หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องวันลอยกระทง (Teaching children about Loy Krathong)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องวันลอยกระทง

การสอนลูกเรื่องวันลอยกระทง (Teaching children about Loy Krathong) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้เกี่ยวกับวันที่ปฏิบัติตามประเพณีที่กำหนดไว้ในวันเพ็ญเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติไทย ในวันนี้ผู้คนจะทำกระทงที่ประดิษฐ์อย่างสวยงามพร้อมดอกไม้ธูปเทียน นำไปลอยที่แม่น้ำเพื่อบูชาแม่น้ำที่ให้น้ำเลี้ยงชีวิตมาตลอดปี และขอขมาแม่น้ำที่บางครั้งอาจจะนำสิ่งสกปรกทิ้งลงแม่น้ำ ทั้งนี้ สังคมที่มีอารยธรรมจะมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่คนในสังคมได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา จุดมุ่งหมายของการมีประเพณีคือ การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และคนกับสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นปกติสุข การสร้างสรรค์ประเพณีของคนจะเกิดจากการทำกิจกรรมที่ปฏิบัติสืบต่อๆ กันมาจนเป็นเอกลักษณ์ และมีความสำคัญต่อสังคม สิ่งที่มีอิทธิพลต่อประเพณีคือ สิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีแบบปฏิบัติที่หลากหลายเข้ามาผสมผสานในการดำเนินชีวิต ประเพณีจึงเป็นวิถีของการดำเนินชีวิตของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือศาสนา สังคมไทยจะได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ เราจึงเห็นการปฏิบัติตนของคนในสังคมไทยในประเพณีต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้คนปฏิบัติตนเป็นคนดีตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาผ่านกิจกรรมต่างๆ ประเพณีลอยกระทงก็เช่นกัน กิจกรรมลอยกระทงมีสาระที่น่าสนใจเหมาะที่จะจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

การสอนเรื่องวันลอยกระทงสำคัญอย่างไร?

  • วันลอยกระทงเป็นวันที่สังคมไทยได้กำหนดให้เป็นวันสำคัญที่จะปฏิบัติตามประเพณีคือ การขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำ เนื่องจากสังคมไทยเราได้เลือกที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน และการเดินทางทางน้ำเป็นส่วนมาก ดังนั้นในรอบ 1 ปี จึงกำหนดเลือกวันเพ็ญ หรือวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง ในเดือนสิบสอง เป็นวันที่ปฏิบัติบูชาต่อแม่น้ำว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมาเราได้อาศัยแม่น้ำเพื่อการดำรงชีวิต จึงเป็นการปฏิบัติตนด้วยการใช้ธรรมครองชีวิต คือ การรู้จักบุญคุณต่อผู้ที่ทำให้เรามีชีวิตสบาย แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็ตาม ความกตัญญูรู้คุณจะทำให้คนนั้นๆ มีจิตใจอ่อนโยน รู้ถึงการทำดี ละความชั่ว ซึ่งเป็นผลให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเกิดสันติสุข
  • การมีประเพณีลอยกระทงเป็นการสอนความตระหนักให้เรารู้คุณค่าของแม่น้ำ และจะต้องปฏิบัติในการใช้น้ำอย่างถูกวิธี คือ ไม่ทำให้แม่น้ำสกปรก ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สอนให้รู้รักษา เมื่อเห็นคุณค่าของสิ่งใด ควรเกิดความรัก และศรัทธา หวงแหนเอาใจใส่อย่างดี ดังนั้น การสอนเรื่องประเพณีลอยกระทงจึงเป็นการสอนให้ลูกหลานรู้จักรักษาขนบธรรมเนียมของไทยไว้ มิให้สูญหายไปกับกาลเวลา
  • ประเพณีลอยกระทงในบางท้องถิ่นจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เด็กๆ ควรรู้ความเป็นมาของการปฏิบัติสืบต่อมาว่ามีความเป็นมาอย่างไร แม้จะเป็นการสอนเด็กปฐมวัยก็จำเป็นต้องบอกเล่าให้รู้ เพียงแต่ใช้วิธีการบอกเล่าด้วยภาษาง่ายๆ เรื่องย่อๆ สำหรับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประวัติพระพุทธองค์คือ ในวันเพ็ญเดือนสิบสองนั้น พระพุทธเจ้าได้ไปแสดงธรรมที่นาคพิภพ และประทับรอยพระพุทธบาทไว้ที่รอบแม่น้ำนัมมทานที จึงมีการลอยกระทงบูชาพระพุทธเจ้าด้วยเหตุนี้ ส่วนทางภาคเหนือ มีทั้งการลอยกระทง และลอยโคมขึ้นไปบนท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเขี้ยวแก้วของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งบรรจุอยู่ในจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราจึงจุดประทีป ลอยโคม ส่งใจไปบูชาพระเขี้ยวแก้วร่วมกับพระอินทร์ที่นำหมู่เทวดาไปบูชาพระเขี้ยวแก้วเช่นกัน
  • ประเพณีลอยกระทงมีการปฏิบัติในสังคมไทย แม้จะเรียกชื่อแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นหรือแต่ละภาค ดังเช่น ภาคเหนือประเพณีลอยกระทง เรียกว่า ยี่เป็ง ซึ่งคำว่า ยี่ หมายถึง เดือนสอง เพราะชาวเหนือจะนับเดือนเร็วกว่าภาคอื่นอยู่สองเดือน ภาคอีสาน เรียกว่า เทศกาลไหลเรือไฟ จัดเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ในจังหวัดนครพนม จะนำหยวกกล้วย หรือวัสดุต่างๆ มาตกแต่งเป็นรูปพญานาค ตอนกลางคืนจะปล่อยให้ไหลไปตามลำน้ำโขงอย่างสวยงาม
  • ประเพณีลอยกระทงมีเรื่องของความรื่นเริงสนุกสนานด้วยหลังจากลอยกระทงกันแล้ว เรามีการละเล่นพื้นบ้าน การละเล่นเพลงเรือ รำวง อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่โบราณ ดังนั้นการสอนเด็กให้รู้ ให้เห็น และรู้เหตุที่เกี่ยวข้องกันของธรรมเนียมปฏิบัติ จึงเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสอง

การสอนเรื่องวันลอยกระทงมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กจะเกิดความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับความสำคัญของวันลอยกระทง ซึ่งแฝงคติธรรมความเชื่อของการทำความดีต่อสิ่งที่เรานำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน คือ แม่น้ำ หลักธรรมพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติคือความกตัญญูกตเวที ดังที่เราใช้น้ำที่มาจากแม่น้ำ น้ำจึงเป็นสิ่งมีคุณค่าหล่อเลี้ยงชีวิต หรือให้ชีวิตแก่เรา (มีข้อสังเกตว่า คำว่าแม่ จะใช้นำหน้าสิ่งต่างๆ ที่สังคมยกย่องให้เป็นผู้กำเนิด แม้แต่การให้ทางทำมาหากิน เช่น แม่ย่านาง แม่โพสพ) เมื่อแม่น้ำเป็นผู้ให้ ได้แก่ ให้อาหาร คือสัตว์น้ำจืด และพืชน้ำจืดที่เป็นอาหารของคน และสัตว์ แม่น้ำให้ที่อยู่อาศัย ทั้งสัตว์ และคนที่ใช้แม่น้ำเป็นที่จอดเรือนแพ ใช้แม่น้ำทำมาหากิน และทางสัญจรเดินทางไปมาทางน้ำ เป็นต้น คนจึงดำรงชีวิตจากการใช้แม่น้ำ การแสดงความดีต่อแม่น้ำ คือ ขอขมาหรือขอโทษที่อาจจะใช้แม่น้ำให้สกปรกไปบ้าง และช่วยกันบำรุงดูแลแม่น้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ก็เป็นหน้าที่ของคนเรา
  • เด็กจะมีโอกาสเห็นแบบอย่างของการกระทำความดีต่อผู้มีพระคุณ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิตเช่นแม่น้ำก็ตาม แต่เมื่อเราได้เป็นผู้รับประโยชน์ ก็ต้องฝึกที่จะรู้รักษา และตอบแทนในทางที่ดี (เป็นกุศโลบายของผู้รู้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทยที่จะอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่ถึงลูกหลาน จึงสร้างประเพณีที่ต้องกระทำดีต่อสิ่งที่เราใช้ร่วมกัน เช่น ประเพณีลอยกระทง เพื่อร่วมกันดูแลรักษาแม่น้ำให้สะอาด)
  • เด็กจะเป็นผู้เห็นประโยชน์ และความสำคัญของแม่น้ำ และกลวิธีของการรักษาแม่น้ำผ่านประเพณีที่คนในสังคมต้องร่วมมือปฏิบัติ
  • เด็กจะได้เรียนรู้ถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเรื่องฤดูกาลที่อยู่ในเวลาปลายฝนต้นหนาว และน้ำยังไหลหลากมาก (แม้ในแต่ละท้องถิ่นจะมีฤดูกาลแตกต่างกันไป เช่น ภาคใต้ เดือนสิบสอง เป็นฤดูฝนก็ตาม แต่เป็นเวลาที่มีน้ำมากในแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ) โดยเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสอง ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ตามปฏิทินจันทรคติไทยนั้น น้ำขึ้นเต็มตลิ่งเหมาะที่จะกำหนดให้ทำการลอยกระทงจึงเกิดเป็นประเพณีลอยกระทง
  • เด็กได้เรียนรู้การปฏิบัติตนต่อกันของคนในชุมชนผ่านประเพณีลอยกระทง ปัจจุบันคนในชุมชนจะออกจากบ้านมารวมกันในที่ริมแม่น้ำสาธารณะมาลอยกระทง ที่นั่นมีธรรมเนียมที่ดีงาม คือการอ่อนน้อม การเอื้อเฟื้อแบ่งปัน หรือมีน้ำใจต่อกัน เมื่อจะลอยกระทงริมแม่น้ำ เด็กๆ จะได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย เช่น ปู่ย่าตายายจะได้รับการยกย่องจากผู้อ่อนวัยกว่า การลอยกระทงจะแสดงความอ่อนน้อม ขอขมาแม่น้ำ กิริยาเหล่านี้แสดงความเป็นคนไทย ที่เด็กจะได้เห็น และปฏิบัติตามเพื่อสืบสานประเพณีไทย
  • เด็กได้รู้จักกระทงที่เป็นของใช้ลอยกระทงที่สร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติ (ควรสืบสานภูมิปัญญาไทยไว้) คือใบตอง หยวกกล้วย โดยนำมาประดิษฐ์อย่างสวยงาม ใส่ดอกไม้ ธูปเทียน เล็บผม เศษสตางค์ลงไป สิ่งเหล่านี้มีความหมายที่อธิบายได้ว่า หมายถึงอะไร มีเหตุผลอะไรที่ใช้วัสดุเหล่านี้ ซึ่งสัมพันธ์กับการสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย
  • ประเพณีลอยกระทงจะช่วยสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้เด็กปฐมวัยได้รู้จักวัสดุสิ่งของที่เรียกว่ากระทง ได้เห็นการกระทำดีต่อแม่น้ำที่เราใช้ประโยชน์เป็นการปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐานที่ต้องมีในชีวิตของมนุษย์ และได้เห็นเดือนเพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวงในช่วงเวลาเดียวกับสภาพน้ำที่เต็มตลิ่ง เป็นเรื่องที่ธรรมชาติเกี่ยวข้องกัน เพียงชี้แนะข้อสังเกตให้เด็กเห็น และใช้คำพูดง่ายๆ ก็ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เด็กจะเริ่มมีความรู้ และเข้าใจได้

ครูสอนลูกเรื่องวันลอยกระทงที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูมักจัดกิจกรรมเรื่องวันลอยกระทงผ่านกิจกรรมหลัก ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
    ครูเปิดเพลงที่นิยมร้องกันในวันลอยกระทง คือเพลงลอยกระทง ให้เด็กร้องตาม และเคลื่อนไหวด้วยท่ารำวงง่ายๆ (จีบนิ้วมือ หมุนข้อมือ ก้าวเท้าให้ลงจังหวะเครื่องเคาะจังหวะ เช่น ฉิ่ง ครูสาธิตการรำให้เด็กดูแล้วให้เด็กเลียนแบบก่อน แล้วปล่อยให้เด็กเคลื่อนไหวด้วยจังหวะ และท่ารำวงด้วยตนเอง)
    เพลงลอยกระทง (ผู้แต่งเพลง: ครูแก้ว อัจฉริยกุล ผู้ให้ทำนอง: ครูเอื้อ สุนทรสนาน) ความว่า วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำจะนองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงจะสุขกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กได้ฟังเรื่องเล่าความเป็นมาของวันลอยกระทง เรื่องของนางนพมาศ ด้วยสาระย่อๆ แต่เน้นความกตัญญู รู้คุณค่าของแม่น้ำ การทำหน้าที่ของตนเองต่อชุมชนที่ต้องช่วยกันรักษาทรัพยากร คือแหล่งน้ำที่มีประโยชน์ในการดำรงชีวิตของเรา วิธีการรักษาด้วยการไม่ทิ้งขยะ ปฏิกูล ของเสียลงในแม่น้ำ ส่วนประเพณีที่สืบสานกันมาคือ การนำกระทงไปลอยในแม่น้ำ เด็กจะได้รู้จัก ลักษณะของกระทง วัสดุที่นำมาใช้ทำกระทง การใช้วัสดุธรรมชาติ เพื่อให้ย่อยสลายง่าย การสอนเรื่องนี้ครูสอนตั้งแต่วัยนี้เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง สอนเรื่องการระวังตนมิให้เกิดอันตรายจากการลงไปริมแม่น้ำ การไม่ใช้วัตถุ ประทัด ระเบิดไฟที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กๆ ได้หัดทำกระทงจากวัสดุธรรมชาติ คือ ใบตอง หยวกกล้วย จัดธูป เทียน ดอกไม้ ให้ครบ เป็นการสอนเด็กให้นำไปใช้จริง สัมพันธ์กับกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้มา
  • กิจกรรมเสรี มุมที่มักให้เด็กเรียนรู้ เรื่องวันลอยกระทง คือ มุมการเรียนรู้ บทบาทสมมติ ครูจัดหากระทงให้เด็กได้ทดลองถือไปลอยในแม่น้ำ (สร้างสภาพโรงเรียนให้มีแม่น้ำจำลอง) มุมวิทยาศาสตร์ ทดลองการจม การลอยของกระทง มุมหนังสือ มีหนังสือภาพ เรื่องพระจันทร์วันข้างขึ้น เรื่องประเพณีลอยกระทง เรื่องต้นกล้วย และการใช้ส่วนต่างๆ ทำประโยชน์ให้เด็กอ่าน มุมดนตรี/เพลงมีเครื่องบันทึกเสียง และเพลงลอยกระทงให้เด็กร้อง และรำวงอีกครั้งหลังจากฝึกร้องในกิจกรรมเสริมประสบการณ์แล้ว
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมลอยกระทง มีกติกาง่ายๆ ดังนี้ สมมติเด็กทุกคนเป็นกระทงจะต้องลอยไปตามสายน้ำ โดยให้เด็กเดินไปรอบสนาม ขณะที่ครูเปิดเพลงลอยกระทง แต่เมื่อครูปิดเพลง อาจจะเป็นตอนใดตอนหนึ่งของเพลง เด็กจะต้องวิ่งไปที่ธงซึ่งครูปักไว้ มีระยะทางห่างจากบริเวณสนามที่เด็กเดิน ประมาณ 80 เมตร เมื่อถึงปลายทางให้ทุกคนตบมือร้องไชโย
  • เกมการศึกษา เล่นจับคู่ภาพของกระทงกับภาพของวัสดุที่ใช้ประกอบกระทง เกมจับคู่ภาพกับคำ ด้วยคำศัพท์ ได้แก่ กระทง รำวง แม่น้ำ ประทัด โคมลอย ฯลฯ เล่นเกมต่อภาพตัดต่อ เช่น ภาพนางนพมาศ ภาพคนลอยกระทง ภาพเรือไหลไฟ เป็นต้น

จึงจะกล่าวสรุปได้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ลอยกระทงผ่านกิจกรรมหลักทั้งหก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 นี้ เด็กจะได้รับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องวันลอยกระทงได้อย่างไร?

  • พ่อแม่ชวนลูกคุยเรื่องวันลอยกระทงพร้อมเล่าที่มาของประเพณีลอยกระทงว่ามีมาแต่โบราณ
  • ให้ลูกดูดวงจันทร์เต็มดวงในวันเพ็ญเดือนสิบสอง สังเกตการขึ้นของดวงจันทร์ อยู่ด้านทิศใดของบ้าน เอ่ยชื่อทิศ ให้ลูกฟัง เพื่อความคุ้นเคย
  • พ่อแม่สอนลูกร้องเพลงลอยกระทง ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ประกอบการรำวง ปัจจุบันประเพณีวันลอยกระทงของไทยแพร่หลายไปทั่วโลก จึงมีผู้นำเพลงลอยกระทงไปใส่เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้น เป็นการดีหากพ่อแม่สอนให้ลูกร้อง ส่งผลให้ความสามารถด้านภาษาของลูกพัฒนาดียิ่งขึ้น เนื้อร้องดังนี้
  • November full moon shine Loy Krathong Loy Krathong
    And the water is high In the gold river and the Klong
    Loy Krathong Loy Krathong Loy Krathong is here And everybody’s full of cheer
    We’re together at the Klong Each one floats his Krathong
    In the river and we pray We can see a better day
  • พ่อแม่สอนลูกรำวงประกอบเพลงลอยกระทงด้วยท่ารำวงมาตรฐานง่ายๆ เลียนแบบพ่อแม่ รำวงกันในครอบครัวเพื่อความสนุกสนาน ให้ลูกได้ฝึกฟังเพลง ร้องเพลงที่นิยมใช้ร้องกันในวันลอยกระทง และได้เล่นสนุกกับพ่อแม่
  • พ่อแม่ชวนลูกทำกระทงเพื่อใช้ลอยในวันลอยกระทง ปัจจุบันจึงมีการรณรงค์ให้กลับมาใช้วัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุที่ง่ายต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์ในแม่น้ำ เช่น ขนมปังแป้งโด ใบตอง หยวกกล้วย หลีกเลี่ยงการซื้อวัสดุประเภทย่อยสลายยาก เช่น โฟม พลาสติก เป็นต้น พร้อมพูดแนะนำ สร้างทัศนคติที่ดีต่อการดูแลแม่น้ำลำคลองให้ลูกได้ยิน การสำนึกถึงบุญคุณของแม่น้ำ การตระหนักถึงคุณค่าของแม่น้ำ และพ่อแม่ต้องปฏิบัติตามคำสอนของตนด้วย
  • นำลูกเดินเที่ยวงาน และดูกิจกรรมภายในงานวันลอยกระทง มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง หรือการแสดงแบบอื่นๆ ซึ่งพ่อแม่สามารถพาลูกเดินชมงาน และแนะนำเกี่ยวกับประเพณีนี้ได้
  • นำลูกสวดมนต์ ไหว้พระ เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ให้ลูกช่วยจัดเครื่องพุทธบูชาที่โต๊ะหมู่บูชา เช่น จัดแจกันดอกไม้ การเช็ดโต๊ะหมู่บูชา บริเวณที่นั่งสวดมนต์
  • ดูแลและแนะนำลูกให้ระวังตัวระหว่างทำกิจกรรมในวันลอยกระทง ได้แก่ การตกน้ำหรือจมน้ำได้ การเล่นประทัด การจุดพลุไฟ ไม่ควรกระทำ เพราะอันตราย การเที่ยว และพลัดหลงจากพ่อแม่ ให้ลูกมีบัตรบันทึกข้อมูลชื่อตนเอง พ่อแม่ เบอร์โทรศัพท์ไว้ และควรให้ลูกอยู่ในสายตาขณะที่เที่ยว พ่อแม่ไม่ควรเพลิดเพลินกับการการดูสิ่งบันเทิงจนหลงลืมลูกของตน เพราะมีมิจฉาชีพคอยจ้องลักขโมยเด็กในวันประเพณีและในงานประจำปีเสมอ

กิจกรรมดังกล่าวครอบครัวมีบทบาทส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีที่ดีของสังคมไทยผ่านการปฏิบัติจริงในวันที่กำหนดของประเพณี ทั้งที่เด็กปฏิบัติเองโดยตรง และให้เด็กมีส่วนร่วม เน้นให้เด็กได้รับการส่งเสริมสิ่งที่เป็นแก่นของประเพณี คือการปฏิบัติตนเป็นคนดี

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • การนับเดือนแบบไทย
    เริ่มต้นนับเดือนธันวาคมเป็นเดือน 1 เรียกว่า เดือนอ้าย มกราคมเป็นเดือนที่ 2 เรียกว่า เดือนยี่ กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่ 3 มีนาคมเป็นเดือนที่ 4 เมษายนเป็นเดือนที่ 5 พฤษภาคมเป็นเดือนที่ 6 มิถุนายนเป็นเดือนที่ 7 กรกฎาคมเป็นเดือนที่ 8 สิงหาคมเป็นเดือนที่ 9 กันยายนเป็นเดือนที่ 10 ตุลาคมเป็นเดือนที่ 11 และพฤศจิกายนเป็นเดือนที่ 12
  • การสังเกตดวงจันทร์ในวันเพ็ญ ในขณะที่เด็กอยู่ที่โรงเรียนเป็นเวลากลางวันไม่มีโอกาสเห็นดวงจันทร์ ดังนั้น การประสานงานกับพ่อแม่เป็นเรื่องที่ครูควรทำ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องราวในท้องฟ้า ซึ่งมีดวงจันทร์ในยามค่ำคืน และในชุมชนมีแม่น้ำให้พ่อแม่ได้นำเด็กไปสังเกตการขึ้นลงของแม่น้ำ ที่น้ำจะเริ่มทรงตัว (หมายถึงน้ำไม่ขึ้น ไม่ลง ในเดือนสิบสอง) และเต็มตลิ่ง การอ่านปฏิทินรู้ชื่อเดือน และสังเกตสัญลักษณ์ที่ปรากฏในปฏิทิน อ่านได้ว่า วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปฏิทินที่มีภาพดวงจันทร์ประกอบด้วย

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. บันเทิง พาพิจิตร. (2532). ประเพณี วัฒนธรรมไทย และ คติความเชื่อ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
  3. สมชัย ใจดี, ยรรยง ศรีวิริยาภรณ์. (2549). ประเพณีและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช.
  4. สมบัติ จำปาเงิน. (2544). ประเพณีวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
  5. สุพัตรา สุภาพ. (2531). สังคมและวัฒนธรรมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
  6. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. อคิน รพีพัฒน์ (2551). วัฒนธรรมคือความหมาย. กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์
  8. ความหมายและประวัติของวันลอยกระทง . สืบค้นจาก http://www.watthaidhammaram.be/Waterloo/thArticle/Entries/2012/2/22_khwam_hmay
    _la_prawati_khxng_wanlxy_krathng.html.
    [ค้นคว้าเมื่อ 5 ตุลาคม 2557 ].
  9. ที่มา เพลง ลอยกระทง วันเพ็ญเดือนสิบสอง. สืบค้นจาก http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=bloggab&date=22-11-2012&group=5&gblog=8. [ค้นคว้าเมื่อ 6 ตุลาคม 2557].
  10. Children of the Mekong. (2013). Loy Krathong, Thailand – Festival of Lights. March 15, 2013. สืบค้นจาก http://socialearth.org/loy-krathong-thailand-festival-of-lights. [ค้นคว้าเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2559].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน