หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องวันเกิด (Birthday)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

วันเกิดหมายถึง วันที่เด็กเกิดหรือคลอดจากมารดาตามวันที่ในปฏิทิน เมื่อเด็กเกิดใหม่ สังคมได้สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่มีความหมายและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเด็กที่เกิดใหม่จะเจริญเติบโตแทนสมาชิกเดิมซึ่งมีอายุมากขึ้นและหมดอายุไป หรือการมีเด็กเกิดใหม่จะช่วยทดแทนจำนวนของคนเดิมที่ตายไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ การเกิดของเด็กจะได้รับการบันทึกเพื่อความจำโดยมีข้อมูลของวันที่ เดือน ปี เวลา ชื่อผู้ให้กำเนิด ครอบครัวจะยินดีที่มีเด็กเกิดใหม่ จึงแสดงความสุขและการปกป้องภัยอันตรายที่จะมีต่อเด็ก ด้วยวิธีการต่างๆซึ่งเกิดเป็นประเพณีรับขวัญเด็กเกิดใหม่ และปีต่อไปเมื่อถึงวันที่ตรงกับวันที่เด็กเกิดจะนับอายุเพิ่มขึ้นหนึ่งปี และเรียกวันนี้ว่า วันคล้ายวันเกิด แต่มักเรียกสั้นๆว่าวันเกิด การนับอายุจะเป็นเช่นนั้นตลอดชีวิต วันเกิดจึงเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่ควรสอนให้เด็กรู้และเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องของตนเองและคนอื่นๆก็มีวันเกิดเช่นกัน

การสอนเรื่องวันเกิดสำคัญอย่างไร?

วันเกิดของคนเรามีความสำคัญดังนี้คือ

  • หลังจากพ่อแม่นำหนังสือรับรองการเกิดจากสถานพยาบาลที่แม่ไปคลอด นำไปแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ของหน่วยงานราชการแล้ว พ่อแม่ของเด็กที่เกิดใหม่ทุกคนจะต้องได้รับเอกสารสำคัญคือ สูติบัตร ซึ่งหมายถึง หนังสือสำคัญที่นายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนเกิด ออกให้เป็นหลักฐานแสดงรายการคนเกิดแก่ผู้แจ้ง จากหน่วยงานของรัฐ ในสูติบัตรจะระบุวันที่เด็กเกิด เรียกว่า วันเกิด และเดือน ปีพุทธศักราช ปีนักษัตร วันทางจันทรคติ ชื่อพ่อ ชื่อแม่ นามสกุล เอกสารสูติบัตรจะเป็นหลักฐานสำคัญที่จะแสดงความมีตัวตนของเด็กภายใต้กฎหมาย เด็กจะได้รับสิทธิในฐานะเป็นพลเมืองของประเทศ
  • วันที่แด็กเกิด สังคมกำหนดเริ่มนับอายุเด็กเป็น 1 คือ 1 วัน 1 เดือน 1 ปี เมื่อถึงวันที่ที่เกิดของปีถัดไป และนับต่อไปจนสิ้นชีวิตโดยเพิ่มอายุปีละ 1ขวบ
  • คนทุกคนมีวันเกิด แต่วันเกิดแตกต่างกัน ตามวัน เวลา ปี คนจึงมีอายุแก่ อ่อน แตกต่างกัน ทำให้สังคมมีคำเรียกที่เด็กจะต้องทำความเข้าใจ และนำไปใช้ต่อไป คือผู้ที่มีอายุมากกว่า เพราะเขาเกิดก่อน เรียกว่า พี่ คนที่อายุน้อยกว่า เพราะเกิดตาม หลังมา เรียกว่า น้อง อีกทั้ง พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า อา และญาติผู้ใหญ่ เป็นคำที่เรียกผู้ที่เกิดก่อนตามฐานะต่างๆ
  • วันเกิดแสดงถึงมีผู้เกิดใหม่ ครอบครัวมีสมาชิกเพิ่มขึ้นที่จะสืบเชื้อสายและต่อตระกูลไป ขยายไปถึงสังคมหรือประ เทศชาติ วันเกิดจึงมีความหมายที่แสดงถึงความยินดี มีความสุข ที่มีคนเพิ่มขึ้น

การสอนเรื่องวันเกิดมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนให้เด็กเรื่องวันเกิด จะเกิดประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กเรียนรู้ความเป็นธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิต คือ คน พืช สัตว์ มีการกำเนิดจากพ่อแม่ คนทุกคนเกิดมาได้เพราะมีพ่อแม่ เป็นผู้ให้กำเนิด วันที่ท่านคลอดเรา เรียกว่า วันเกิดของลูก
  • เด็กจะมีอายุตามลำดับนับตั้งแต่เกิด อายุจะเพิ่มขึ้น 1 ปี เมื่อครบรอบวันที่เกิดของปีถัดไป
  • เด็กจะมีฐานะทางสังคมตามอายุของตน วันเกิดทำให้ทราบว่า เด็กอายุเท่าไหร่ มีฐานะอะไร เช่น ฐานะพี่ หรือน้อง หรือเพื่อน (จัดกลุ่มผู้เป็นเพื่อนจากผู้ที่มีอายุไล่เลี่ยกัน เรียกว่า รุ่นเดียวกัน)
  • เด็กได้สังเกตผู้คนทางสรีระ คือ รูปร่างหน้าตา สัมพันธ์กับวันที่เกิดและอายุ ผู้ที่เกิดก่อนย่อมมีหน้าตาเป็นผู้ใหญ่ ส่วนผู้ที่เกิดหลัง จะมีหน้าตาอ่อนเยาว์ หรือเรียกกันว่า เป็นเด็ก
  • เด็กจะได้เรียนรู้การปฏิบัติตนตามประเพณี ค่านิยมหรือความเชื่อเกี่ยวกับวันเกิด ที่สังคมแต่ละสังคมปฏิบัติต่อกัน จนเป็นมารยาททางสังคม เช่น มีประเพณีทำบุญตักบาตร จัดเลี้ยงฉลองวันเกิด มีขนมเค้กและตัดขนมเค้กแบ่งให้แขกที่มาร่วมฉลอง ผู้ที่มาอวยพรวันเกิดจะมีของขวัญวันเกิดให้ ร้องเพลงอวยพร ให้การ์ดอวยพร ฯลฯ
  • ในสังคมไทยนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เมื่อถึงวันวิสาขบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่พระพุทธ เจ้าประสูติ (เกิด) ตรัสรู้ (ค้นพบพระธรรม) และปรินิพาน (ตาย) ชาวพุทธจะไปทำบุญระลึกถึงพระพุทธองค์ โรงเรียนในประเทศไทยจะกำหนดให้เป็นวันหยุด 1 วัน เพราะเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ เด็กปฐมวัยจะเรียนรู้จากกิจกรรมที่ครูสอน ครูจะชี้แนะให้นักเรียนรู้เรื่องนี้ และย้ำว่าพระพุทธเจ้าก็มีวันเกิด เกิดมาแล้วก็ทำความดีคือ เป็นคนดี นอกจากนี้ วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คือ วันเกิดของสองพระองค์ เด็กจะเรียนรู้ได้จากข่าวทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และการจัดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน โรงเรียนก็จะหยุด 1 วันเช่นกัน กล่าวได้ว่า ทุกคนมีวันเกิดและมีประเพณีเกี่ยวกับวันเกิดที่สังคมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก

ครูสอนเรื่องวันเกิดให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูมักจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้เรื่องวันเกิด ดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์และสังคมศึกษา ได้จากเรื่องวันเกิด เช่น เด็กทุกคนในห้องมีวันที่เกิด เดือนที่เกิด และปีที่เกิด ครูแนะนำให้เด็กทำบันทึกที่ปฏิทิน เขียนชื่อ เช่น น้องกล้า เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 น้องกล้าเขียนชื่อตนเองที่กระดาษแถบกาวแล้วนำไปติด ตรงวันที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ ให้นักเรียนทำทุกคน นับจำนวนผู้ที่เกิดแต่ละเดือนว่ามีกี่คน เรียงลำดับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม นำมาทำสถิติว่าเดือนใดมีผู้เกิดมากที่สุด น้อยที่สุดและเท่ากัน เด็กๆจะได้เรียนรู้จำนวน มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน และรูปแบบการนำเสนอ ในด้านสังคม เด็กเรียนรู้ว่า เพื่อนชื่ออะไร เกิดเดือนอะไร และมีใครบ้างที่เกิดเดือนเดียวหรือวันที่เดียวกับเขา

    กระดาษแถบกาวสำหรับเขียนชื่อเด็ก เช่น น้องกล้าเกิดวันที่ 7 น้องกล้าเขียนชื่อตนเองแล้วนำกระดาษนี้ไปติดที่วันที่ 7

  • ครูจัดให้เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์และสังคมด้วยวิธีการล่นเกมวันเกิดของเรา ดังนี้ ครูวางกระดาษสี วันทั้งเจ็ด คือสีเหลือง ชมพู เขียว ส้ม ฟ้า ม่วง และแดง เรียงแถวหน้ากระดาษ แต่ละแผ่น ให้ห่างกัน 1 ฟุต ครูทบทวนวันเกิดของเด็กแต่ละคน ว่าใครเกิดวันอะไร (จันทร์ถึงอาทิตย์ ) จากนั้นครูสาธิตการเล่นเกมคือ เมื่อครูถามว่าใครเกิดวันจันทร์ ให้นักเรียนไปเข้าแถวตอนยืนต่อๆกันตรงกับกระดาษสีเหลือง ครูจะถามเด็กเช่นนี้จนครบวันเกิด 7 วัน เมื่อสาธิตให้ดูแล้ว ให้นักเรียนปฏิบัติจริง เมื่อเด็กยืนเรียบร้อยหมดทุกคนแล้ว ให้นักเรียนนับจำนวนคนที่เกิดแต่ละวัน ครูช่วยบันทึกจำนวนในกระดานเปรียบเทียบ ทั้ง 7 วันว่าวันใดมีผู้เกิดมากที่สุด เท่ากัน และน้อยที่สุด พร้อมทั้งสังเกตการเข้าแถวเปรียบเทียบ แถวไหนมีผู้ยืนยาวที่สุด เท่ากันและแถวสั้นที่สุด ผลจากการเล่นเกมนี้ เด็กได้ทราบว่าเพื่อนคนใดมีวันเกิดในเจ็ดวันตรงกับเขา

  • ครูและผู้ปกครองร่วมกันจัดกิจกรรมวันเกิด ในสภาพจริงที่ตรงกับวันเกิดของเด็กแต่ละคน ครูและเพื่อนแสดงความยินดีกับเด็กที่เกิดแต่ละวัน เช่น หัดเขียน ผลัดกันกล่าวคำอวยพร ร้องเพลงอวยพรวันเกิดทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
  • จัดกิจกรรมทดลองวิทยาศาสตร์ ทำขนมวันเกิด เช่น ทำขนมไทย ขนมเค้ก เด็กๆได้ทดลองและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของส่วนผสมขนม ครูจัดการสอนแบบโครงการเรื่องวันเกิด เด็กๆจะได้ร่วมมือกับเพื่อน ครู และผู้ปกครองสืบค้นความรู้เรื่องวันเกิดในประเด็นที่เขาสนใจ
  • เด็กทุกคนร่วมทำหนังสือ เรื่องวันเกิด ร่วมคิดเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวันเกิด ช่วยกันวาดภาพประกอบเรื่อง ครูจะเป็นที่ปรึก ษาและอำนวยความสะดวกให้เด็ก เด็กจะได้ฝึกฝนการใช้ภาษา เมื่อถึงวันเกิด เด็กที่เกิดวันนั้นพูดแสดงความรู้สึกของตน
  • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมเรียนรู้ เช่น จัดมุมหนังสือ โดยมีหนังสือสารานุกรมเด็กเรื่องประเพณีทำบุญวันเกิด หนังสือนิทานเรื่องวันเกิดของลูกหมี และหนังสือที่เด็กทุกคนร่วมกันทำ จัดมุมบทบาทสมมติเรื่องวันคล้ายวันเกิด ให้เด็กเล่นอิสระ เตรียมสื่ออุปกรณ์ที่จำเป็นให้เขา เช่น เครื่องครัว ชุดรับแขก ชุดแต่งกายเลียนแบบผู้ใหญ่ ฯลฯ จัดมุมดนตรี ให้เด็กได้ใช้เครื่องดนตรีแสดงบรรเลงเพลงวันเกิด
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กออกแบบการ์ดอวยพร อาจจะนำไปให้ เพื่อน พ่อแม่ คุณครู หรือญาติผู้ใหญ่ ประดิษฐ์และตกแต่งห้องด้วยสายรุ้ง ให้เป็นบรรยากาศฉลองวันเกิดของเด็กแต่ละคน หัดห่อของขวัญและผูกโบอย่างง่ายๆ หรือ จัดแต่ง หน้าขนมเค้กหลังจากเรียนรู้ส่วนผสมขนมจากการทดลองวิทยาศาสตร์แล้ว ออกแบบหยอดแป้งทำขนมคุกกี้ก่อนเข้าเตาอบ ออกแบบลายกระดาษห่อของขวัญ ทำหุ่นถุงกระดาษสำหรับเล่นกิจกรรมบทบาทสมมติเรื่องวันเกิด
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับวันเกิด ให้เด็กแสดงท่าทางตามคำบรรยาย เช่น เด็กร่าเริงสนุกสนาน จึงร้องเพลง และเต้นระบำในวันเกิด
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกม วิ่งเข้าวงวันเกิด ครูและเด็กร่วมกำหนดกติกาง่ายๆ เช่น กำหนดวงกลม 7 วง แต่ละวงเป็นวันเกิดวันในหนึ่งสัปดาห์ (จันทร์ อังคาร ....ฯลฯ ) และเด็กทุกคนจะได้รับการ์ดสีตามวันเกิด หรือหมวกสี (ตามแต่วัสดุที่มี) เมื่อครูเอ่ยว่า “วันนี้เป็นวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เมื่อครูพูดจบ เด็กที่เกิดวันจันทร์ (สังเกตการ์ดสีที่ติดไว้) จะต้องวิ่งเข้าไปอยู่ในวงกลม ถ้าทำถูกต้องจะได้รางวัล (เหรียญทองกระดาษคล้องคอ) ทำเช่นนี้จนครบวันเกิด เจ็ดวัน เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และการคิดและตัดสินใจ
  • กิจกรรมเกมการศึกษา จากสื่อเกมและวิธีเล่นแบบต่างๆ เช่น จับคู่ภาพกับเงา กล่องของขวัญ เกมโดมิโนขนมเค้ก เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องวันเกิดอย่างไร?

พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมในครอบครัวเพื่อส่งเสริมให้ลูกรู้เรื่องวันเกิดได้ เช่น ให้ลูกดูภาพครอบครัว พ่อแม่ลูก ให้ลูกเห็นความสัมพันธ์กัน ทุกคนมีผู้ให้กำเนิด หนูจึงเกิดมา วันที่หนูเกิด เรียกว่า วันเกิด บางครอบครัว มีภาพคุณแม่ตั้งครรภ์ และบัน ทึกภาพวันที่ลูกเกิดไว้ นำมาสนทนาประกอบการบอกเล่าให้ลูกรู้ความหมายของวันเกิด หรือพ่อแม่อาจเลือกทำกิจกรรมต่อ ไปนี้ตามความเหมาะสม

  • เมื่อลูกโตอย่างน้อย 4 ขวบ ให้เด็กได้เห็นสูติบัตร ที่ระบุ ชื่อลูกและวันที่ลูกเกิด เพราะเวลาที่ลูกเข้าโรงเรียน พ่อแม่ต้องเตรียมสูติบัตร แสดงอายุ วันที่ เดือน ปี ของเด็กต่อโรงเรียนตามระเบียบ ดังนั้น การให้เด็กได้เห็นเอกสารสูติบัตร เป็นการสอนเด็กเรื่องบทบาทหน้าที่ และสิทธิของพลเมืองจากชีวิตประจำวัน
  • มอบปฏิทินประจำปีให้ลูก แสดงเครื่องหมาย ในวัน เดือนที่ตรงกับวันเกิดของ พ่อ แม่ ลูก พี่ น้องและนับอายุของลูก ตามจำนวนปีที่เกิด พร้อมสอนลูกนับด้วย เมื่อถึงวันเกิดพ่อแม่ พี่ น้อง หรือญาติผู้ใหญ่ ก็ปฏิบัติเช่นกัน
  • เมื่อถึงวันเกิดของคนในครอบครัว จัดกิจกรรมที่เป็นความหมายของความสำคัญของวันเกิด เช่น ทำบุญ จัดเลี้ยง ฉลองวันเกิด นำอาหาร ของใช้ไปเลี้ยงเด็กกำพร้า เลี้ยงเพื่อนๆ ผู้ป่วย ทหารชายแดน กราบไหว้พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นการสอนให้ลูกทำความดี และปลูกฝังคุณธรรมให้ลูกว่า การเกิดมาของคนเรา คือการเป็นคนดี ด้วยการทำความดีง่ายๆที่เป็นพื้นฐานก่อนคือ การมีเมตตาต่อผู้อื่น ด้วยการรู้จักแบ่งปันสิ่งที่ตนมีและไม่เดือดร้อนให้คนอื่นได้ รู้จักกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด
  • ถ่ายรูปลูกเมื่อถึงวันเกิดแต่ละปี เก็บใส่สมุดเก็บภาพ ให้ลูกได้เห็นการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงตนเองทั้งทางร่าง กายและจิตใจของตนเอง
  • ให้ลูกบอกเล่าเรื่องวันเกิดของตนเอง พ่อ แม่ หรือพี่ น้อง หากลูกเขียนหนังสือได้ให้เขาบันทึกเรื่องราวไว้
  • วาดภาพประจำปีเกิดตาม 12 นักษัตรของไทย คือชวด(หนู) ฉลู(วัว) ขาล(เสือ) เถาะ(กระต่าย) มะโรง(งูใหญ่) มะเส็ง(งูเล็ก) มะเมีย(ม้า) มะแม(แพะ) วอก(ลิง) ระกา(ไก่ ) จอ(หมา ) กุน(หมู) เพราะในสูติบัตรของคนไทยจะระบุปีนักษัตรไว้ เด็กควรรู้เรื่องของตนเองไว้ด้วย เด็กอาจจะเป็นผู้ระบายสีภาพ ตัดภาพการ์ตูนสัตว์ฯลฯ
  • พ่อแม่แสดงความยินดีเมื่อถึงวันเกิดลูก เช่นพูดถึงความรู้สึกของพ่อแม่ว่า เมื่อหนูเกิด พ่อแม่ดีใจมาก และวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดหนูอีก พ่อแม่มีของขวัญให้หนูด้วย เป็นการแสดงถึงความรักและยินดีที่เขาเกิดมา เด็กจะได้มีความมั่นใจตน เองที่เป็นสมาชิกของครอบครัว และพัฒนาความรู้สึกที่ดีนี้ต่อไป คือ รู้สึกดีต่อคนอื่นได้ เพราะเขาเองก็ได้รับความรักจากพ่อแม่และคนรอบตัว เขาจะเป็นเด็กที่รักคนอื่นได้ แต่ขณะเดียวกัน พ่อแม่ต้องแนะนำให้ลูกทำความดีด้วย
  • ทำการ์ดอวยพรวันเกิดให้ลูก เพื่อเป็นแบบอย่างสากลที่ลูกจะนำไปใช้ในสังคมเช่น เมื่อถึงวันเกิดของเพื่อน ลูกจะทำการ์ดให้เพื่อนได้
  • ร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด หรือเพลง HAPPY BIRTH DAY ที่เป็นสากลให้ลูกฟังและลูกหัดร้อง
  • เล่านิทานเกี่ยวกับวันเกิด เช่น วันเกิดของฮิปโปเฮอร์บี้ เพื่อนๆต้องการจะทำขนมเค้กให้ฮิปโป แต่ไม่มีของที่ต้องการสักอย่าง เพื่อนจะทำอย่างไร เป็นเรื่องที่ให้ความสนุกเพลิดเพลิน เด็กได้คิดร่วมกับตัวละครไปด้วย
  • อ่านหนังสือเกี่ยวการกำเนิดให้ลูกฟัง เช่น เรื่อง มหัศจรรย์วันเกิดของหนู
  • เมื่อครอบครัวมีน้องใหม่ หรือเพื่อน ญาติมีน้องใหม่ นำลูกไปเยี่ยมพร้อมของขวัญให้น้อง เพื่อลูกได้เห็นการเกิดใหม่ ทุกคนมีวันที่เกิดบันทึกไว้ และเริ่มต้นนับอายุ
  • ลูกมีสีประจำวันเกิด เช่น วันจันทร์สีเหลือง วันอังคารสีชมพู ชวนลูกเลือกสิ่งของ เครื่องใช้ที่มีสีตรงวันเกิดตนเอง
  • ชวนลูกไปเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนของลูก ให้ญาติผู้ใหญ่

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • ครูควรมีทะเบียนประวัติของเด็กทุกคน และบันทึกวันเกิดของเด็กไว้ เพื่อนำมาจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้ทางสังคมคือ รู้จักเรื่องของตนเองและผู้อื่น
  • ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องวันเกิดของเด็ก เช่น เป็นผู้ให้ข้อมูลเด็กตามที่เด็กซักถาม
  • จุดประสงค์ของการเรียนรู้เรื่องวันเกิดคือ การให้เด็กรู้จักเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง ความสำคัญของวันเกิดที่เน้นการกระทำสิ่งที่ดีงามในวันเกิดมากกว่าการจัดฉลองใช้จ่ายซื้อของขวัญอย่างฟุ่มเฟือย
  • ครูสามารถบูรณาการการจัดกิจกรรมที่หลายหลาย ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษา เทคโนโลยีและการสื่อสารจาก เรื่องวันเกิดได้

บรรณานุกรม

  1. ณัฐวรรธ์ กิจรัตนไพศาล (2552). สร้างสุขให้ลูกรัก . แปลจาก How to Have A Happy Toddler. Carol Valinejad กรุงเทพมหานคร : สมารท์คิดส์พับลิชชิ่ง.
  2. นิตยา ประพฤติกิจ (2536). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร:กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ.
  3. นิทานวันเกิด http://www.bookdeedee.com ค้นคว้าเมื่อ 11 มีนาคม 2556.
  4. บุบผา เรืองรอง (2548 ). คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
  5. พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ (2550). จิตวิทยาครอบครัว . กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  6. พระราชบัญญัติทะบียนราษฏร์ 2551. http://thailawlearn2.blogspot.com/2012/04/22551 ค้นคว้าเมื่อ 11 มีนาคม 2556.
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546 ). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 .กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา
  8. สูติบัตร. http://th.w3dictionary.org/index.php?q ค้นคว้าเมื่อ 11 มีนาคม 2556.
  9. สูติบัตร. http://www.gotoknow.org/posts/63668 ค้นคว้าเมื่อ 11 มีนาคม 2556.
  10. วิกิพีเดีย. ปีนักษัตร th.wikipedia.org/wiki/ปีนักษัตร . ค้นคว้าเมื่อ11 มีนาคม 2556.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน