หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค (Teaching children about Animal-borne Diseases)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องสัญลักษณ์

การสอนลูกเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค (Teaching children about Animal-borne Diseases) หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องสัตว์ หรือแมลงที่นำโรคจากแหล่งที่ติดเชื้อ ทั้งจากคนหรือจากสัตว์ แล้วแพร่เชื้อสู่ร่างกายมนุษย์ทางผิวหนัง บาดแผล การกิน และการหายใจ วิธีการแพร่เชื้อของสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยการสัมผัส กัด ต่อย หรือจากการดูดเลือด การที่เด็กปฐมวัยติดเชื้อโรคจากสัตว์พาหะเหล่านี้ จะทำให้เด็กเจ็บป่วย และอาจเสียชีวิตได้ จึงมีความจำเป็นที่เด็กควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสัตว์พาหะนำโรค เพื่อเน้นการป้องกัน และฝึกสุขนิสัยการรักษาสุขภาพของตนเองให้ปลอดภัยจากสัตว์พาหะนำโรค

การสอนเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหนะนำโรค มีความสำคัญด้วยเหตุผลคือ การเจ็บป่วย หรือการเกิดโรคภัยของคนเรา หรือแม้แต่สัตว์ก็เกิดจากพาหนะนำโรคเป็นประเด็นสำคัญ สัตว์พาหะนำโรคมีหลายกลุ่ม คือ

  • สัตว์ที่มีลักษณะขาปล้อง ได้แก่ แมลงวัน ยุง แมลงสาบ เป็นต้น
  • สัตว์จำพวกที่กัดแทะ ได้แก่ หนู กระรอก เป็นต้น
  • สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่คนเรานำมาเป็นสัตว์เลี้ยง ได้แก่ สุนัข แมว วัว ควาย หมู เป็นต้น

พาหะเหล่านี้จะเป็นตัวนำเชื้อโรค ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หรือเชื้อโรคอื่นๆ จากสัตว์มายังคน ทำให้เกิดการเจ็บป่วย คนหรือสัตว์ต้องรักษาต้องใช้จ่ายเงิน จึงเป็นการสูญเสียรายได้ เมื่อคนหรือสัตว์จำนวนมากล้มตายลง ก็จะเป็นแหล่งเพาะ และแพร่เชื้อโรค ทำให้สภาพแวดล้อมสกปรกไม่น่าดู

สำหรับเด็กปฐมวัย การเจ็บป่วยที่เกิด เป็นสภาพที่ไม่พึงประสงค์ เพราะเด็กอาจพิการ หรือสูญเสียชีวิตได้ การให้ความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นแก่เด็กเป็นการปลูกฝังเรื่องสุขอนามัย ให้เด็กคุ้นเคยกับการป้องกันตนเองจากโรคภัย ประการหนึ่งคือ รู้จักหลีกเลี่ยงสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค ถึงแม้เด็กจะมีผู้ใหญ่เป็นผู้ดูแลอยู่แล้วก็ตาม แต่ต่อไปเด็กก็คือผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลตนเอง จึงควรรู้จักป้องกันภัยจากเรื่องเหล่านี้เพื่อสุขอนามัยของตนเอง และผู้อื่น

การสอนเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กปฐมวัยจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสัตว์พาหะนำโรค มีผลกระทบต่อสุขอนามัยของตนเอง และวิธีการหลีกเลี่ยงสัตว์เหล่านี้ เพื่อให้ตนเองปราศจากโรคภัยต่างๆ
  • เด็กจะเกิดทัศนคติที่ดีทางด้านสุขอนามัย (Health Attitude) ได้แก่ ความสนใจ ความพึงพอใจ การเห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น สนใจที่จะรู้จักสัตว์พาหะนำโรค เต็มใจที่จะทิ้งอาหารที่แมลงตอมสกปรกแล้วอย่างไม่เสียดาย เป็นต้น
  • เด็กจะได้แนวทางปฏิบัติ (Health Practice) ที่เป็นรูปธรรมที่เน้นการปฏิบัติตนให้เป็นผู้มีสุขอนามัย โดยนำความรู้ เรื่องสัตว์พาหะนำโรค ที่ได้รับจากการปลูกฝังนิสัยที่ดีมาสู่การปฏิบัติ เช่น การจัดสิ่งของให้มีระเบียบ เลือกรับประทานอาหารที่มีภาชนะปิดชิด ไม่มีแมลงวันตอม หรือรอยแทะของหนู แมลงสาบ สระผมให้สะอาดไม่เป็นแหล่งที่อยู่ของเหา
  • เด็กจะเกิดทักษะทางด้านสุขภาพ (Skill Health) การส่งเสริมให้เด็กได้ปฏิบัติตนเพื่อสุขภาพ และทำจนเป็นนิสัยที่ดี ย่อมมีผลให้เด็กปฏิบัติได้อย่างมีทักษะต่อไป เช่น เด็กจะเลือกเล่น จับต้องสัตว์เลี้ยงที่สะอาด การไม่นอนตากยุง การปัดแมลงมิให้ตอมอาหาร การเก็บอาหารในตู้อย่างมิดชิดป้องกันหนู หรือแมลงสาบ เป็นต้น

ครูสอนเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคให้ลูกที่โรงเรียน ในกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นหน่วยการเรียนรู้ เรื่องสัตว์พาหะนำโรค โดยตรง หรือกำหนดเป็นเรื่องเฉพาะ เช่น ยุง หนู แมลง (แมลงสาบ แมลงวัน เหา) เป็นต้น หรือหน่วยการสอนอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยตัวเรา: เราพักผ่อนในที่สะอาด นอนในมุ้งป้องกัน ยุง หรือมด แมลงมากัด เราสระผมให้สะอาดป้องกันเหามาอยู่อาศัย หน่วยอาหาร: อาหารสะอาด มีภาชนะปิดมิดชิด ป้องกันแมลงวัน หนู แมลง สาบ หน่วยสัตว์เลี้ยง: สุนัข แมว ไก่ เป็ด นก มีสัตว์พาหะนำโรคอาศัย

ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสัตว์พาหนะนำโรค ในกิจกรรมหลักทั้งหกตามตัวอย่างดังนี้

กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวประกอบเพลงสัตว์พาหนะนำโรค เช่น เพลงยุง (ผู้แต่ง: บุบผา เรืองรอง)
ยุง ยุง ยุง ช่างแสนยุ่งเหลือเกิน นั่งเพลินๆ มันก็มากัด ยุง ยุง บินว่อนไปมา ช่างน่ารำคาญ เข้ามาในบ้าน ฉันต้องปัดไล่มันไป ไล่มันไป

กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กๆ ได้ดูภาพประกอบสัตว์นำโรค และอ่าน ชื่อ ฟังครูเล่าเรื่องอันตรายจากสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค เด็กๆ ร่วมเล่าประสบการณ์ที่ตนเองรู้จักสัตว์เหล่านี้ เช่น แมลงวัน ยุง หนู แมลงสาบ หมัด เป็นต้น เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะ ที่อยู่ โทษ อาการโรค และวิธีป้องกัน ครูอาจสาธิตให้เด็กเห็นการใช้ “ทรายอะเบท" (Abate Sand Granules) หรือ "ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย" สำหรับโรยป้องกันการเกิดลูกน้ำ ที่จะเป็นยุงลาย

กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กระบายสีสัตว์พาหะต่างๆ พับกระดาษ หรือปั้นกระดาษ ทำหุ่นจำลองสัตว์พาหะนำโรค

กิจกรรมเสรี ที่มุมวิทยาศาสตร์ เด็กดูวงจรการเกิดยุง จากลูกน้ำในขัน หรือกระป๋องที่มีน้ำขัง

เกมกลางแจ้ง เล่นเกมดักจับหนู กติกา คือ แบ่งเด็กเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นหนู อีกกลุ่มเป็นกรงดักหนู โดยให้เด็กจับมือทั้งสองกับคู่ของตน ทำเป็นกรงดักหนู ให้ผู้ที่เป็นหนูเข้าไปยืนระหว่างกลางกรงดักหนู สมมติว่าหนูหลงเข้าไปกินอาหารในกรง เมื่อครูให้สัญญาณ ผู้เป็นหนูต้องรีบวิ่งลอดออกมาจากกรง ผู้ที่เป็นกรงต้องรีบหุบแขน กันไม่ให้ผู้เล่นเป็นหนูมุดลอดออกไปได้

กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นภาพตัดต่อ หนู ยุง แมลงสาบ แมลงวัน หมัด เกมจำแนกภาพสัตว์พาหะนำโรค หรือเรียงลำดับหุ่นจำลอง สัตว์พาหะนำโรคตามลำดับ ใหญ่ - เล็ก, เล็ก - ใหญ่

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคอย่างไร?

สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมีหลายชนิด แต่สำหรับเด็กปฐมวัยให้พ่อแม่เลือกสอนสัตว์ที่เป็นอันตราย และอยู่ใกล้ตัวให้แก่ลูก ด้วยวิธีการสอนที่เป็นธรรมชาติ คือการชี้แนะให้เห็นตัวจริงเมื่อผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน พร้อมกับการป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่เด็ก กิจกรรมที่น่าสนใจสอนลูก เช่น

  • ใช้สวิงดักจับสัตว์ประเภทแมลง เช่น ยุง แมลงวัน แมงหวี่ แมงสาบ ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็ก บินว่องไวไปมา เด็กจะไม่เห็นรูปร่างลักษณะอย่างชัดเจน เมื่อดักและจับได้แล้ว นำมาเทใส่ลงในขวดแก้วปากกว้าง หรือกล่องพลาสติกใสแยกประเภทให้เด็กมองเห็น บอกชื่อ และอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเราหากสัตว์เหล่านี้กัด หรือแตะตอมตามตัวเรา สัตว์บางชนิดอยู่ใกล้ชิดเด็กมาก เนื่องจากบางครอบครัวเลี้ยงสัตว์ และสัตว์ชนิดนั้นเป็นอยู่ของสัตว์พาหะนำโรค ได้แก่ สุนัข แมว ไก่ เป็ด นก สัตว์เหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของเห็บ หมัด ไร โดยมันจะเกาะตามตัว และขน จะกระโดดไปมา เด็กอาจจะเคยเห็นมันแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การที่พ่อแม่จัดกิจกรรมนี้ เพื่อเน้นให้เด็กรูปร่างลักษณะของมันอย่างชัดเจน และเป็นการย้ำถึงอันตรายจากความสกปรกที่เป็นเชื้อโรค
  • แสดงวิธีป้องกันโรคอย่างง่ายๆ ให้ลูกเห็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ปิดฝาตุ่มน้ำ กำจัดแหล่งน้ำขัง มีฝาชีครอบอาหาร เก็บอาหารในตู้กับข้าว หรือในตู้เย็น เก็บกวาดบ้านเรือนให้สะอาด มีระเบียบ ไม่ให้เป็นแหล่งซุกซ่อนของหนู และแมลงสาบ กำจัดขยะทิ้งมิให้อยู่ในครัวเรือน ถังขยะมีฝาปิดมิดชิด ให้ลูกนอนในห้องที่กรุมุ้งลวด หรือนอนในมุ้ง เป็นต้น
  • ชวนลูกเก็บกวาดเช็ดถูบ้านเรือน เด็กเล็กทำงานง่ายๆ ได้ เช่น เก็บของใส่กล่อง ปิดฝา เพื่อป้องกันมิให้แมลงสาบลงไปถ่าย และเพาะพันธุ์ ให้ลูกช่วยเปิดประตูหน้าต่างให้แสงแดดส่อง บ้านที่โปร่ง แสงแดดส่อง เป็นการป้องกันยุง เพราะยุงมักจะอยู่ในที่อับชื้น
  • ฝึกนิสัยดีให้แก่ลูก ได้แก่ ทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง ปิดปากถุงขยะก่อนทิ้ง เลือกรับประทานอาหารที่มีภาชนะปิดมิดชิด ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • เด็กเล็กๆ สนใจนิทาน พ่อแม่ใช้หนังสือ และนิทานที่มีภาพประกอบสวยงาม นำภาพสัตว์พาหะนำโรคให้ลูกดู และเล่าผ่านนิทาน มีนิทานหลายเรื่องที่มีหนูเป็นตัวละคร เด็กๆ จะได้รู้จักรูปร่างลักษณะของหนู เมื่ออ่านจบเรื่อง พ่อแม่เสริมเรื่องสุขภาพอนามัยให้เด็กได้เรียนรู้อันตรายจากสัตว์เหล่านี้
  • ใช้เพลงและคำคล้องจอง เป็นสื่อเพิ่มความสนุก เพลิดเพลินให้แก่เด็กได้ เช่น คำคล้องจอง ยุงลายกับไข้เลือดออก (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง)
ยามฝนมาแสนชื่นฉ่ำ ช่างสุขล้ำแสนชื่นใจ
เด็กเด็กร่าเริงแจ่มใส แต่โรคภัยก็มีมา
ไข้เลือดออกบอกให้รู้ มันมาคู่กับยุงลายหนา
แหล่งเพาะยุงคือฝนจากฟ้า เราปิดฝาโอ่งน้ำเอย

กิจกรรมที่ดี และเหมาะสมที่สุด คือ การจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้สะอาด ปราศจากสัตว์พาหะนำโรค มิให้มีในครัวเรือน และในชุมชนที่อยู่อาศัย พร้อมๆ กับการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีให้เด็กรู้จักรักษาสุขภาพของตนเอง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สัตว์พาหะนำโรคที่อันตรายที่สุด คือ ยุง เนื่องจากยุงมีรูปแบบในการแพร่เชื้อที่ได้ผลที่สุด คือ การแพร่เชื้อโดยการดูดเลือด ยุงมีอยู่ทั่วโลกประมาณ 100 กว่าชนิด มีทั้งยุงที่นำโรค และก่อให้เกิดความรำคาญ แต่มียุงเพียง 4 ชนิด ที่เป็นพานะนำโรค คือ ยุงก้นปล่อง ยุงลาย ยุงรำคาญ และยุงเสือ ส่วนแมลงสาบเป็นพาหะนำเชื้อโปรโตซัว ที่ทำให้เกิดโรคบิด

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน: เล่มที่ 34 เรื่องที่ 9. (ม.ป.ป.). โรคฉี่หนู พาหะนำโรคและการติดต่อ. เข้าถึงจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=34&chap=9&page=t34-9-suggestion.html. [ค้นคว้าเมื่อ 18 กรกฎาคม 2558].
  4. อุษาวดี ถาวระ และคณะ. (2548). ชีววิทยาและการควบคุมแมลง ที่เป็นปัญหาสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน