หน้าหลัก » บทความ » การสอนลูกเรื่องสัตวแพทย์ (Teaching Children about Veterinarian)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องสัตวแพทย์

การสอนลูกเรื่องสัตวแพทย์ (Teaching Children about Veterinarian) หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยโดยครูและพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องของอาชีพผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การบำบัดรักษา หรือการกำจัดโรคสัตว์ และการกระทำโดยตรงต่อร่างกายสัตว์ เพื่อการตกแต่ง หรือการบำรุงร่างกายสัตว์ การตอนหรือการขยายพันธุ์สัตว์ด้วยเทคนิคที่สามารถป้องกันการแพร่โรคทาง การสืบพันธุ์ รวมถึงโรคติดต่อระหว่างสัตว์กับมนุษย์ การโภชนาภิบาลด้านสุขศาสตร์การอาหาร และการปนเปื้อนในอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ บุคคลเหล่านี้นำความรู้ความสามารถดังกล่าวมาปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อสัตว์หรือผู้เลี้ยงดูสัตว์ จัดได้ว่าเป็นอาชีพหนึ่งในสังคม โดยที่ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภาด้วย ทั้งนี้ สัตว์เป็นสิ่งที่มีชีวิตที่คนเรานำมาใช้ประโยชน์หลายสถานเพื่อการดำรงชีวิตของคนเราได้แก่ ใช้เป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และเป็นสัตว์เลี้ยงให้ความเพลิดเพลินหรือเป็นเพื่อนเล่นของคนเราด้วย ดังนั้น สัตว์เหล่านี้จำเป็นจะต้องบำรุง รักษา ดูแลป้องกัน และรักษามิให้เกิดเจ็บป่วยล้มตายไป ซึ่งนอกจากจะสูญเสียสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนเราดังที่กล่าวแล้ว หากสัตว์บางชนิดเป็นตัวแพร่เชื้อโรคที่ระบาดติดต่อมาถึงคนและสัตว์ด้วยย่อมเกิดความเสียหายได้ การมีสัตวแพทย์จึงเป็นความจำเป็นในสังคมทั่วไป

การสอนเรื่องสัตวแพทย์ความสำคัญอย่างไร

  1. ในชีวิตของคนเรา เมื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะต้องประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว เป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกประเทศ อาชีพสัตวแพทย์เป็นอาชีพหนึ่งที่เป็นอาชีพสุจริต มีอยู่ในสังคมปัจจุบัน
  2. สัตวแพทย์เป็นผู้ประกอบอาชีพที่เด็กๆมีโอกาสรู้จักมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน เขาอาจจะเห็นสัตวแพทย์มารักษาสัตว์ที่บ้าน ที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ที่คลินิกรักษาสัตว์ หรือได้เห็นในเครื่องมือสื่อสารชนิดต่างๆ ผู้ใหญ่จึงควรให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เด็ก
  3. อาชีพสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่พัฒนาขึ้นตามความก้าวหน้าทางวิชาแพทย์ที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาสัตว์ สัตวแพทย์ได้นำความรู้ทางการดูแลรักษาสัตว์ให้คนได้ใช้ประโยชน์เนื่องจากคนใช้สัตว์เพื่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการใช้ส่วนต่างๆ ของสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์เช่น ใช้เนื้อสัตว์เป็นอาหาร ใช้หนังสัตว์ ขนสัตว์ กระดูกของสัตว์ เป็นเครื่องนุ่งห่ม เครื่อง ใช้ ยารักษาโรค นอกจากนี้ คนเรานำสัตว์มาใช้งานแทนแรงงานของคนเช่น ใช้แรงม้า แรงวัว แรงควาย แรงช้าง ฯลฯ นำสัตว์มาเลี้ยงและฝึกให้ทำงานต่างๆเช่น ลิงเก็บมะพร้าว สุนัข แมว ปลา กระต่าย เป็นเพื่อนเล่นและให้ความเพลิดเพลิน สัตวแพทย์จะช่วยบำรุงดูแลสัตว์มิให้ล้มตายไปก่อนวัยที่ควรเนื่องจากการติดเชื้อโรคแล้วเกิดการเจ็บป่วย ตลอดจนสัตวแพทย์สามารถช่วยขยายพันธุ์สัตว์ และตอนสัตว์ให้ลดการขยายพันธุ์ได้เช่นกัน นอกจากนี้สัตวแพทย์ยังจะเป็นผู้ให้คำแนะนำเลี้ยงสัตว์ได้ถูกต้องตามธรรมชาติ สัตว์ที่เราเลี้ยงดูจะได้สมบูรณ์เป็นอย่างดี สัตวแพทย์จึงเป็นบุคคลที่จะทำให้สัตว์มีจำนวนที่พอ เหมาะและมีคุณภาพให้คนเรานำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดี

การสอนเรื่องสัตวแพทย์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร

  1. เด็กได้รู้จักสัตวแพทย์ ผู้ประกอบอาชีพในฐานะที่เป็นผู้บริการให้แก่สังคมที่จะเป็นผู้ดูแลรักษาสัตว์ที่มนุษย์นำ มาใช้ประโยชน์
  2. เด็กได้เห็นการทำงานของผู้ใหญ่ที่จะทำงาน รับผิดชอบงานในหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กที่จะประพฤติตนเป็นคนดี มีความสามารถ
  3. เด็กจะได้รับการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งให้เด็กได้ปฏิบัติด้วยตนเองผ่านการเล่นที่เหมาะสมตามวัยเช่น เด็กได้เล่นสมมติเป็นสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง เด็กได้ใช้ภาษาพูดคุยสนทนา ได้ใช้ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่น ชื่อสัตว์เลี้ยง ประเภทของสัตว์เลี้ยง อาการเจ็บป่วยของสัตว์ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามสถานการณ์นั้นๆ เป็นการใช้ความคิดสัมพันธ์กับเรื่องราวที่เผชิญอยู่ตรงนั้น สาระที่กล่าวมาจะเห็นถึงลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กได้รับการปลูกฝังคือ ความมีคุณธรรม ความรับผิดชอบที่ดูแลสัตว์ การใช้ภาษา หรือการได้คิดและแก้ปัญหานั้น เป็นต้น

ครูสอนเรื่องสัตวแพทย์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร

เมื่อเด็กได้เคลื่อนไหว และจังหวะพื้นฐาน เร็ว ช้า หยุด แล้วเด็กๆเคลื่อนไหวตามคำบรรยายของครู เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสัตวแพทย์เช่น คุณหมอป้อนยาสุนัข คุณหมอฉีดยาให้ช้าง คุณหมออุ้มลูกแมว เป็นต้น

  • กิจกรรมเสรี

    เด็กๆเข้ามุมการเรียนรู้ที่สนใจได้แก่ มุมบทบาทสมมติเป็นสัตวแพทย์ เด็กๆอาจจะแสดงเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น เจ้าของฟาร์มไก่ เป็ด หมู ฯลฯ หรือเป็นผู้เลี้ยงสุนัข แมว สัตว์เหล่านี้ป่วยในช่วงโรคระบาด หรืออยู่ในช่วงสัตว์จะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ สัตวแพทย์จะแสดงบทบาทสมมติเป็นผู้ตรวจร่างกายสัตว์ ซักถามอาการสัตว์จากผู้เลี้ยง ดูแล ฉีดยา ป้อนยาให้สัตว์ด้วยความเมตตา มุมหนังสือ เด็กๆควรได้อ่านหนังสือภาพสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆทั้งสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินเช่น แมว สุนัข นก ปลา ไก่ ห่าน สัตว์เลี้ยงใช้งานเช่น ม้า วัว ควาย ช้าง เป็นต้น หนังสือเหล่านี้ ปกติเด็กจะได้เรียนในหน่วยสัตว์ที่เรารู้จักอยู่แล้ว แต่เมื่อนำมาให้เด็กเรียนเรื่องสัตวแพทย์ หนังสือเหล่านี้ยังมีประโยชน์ที่จะเชื่อมโยงให้เด็กเข้าใจในอาชีพสัตวแพทย์ มุมบล็อกให้เด็กเรียนเล่นตามจินตนาการ เด็กอาจจะสร้างฟาร์มคอกสัตว์ กรงสัตว์ หรือ สัตว์เลี้ยงบางประเภท

  • กิจกรรมสร้างสรรค์

    เด็กๆได้วาดภาพระบายสีสัตวแพทย์ที่แต่งกายในชุดเครื่องแบบของสัตวแพทย์ที่มักจะสวมกางเกงทะมัดทะแมง สวมเสื้อคลุม ถุงมือ หมวก รองเท้ารัดกุม และมักสวมผ้าปิดปาก ปิดจมูก เพราะสัตวแพทย์จะต้องสัมผัสกับสัตว์ จึงต้องสวมเสื้อผ้าป้องกันเชื้อโรค

  • กิจกรรมกลางแจ้ง

    เล่นเกมอุ้มลูกสุนัขไปหาหมอ แบ่งเด็กเป็นสองกลุ่มเท่าๆกัน เข้าแถวตอน ยืนต่อๆกัน ให้เด็กแต่ละทีมอุ้มตุ๊กตาลูกสุนัขทีละคนเดินจากจุดเริ่มต้นไปถึงปลายทางที่มีเด็กหนึ่งคนสมมติเป็นสัตวแพทย์ เมื่อเพื่อนอุ้มตุ๊กตามาให้สัตวแพทย์รับไว้แล้วคืนกลับมาให้เพื่อน เพื่อนจะวิ่งกลับมาส่งให้เพื่อนอีกคนที่จุดเริ่มต้น แล้ววิ่งไปเช่นคนแรก วิ่งสลับผลัดกันจนหมดแถว กลุ่มใดหมดก่อนเป็นผู้ชนะ

  • เกมการศึกษา

    เล่นเกมภาพตัดต่อภาพสัตว์เลี้ยง ภาพเครื่องมือสัตวแพทย์ (เข็มฉีดยา กล่องยา ถุงมือ หน้ากากปิดจมูก) เป็นต้น

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ชีวิต

    ทดลองดูแลสัตว์เลี้ยงที่ไม่ยุ่งยากในโรงเรียน ให้เด็กเห็นการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของสัตว์ ในขณะเดียว กันเด็กได้รับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีได้แก่ ความเมตตากรุณาต่อสัตว์เลี้ยง ความรับผิดชอบที่ควรมีเมื่อเลี้ยงสัตว์ คนเลี้ยงควรเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของสัตว์ด้วยการให้ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค เราจะสังเกตได้ว่า บางเวลาฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสัตว์เลี้ยงจะต้องได้รับการดูแลมิให้ติดโรคร้ายที่อาจจะแพร่ระบาดทำให้สัตว์เลี้ยงตายแม้แค่อากาศหนาวเย็น สัตว์เลี้ยงเช่น แมว สุนัขก็อาจจะเป็นโรคปอดบวมได้ เด็กอาจจะหาผ้าอุ่นให้สัตว์ได้

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องสัตวแพทย์อย่างไร

  1. ที่บ้านเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้สักหนึ่งชนิดเพื่อให้ลูกได้มีโอกาสเลี้ยงดูสัตว์ และนำสัตว์ไปหาสัตวแพทย์เมื่อสัตว์เจ็บ ป่วย ข้อควรระวังคือสัตว์ที่เจ็บป่วยมักหงุดหงิด ไม่เหมาะให้เด็กไปอยู่ใกล้เพราะอันตราย อาจจะดุร้ายและมีเชื้อโรค
  2. จัดหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยงที่น่ารักใกล้ตัว ให้เด็กได้รู้จักธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้นเพื่อเชื่อมโยงให้เด็กเห็นถึงหน้าที่ของสัตวแพทย์ที่จะเป็นผู้ดูแลรักษาสัตว์เหล่านั้นให้มีชีวิตได้ตรงตามธรรมชาติ
  3. พ่อแม่ช่วยบันทึกเรื่องราวการเจริญเติบโตและการเจ็บป่วยของสัตว์ที่ต้องการการรักษาดูแล ให้ลูกมีส่วนร่วม ทบทวนเล่าถึงเรื่องราวของสัตว์เลี้ยงเช่น วันเวลาที่สัตว์เลี้ยงได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์ ดูแลรักษาเรื่องอะไร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ สมุดประวัติของสัตว์เลี้ยงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจให้ลูกได้เห็นและช่วยเก็บ
  4. พาลูกไปดูฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีสัตวแพทย์คอยดูแลเลือกสัตว์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กเช่น ฟาร์มเลี้ยงแกะที่สวนผึ้งจังหวัดราชบุรี ฟาร์มผีเสื้อที่ชลบุรี ปางเลี้ยงช้างที่สวนสามพราน เด็กจะได้เห็นการทำงานของสัตวแพทย์
  5. นำข่าวสารเรื่องสัตวแพทย์มาอ่านหรือเล่าเรื่องให้ลูกฟังเช่น การที่สัตวแพทย์พบโรคระบาดจากสัตว์ถึงคน เป็นงานในหน้าที่ที่สังคมได้รับประโยชน์จากผู้ประกอบอาชีพนี้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  1. วัคซีนคือตัวเชื้อโรคหรือบางส่วนของเชื้อโรคนำมาทำให้อ่อนแรงลง เมื่อนำมาฉีดเข้าสู่ร่างกายของคน ให้กิน หรือพ่นทางจมูก ร่างกายของมนุษย์จะเกิดภูมิป้องกันไม่ให้เราติดเชื้อและไม่ป่วย หรือถ้าป่วยก็จะมีอาการไม่รุนแรง
  2. โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร? โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำเป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ เรบีส์ ไวรัส (Rabies) ทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเช่น คน สุนัข แมว ฯลฯ โรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะทำให้มีอาการทางประสาทโดยเฉพาะระบบประสาทส่วนกลาง และถ้าเป็นแล้วเสียชีวิตทุกราย ในปัจจุบันยังไม่มียาอะไรที่จะรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
  2. ปริญญา สภาพสาร. ( ม.ป.ป. ). เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก. นนทบุรี : เอมพันธ์.
  3. ( ม.ป.ป. ). พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน. Sanook. http://dictionary.sanook.com/. [19 มกราคม 2558]
  4. ( ม.ป.ป. ). สัตวแพทย์ ชั้น 1 และ ชั้น 2 ต่างกันอย่างไร. UniGang. www.unigang.com/Article/6187. [19 มกราคม 2558]
  5. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  6. ( ม.ป.ป. ). หลักการเลี้ยงสัตว์. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=12&chap=5&page=t12-5-infodetail03.html. [19 มกราคม 2558]
  7. อารมณ์ สุวรรณปาล. (2551). ประมวลสาระชุดวิชา : การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. นนทบุรี: สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน