หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องสัตว์ (Animals)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การจัดประสบการณ์หน่วย สัตว์ อยู่ในสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธ ศักราช 2546 เพื่อให้เด็กได้รู้จักประเภท ลักษณะ ที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิตและประโยชน์ของสัตว์ ตลอดจนการเลี้ยงดู และการอนุรักษ์สัตว์ อีกทั้งยังส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านความมีเมตตา กรุณา ความเอื้อเฟื้อ และการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจของเด็กปฐมวัย

การสอนเรื่องสัตว์มีความสำคัญอย่างไร?

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้หน่วยสัตว์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้รู้จักสัตว์ประเภทต่างๆ เช่น สัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่น สัตว์เลี้ยงไว้ใช้งาน สัตว์บก สัตว์น้ำ ลักษณะของสัตว์ ประโยชน์ของสัตว์ การเลี้ยงดูและให้อาหารสัตว์ การอนุรักษ์สัตว์ ที่อยู่อาศัย และการดำรงชีวิตของสัตว์ นอกเหนือจากเด็กจะได้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสัตว์แล้ว การเรียนรู้หน่วยสัตว์ มีจุด มุ่งหมายสำคัญเพื่อบูรณาการการเรียนรู้ให้เด็กได้พัฒนาทางด้านอารมณ์ จิตใจในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีคุณ ธรรม จริยธรรม การมีความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ ทั้งที่เป็นสัตว์เลี้ยงและสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมเด็กให้มีพัฒนาการด้านอื่นๆได้ทั้งพัฒนาการทางด้านร่างกาย จากการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี กิจกรรมกลางแจ้ง พัฒนาการทางด้านสังคมจากการเล่นและทำงานเป็นกลุ่มในกิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมการเล่นตามมุม กิจกรรมการเล่นเกมต่างๆ การพัฒนาทางด้านสติปัญญาจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะทาง ด้านคณิตศาสตร์ จากการสังเกตลักษณะของสัตว์ การนับจำนวนสัตว์ การจำแนกเปรียบเทียบประเภทสัตว์ จึงเห็นได้ว่า การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ทำให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมๆกัน

การสอนเรื่องสัตว์มีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การสอนเรื่องสัตว์ให้แก่เด็กปฐมวัย จะเกิดประโยชน์ต่อเด็กในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ด้านร่างกาย เด็กจะได้เคลื่อนไหวร่างกายประกอบจังหวะ เลียนแบบท่าทางของสัตว์ต่างๆ ได้ออกกำลังกายกลางแจ้งผ่านเกมการละเล่นเกี่ยวกับสัตว์ เช่น แม่งู ลิงชิงบอล วิ่งเปี้ยว เป็นต้น
  • ด้านอารมณ์ จิตใจ เด็กจะได้ทดลองให้อาหารสัตว์ เล่าถึงสัตว์เลี้ยงของตนเอง เป็นการปลูกฝังความเอื้อเฟื้อ ความมีน้ำ ใจ เมตตากรุณาต่อสัตว์ และการฟังนิทานเกี่ยวกับสัตว์อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เช่น นิทานอีสป
  • ด้านสังคม เด็กจะเรียนรู้การทำกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อน และการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์
  • ด้านสติปัญญา เด็กจะได้รู้จักการดำรงชีวิตของสัตว์ชนิดต่างๆ อาหารของสัตว์ ลักษณะประเภทของสัตว์ต่างๆ

ครูสอนเรื่องสัตว์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การสอนหรือการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยรู้จักสัตว์ ครูจะจัดเป็นหน่วย และกำหนดหัวเรื่องในการเรียนรู้ โดยบูรณาการทั้งทักษะและสาระการเรียนรู้ต่างๆ กล่าวคือ การเรียนรู้หน่วยสัตว์ ทำให้เด็กได้พัฒนาทั้งทางด้านอารมณ์ จิตใจ ร่างกาย สังคม และสติปัญญา ทำให้เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวมโดยผ่านกิจกรรมประจำวันในแต่ละวันดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้เด็กได้สร้างมโนทัศน์เกี่ยวกับสัตว์ด้วยวิธีต่างๆ เช่น อภิปราย การสาธิต การทดลอง บทบาทสมมติ การร้องเพลง การศึกษานอกสถานที่ เป็นต้น โดยครูอาจเริ่มกิจกรรมด้วยสนทนาพูดคุยเกี่ยวกับสัตว์ที่เด็กรู้จัก สัตว์ที่เด็กเลี้ยงไว้ที่บ้านว่ามีอะไรบ้าง เปิดอกาสให้เด็กได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ที่ตนเองเลี้ยงไว้ที่บ้านให้เพื่อนและครูฟัง เช่น ชื่อสัตว์ ลักษณะของสัตว์ วิธีการเลี้ยง การให้อาหาร เป็นต้น อาจเล่านิทานที่เกี่ยวกับสัตว์ที่เด็กรู้จัก หรือนิทานที่ตัวละครเป็นสัตว์ซึ่งมีพฤติกรรมที่มุ่งสอนให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม และลักษณะที่พึงประสงค์ เช่น ลูกหมีมีวินัย ลูกหมาน่ารัก ลูกไก่ใจกล้า เป็นต้น นอกจากนี้การพาเด็กไปศึกษานอกสถานที่เพื่อให้เด็กได้รู้จักการดำรงชีวิตของสัตว์ชนิดต่างๆ อาทิ การไปเที่ยวสวนสัตว์ เด็กจะได้ขยายประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น ได้เห็นความเป็นอยู่ของสัตว์ อาหารของสัตว์ ประเภทของสัตว์ต่างๆ เด็กจะมีโอกาสได้สัมผัสกับสัตว์จริงๆที่มีนิสัยไม่ดุร้าย การให้อาหารสัตว์ต่างๆ เป็นต้น การที่เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับสัตว์ ย่อมทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อสัตว์และมีความตระหนักต่อการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ต่อไปด้วย
  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ การเคลื่อนไหวประกอบการแสดงท่าทางสัตว์ โดยใช้หน้ากากรูปสัตว์ชนิดต่างๆ ให้เด็กเคลื่อนไหวแสดงท่าทางสัตว์ชนิดที่ตนเองได้รับตามจังหวะเพลง ครูอาจจัดกิจกรรมที่เริ่มจากการร้องเพลง เช่น เพลงเลี้ยงลูกแมว “ลูกแมว 5 ตัวที่ครูเลี้ยงไว้ น้อง (ชื่อเล่นเด็ก) ขอให้แบ่งไป 1 หนึ่งตัว ลูกแมว 5 ตัว ก็เหลือน้อยลงไป นับดูใหม่เหลือลูกแมว 4 ตัว” ให้ครูพูดถึงชื่อเด็กในห้องจากเพลงนี้ไปเรื่อยๆ ให้เด็กได้รู้จักการนับจำนวนลดลง หรือพูดคำคล้องจอง เช่น “เจ้าแมลงตัวเล็ก เด็กน้อยเคยเห็น มีหนวดสองเส้น มีขาหกขา” “ก้าบ ก้าบ ก้าบ เป็ดอาบน้ำในคลอง ตาก็จ้องแลมอง เพราะในคลองมีหอย ปู ปลา” เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เด็กได้แสดงออกทางด้านอารมณ์ ความรู้สึกและความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการวาดภาพ การระบายสี งานกระดาษ การประดิษฐ์ งานประติมากรรม เช่น การฉีกปะติดกระดาษเป็นรูปสัตว์เลี้ยง การประดิษฐ์รูปสัตว์ต่างๆจากวัสดุเหลือใช้ การปั้น หรือการพับกระดาษเป็นรูปสัตว์ เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ตามความสนใจ โดยครูจัดมุมนิทานเกี่ยวกับสัตว์ให้เด็กเข้าไปอ่าน การจัดโรงหุ่นที่มีหุ่นมือ หุ่นถุงกระดาษ หุ่นนิ้วมือที่เป็นรูปสัตว์ ให้เด็กได้ร่วมกันเชิดหุ่นตามจินตนาการ และให้เด็กสร้างเรื่องราวด้วยตนเอง การจัดมุมวิทยาศาสตร์ด้วยการจัดให้มีตู้ปลา การเลี้ยงปลาสวยงาม ให้เด็กได้ให้อาหารปลา ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักที่จะมีความเมตตา เอื้อเฟื้อต่อสัตว์ได้
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่เด็กได้ใช้ทักษะในการเคลื่อนไหว และควบคุมอวัยวะส่วนต่างๆได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงการทรงตัว เช่น เกมช้างน้อย ครูจะแบ่งเด็กออกเป็น 2 ทีม จำนวนเท่ากัน กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดปลายทางให้มีระยะห่างเท่าๆกัน กำหนดให้ผู้เล่นแต่ละคนเป็นช้างและทำท่าทางคลานเป็นช้าง เมื่อได้ยินสัญญาณให้ผู้เล่นคนแรกของแต่ละทีมคลานช้างไปยังจุดหมายและรีบคลานกลับมาเพื่อสัมผัสมือคนที่สองให้คลานต่อไป ทีมใดคลานช้างครบทุกคนก่อนเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งครูอาจเปลี่ยนจากการคลานช้างเป็นสัตว์ชนิดอื่นๆได้ เช่น กระต่าย กบ เป็ด ฯลฯ เพื่อให้เด็กได้รู้จักสัตว์มากขึ้น
  • เกมการศึกษา ครูอาจจัดกิจกรรมการเล่นเกมเพื่อให้เด็กรู้จักสัตว์ โดยเน้นเกมการเล่นที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระ หว่างกัน เช่น เกมลูกแมวหาเพื่อน อุปกรณ์ที่ใช้ในเกมนี้ได้แก่ ภาพแมวที่มีรูปร่างและสีเดียวกันเป็นคู่ๆ เทปเพลง นกหวีด วิธีการเล่นเริ่มจากให้เด็กเข้าแถวตอน 2 แถว หันหน้าเข้าหากัน แจกบัตรภาพแมวให้เด็กแถวละพวก จากนั้นครูเปิดเทปให้เด็กรำวงไปรอบๆ เมื่อได้ยินสัญญาณนกหวีดให้เด็กที่มีภาพแมวที่มีสีและรูปร่างเหมือนกันจับคู่และนั่งลง ถ้าคู่ใดจับคู่ได้ช้าที่สุด ครูให้เด็กคู่นั้นออกมาแสดงอะไรก็ได้ก่อนเข้าไปนั่งกับเพื่อน นอกจากนี้ครูอาจทำเกมภาพตัดต่อสัตว์ชนิดต่างๆ เกมจับคู่ภาพสัตว์กับบัตรคำ เกมการเรียงลำดับเหตุการณ์ เกมการเรียงลำดับวงจรชีวิตสัตว์ ฯลฯ ไว้ให้เด็กเล่นเพิ่มเติมตามความสนใจ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องสัตว์ได้อย่างไร?

พ่อแม่สามารถพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ของลูกเกี่ยวกับสัตว์จากที่โรงเรียนได้อีกทางหนึ่ง เช่น การเลี้ยงสัตว์ไว้ที่บ้าน การพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ การให้ลูกได้ดูรายการสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ในรายการโทรทัศน์ จัดให้มีภาพสัตว์ที่น่ารักติดไว้ในห้อง นอนของลูก การเล่านิทานเกี่ยวกับสัตว์ให้ลูกฟัง การปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยง เช่น การให้อาหารและการดูแลสุขภาพของสัตว์ เป็นต้น และเมื่อลูกแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในด้านคุณธรรมและจริยธรรม พ่อแม่ควรให้การเสริมแรงทันทีด้วยการกล่าวคำชมเชย แสดงสีหน้า ท่าทาง การใช้น้ำเสียง และการสัมผัสเด็กที่นุ่มนวล เพื่อให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่ชื่นใจและพอใจในการกระทำของเขา สิ่งที่พ่อแม่ควรคำนึงในการส่งเสริมให้ลูกเรียนรู้เรื่องสัตว์คือ การที่มีพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ประเภทที่ต้องนำมากักขัง หรือการทำทารุณกรรมสัตว์ให้ลูกเห็น เช่น การขังนก สุนัข กระต่าย เนื่องจากพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ในลักษณะนี้ไม่ได้ช่วยส่งเสริมในเรื่องความมีเมตตา กรุณาต่อสัตว์ ซึ่งจะทำให้เด็กซึมซับการเรียนรู้และการปฏิบัติไปในทางที่ไม่ถูกต้อง

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูมีบทบาทสำคัญในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆด้วยวิธีการจัดประสบการณ์อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับพัฒนาการ วัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก นอกจากครูจะจัดประสบ การณ์ผ่านกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรมแล้ว การจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนก็มีความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เช่น การจัดป้ายนิเทศภาพสัตว์ การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ขวัญฟ้า รังสิยานนท์. (2551). การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. หน่วยที่ 12 ประมวลสาระชุดวิชาการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. นนทบุรี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  3. พัชรี ผลโยธิน. (2551). การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคม. หน่วยที่ 11 ประมวลสาระชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. นนทบุรี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  4. วัฒนา ปุญญฤทธิ์ และคณะ. (2550). เกม การละเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย 2. กรุงเทพฯ : บริษัท พี ที มีเดีย จำกัด.
  5. Gordon, A.M. and Browne, K.W. (1995). Beginning & Beyond .New York : Delmar.
  6. Nilsen, B.A. and Albertatali,G. (2002). Introduction to Learning & Teaching Infants through Elementary Age Children. New York : Delmar.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน