หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องวันไหว้ครู (Teaching children about Teacher venerated day)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องวันไหว้ครู

การสอนลูกเรื่องวันไหว้ครู (Teaching children about Teacher venerated day) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยมีความรู้เกี่ยวกับวันที่นักเรียนแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์ก่อนที่ท่านจะอบรมสั่งสอน โดยการนำพานดอกไม้ ธูป เทียนไปกราบ และมอบให้ครู วันไหว้ครูจะจัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ของการเปิดภาคเรียนที่ 1 ในแต่ละปีการศึกษา ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี โรงเรียนมักให้เด็กทุกคนร่วมกันจัดพานดอกไม้ธูปเทียนสำหรับมอบให้กับครูเพื่อแสดงความเคารพ ยอมรับนับถือ รำลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ ว่าท่านเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม ความรู้ เป็นผู้มีพระคุณในการอบรมสั่งสอนให้ศิษย์เป็นมีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถนำความรู้ความสามารถที่ได้รับการถ่ายทอดไปใช้การดำรงชีวิต และเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

การสอนเรื่องวันไหว้ครูสำคัญอย่างไร?

มนุษย์เกิดมาแล้วต้องได้รับการศึกษา ด้วยการฝึกฝนและเรียนรู้จากมนุษย์คนอื่น การศึกษาจะพัฒนาบุคคลทางด้านพฤติกรรม จิตใจ และสติปัญญา การพัฒนาทั้ง 3 อย่างนี้ต้องอิงอาศัยและเสริมซึ่งกันและกัน จะแยกกันไม่ได้ในกระบวนการพัฒนามนุษย์ ซึ่งจะทำให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมีปัญญา บุคคลที่ได้ชื่อว่าพัฒนามนุษย์ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ก็คือครู ครูจึงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ เพราะการศึกษาจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคน หน้าที่หลักในการพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนของไทยจึงเป็นหน้าที่ของครู หรือแม่พิมพ์ของชาติที่มีอยู่ในโรงเรียนทุกแห่ง

ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอนศิษย์ของครูนั้นนับว่าเป็นภาระหน้าที่หนักหนาสาหัสมากพอสมควร การที่จะปลูกปั้นคนๆ หนึ่งเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ให้เป็นคนที่มีวิชาความรู้ มีสติปัญญา สามารถพัฒนาตนเองให้ดำรงชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข และเป็นคนดีมีความรู้ไปพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้เป็นครูจะต้องทุ่มเทเสียสละแรงกายแรงใจไม่น้อยไปกว่าการทุ่มเทและเสียสละของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดูลูก ครูยังเป็นบุคคลที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้เพื่อให้ศิษย์สามารถนำวิชาความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตได้ดีอีกด้วย ดังนั้น การบูชาครู หรือการไหว้ครูจึงเป็นประเพณีสำคัญ ทุกสาขาอาชีพของคนไทยจะมีประเพณีการบูชาหรือไหว้ครูก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจในอาชีพนั้นๆ เช่น การไหว้ครูหนังตะลุง มโนราห์ การไหว้ครูมวย ครูโขน ละครต่างๆ การไหว้ครูจึงถือเป็นการระลึกถึงบุญคุณของครูบูรพาจารย์ที่ท่านประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้แก่เรา การไหว้ครูคือ การที่ศิษย์แสดงความเคารพ ยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจ ว่าท่านเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม ความรู้ ศิษย์ถือเป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมจึงพร้อมใจปวารณาตัวเพื่อรับการถ่ายทอดความรู้ด้วยความวิริยะอุตสาหะพากเพียร เพื่อให้บรรลุปลายทางแห่งการศึกษาตามที่ตั้งใจเอาไว้ การไหว้ครูนี้ นอกจากจะเป็นประเพณีที่ดีงามที่มีส่วนโน้มน้าวจิตใจคนให้รักษาคุณธรรมความดี และช่วยธำรงรักษาสืบสานวิทยาการให้สืบทอดต่อไปแล้ว การที่ศิษย์แสดงความเคารพนับถือครูเป็นเบื้องต้นด้วยการไหว้ครูนั้น ก็มีผลทำให้ครูเกิดความรักความเมตตาต่อศิษย์ พร้อมและเต็มใจที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ศิษย์เองก็จะเกิดความรักความผูกพัน ใกล้ชิด เกิดความมั่นใจและไว้วางใจว่าครูว่าเป็นผู้คุ้มครอง คอยดูแลอบรมสั่งสอนให้ไปสู่ทิศทางแห่งความดีงาม และความเจริญก้าวหน้า ดังนั้นบทบาทหน้าที่สำคัญของครูจึงเป็นผู้มีหน้าที่สั่งสอนให้ความรู้ทางวิชาการแก่ศิษย์ และคอยอบรมบ่มนิสัยให้ศิษย์เป็นผู้มีคุณธรรมและคุณลักษณะที่ดี ชี้ทางผิดชอบชั่วดีให้กับศิษย์ อันเป็นการชี้ทางสว่างในการดำเนินชีวิตให้กับทุกคน

สัปดาห์ที่ 2 ของการเปิดภาคเรียนซึ่งอาจตรงกับปลายเดือนพฤษภาคม หรือต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี บรรดานักเรียนทุกระดับชั้นจำได้ดีว่าในวันพฤหัสบดีที่สองของการเปิดภาคเรียนจะเป็นวันไหว้ครู ซึ่งโรงเรียนต่างๆ จะจัดพิธีการไหว้ครู อันเป็นการระลึกถึงพระคุณของครู อาจารย์ และในวันนี้ครูทั้งหลายก็จะเฝ้ารอเพื่อให้ลูกศิษย์แสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการแสดงความเคารพด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ก่อนถึงวันไหว้ครูนักเรียนและครูจะร่วมกันวางแผนเตรียมการเกี่ยวกับการจัดพานธูปเทียน พานดอกไม้ และคัดเลือกนักเรียนตัวแทนชั้นเรียนในการถือพานไหว้ครู ขั้นตอนการจัดเตรียมพานธูปเทียนและพานดอกไม้จะเป็นความร่วมมือระหว่างนักเรียน ครู และพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องช่วยกันจัดตกแต่งพานไหว้ครูโดยการคิดออกแบบพานไหว้ครูให้สวยงาม และแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ โดยในพานธูปเทียนเป็นพานที่นักเรียนผู้ชายเป็นผู้ถือ จะจัดให้มีธูปเทียนและมีดอกไม้ตกแต่ง เน้นให้มีดอกมะเขือซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ดอกเข็ม เป็นสัญลักษณ์ของการมีสติปัญญาเฉียบแหลมของนักเรียนที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครู และหญ้าแพรกเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม และความเจริญก้าวหน้าของนักเรียน ซึ่งถือว่าผู้ที่มีสติปัญญาไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใดก็ตามจะใช้สติปัญญาความสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่วนพานดอกไม้เป็นพานที่นักเรียนผู้หญิงเป็นผู้ถือในการนำไปบูชาครูก็จะจัดตกแต่งพานที่เน้นให้มีความสวยงามโดยจัดตกแต่งด้วยดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่เป็นดอกไม้มงคล เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกบานชื่น ดอกเบญจมาศ ดอกรัก ดอกพุด เป็นต้น ซึ่งในโรงเรียนบางแห่งอาจจัดกิจกรรมประกวดพานดอกไม้ธูปเทียน โดยแบ่งเป็นรางวัลประเภทสวยงาม หรือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทำให้นักเรียนแต่ละชั้นเรียนสร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์พานดอกไม้ธูปเทียนให้มีความวิจิตรการตาสวยงามเพื่อให้ได้รับรางวัล นอกจากนี้การเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันไหว้ครูจริงจะต้องมีการฝึกซ้อมลำดับขั้นตอนพิธีไหว้ครู เช่น การจัดแถวนั่งของนักเรียนให้เป็นแถวลำดับก่อนหลังตามระดับชั้นเรียน การเดินเข่าเพื่อถือพานดอกไม้ธูปเทียนไปยังจุดต่างๆ ที่กำหนด การกราบ การไหว้ครูที่ถูกต้อง การเดินกลับมานั่งในจุดเริ่มต้น ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะต้องมีการฝึกซ้อมเพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียง และสวยงาม อันจะทำให้พิธีไหว้ครูมีความสมบูรณ์และเป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์ควรได้รับการสืบสานให้เป็นประเพณีที่ดีงามสำหรับนักเรียนทุกคนที่แสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์ เพื่อแสดงถึงการยอมรับนับถือพร้อมที่จะได้รับการอบรมสั่งสอนจากครูในปีการศึกษานั้นๆ ด้วย

การสอนเรื่องวันไหว้ครูมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม เนื่องจากเด็กจะมีส่วนร่วมในการจัดเตรียมพานดอกไม้ธูปเทียน จะต้องช่วยกันวางแผนว่าในแต่ละชั้นจะจัดพานดอกไม้ธูปเทียนอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบนำดอกไม้หรืออุปกรณ์อะไรมาจัดพานบ้าง ช่วยให้เด็กรู้จักวางแผน และรับผิดชอบงานที่เน้นกระบวนการกลุ่ม
  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนากระบวนการคิดโดยใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารกับกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน เด็กมีโอกาสได้คิดวางแผนการทำงานร่วมกันในกิจกรรมการไหว้ครู การเสนอชื่อเพื่อนที่เป็นตัวแทนในการถือพานดอกไม้ธูปเทียน การพูดสื่อสารความคิด และออกแบบพานดอกไม้ธูปเทียนเพื่อจัดตกแต่งพานให้มีความสวยงามมากที่สุด การพูดเพื่อสื่อสารเป็นการแสดงออกถึงความคิดของเด็ก ทำให้เด็กสามารถฝึกฝนและพัฒนาทักษะทางภาษาได้อย่างครบถ้วน
  • ช่วยส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก และการทำงานประสานกันที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือกับตาอันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย กิจกรรมการประดิษฐ์พานดอกไม้ธูปเทียน เด็กจะต้องตกแต่งพานด้วยดอกไม้ ใช้มือในการหยิบดอกไม้และวัสดุเพื่อนำไปตกแต่งพาน เด็กจะได้มีโอกาสหยิบจับวัสดุไปติด หรือวางในตำแหน่งต่างๆ ของพาน ซึ่งขั้นตอนการทำงานดังกล่าวนี้เป็นการควบคุมการทำงานที่ประสานกันระหว่างมือกับตา และบางครั้งเด็กอาจมีการร้อยดอกไม้หรือพวงมาลัยไปใช้ในการตกแต่งพานได้อีกด้วย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนแต่สะท้อนถึงการส่งเสริมพัฒนาการในการใช้กล้ามเนื้อเล็กได้เป็นอย่างดี
  • ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก การประดิษฐ์ตกแต่งพานเพื่อใช้ในวันไหว้ครูควรเป็นผลงานที่เด็กคิดประดิษฐ์ขึ้นมาตามความคิด และจินตนาการของเด็ก การจัดกิจกรรมจัดพานดอกไม้ธูปเทียนจึงอยู่ในกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย คือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กสามารถแสดงออกถึงความคิดจินตนาการตามที่เด็กต้องการ ดังนั้นการออกแบบตกแต่งพานด้วยวัสดุต่างๆ และผลงานที่เป็นผลผลิตจะเป็นสิ่งที่เด็กทุกคนช่วยกันคิดค้นให้มีความสวยงาม แปลกใหม่และน่าสนใจ
  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองอันนำไปสู่การความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง อันเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพภายในให้กับเด็ก เนื่องจากการจัดกิจกรรมการไหว้ครูได้เปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการคิดประดิษฐ์พานดอกไม้ธูปเทียน เด็กได้สร้างสรรค์ชิ้นงานร่วมกัน มีส่วนร่วมในทำพานดอกไม้ธูปเทียนประจำห้องเรียนของตน ผลงานที่ปรากฏออกมาจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง (Self - Confident) ให้กับทุกคนว่าตนเองมีความสามารถทำสิ่งนี้ได้ และเมื่อเด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองเป็นพื้นฐานแล้วก็จะนำไปสู่การสร้างความภาคภูมิใจ (Self - Esteem) ให้กับตนเอง รู้จักยอมรับนับถือตนเอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบุคลิกภาพที่เป็นคุณสมบัติสำคัญในการกล้าแสดงออกอย่างมั่นใจในสิ่งที่ดีงามต่อไป
  • ช่วยฝึกฝนให้เด็กได้รับการพัฒนาในด้านมารยาทที่ดี กิจกรรมการไหว้ครูช่วยฝึกให้เด็กได้แสดงความเคารพด้วยการกราบไหว้ครูที่ถูกต้อง ขั้นตอนการกราบไหว้ครูจะต้องวางตำแหน่งของมือให้ถูกต้องและมีความสวยงาม การยืนคำนับของเด็กชาย การถอนสายบัวของเด็กหญิง การกราบไหว้ครูกี่ครั้ง และการไหว้กราบแบบไม่แบมือจะทำให้เด็กเรียนวิธีการกราบไหว้บุคคลอื่นๆ หรือแสดงความเคารพด้วยการไหว้ได้อย่างถูกต้องด้วย
  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาด้านระเบียบวินัย จากการจัดกิจกรรมการไหว้ครู เด็กจะได้รับการฝึกให้รู้จักระเบียบในการยืน และเข้าแถวตามลำดับชั้น รู้จักควบคุมตนเองโดยไม่พูดคุยส่งเสียงดังในขณะปฏิบัติกิจกรรม กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีการพัฒนาความมีวินัยในตนเองและต่อผู้อื่น
  • ช่วยส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ทักษะการสังเกต เปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ เรียงลำดับ จากการจัดกิจกรรมการจัดพานดอกไม้ธูปเทียน เด็กจะต้องจัดพานไหว้ครูให้มีความสวยงามประณีตด้วยการนำดอกไม้และวัสดุต่างๆ มาจัดเป็นพานไหว้ครู การวางตำแหน่งดอกไม้และวัสดุตกแต่งให้สวยงามเด็กจะได้ใช้ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การสังเกตว่าจะจัดวางตำแหน่งดอกไม้ที่มีสีเดียวกันควรจัดไว้ด้วยกัน การเรียงลำดับดอกไม้ตามขนาดของดอก ซึ่งกระบวนการต่างๆ เหล่าล้วนแล้วแต่เป็นการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น
  • ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาในด้านคำศัพท์ต่างๆ โดยเฉพาะชื่อและลักษณะของดอกไม้ที่นำมาจัดพานในการไหว้ครู เช่น ดอกบานไม่รู้โรย ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเบญจมาศ เป็นต้น

ครูสอนเรื่องวันไหว้ครูให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมวันไหว้ครูให้แก่เด็กปฐมวัย ครูอาจบูรณาการไว้ในกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัยได้ทั้ง 6 กิจกรรมดังนี้

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูสอนเรื่องการไหว้ครูโดยนำความรู้เรื้องนี้มาจัดทำเป็นเรื่องหรือหน่วยการสอนประจำสัปดาห์ที่ตรงกับวันไหว้ครูจริง เช่น การพูดคุยสนทนาเพื่อทบทวนประสบการณ์เดิมของเด็กเกี่ยวกับการไหว้ครูว่ามีความสำคัญ และมีประวิติความเป็นมาอย่างไร การนำเสนอด้วยภาพกิจกรรมวันไหว้ครู หรือการร้องเพลงเกี่ยวกับครู เพื่อเป็นการปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการไหว้ครูให้กับเด็ก อาจกำหนดหัวเรื่องให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับลำดับขั้นตอนการไหว้ครู ฝึกให้เด็กนั่งเข้าแถว ลำดับก่อนหลังในการถือพานดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปไหว้ครู กำหนดวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการจัดพานดอกไม้ธูปเทียนว่าต้องเตรียมอะไรมาบ้าง การเตรียมดอกไม้สำหรับตกแต่งพานไหว้ครู และอาจสาธิตวิธีการจัดพานให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง ให้เด็กเห็นการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น การใช้กรรไกร การร้อยดอกไม้ การใช้เข็มหมุด และการระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ที่มีความแหลมคม และได้ปฏิบัติการไหว้ครูจริงตามสภาพจริงอย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นช่วงเวลาที่เด็กจะต้องจดจำขั้นตอนต่างๆ ให้ได้อย่างครบถ้วน และปฏิบัติได้อย่างสวยงาม เช่น การเดินเข่าถือพานไปไหว้ครู การแสดงความเคารพด้วยการกราบไหว้ การนั่งเข้าแถว การเดินกลับมานั่งที่เดิม รวมถึงมารยาท และการควบคุมตนเองระหว่างกิจกรรมให้ดำเนินไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย กิจกรรมการไหว้ครูจะทำให้เด็กรู้สึกภาคภูมิใจที่เขาได้เตรียมการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะนอกจากเด็กตัวแทนของแต่ละห้องจะได้มีโอกาสถือพานดอกไม้ธูปเทียนไปแสดงความเคารพครูแล้ว เด็กทุกคนจะได้นำดอกไม้ธูปเทียนที่แต่ละคนเตรียมมาเข้าไปกราบครูด้วย กิจกรรมการไหว้ครูนี้เด็กทุกคนจะได้มีส่วนร่วม มีความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติตนเพื่อแสดงความรักความเคารพต่อครู สรุปทบทวนว่ากิจกรรมวันไหว้ครูเด็กได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ครูเปิดโอกาสให้เด็กได้สะท้อนการเรียนรู้จากวันแรกถึงวันสุดท้ายนี้ด้วยการพูดคุยสนทนา อภิปราย และแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ หรือเสนอแนะปัญหาที่เกิดและการหาแนวทางแก้ไข

กิจกรรมสร้างสรรค์ การจัดตกแต่งพานไหว้ครู เด็กควรมีส่วนร่วมตั้งแต่การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ พานเงิน พานทอง ดอกไม้ และอุปกรณ์ตกแต่งพานอื่นๆ เด็กจะเป็นผู้จัดเตรียมมาจากบ้าน ครูฝึกให้เด็กได้รู้จักการใช้มีด กรรไกร เข็มหมุด และสร้างข้อตกลงก่อนจัดพานดอกไม้ธูปเทียน โดยเฉพาะอันตรายจากอุปกรณ์ที่มีอันตราย เช่น มีด กรรไกร เข็มหมุด เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามในระหว่างการจัดกิจกรรมครูจะเข้าไปช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกเมื่อเด็กต้องการ หรือการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก เช่น การถามเด็กว่าหญ้าแพรกมีความหมายอย่างไร ดอกมะเขือมีความหมายว่าอย่างไร เป็นต้น นอกจากนี้เมื่อเด็กปฏิบัติกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ควรฝึกให้เด็กรู้จักจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์และทำความสะอาดบริเวณที่จัดกิจกรรมให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อฝึกเด็กในด้านวินัย ความรับผิดชอบ และการช่วยเหลือร่วมกิจกรรมกับเพื่อน

กิจกรรมเสรี ในช่วงสัปดาห์ของการจัดกิจกรรมไหว้ครู ครูจะจัดวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพครูมาวางไว้ในมุมเล่นสมมติ เพื่อให้เด็กเล่นแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับหน้าที่และการปฏิบัติตนของครู เช่น เสื้อผ้า หนังสือ รองเท้า ชุดกากี เครื่องหมายประดับต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้เด็กได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเล่นอย่างทั่วถึง ซึ่งในบางครั้งครูอาจเข้าร่วมเล่นบทบาทสมมติกับเด็ก จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเอง และเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเด็กกับครูด้วย

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูอาจจัดกิจกรรมให้เด็กเคลื่อนไหวได้หลากหลาย อาทิ การเคลื่อนไหวประกอบเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครู หรือเพลงแม่พิมพ์ของชาติ เพลงวันครู การเคลื่อนไหวประกอบเรื่องเล่าหรือนิทานเกี่ยวกับครูและหน้าที่ของครู การเคลื่อนไหวร่วมกับอุปกรณ์การแต่งกายของครูด้วยการใช้เพลงบรรเลงประกอบ

กิจกรรมกลางแจ้ง ครูอาจออกแบบกิจกรรมการแข่งขันประเภทต่างๆ ที่ใช้อุปกรณ์การแต่งกายของครูร่วมในกิจกรรม เช่น การเล่นเกมวิบากโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆของครูเป็นจุดวิบาก อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า เสื้อกระโปราง ชุดกากีราชการ เป็นต้น

เกมการศึกษา ครูอาจจัดเตรียมสื่อเกมการศึกษาต่างๆ ให้เด็กได้เรียนรู้ และพัฒนากระบวนการคิดเพื่อสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับหน่วยวันไหว้ครู เช่น เกมภาพตัดต่อวันไหว้ครู ภาพตัดต่อพานดอกไม้ธูปเทียน เกมจับคู่คำกับภาพที่สัมพันธ์กัน เกมการเรียงลำดับเหตุการณ์วันไหว้ครู เกมหารายละเอียดของภาพดอกไม้ที่ใช้จัดพานในวันครู เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะลูกสอนเรื่องวันไหว้ครูได้อย่างไร?

การจัดกิจกรรมวันไหว้ครูเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างบุคคลหลายฝ่าย ซึ่งได้แก่ครูผู้ทำหน้าที่โดยตรงในการจัดกิจกรรมหรือพิธีไหว้ครู โดยร่วมมือกับเด็กในการจัดพานดอกไม้ธูปเทียน และสถานที่จัดกิจกรรมภายในโรงเรียน ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่ช่วยเด็กในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดพานดอกไม้ธูปเทียน เช่น การจัดหาพานขนาดต่างๆ ที่ครูมอบหมายให้เด็กนำมาจากบ้าน ธูปเทียน ดอกไม้ นอกจากบทบาทของพ่อแม่ผู้ปกครองจะมีส่วนร่วมในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดพานไหว้ครูแล้ว กิจกรรมที่จัดเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระคุณของครูได้ เช่น การจัดหาหนังสือนิทานเกี่ยวกับครูให้เด็กอ่าน หรือเล่าให้เด็กฟังก่อนนอน การหาเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับครูมาเปิดให้เด็กฟัง การให้เด็กฝึกหัดไว้พระระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย บุญคุณของพ่อแม่ และกราบไหว้ครูอาจารย์ก่อนนอนทุกคืน หรืออาจให้เด็กเรียนรู้มารยาทเกี่ยวกับการปฏิบัติตนต่อครู เช่น การกราบ ไหว้ครู การรับของ การพูดทักทายเพื่อแสดงความเคารพครู หรือการต้อนรับครูเมื่อครูมาเยี่ยมบ้าน เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูอาจารย์ผู้ที่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนศิษย์ต้องยึดธรรมะของครู ครูที่ดีทุกคนควรสำรวจและยึดเป็นหลักธรรมประจำใจคือ 1. ความซื่อตรงต่อหน้าที่ มีความรักในหน้าที่และวิชาการ ครูทุกคนควรมีความเชื่อถือได้ในวิชาการ ต้องเป็นผู้ที่รู้จริง และสามารถถ่ายทอดวิชาการให้ศิษย์เข้าใจและนำไปปฏิบัติได้ นอกจากนี้ครูควรเป็นผู้เสียสละความสุขส่วนตนบางประการเพื่อหน้าที่ที่รับผิดชอบได้ 2. ความซื่อตรงต่อนักเรียน หน้าที่ใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่นอกเหนือจากความซื่อตรงในหน้าที่คือความซื่อตรงต่อนักเรียน โดยครูต้องสอนศิษย์โดยสุจริตและตั้งใจ โดยมุ่งสอนเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ และเข้าใจในเนื้อหาบทเรียน ไม่เบียดบังเวลาของนักเรียน อีกทั้งยังต้องมีหลักธรรมพรหมวิหารสี่ต่อนักเรียน โดยมีเมตตา กรุณา มุฑิตาและอุเบกขาอยู่เป็นนิจ 3. ความเป็นผู้ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ครูต้องไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์โดยเฉพาะในห้องเรียน ต้องเป็นผู้รู้จักอดทนอดกลั้น มีขันติหรือความอดทนควบคุมอารมณ์ของตน ไม่ใช้กริยาหรือวาจาที่ทำให้นักเรียนขลาดกลัว และ 4. การมีมารยาทต่อเพื่อนครูด้วยกัน และเคารพต่อสถาบันการศึกษาของตน ด้วยมารยาทครูไม่ควรทำร้าย หรือนินทาว่าร้ายกัน ไม่ส่อเสียดซ้ำเติมให้ครูคนอื่นเสียหาย และยังต้องรักษาเกียรติชื่อเสียงในสถาบันการศึกษาของตน ด้วยคุณธรรมทั้ง 4 ประการดังกล่าวข้างต้น จะทำให้ครูเป็นผู้ที่มีคุณธรรมควรค่าแก่การเคารพบูชาของศิษย์ทั้งหลาย

บรรณานุกรม

  1. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต). (2551). จะพัฒนาคนกันได้อย่างไร. เข้าถึงจาก http://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/buddhism_club/file/develop_people.pdf. [ค้นคว้าเมื่อ 15 มิถุนายน 2558].
  2. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (2551). ความเป็นครู : คณะปฏิรูปการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กรุงเทพมหานคร : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
  3. ยนต์ ชุ่มจิต. (2550). ความเป็นครู. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์.
  4. pixabay.com. (ม.ป.ป.). ixora. สืบค้นภาพจาก https://pixabay.com/th/ดอกไม้ที่แปลกใหม่-ixora-สีชมพู-1057902/. [ค้นคว้าเมื่อ 5 มิถุนายน 2560].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน