หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องสวนสาธารณะ (public parks)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สวนสาธารณะ (parks หรือ public parks) หมายถึง บริเวณที่เป็นส่วนกลางที่รัฐจัดขึ้นเพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชน เน้นให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนและประชาชน สวนสาธารณะในปัจจุบันเอกชนอาจจัดสร้างขึ้นแล้วอุทิศให้เป็นสาธารณสมบัติก็ได้ ดังเช่น สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ตามเขตการศึกษาต่างๆ 12 แห่งมีองค์กรเอกชนร่วมมือร่วมใจกับหน่วยของรัฐและท้องถิ่น สร้างสวนสาธารณะและสวนสุขภาพมากมายทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีฯ ในวาระที่ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา นอกจากนี้สวนสาธารณะเป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติการศึกษาพุทธศักราช 2542 พ่อแม่และครูจึงสามารถใช้ประโยชน์จากสวนสาธารณะมาส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี

การสอนลูกเรื่องสวนสาธารณะมีความสำคัญอย่างไร?

สวนสาธารณะในประเทศไทยเกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานที่ดิน 360 ไร่ ที่ทุ่งศาลาแดงสำหรับสร้างให้เป็นสวนสาธารณะ เรียกกันทั่วไปว่า สวนลุมพินี เพื่อให้ประชาชนพักผ่อนอย่างเช่นในต่างประเทศ สวนลุมพินีจึงเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 7 สวนลุมพินีอยู่ในการดูแลโดยกรมนคราทร (กรมโยธาธิการและผังเมืองปัจจุบัน) และโอนให้เทศบาลนครกรุงเทพ แต่การใช้ประโยชน์ของสวนลุมพินีน้อย ไม่ตรงกับวัตถุ ประสงค์และทรุดโทรม จนในปี พ.ศ. 2514 ได้ตั้งกรรมการปรับปรุงสวนลุมพินีและเพิ่มสวนสาธารณะขึ้นทั้งในกรุงเทพมหา นครและต่างจังหวัด ในปี พ.ศ. 2516 การรถไฟฯจึงได้จัดที่ดินจำนวน 93 ไร่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟอยู่แล้ว จัดสร้างสวนจตุ จักรให้เป็นสวนสาธารณะ โดยที่เทศบาลนครหลวงและการรถไฟฯร่วมกันสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระพระชนมายุครบ 4 รอบ ซึ่งต่อมามีการขยายพื้นที่เพิ่มอีก 100 ไร่ในสมัยท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในรัฐ บาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียร และในปี พ.ศ. 2523 ทั่วภูมิภาคเริ่มสร้างสวนศรีนครินทร์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชินีในวาระที่ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา และปี พ.ศ. 2530 ในวาระมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา และในปี พ.ศ. 2535 สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ได้มีการสร้างสวนสาธารณะที่สำคัญและสวยงามอีกหลายแห่ง เช่น สวนหลวง ร.9 อุทยานเบญจสิริ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สวนรมณีนาถ สวนเบญจกิติ สวนสันติชัยปราการ สวนวชิรเบญจทัศ รวมทั้งสวนภัทรมหาราชินีที่จังหวัดสุพรรณบุรี

สวนสาธารณะเป็นสถานที่ที่จำเป็นสำหรับบุคคลในสังคมปัจจุบันที่ใช้พักผ่อน ออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน อีกทั้ง สวน สาธารณะยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประเภทหนึ่งที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มาตรา 25 จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่ แหล่งเรียนรู้ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ แหล่งข้อมูลและแหล่งเรียนรู้อื่น ซึ่งมีความสำคัญต่อเด็ก ดังนี้

  • เป็นแหล่งที่รวมขององค์ความรู้อันหลากหลายพร้อมที่จะให้ผู้เรียนเข้าไปศึกษาค้นคว้า ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล และเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • เป็นแหล่งเชื่อมโยงให้สถานศึกษาและชุมชนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ทำให้คนในชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึก ษาแก่บุตรหลานของตน
  • เป็นแหล่งข้อมูลที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดความสนุกสนาน และมีความสนใจที่จะเรียน ไม่เกิดความเบื่อหน่าย
  • เป็นแหล่งที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จากการได้คิดเองปฏิบัติเองและสร้างความรู้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
  • เป็นแหล่งที่ทำให้ผู้เรียนได้รับการปลูกฝังให้รู้และรักท้องถิ่นของตนเอง มองเห็นคุณค่าและตระหนักถึงปัญหาในชุม ชนของตน พร้อมที่จะเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การสอนลูกเรื่องสวนสาธารณะมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

สวนสาธารณะจัดเป็นแหล่งเรียนรู้หรือช่องทางที่ทำให้การเรียนรู้ของเด็กเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

  • เด็กจะได้รับประสบการณ์ตรง เด็กจึงเกิดการเรียนรู้ง่ายขึ้น เนื่องจากการเรียนรู้ของคนเราจะเกิดได้ดีจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม คือประสบการณ์ตรงที่ผู้เรียนได้สัมผัสด้วยตนเอง
  • เมื่อเด็กได้ไปสวนสาธารณะ สภาพสิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็นธรรมชาติ และกิจกรรมที่พ่อแม่และครูกำหนดให้ เด็กคือผู้ปฏิบัติจึงสามารถสร้างความคิด เกิดความรู้และเป็นประสบการณ์สำหรับเด็ก
  • เด็กจะเป็นผู้ศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และเป็นเหตุให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านเพื่อการค้นคว้าความรู้ต่อไปสภาพในสวนสาธารณะมีเรื่องราวต่างๆที่ควรเรียนรู้ได้ เช่น การเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด อาจจะมีพืชน้ำ พืชปลูกบนดิน พืชที่อาศัยพึ่งพิงกันและกัน จากความใคร่รู้ตามธรรมชาติของเด็ก ผู้ใหญ่ควรส่งเสริมให้เขาสังเกตและนำไปค้นคว้าต่อไปจากแหล่งความรู้อื่นๆเพิ่มเติม เช่น จากผู้ใหญ่ (พ่อแม่ ผู้ดูแลสวน ฯลฯ) จากการอ่านหนังสือ หรือข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
  • เด็กจะเป็นนักคิดสร้างสรรค์จินตนาการ เพราะสวนสาธารณะจะมีสภาพที่เป็นธรรมชาติ และเป็นที่ปลอดโปร่ง มีกิจ กรรมสร้างความสุข เด็กจะเกิดจินตนาการได้ดี
  • เด็กจะเกิดความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น โดยเฉพาะความเป็นมิตรภาพของคนในชุมชน เพราะสวนสาธารณะเป็นสมบัติส่วนกลาง เด็กจะได้เรียนรู้สถานที่ที่เป็นของที่ใช้ร่วมกันและทุกคนเป็นเจ้าของ จึงต้องมีบทบาทร่วมกันในการดูแลรักษา
  • เด็กได้เรียน ได้เล่นในสถานที่ที่แตกต่างจากห้องเรียนในโรงเรียนและในบ้าน ทำให้เปลี่ยนบรรยากาศการเรียนรู้ เด็กจะมีความสุข สนุกสนาน และไม่เบื่อ
  • เด็กได้รู้จักและเกิดความภาคภูมิใจสถานที่ในชุมชนของตนเอง ทุกชุมชนจะมีสถานที่ที่เป็นธรรมชาติซึ่งปัจจุบันได้สงวนและจัดทำเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน ดังนั้น สิ่งนี้จึงเป็นที่น่าภาคภูมิใจของทุกคน
  • เด็กสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสวนสาธารณะในชุมชน เรียนรู้ภูมิศาสตร์ที่จัดภายในสวนและสิ่งแวดล้อมอย่างง่ายๆ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่จัดแต่งในสวน ทั้งต้นไม้ อากาศ น้ำ เครื่องใช้ เช่น สายยางฉีดน้ำรดต้นไม้ กังหันหมุนในน้ำ การปลูกพืชไร้ดิน ชีวิตของสัตว์บางชนิด การให้ร่มเงาของต้นไม้ จำนวน ขนาด ระดับ ตำ แหน่งของต้นไม้ สายน้ำ ที่เด็กสามารถสังเกตสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้ด้านสังคมศาสตร์ จากการที่เรามาใช้ประโยชน์ร่วมกันที่สวน สาธารณะ เรียนรู้พลศึกษา จากการเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย เรียนรู้ศิลปะ ดนตรี ที่สวนสาธารณะบางแห่งจัดบริการ

การที่เด็กจะได้รับประโยชน์ตามที่กล่าวมานั้น เนื่องมาจากพ่อแม่และครูจะเข้าใจถึงคุณค่าของสวนสาธารณะ และให้ความสำ คัญกับการจัดการเรียนการสอนที่เด็กควรเป็นผู้ปฏิบัติ ผู้กระทำด้วยตนเอง โดยเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่สนใจสิ่งต่างๆรอบตัว ชอบให้ผู้ใหญ่ให้อิสระแก่เขา แต่เด็กยังต้องการการดูแลจากผู้ใหญ่

ครูจัดกิจกรรมเรื่องสวนสาธารณะให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • ครูจัดกิจกรรมการสอนเรื่องสวนสาธารณะที่โรงเรียน โดยเริ่มต้นจากการกำหนดหัวเรื่องที่จะเรียน และมีความสัมพันธ์กับสวน สาธารณะ ได้แก่ การใช้หัวเรื่องตามเนื้อหาสาระที่ปรากฏในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 เป็นแนวทาง ทั้ง 4 สาระ ได้แก่ สาระการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก เรื่องสวนสาธารณะจัดเป็นเรื่องย่อยในกลุ่มเนื้อหาสาระทั้ง 4 สาระ ได้ดังนี้ เรื่องการออกกำลังกายที่สวน สาธารณะ การรักษาร่างกายให้สะอาด ปลอดภัย เรื่องต้นไม้ อากาศบริสุทธิ์ สัตว์น่ารัก สวนสาธารณะในชุมชน เครื่องเล่นสนาม เป็นต้น บางครั้งครูอาจจะได้หัวเรื่องตามความสนใจของเด็ก หลังจากที่เขาไปสวนสาธารณะมาแล้ว เช่น การใช้พลังงานธรรม ชาติ เพื่อน ครอบครัว ภาวะโลกร้อน ชุมชน เป็นต้น การเลือกหัวเรื่องดังกล่าว ครูจะนำเด็กไปสู่การเรียนรู้อย่างมีความหมาย ที่ให้เด็กเห็นถึงความสัมพันธ์และบทบาทหน้าที่ระหว่างคนกับคน หรือคนกับสิ่งแวดล้อม ที่เป็นพืช สัตว์ อากาศ ดิน หิน น้ำ แสง อาทิตย์ ฯลฯ ที่ต้องมีความสัมพันธ์กัน และคนเราจะต้องพึ่งพาธรรมชาติ เมื่อครูกำหนดหัวเรื่องแล้ว จึงนำมาจัดทำเป็นผังความ คิด (Mind map) โดยนำหัวเรื่องมาเป็นแกนหลัก และนำความรู้เนื้อหาสาระต่างๆที่มีความสัมพันธ์กัน มาจัดลำดับอย่างมีระบบชัดเจน แล้วนำไปกำหนดสื่อและแหล่งเรียนรู้ โดยเด็กจะได้ร่วมคิดออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมความสนใจของเด็กและมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งในที่นี้จะกล่าวเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบทัศนศึกษาสวนสาธารณะในชุม ชน เด็กจะได้เรียนรู้สาระต่างๆจากการบูรณาการดังนี้

  • วิทยาศาสตร์ : สำรวจและเปรียบเทียบลักษณะของพืชหรือสัตว์ในสวนสาธารณะ
  • คณิตศาสตร์ : รู้จักใช้คำศัพท์ในการบอกตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
  • ภาษา : การใช้คำบอกเล่า เรื่องที่ตนเองหรือกลุ่มไปสำรวจและนำเสนอผลงาน
  • วีถีชีวิต : จากการทัศนศึกษา เด็กได้เรียนรู้ว่า สวนสาธารณะในชุมชนว่ามีลักษณะอย่างไร ใช้ประโยชน์อย่างไร จะร่วมกันดูแลรัก ษาอย่างไร
  • คุณธรรม : การทำงานร่วมกัน มีความรับผิดชอบ การแบ่งปัน การรอคอย ความอดทน ความสามัคคี การให้อภัย การยอมรับความแตกต่างของกันและกัน
  • สุนทรียภาพ : การสัมผัส รับรู้ด้วยการเห็นสภาพแวดล้อมที่จัดไว้อย่างมีระเบียบ สะอาด ความสงบ ความสุขจากสิ่งแวดล้อม
  • ทักษะกลไก: การเดิน นั่ง เคลื่อนไหวในการสำรวจและการใช้เครื่องมือ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ได้จากการสำรวจ เช่น การใช้กล้องถ่ายรูปบันทึกภาพ การวาดภาพหรือประดิษฐ์ชิ้นของจากความจำที่ได้ไปพบเห็น

นอกเหนือจากตัวอย่างที่นำเสนอมาแล้วนี้ ครูปฐมวัยสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้แนวอื่นได้อย่างอิสระ โดยครูจะคำนึงถึงความสอดคล้องของกิจกรรมกับความสนใจและประสบการณ์เดิมของเด็ก ให้เด็กได้ปฏิบัติในสถานการณ์จริง เพื่อจะช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งที่ได้เรียนรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องสวนสาธารณะอย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องสวนสาธารณะได้ดังนี้คือ

  • สถานที่ที่ในชุมชนเรามีสวนสาธารณะ นำลูกไปใช้สวนสาธารณะตามลักษณะหรือประเภทของสวนสาธารณะแห่งนั้น เช่น เป็นสวนสุขภาพ สวนประติมากรรม สวนครอบครัว สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานดนตรี สวนสมุนไพร สวนน้ำ สวนไม้ดัด สวนอเนกประสงค์ เป็นต้น เด็กจะเห็นรูปแบบของสวนสาธารณะแห่งนั้น พ่อแม่มีหน้าที่แนะนำสภาพสิ่งแวดล้อมของสวนด้วยการสนทนา บอกเล่าด้วยภาษาง่ายๆตามวัยของลุก เช่นสวนสมุนไพร พ่อแม่แนะนำให้ลูกรู้จักว่า สวนที่นี่มีต้นไม้ที่เราใช้เป็นยา หรือที่นี่สวนไม้ดัด นี่คือต้นไม้ที่ดัดเป็นรูปสัตว์ รูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เป็นต้น
  • สวนสาธารณะทุกแห่งมีชื่อเรียก พ่อแม่ชวนให้ลูกรู้จักชื่อ ป้ายชื่อของสวน ถึงแม้เด็กจะอ่านหนังสือไม่ได้ (ชื่อสวนทั้ง หมดจะเป็นคำยาก) แต่เด็กจะได้คุ้นเคยกับตัวหนังสือที่ปรากฏ คุ้นเคยกับการที่สถานที่ซึ่งมีชื่อเรียก เรียนรู้ว่าในสังคมจะกำหนดเรียกชื่อสิ่งต่างๆเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร
  • พ่อแม่ควรสอนมารยาททางสังคมที่เราใช้สมบัติส่วนรวมในสวนสาธารณะ จะมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีถนน ม้านั่ง ต้น ไม้ประดับ ซุ้มที่นั่ง อาจจะมีสระน้ำ น้ำตกจำลอง สิ่งเหล่านี้ต้องการการดูแลรักษา ทุกคนต้องระวังการใช้ตามกฏกติกามารยาท เช่น ทิ้งขยะลงถังขยะที่แยกวัสดุ ไม่เหยียบย่ำสนาม ไม่เด็ดใบไม้ ดอกไม้เล่น ไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น ไม่เล่นสิ่งเป็นอันตราย เช่น ยิงปืน จุดประทัด ขวางปาก้อนหิน ทำร้ายสัตว์ แมลง ในสวน
  • ในสวนสาธารณะมีต้นไม้ ดอกไม้พันธุ์ต่างๆให้พ่อแม่แนะนำให้ลูกรู้จักได้ เหมาะกับพ่อแม่ยุคปัจจุบันที่อยู่สังคมเมือง มีที่อยู่จำกัด หมายถึงไม่มีพื้นที่ที่ปลูกต้นไม้ เมื่อเด็กไปสวนสาธารณะ เด็กจะได้โอกาสเห็นธรรมชาติของต้นไม้และอื่นๆ
  • ที่สวนสาธารณะจะมีครอบครัวอื่นไปเที่ยวเช่นเดียวกัน เด็กได้มีโอกาสเล่นกับผู้อื่น พ่อแม่จะได้สอนการเล่นกับผู้อื่น การเล่นเป็นหนทางการเรียนรู้ และเป็นศิลปะทางสังคมของเด็ก เช่น ที่สวนสาธารณะอาจจะจัดมุมการเล่นเครื่องเล่นสนามให้เด็ก เด็กในสังคมเมืองส่วนมากจะมีโอกาสเล่นเครื่องเล่นสนามจากสวนสาธารณะ บ้านในสังคมเมืองปัจจุบันจะมีขนาดเล็ก มีพื้นที่อยู่อาศัยน้อย จึงไม่ค่อยมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับการเล่นกลางแจ้งของเด็ก ดังนั้น เมื่อเด็กมาเล่นที่สวนสาธารณะย่อมพบกับเด็กที่มาจากครอบครัวอื่น (เช่นเดียวกับเด็กพบเพื่อนที่โรงเรียน) การเรียนรู้ทางสังคมจากการเล่นของเด็กจะเกิดขึ้นที่นี่ได้ เด็กจะ ต้องหัดการรอคอยที่จะเล่น การรู้จักแบ่งปันให้คนอื่น การรู้จักอภัยที่คนอื่นอาจจะทำให้เราไม่ชอบ ไม่พอใจ ทั้งที่เจตนาและไม่เจตนา เด็กจะรู้จักนิสัยของคนที่มีความแตกต่างกัน
  • การมาใช้สวนสาธารณะเด็กจะต้องรู้จักการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล จึงเป็นโอกาสที่พ่อแม่จะสอนลูกผ่านกิจกรรมนี้ เช่น การสวมรองเท้าที่เหมาะกับกิจกรรมนั้นๆ หากเราจะเดินหรือวิ่งออกกำลังกาย ควรสวมรองเท้าที่รับน้ำหนักเท้าอย่างปลอด ภัย รองเท้าจึงควรมีพื้นรองเท้าที่นุ่มแต่หนา หรือหลังจากการเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ควรใช้สบู่เหลวล้างมือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัดนก โรคมือเท้าปาก เป็นต้น สอนลูกให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพของเรา เพราะที่สวนสาธารณะมีคนหลากหลายมาใช้บริการ ย่อมมีคนที่ไม่สะอาดหรือมีพาหะนำโรคปนอยู่ด้วย

เกร็ดความรู้สำหรับครู

การจัดการเรียนรู้เรื่องสวนสาธารณะ ครูควรให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะการจัดการศึกษาปฐมวัยจะต้องสัม พันธ์กับผู้ปกครองจะช่วยให้การเรียนรู้ของเด็กได้ดี และหากครูเลือกแบบการเรียนที่ต้องนำเด็กไปสวนสาธารณะ ยิ่งต้องให้ผู้ ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่การกำหนดรายการกิจกรรม การช่วยดูแลเด็กด้านความปลอดภัย และการเชิญผู้ ปก ครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสวนสาธารณะมาเป็นผู้ให้ความรู้ การที่ผู้ปกครองและชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างดีนั้น ครูจะต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองให้ตรงกัน เช่น ควรให้ผู้ปกครองมาร่วมทำงานทางศึกษาที่โรงเรียนบ้าง จะช่วยเสริมสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง ซึ่งจะทำให้ครูได้ทราบความคาดหวังที่ผู้ปกครองมีต่อโรงเรียนด้วย

บรรณานุกรม

  1. ทิศนา แขมมณี. (2548). การจัดการเรียนรู้แบบบูณาการ: องค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาเพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร :สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ.
  2. ปัทมาศิริ ธีรานุรักษ์ จารุชัยนิวัฒน์. (2552). หลักสูตรบูรณาการทางการศึกษาปฐมวัยศึกษา: แนวคิดการบูรณาการหัวเรื่อง. ในคู่มือฝึกอบรมปฐมวัย โครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ.
  3. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 .สวนสาธารณะ www.rtafa.ac.th [ค้นคว้าเมื่อ เมษายน 2556].
  4. สุมาลี สังข์ศรี. (2543). นโยบายส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตของประเทศไทย. สาระสำคัญจากการบรรยายสรุปของภาควิชาศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2542). พระราชบัญญํติการศึกษา พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร : บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
  6. อำนาจ เย็นสบาย. (2548). การจัดการเรียนรู้ของแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต. รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
supawan