หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องวันสงกรานต์ (Songkran)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

วันสงกรานต์หมายถึง วันขึ้นปีใหม่เดิมของประเทศไทยที่กำหนดไว้ในวันที่ 13 -15 เมษายนของทุกปี จัดเป็นประเพณีที่ดีงามของชาวไทย เรียกกันโดยทั่วไปว่า ประเพณีสงกรานต์ หรือเทศกาลสงกรานต์บ้าง อีกทั้งยังถือเป็นวันครอบครัว ซึ่งเป็นวันที่ราชการกำหนดให้หน่วยงานทุกแห่งหยุดทำงานตรงกับช่วงเวลาวันสงกรานต์ คือ วันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ไปอยู่กับครอบครัว และทำบุญร่วมกันในเทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์เป็นประเพณีไทยที่แสดงออกถึงความเป็นไทยอีกประเพณีหนึ่ง เพราะ เป็นประเพณีที่แสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่และบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว สะท้อนถึงความผูกพันของครอบครัว และมีความสนุกสนานที่ใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของคน ทำให้เกิดความชุ่มชื่นลดความร้อนจากอากาศในฤดูร้อน ประเพณีไทยที่งดงามและสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ควรได้อนุรักษ์ให้ลูกหลานได้เรียนรู้ด้วยความเข้าใจถึงความเป็นมาและสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างถูกต้อง

วันสงกรานต์มีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร?

สงกรานต์เป็นวันปีใหม่ไทยมาแต่ดั้งเดิม ได้จากการกำหนดเวลาที่คำนวณทางดาราศาสตร์ในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปีในประเทศไทย เพราะการเคลื่อนย้ายของดวงอาทิตย์มาประทับในจักรราศี สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึงการเคลื่อนย้ายชาวไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงปฏิบัติเป็นประเพณีปีใหม่ในเดือน 5 เรียกว่า ตรุษสงกรานต์ ตรุษ เป็นภาษาทมิฬ หมายถึง วันสิ้นปี แต่เดิมนับวันปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป แต่ปัจจุบันกำหนดให้วันที่ 13-15 เมษายน

พิธีสงกรานต์หรือวันปีใหม่ของประเทศไทยที่ปฏิบัติเป็นประเพณีที่ดีงามสืบต่อมาคือ การรดน้ำให้แก่กัน แสดงถึงทัศนคติหรือความเชื่อว่า น้ำเป็นของเย็น แก้กันกับฤดูร้อน ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ จึงใช้น้ำรดให้ความชุ่มชื่นแก่กัน สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ให้ชีวิตดีมีความสุขตั้งแต่วันปีใหม่ เหมือนเริ่มชีวิตใหม่ และตักบาตรทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา แผ่ส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการรำลึกถึงพระคุณท่านและเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที

ปัจจุบันประเพณีสงกรานต์ยังคงปฏิบัติกันอยู่ และรัฐบาลประกาศให้ช่วงวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปีเป็นวันครอบครัว ทั้ง นี้เพราะสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก คนต่างจังหวัดเกือบทั่วประเทศมาทำงานในกรุงเทพและเขตปริมณฑลกันจำนวนมาก เพราะสภาพการทำงานทางอุตสาหกรรมมากกว่าเกษตรกรรม ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมจะตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทยเสียส่วนมาก โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของไทย และจังหวัดใกล้เคียงหรือเขตปริมณฑล ดังนั้นช่วงสงกรานต์ หรือวันครอบครัว จึงเป็นวันหยุดงานทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้มีกิจกรรมสงกรานต์ร่วมกัน

สงกรานต์ที่ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพราะการประชาสัมพันธ์เชิงการท่องเที่ยว จุดเน้นอยู่ที่การรดน้ำให้แก่กัน แต่การกระทำที่ผิดๆ เพราะเข้าใจผิด มุ่งไปในเรื่องสนุกสนาน จึงเป็นการสาดน้ำใส่กัน และใช้สิ่งของที่ไม่เหมาะสม เช่น โคลน น้ำแข็ง สี นำมาสาดและป้ายกันจนสกปรกและบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำและผิดกฎหมายที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนได้รับอันตราย นอกจากนี้ การที่ผู้คนต้องเดินทางกลับครอบครัวต่างจังหวัดพร้อมกันในวันหยุดช่วงสงกรานต์ ทำให้การจราจรติดขัด รถประจำทางมีไม่เพียงพอที่จะบริการให้แก่คนจำนวนมาก การสัญจรบนท้องถนนที่เร่งรีบ เพราะคนขับดื่มสุรา ขาดสติ และขาดการพักผ่อน จึงเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในปีหนึ่งๆมีคนตายและพิการจำนวนมาก จนรัฐบาลต้องกำ หนดเป็นกฎรักษาความปลอดภัย และขอความร่วมมือจับและปรับผู้ที่ขับรถและดื่มสุราด้วยโทษหนัก

วันสงกรานต์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

ประเพณีสงกรานต์มีการปฏิบัติด้วยกิริยาที่ดีงาม มีคติหรือความเชื่อว่าในวันปีใหม่ชีวิตที่มีความสุข การสรงน้ำพระพุทธรูปและใช้น้ำซึ่งเป็นของเย็นรดให้แก่กัน เป็นการให้ความเย็นดับความร้อนจากฤดูกาล ก็เป็นการให้สิ่งดีๆ การรับพรจากผู้ใหญ่ก็เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และการที่เป็นผู้กตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษคือ ผู้ที่พบแต่ความสุขความเจริญ มีการทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา และมีการเล่นสนุกสนานกันในชุมชน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ การกระทำดังกล่าวเกิดประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กได้แสดงความรักและความผูกพันต่อครอบครัว ลูกหลานมารดน้ำขอพรจากพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เป็นกิริยาอ่อนน้อม และให้เกียรติผู้ใหญ่
  • เด็กได้เห็นความผูกพันและความสามัคคีของคนในชุมชน มีการพบปะชุมชนที่วัด ที่สาธารณะของชุมชน เพื่อเล่นรดน้ำสงกรานต์ เล่นและชมการละเล่นที่สนุกสนาน
  • เด็กได้เห็นแบบแผนที่ดีงามของสังคมในวันปีใหม่หรือวันสงกรานต์ มีการทำความสะอาดบ้านเรือน วัดวาอารามและสถานที่สาธารณะต่างๆ การอาบน้ำชำระร่างกาย และสวมเสื้อผ้าใหม่ใส่ในวันสงกรานต์
  • เด็กได้ปฏิบัติตนตามคำสอนทางศาสนา เช่น การมีศีลธรรม ด้วยการทำบุญทำทาน ปล่อยนกปล่อยปลา ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ เป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและการปฏิบัติตนให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิต
  • การปฏิบัติดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก หากเด็กได้เห็นการกระทำตัวอย่างที่ดีงามจากผู้ใหญ่ ประเพณีเป็นเรื่องที่กระทำสืบต่อๆกันมา เด็กคือผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าซึ่งเขาจะเป็นผู้สืบทอดประเพณีจากผู้ใหญ่ ด้วยการเรียนรู้ที่ต้องปฏิบัติจริงอย่างเข้าใจ ผู้ใหญ่จะต้องทำดีให้เด็กเห็น และอบรมสิ่งที่ถูกที่ควรปฏิบัติให้เด็กเข้าใจ

ครูจัดกิจกรรมให้ลูกวันสงกรานต์ที่โรงเรียนอย่างไร?

เนื่องจาก วันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยตรงกับวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี จึงเป็นเวลาที่โรงเรียนทั่วประเทศปิดภาคเรียนและรัฐบาลกำหนดให้วันนี้เป็นวันครอบครัว จึงหยุดการทำงานทั่วประเทศ สนับสนุนให้ครอบครัวทำกิจกรรมร่วมกัน ดัง นั้น การจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ให้ลูกที่โรงเรียนจึงต้องจัดในสถานการณ์จำลองก่อนล่วงหน้าที่เด็กจะปิดเทอม โดยครูมักเลือกรูปแบบการสอนที่เหมาะสม ดังนี้
  1. ครูจัดการสอนในรูปแบบการสอนแบบโครงการ (Project Approach) การสอนแบบโครงการจะสนับสนุนให้เด็กเป็นผู้วางแผนคิดค้น และทำงานด้วยกระบวนการกลุ่ม ครูจะอำนวยความสะดวก และจัดหาแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็ก พ่อแม่และชุม ชนจะมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก ครูดำเนินการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการตามลักษณะของนวัต กรรมการสอน มี 4 ระยะ ดังนี้ เริ่มจากระยะที่ 1 เมื่อเด็กเริ่มเสนอเรื่องสนใจจะเรียนรู้คือ เรื่องวันสงกรานต์ การเสนอเรื่องนี้อาจจะต่อยอดมาจากวันปีใหม่สากลคือวันที่ 1 มกราคม ว่าประเทศไทยเรามีวันปีใหม่มาตั้งแต่ดั้งเดิมนานมากแล้ว และปัจจุบันเรากำหนดวันที่ 13 -15เมษายนเป็นวันปีใหม่ไทยเรียกว่า วันสงกรานต์ ระยะที่ 2 ระยะวางแผนโครงการ นักเรียนจะร่วมกันแสดงความต้องการเรียนรู้เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับวันสงกรานต์ เช่น ความเป็นมาของสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์มีกิจกรรมอะไร ทำอย่างไร และเด็กๆจะรู้เรื่องนี้ด้วยวิธีการใด เช่น ไปถามผู้ ใหญ่ ไปอ่านเรื่องจากหนังสือ ดูเทปบันทึกภาพ จะใช้เวลาศึกษาแต่ละเรื่องเท่าไหร่ ระยะที่ 3 ดำเนินโครงการ เด็กจะศึกษาตามแผนที่วางไว้ เน้นการศึกษาที่เด็กได้ปฏิบัติการด้วยตนเอง เช่น การสืบค้นหาคำตอบเรื่อง ประวัติความเป็นมาของสงกรานต์ จากการซักถามผู้ใหญ่ ดูเทปบันทึกภาพหรืออ่านหนังสือเรื่อง การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ การรดน้ำเพื่อนๆในวันสงกรานต์ การละเล่นสนุกในวันสงกรานต์ เช่น เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้า เป็นต้น การปฏิบัติเช่นนี้เพื่อให้เด็กได้รับข้อมูลใหม่จากประสบการณ์ตรงหรือจากแหล่งข้อมูลตรงหรือแหล่งข้อ มูลรอง ระยะที่ 4 สรุปโครงการ ครูและเด็กร่วมวางแผนสรุปโครงการ เป็นขั้นตอนการประเมินโครงการ ทบทวนการปฏิบัติ และวางแผนโครงการใหม่ วิธีการสรุปโครงการอาจจะให้เด็กจัดกิจกรรมบทบาทสมมติ จัดนิทรรศการ การเล่าเรื่อง การละ เล่นสนุก การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ การปล่อยนกปล่อยปลา การจัดสำรับอาหารข้าวแช่ ซึ่งเป็นผลงานที่เด็กได้รับมอบหมายให้ไปสืบค้น สิ่งสำคัญเด็กๆจะได้ฝึกการอภิปรายประเด็นปัญหา เรื่องวันสงกรานต์ด้วย
  2. ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสงกรานต์ในกิจกรรมหลักทั้งหก ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ตามความเหมาะสม ดังนี้
    • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระการเรียนรู้ เรื่องสงกรานต์ จะอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ที่เน้นให้เด็กได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ครอบครัว และชุมชน ให้เด็กเกิดประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม คือ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย เมื่อครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสงกรานต์ จะบูรณาการทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็กด้วย คือ ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กแสดงบทบาทสมมติหรือทำ ท่าเลียนแบบไปตักบาตร ทำบุญ สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ปล่อยนก ปล่อยปลา เด็กจะเกิดทักษะต่างๆ ดังนี้ การแสดงบทบาทสมมติ ทำให้เด็กได้ร่วมวางแผน ตัดสินใจเลือกและลงมือปฏิบัติ เป็นการเรียนรู้ทางสังคม ได้คิดขณะเลียนแบบการกระทำและเสียงต่างๆ ได้ใช้ภาษาขณะแสดงความรู้สึกด้วยคำพูด ได้ทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่สังเกตคุณสมบัติของน้ำที่สรงพระและรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ในด้านทักษะคณิตศาสตร์ที่เปรียบเทียบปริมาณของน้ำที่สรงพระ ขนาดของนกและปลา หรือจำ นวนของนกปลาที่ปล่อย รูปทรงของห่ออาหารที่ตักบาตรทำบุญ ฯลฯ
    • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมการเรียนรู้ในชั้นเรียน เช่นมุมหนังสือ ให้เด็กได้อ่านหนังสือเรื่องวันสงกรานต์
    • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กได้วาดภาพ ระบายสี เกี่ยวกับวันสงกรานต์อย่างอิสระ หรือร้อยพวงมาลัยดอกมะลิ ออกแบบลายเสื้อที่จะใช้ในวันสงกรานต์
    • กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กได้เล่นการละเล่นไทยที่นิยมเล่นในวันสงกรานต์อย่างสนุกสนาน
    • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวพื้นฐานแล้ว ให้เคลื่อนไหวประกอบเพลง วันนี้เป็นวันสงกรานต์
    • เกมการศึกษา ครูกำหนดการเล่นเกมได้หลายแบบ เช่น จับคู่ภาพกับคำ สงกรานต์สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่ นก ปลา เล่นต่อภาพกิจกรรมวันสงกรานต์เป็นต้น

การจัดกิจกรรมทั้งสองรูปแบบจะให้เกิดผลได้ตามเป้าหมายที่ดีแก่เด็กนั้น ครู ครอบครัวและชุมชนจะมีบทบาทสำคัญที่ต้องร่วมมือส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ให้ลูกอย่างไร?

ในปัจจุบันวันสงกรานต์คือวันครอบครัว การสอนให้ลูกเข้าใจเรื่องวันสงกรานต์ จึงเป็นบทบาทของพ่อแม่ผู้ปกครองและชุม ชนโดยตรง ดังนี้

  • เมื่อถึงวันสงกรานต์พ่อแม่จัดกิจกรรมของครอบครัวตามประเพณี ให้ลูกมีส่วนร่วม ได้แก่ การสรงน้ำพระ ซึ่งแต่ละชุม ชนจะมีกิจกรรมนี้เป็นส่วนกลาง ที่ผู้คนในชุมชนจะได้สรงน้ำพระร่วมกัน เช่น ที่กรุงเทพมหานครจะสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ที่สนามหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราชก็เช่นกันคือ จะสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ (องค์จำลอง) ที่สนามหน้าเมือง ซึ่งเป็นที่สาธารณะของจังหวัด ส่วนจังหวัดอื่นๆจะสรงน้ำพระคู่บ้านคู่เมืองของแต่ละจังหวัด และส่วนมากชุมชนแต่ละชุมชนจะสรงน้ำพระในท้องถิ่นของตนเองเพราะสะดวก บางครอบครัวจะสรงน้ำพระพุทธรูปประจำครอบครัวของตนเอง โดยมีน้ำลอยดอกมะลิหอมกรุ่น ทุกคนในครอบครัวจะสรงน้ำพระด้วยกริยาสุภาพนอบน้อม ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ หลังจากนั้นสมาชิกในครอบครัวจะรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ คือพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา ซึ่งส่วนมากจะเน้นที่ผู้อาวุโสสูงสุดของครอบครัวนั้น หาก ปู่ย่า ตายาย ยังมีชีวิตอยู่ก็จะเป็นบุคคลเหล่านี้ ลูกหลานทั้งหมดจะเดินทางไปที่บ้านของปู่ย่า ตายาย ผลัดกันรดน้ำผู้ใหญ่ที่มือของท่านด้วยน้ำดอกมะลิ ท่านผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พรด้วยถ้อยคำไพเราะ เช่น ขอให้ลูกมีความสุข ความเจริญ แข็งแรงสมบูรณ์ ร่ำรวยเงินทอง มีความก้าวหน้าทางการงาน เป็นต้น หลังจากนั้นสมาชิกในครอบครัวจะร่วมรับประทานอาหารกันจนอิ่ม แล้วจึงเล่นสงกรานต์ คือ นำน้ำไปรดตัวให้มีความเย็นชื่นฉ่ำ เด็กๆได้เล่นการ ละเล่นพื้นบ้าน บางชุมชนจะมีขบวนแห่นางสงกรานต์ที่แต่งตัวตามคติความเชื่อ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และญาติผู้ใหญ่ ชวนกันเล่าเรื่องตำนานสงกรานต์ หรือเรื่องนางสงกรานต์ประจำปีอย่างสั้นๆให้เหมาะแก่เด็กปฐมวัย
  • ในวันสงกรานต์ ความเชื่อของคนไทยประการหนึ่งคือ การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ เครื่องแต่งกายไทย เช่น หญิงนุ่งผ้า ถุงและใช้ผ้าลายไทย ชายมักจะนุ่งกางเกงผ้าฝ้าย สวมเสื้อหม้อห้อม แต่ในปัจจุบันมีการสร้างสรรค์ชุดแต่งกายตามสมัยนิยมคือ สวมเสื้อที่มีลวดลายดอกไม้สีสันสดใส ทั้งหญิงชาย ก่อนวันสงกรานต์ทุกครอบครัวจะเตรียมผ้าใหม่ไว้สวมใส่ในวันสง กรานต์ ดังนั้น พ่อแม่ใช้โอกาสนี้ชวนลูกไปเลือกซื้อชุดใหม่ ด้วย
  • ให้ลูกรู้จักเครื่องใช้ที่นิยมใช้ในวันสงกรานต์มาตั้งแต่ก่อน คือ ดินสอพองใช้สำหรับประหน้า หลังรดน้ำ น้ำอบไทยที่มีกลิ่นหอมใช้ผสมกับน้ำ ประพรมให้ผู้ใหญ่และรดน้ำให้แก่กัน
  • ชวนลูกทำอาหารไทยที่ใช้รับประทานฤดูร้อน คือข้าวแช่ มีข้าวแช่และกับข้าวแช่คือ ลูกกะปิทอด พริกหยวกสอดไส้ ปลายี่สก ผัดหวาน หมูสับกับปลาเค็ม และเนื้อเค็มฝอย (เด็กอาจจะมีส่วนร่วมบางประการ เช่น ไปจ่ายตลาดด้วยกัน ตักข้าว สาร ส่งเครื่องใช้ให้พ่อแม่) เมื่อปรุงเสร็จได้รับประทานร่วมกัน แต่เนื่องจากอาหารไทยข้าวแช่ เป็นอาหารที่ทำค่อนข้างยากและใช้เวลา ครอบครัวสมัยใหม่อาจหาซื้อได้จากร้านค้าที่ทำจำหน่ายในวันสงกรานต์ เด็กๆก็เรียนรู้ลักษณะข้าวแช่ได้ทาง อ้อม
  • ชวนลูกร้อยดอกมะลิใช้สวมคอในวันสงกรานต์ จะได้ประโยชน์ที่ลูกได้รู้จักดอกมะลิ (รูปร่าง กลิ่น และเหตุที่นำมาใช้ในวันสงกรานต์คือ เป็นดอกไม้หอม เลือกใช้ถวายพระและงานมงคล) และการหัดร้อยมาลัย ลูกจะได้ฝึกกล้ามเนื้อมือและการประสานสายตากับมือให้สัมพันธ์กัน
  • นำลูกไปดูงานรื่นเริงในวันสงกรานต์ ซึ่งส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดและชุมชนชนบทยังคงประเพณีนี้อยู่ ได้แก่ การละ เล่นพื้นเมือง คือ การเล่นสะบ้า การแห่ขบวนนางสงกรานต์ตามตำนาน การรำวงวันสงกรานต์ สิ่งเหล่านี้แสดงถึงภูมิปัญญาไทยที่สอดแทรกคำสอนทางธรรมไว้ด้วย
  • ให้ลูกรู้จักวันที่ 13 เมษายน จากปฏิทินประจำปี เป็นการเรียนรู้ เลข 13 ชื่อเดือนเมษายน และฤดูกาล เดือนเมษายนเป็นช่วงฤดูร้อน การสอนเช่นนี้เป็นไปแนวการสอนแบบภาษาธรรมชาติคือ สอนภาษาตามสภาพจริง
  • ให้ลูกฟังเพลงรำวงวันสงกรานต์จากโทรทัศน์ แผ่นบันทึกเสียง เป็นเพลงง่ายๆที่เด็กฟังและร้องตามได้ เนื้อหาของเพลงได้สาระเกี่ยวกับวันสงกรานต์ ผู้แต่งเพลงคือ คณะสุนทราภรณ์ ความว่า “วันนี้เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันเอย เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเอย ตอนบ่ายเราเริงกีฬา เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้ากันเอย ทำบุญทำทานสนุกสนานกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วรำวงกันเอย”

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • การสอนแบบโครงการเรื่อง วันสงกรานต์ จะต้องให้เวลาสำหรับกิจกรรมทั้ง 4 ขั้นตอน ใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยความร่วมมือระหว่างบ้าน ผู้ปกตรอง และชุมชน ครูจึงต้องประสานสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้เด็กได้รับโอกาสฝึกสืบค้นด้วยกระบวนการแก้ปัญหา ทั้งนี้เพราะวันสงกรานต์ตามสภาพจริงจะเป็นประเพณีเดือนห้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนปิดภาคเรียน การสืบค้นข้อมูลจึงต้องใช้แหล่งเรียนรู้รอง เช่น การอ่านหนังสือ การสัมภาษณ์ผู้ใหญ่ และจัดสถานการณ์จำลอง ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน
  • การสอนเรื่องวันสงกรานต์ ครูควรสอดแทรกเรื่องอุบัติเหตุที่ควรทราบให้เด็กได้เรียนรู้ด้วย ได้แก่ การไม่ใช้ประทัดจุดเพื่อความสนุกสนาน เพราะอาจจะเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือน และเกิดอันตรายบาดเจ็บที่ร่างกายตนเองและผู้อื่นได้ การสาดน้ำอย่างรุนแรงใส่ผู้อื่น การใช้ปืนพลาสติกฉีดน้ำ การใช้น้ำแข็ง น้ำสีเคมี เป็นการปฏิบัติผิดประเพณีนิยม

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ (2545). รูปแบบการเรียนการสอนปฐมวัยศึกษา. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอดิสัน เพรสโปรดักส์ จำกัด.
  2. ทิศนา แขมมณี. (2551). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์แห่งหนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  3. ศิริโรจน์ ศิริแพทย์. (2556). “ข้าวแช่ชาววัง” ยังทำเงินงามทุกฤดูร้อน. เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/article. ค้นคว้าเมื่อ 16 มีนาคม 2556
  4. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักนายกรัฐมนตรี. (2546) .พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๖. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
  6. สนุกพีเดีย. เพลงรำวงวันสงกรานต์. (มปป.). http://guru.sanook.com/pedia/topic /เพลง_รำวงวันสงกรานต์. ค้นคว้าเมื่อ 17 มีนาคม 2556
  7. วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). สงกรานต์. http://th.wikipedia/สงกรานต์. ค้นคว้าเมื่อ 16 มีนาคม 2556.
  8. วิกีพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2555). พระพุทธสิหิงค์ http://th.wikipedia.org/wiki/พระพุทธสิหิงค์. ค้นคว้าเมื่อ 17 มีนาคม 2556.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน