หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย (Teaching Children about Dangerous Things)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย

การสอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตราย (Teaching Children about Dangerous Things) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายต่อเด็กจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ของมีคม ยาและเวชภัณฑ์ สารเคมีและเชื้อเพลิง เครื่องใช้ ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ที่เด็กใช้หรือบริโภคเข้าไปแล้วทำให้ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ทั้งนี้เพราะสวัสดิภาพและความปลอดภัย (Safety) มีความสำคัญเป็นลำดับแรกของการจัดการศึกษาปฐมวัย การจัดประสบ การณ์ให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการรักษาความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งของที่เป็นอันตรายจะช่วยให้เด็กสามารถป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัย และช่วยลดความกังวลแก่ครูและผู้ปกครองในเรื่องสวัสดิภาพของเด็กลงได้

การสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายสำคัญอย่างไร?

หลักการจัดการศึกษาปฐมวัยข้อ 2 ระบุว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก จะต้องอยู่ในสภาพที่สนองความต้องการ ความสนใจของเด็กทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน ผู้สอนจะต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เด็กได้อยู่ในที่ที่สะอาดปลอดภัย อากาศสดชื่น ผ่อนคลายไม่เครียด มีโอกาสออกกำลังกายและพักผ่อน มีสื่อวัสดุอุปกรณ์ มีของเล่นที่หลากหลาย เหมาะสมกับวัย ให้เด็กมีโอกาสเลือกเล่นเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง และโลกที่เด็กอาศัยอยู่ รวมทั้งพัฒนาการอยู่ร่วม กับสังคม นอกจากนี้ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายยังมุ่งส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและอนามัย รักษาความปลอดภัย โดยให้เด็กรู้จักรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นในกิจวัตรประจำวัน เช่น การเล่นเครื่องเล่นที่ถูกวิธี การระวังรักษาตนขณะเจ็บป่วย ด้วยการเรียนรู้ผ่านสาระที่เด็กควรเรียนรู้ เช่น สาระที่ควรเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะต่างๆของตนเอง และวิธีรักษาร่างกายให้สะอาด ปลอดภัย มีสุขอนามัยที่ดี และสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวเด็กยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัย โดยระบุว่าเครื่องมือเครื่องใช้มีหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ในการทำสวน การก่อสร้าง เครื่องใช้ภายในบ้าน ฯลฯ คนเราใช้เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน แต่ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังในเวลาใช้เพราะอาจเกิดอันตรายและเกิดความเสียหายได้ถ้าใช้ผิดวิธีหรือผิดประ เภท

สิ่งของที่เป็นอันตรายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กได้รับอันตรายหรือได้รับอุบัติเหตุได้ทั้งที่อยู่ในโรงเรียนหรือขณะอยู่ที่บ้าน สิ่งของที่เป็นอันตรายที่เด็กปฐมวัยไม่ควรนำมาเล่น ใช้ หรือบริโภค หรือรับประทาน เช่น ของมีคม ได้แก่ มีดพร้า ตะปู เข็ม กรรไกร ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยารักษาโรคต่างๆ สารเคมี ยาฆ่าแมลง เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ เครื่องยนต์กลไกต่างๆที่เด็กยังไม่ได้เรียนรู้วิธีใช้ ฯลฯ การเรียนรู้สิ่งที่เป็นอันตรายเหล่านี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถคิดเดาเหตุการณ์ข้างหน้าได้ว่า สิ่งเหล่านี้ที่เด็กเล่น ใช้ หรือนำมากินจะเกิดผลต่อตนเองอย่างไร ซึ่งพบว่าเด็กบางคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำน้ำ มันเบนซินที่มีสีแดงมากิน โดยเด็กคิดว่าเป็นน้ำแดง และทำให้ได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นครู ผู้ปกครองและโรงเรียนควรตระหนักถึงเรื่องอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สิ่งของที่เป็นอันตรายที่เป็นสาเหตุทำให้เด็กได้รับอุบัติเหตุต่างๆ อันเกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพหรือความปลอดภัยในเด็กปฐมวัย โดยการนำเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายมาจัดประสบการณ์แบบบูรณาการไว้ในหน่วยการเรียนรู้ หรือการสอดแทรกเรื่องนี้ไว้กับการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน

การสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยดังนี้

  • เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการรักษาความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายได้ การสอนให้เด็กเรียนรู้ว่าสิ่งใดที่เป็นอัน ตรายและสิ่งใดที่เด็กสามารถใช้เองได้ จะทำให้เด็กสามารถแยกแยะเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอันตรายได้ และเมื่อเด็กได้รับประสบ การณ์เกี่ยวกับสิ่งของที่เป็นอันตรายอื่นๆ เด็กจะสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ได้ และนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์อื่นๆได้เช่นเดียวกัน เช่น เด็กได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าว่ามีความร้อน และถ้าเด็กเอามือไปจับกระทะไฟฟ้าขณะปรุงอาหารที่โรงเรียน เมื่อเด็กเข้าไปช่วยแม่ปรุงอาหารในครัว เด็กจะเรียนรู้ได้ทันทีว่าไม่ควรเข้าไปอยู่ใกล้กระทะไฟ ฟ้าขณะที่ปรุงอาหารอยู่
  • สร้างการเรียนรู้ถึงภัยอันตรายต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน การสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายเป็นการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่แสดงให้เด็กเห็นว่าอันตรายหรืออุบัติเหตุจากสิ่งของที่เป็นอันตรายแต่ละประเภทสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีป้องกันอันตรายจากสิ่งเหล่านั้นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจ ทักษะในการปฏิบัติและการสร้างเจตคติที่ถูกต้องในการรักษาความปลอดภัยหรือสวัสดิภาพให้กับตนเอง
  • ช่วยผ่อนคลายความกังวลให้แก่ครูและผู้ปกครองในเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็ก เด็กจะไม่สามารถเรียนรู้ได้เลยว่าสิ่งใดที่เป็นอันตรายหรือทำสิ่งนั้นไปแล้วจะเกิดผลอย่างไร เนื่องจากเด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยของการเรียนรู้ สงสัย ต้องการทด ลองและอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นคุณลักษณะตามวัยในลักษณะนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กต้องการเรียนรู้ และบางครั้งการเรียนรู้นั้นอาจนำมาซึ่งการได้รับอันตรายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การสอนชี้แนะช่วยเหลือจากครูและผู้ใหญ่จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการดูแลและรับผิดชอบ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองหรือครูจะมีความกังวลว่าเด็กมาเรียนที่โรงเรียนในแต่ละวัน เด็กจะมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน การที่จัดให้มีการสอนในเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายจะทำให้ทั้งผู้ปกครองและครูลดความกังวลในเรื่องสวัสดิภาพของเด็กลงได้ในระดับหนึ่ง
  • ช่วยลดอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยที่เกิดจากสิ่งของที่เป็นอันตราย การสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายจะทำให้ช่วยลดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากเด็กจะเรียนรู้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ เช่น การสอนเรื่องของมีคมว่ามีอันตรายอย่างไร ถ้าจะใช้ต้องระมัดระวังอย่างไร การใช้มีดเด็กควรใช้มีดสำหรับเด็กที่ไม่มีด้านคม การใช้กรรไกรปลายมนสำหรับเด็ก การใช้เข็มต้องปรึกษาครูหรือพ่อแม่ก่อน การหลีกเลี่ยงหรือใช้เครื่องมือต่างๆอย่างถูกต้องจึงเป็นการลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กได้ ส่วนการลดการเจ็บป่วยนั้นอาจมาจากสาเหตุของการกิน ดื่ม สิ่งของที่เป็นอันตราย เช่น การกินหรือสัมผัสสารเคมี การดื่มน้ำมันเชื้อเพลิง การกินยาฆ่าแมลง น้ำยาล้างห้องน้ำ ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทำให้เสียเวลาและผลกระทบต่อการเรียนด้วย
  • ช่วยลดความสิ้นเปลืองของรายจ่ายที่ต้องใช้เมื่อเด็กได้รับอันตราย การที่เด็กได้รับอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากสิ่งที่เป็นอันตราย ทำให้ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย หรือเกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆจากการกินหรือดื่มของอันตรายที่เป็นประเภทอา หารและเครื่องดื่ม ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการรักษาอาการของการเจ็บป่วยหรือการบาดเจ็บต่างๆ จึงเป็นการสิ้นเปลืองอีกทางหนึ่ง

ครูสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดประสบการณ์หรือกิจกรรมเพื่อสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายที่โรงเรียน ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการระบบการป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้กับเด็ก ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ การจัดอาคารสถานที่และสิ่ง แวดล้อมทางกายภาพ ในห้องเรียนและนอกห้องเรียนให้เป็นระเบียบ เพื่อความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมแต่ละวัน และ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหัวเรื่องและ/หรือหน่วยการเรียนประจำสัปดาห์ ซึ่งการสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอัน ตรายเป็นสาระที่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก ครูปฐมวัยอาจนำมาทำเป็นหน่วยการเรียนรู้แล้วนำมาบูรณาการให้เข้ากับกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูให้เด็กเคลื่อนไหวประกอบเพลง “ของอันตราย” หนู หนู หนู ดูให้ดี ของเหล่านี้มีอันตราย มีด ตะปู เข็ม กรรไกร และอีกมากมายอันตรายจริงๆ หรือให้เด็กเคลื่อนไหวร่างกายตามข้อตกลง โดยครูนำภาพสิ่งของที่เป็นอันตรายมาแจกให้เด็กคนละ 1 ภาพ แล้วให้เด็กเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง เมื่อให้สัญญาณหยุดให้เด็กที่มีภาพเหมือนกันจับกลุ่ม เป็นต้น
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูให้เด็กเรียนรู้ว่าสิ่งของที่เป็นอันตรายมีอะไรบ้าง อาจนำของจริงหรือภาพสื่อต่างๆให้เด็กดูและสังเกต อาจมีการสำรวจและศึกษานอกสถานที่ การทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่เป็นอันตรายมีโทษอย่างไร นอกจากนี้ในกิจกรรมการประกอบอาหาร เด็กอาจต้องใช้มีด เครื่องใช้ไฟฟ้า ครูควรแนะนำวิธีใช้ให้มีความปลอดภัยสำหรับเด็ก และควรสร้างข้อตกลงก่อนทำกิจกรรมที่ต้องใช้สิ่งของที่เป็นอันตรายทุกครั้ง
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ การทำกิจกรรมศิลปะอาจต้องใช้วัสดุอุปกรณ์บางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น มีด กรร ไกร ลวด เข็มต่างๆ ครูควรสาธิตการใช้อุปกรณ์ให้เด็กดูก่อนทุกครั้ง และควรบอกถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเน้นย้ำให้เด็กระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม ในการเล่นตามมุมในแต่ละวัน อุปกรณ์ประจำมุมแม้จะไม่ใช่สิ่งของที่เป็นอันตรายแต่ถ้าเด็กนำสิ่งของเหล่านั้นมาใช้ผิดวิธีก็อาจเกิดอันตรายได้ เช่น การนำไม้บล็อกมาทุกตีผู้อื่น หรือขว้างปาให้เกิดความเสียหาย การนำดินน้ำมันมากิน หรือการทำแก้วน้ำหรือตู้ปลาที่มุมวิทยาศาสตร์ให้แตก ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายและเป็นอันตรายได้ ดังนั้นครูจึงควรให้เด็กได้สร้างข้อตกลงก่อนที่จะเข้าเล่นตามมุมต่างๆเพื่อเด็กจะได้ตระหนักและควบคุมตนเองได้
  • กิจกรรมกลางแจ้ง การจัดกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งของที่เป็นอันตราย อาจนำมาจัดในรูปของกิจกรรมเกมต่างๆ เช่น เกมปิดตาตีสิ่งของที่เป็นอันตราย เกมปิดตาสัมผัสแล้วบอกสิ่งที่สัมผัสได้ เกมการแข่งขันวิ่งเก็บของโดยใช้สื่อที่เป็นสิ่งของที่เป็นอันตราย แต่ก่อนนำมาเป็นสื่อต้องล้างหรือทำความสะอาดให้อยู่ในสภาพที่ไม่เป็นอัน ตรายต่อเด็ก
  • เกมการศึกษา จัดให้เด็กได้เล่นเกมการศึกษาต่างๆ เช่น การจับคู่สิ่งของที่เป็นอันตรายที่เหมือนกัน เกมจับคู่ภาพกับคำที่เป็นสิ่งของอันตราย เกมการหารายละเอียดของภาพ (ล็อตโต) สิ่งของที่เป็นอันตราย เกมโดมิโน หรือเกมพื้นฐานการบวกที่สัมพันธ์กับหน่วยสิ่งของที่เป็นอันตราย

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายได้อย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองควรมีบทบาทในการสอนให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งของที่เป็นอันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กได้รับอันตรายจากสิ่งที่เป็นอันตราย ดังนี้

  • จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้มีความสะอาดและปลอดภัย สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านและห้องต่างๆภายในบ้านมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย เช่น จัดเก็บอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายไว้เป็นสัดส่วน และเด็กไม่สามารถเอื้อมไปหยิบมาเล่นได้ เก็บมีดไว้ในที่จัดเก็บ เก็บเข็ม กรรไกรไว้ในที่สูง เก็บขวดยาหรือสารเคมีอันตรายไว้บนหลังตู้ เป็นต้น
  • บอกหรือสอนเด็กว่าสิ่งของนั้นมีอันตรายอบ่างไร บางครั้งพ่อแม่ใช้เครื่องมือหรือสิ่งของที่เป็นอันตรายแล้วเด็กอาจอยู่ด้วย พ่อแม่ควรบอกหรืออธิบายให้เด็กฟังว่าสิ่งของเหล่านี้เป็นอันตายอย่างไร ถ้าจะใช้ต้องระมัดระวังหรือบอกผู้ ใหญ่ก่อน เช่น การใช้เครื่องมืองานช่าง การตอกตะปู การใช้สว่าน เลื่อย การใช้มีด เป็นต้น
  • สอนลูกในสถานการณ์บังเอิญหรือการประสบพบเจอด้วยตัวเด็กเอง บางครั้งพ่อแม่อาจพาลูกไปในสถานที่ต่างๆแล้วบังเอิญมีเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายเกิดกับบุคคลอื่น พ่อแม่ก็ควรใช้สถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นมาสอนลูก เช่น การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน การได้รับบาดเจ็บจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า การใช้บันไดเลื่อนในห้างสรรพสินค้า การได้รับความเจ็บป่วยจากการใช้สารเคมี เป็นต้น หรือเด็กอาจไปหยิบหรือเล่นสิ่งของที่เป็นอันตรายขณะไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ พ่อแม่ก็ควรสอนหรือแนะนำเด็กทันที เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่าไม่ควรเล่นหรือไปสัมผัสสิ่งของที่เป็นอันตรายชนิดนั้นๆ และเป็นการสร้างเจตคติที่ดีในการรักษาความปลอดภัยให้แก่เด็กด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

นอกจากครูจะจัดกิจกรรมตามหน่วยการเรียนรู้เพื่อสอนเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายให้กับเด็กโดยบูรณาการให้เข้ากับกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรมแล้ว การบูรณาการเรื่องสิ่งของที่เป็นอันตรายจากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันก็สามารถทำได้ เช่น การสอนเรื่องความปลอดภัยในการใช้ห้องน้ำห้องส้วม ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การรัก ษาความปลอดภัยในการรับประทานอาหารกลางวัน การเลือกรับประทานอาหารที่สะอาดและปลอดภัย เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2542). การเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยเรียน.กรุงเทพฯ : โชติสุขการพิมพ์.
  2. นิตยา ประพฤติกิจ. (2539). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
  3. นิภารัตน์ รื่นสุข. (2546). ความพึงพอใจของผู้ปกครองเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนและการจัดสวัสดิภาพของนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลประทีป. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร.
  4. เบญจา แสงมะลิ. (2545). การพัฒนาเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.
  5. ประภาพรรณ เอี่ยมสุภาษิต. (2548,เมษายน) “การปลูกฝังพฤติกรรมการบริโภคให้กับเด็กปฐมวัย” ในวารสารการศึกษาปฐมวัย. 9(2):37 – 41.
  6. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2551). เอกสารการสอนชุดวิชาการจัดศูนย์และโรงเรียนปฐมวัยศึกษา. นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  7. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  8. Deroche and Kaiser. (1980).Student Services : Achieving Success for all Secondary Student. Illinois: University of Illinois at Chanpagn – Urbana.
  9. Hildebrand, Verna. (1997). Introduction to Early Childhood Education. 6th ed. Michigan: Prentice-Hall, Inc.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน