะเป็นเวลาบ่ายเพื่อสวดมนต์ฟังธรรมจากการเทศน์ของพระสงฆ์ แต่หากจะอยู่บ้านก็จัดกิจกรรมสวดมนต์ สอนเด็กเล็กๆให้สวดมนต์บทสั้นๆและให้รู้ความหมายของบทสวดมนต์ด้วยจะดีอย่างยิ่ง

    อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ พูดว่า “กราบพระพุทธ” (กราบ 1 ครั้ง)

    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ พูดว่า “กราบพระธรรม” (กราบ 1 ครั้ง)

    สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ พูดว่า “กราบพระสงฆ์” (กราบ 1 ครั้ง)

  • ในเวลากลางคืนของวันเพ็ญเดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ชาวพุทธจะนำดอกไม้ ธูปเทียนไปที่วัดเพื่อร่วมพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถพร้อมกับพระภิกษุ โดยจะมีเจ้าอาวาสเป็นผู้นำเดินเวียนเทียนจากขวามือรอบพระอุโบสถไปทางซ้ายมือ 3 รอบ ระหว่างที่เดินให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสงฆ์คุณ เมื่อเดินครบ 3 รอบแล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชายังสถานที่ที่วัดกำหนด การที่เด็กได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมเวียนเทียนกับพ่อแม่และคนในชุมชนเป็นการสอนให้เด็กเห็นการปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมในสังคมของชาวพุทธ เด็กจะได้เห็นแบบอย่างและนำไปปฏิบัติสืบทอดต่อไป
  • เรื่องราวที่มาของวันมาฆะบูชาหรือพุทธประวัติ เป็นเรื่องที่น่าเล่าให้เด็กฟังแต่ควรหาภาพประกอบสวยงาม บางวัดจะมีภาพเขียนฝาผนัง พ่อแม่นำลูกไปที่วัดและเล่าเรื่องสั้นๆเหมาะตามวัยของเด็ก เช่น ที่ “วัดพระศรีรัตนศาสดารามกรุงเทพมหานคร” “วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร"หรือชื่อเดิมว่า "วัดทอง" เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือในท้องถิ่นต่างจังหวัดมีหลายที่ที่น่าสนใจ เช่น “วัดคงคาราม” ต.คลองตาคต อ.โพธาราม ราชบุรี
  • พ่อแม่เล่าเรื่องราวที่มาของวันมาฆบูชา ควรใช้หนังสือประกอบภาพสวยงามจูงใจให้เด็กติดตามเรื่องราวด้วย อาจจะเป็นภาพการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชาที่ชุมชนจัด เช่น การแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็น การแห่ผ้าผืนยาวที่เขียนประวัติของพระพุทธองค์ตลอดผืนเรียกว่า “ผ้าพระบฏ” นำไปห่มโอบล้อมองค์พระบรมเจดีย์ที่วัดพระมหาธาตุวรวิหาร เพื่อเป็นการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประเพณีที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียงปฏิบัติในวันมาฆบูชาสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน
  • พ่อแม่ทำปฏิทินวันสำคัญทางศาสนาพุทธให้ลูกได้สังเกตว่าถึงวันสำคัญเพื่อจะได้ปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณี วันมาฆบูชาเป็นวันหนึ่งที่กำหนดไว้ในปฏิทินที่ทำเฉพาะ ซึ่งกำหนดนับตามจันทรคติคือ เป็นวันเพ็ญเดือน 3 แต่หากปีใดมีเดือน 8 จำนวน 2 ครั้งเรียกว่า “ปีอธิกมาส” จะเลื่อนไปทำบุญในวันเพ็ญเดือน 4 แทน ในที่นี้แนะนำให้พ่อแม่ทำปฏิทินด้วยการติดภาพพระพุทธรูปในช่องตารางวันสำคัญนั้นๆ พร้อมทั้งเขียนวันที่ เดือนและชื่อวัน เช่น วันที่ 4 มีนาคม วันมาฆบูชา
  • ในวันมาฆบูชาจะเป็นวันเพ็ญเดือน 3 เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง เป็นโอกาสที่ดีที่พ่อแม่จะให้ลูกได้ดูดวงจันทร์ พ่อแม่แนะนำให้ลูกดูรูปร่างของดวงจันทร์มีลักษณะกลม สีเหลือง แสงจันทร์สีเหลืองอ่อนๆ สีของท้องฟ้า (ระบุตามที่เห็น) และสังเกตเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นเมื่อคืนเดือนมืด เช่น รูปร่างของดวงจันทร์ สีของท้องฟ้า

พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ลูกมีความรู้และความเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับวันมาฆบูชา ด้วยการปฏิบัติตนตามประเพณีและวัฒนธรรมของชาวพุทธที่พึงทำดีตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้ลูกเห็นถือเป็นแบบอย่างที่ดี

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ในวันสำคัญทางศาสนาพุทธ เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา ฯ ชาวพุทธจะจัดดอกไม้ ธูปเทียนเป็นเครื่องสักการะบูชาไปที่วัดในเวลาพระจันทร์ส่องสว่างบนท้องฟ้า หลังฟังธรรมจากพระภิกษุสงฆ์แล้วจะเดินเวียนเทียนคือ เดินเวียนรอบอุโบสถวิหารโดยเวียนไปทางขวาเรียกว่า ทักษิณาวรรต เพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยด้วยจิตที่ตั้งสงบพร้อมสวดระลึกถึงพุทธคุณด้วยการสวดอิติปิโส ระลึกถึงพระธรรมด้วยการสวดสาวกขาโต และระลึกถึงพระสังฆคุณด้วยการสวดสุปะฏิปันโน จนกว่าจะเวียนครบ 3 รอบ

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ:เอดิสัน เพรส โปรดักส์.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. ชาคร รุจิระชาครและพุทธชาด คงลายทอง. (2550). เด็กเลี้ยงแกะ. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์ปั้นฝัน.
  4. ธรรมนันท์ บัวจันทร์ ( 2557 ). คู่มือชาวพุทธ:เกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : สำนักพระพุทธศาสนา .
  5. สมชัย ใจดีและยรรยง ศรีวิริยาภรณ์. (2549). ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร:สำนกพิมพ์วัฒนาพานิช.
  6. สัญญา สัจจานนท์. (2543). อีสป. กรุงเทพฯ:ทฤษฎีการพิมพ์.
  7. ศศธร สุวรรณดิษฐากุล. (2555.). นวัตกรรมการจัดประสบการณ์เด็กปฐมวัย:หน่วยการเรียนรู้วันสำคัญ. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์ บุ๊คพอยท์วิชาการ.
  8. ศึกษาธิการ,กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร:คุรุสภาลาดพร้าว.
  9. อำไพ สุจริตกุล. (2547). จิตรกรรมพุทธประวัติในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม. กรุงเทพฯ:สำนักพระราชวัง.
  10. วัดคงคาราม ราชบุรี. www.เที่ยวราชบุรี.com/. [ค้นคว้าเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2558].
  11. วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร:วัดที่มีภาพจิตรกรรมไทยบนฝาผนัง. www.oknation.net/blog/supawan/2012/07/09/entry-1. [ค้นคว้าเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul