หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่อง สี (Colors)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สี หมายถึง ลักษณะของแสงสว่างปรากฏแก่ตา สีเป็นคุณสมบัติหนึ่งของวัตถุทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์เราสร้างสรรค์ขึ้น คนเราจะรับรู้สีได้ทางตาตั้งแต่เด็ก แต่เด็กควรได้รับการฝึกสังเกตสีที่มีความหลากหลายและอยู่รอบๆตัวเด็กเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการคิด การใช้ภาษาและการถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อสีทางงานสร้างสรรค์

การสอนเรื่องสีสำคัญอย่างไร?

สีเป็นคุณสมบัติของสรรพสิ่งที่อยู่ในโลกและจักรวาล เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ ท้องฟ้า ดิน ขนของสัตว์ ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ก้อนหิน คนเรามีสีผิว สีดวงตา สีผม เป็นต้น มนุษย์เรายังสร้างสรรค์สีเพิ่มขึ้นอีก โดยใช้วัตถุต่างๆเลียนแบบธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ สีแต่ละสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติและที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นนี้ จะมีความเข้มในระดับต่างๆ ตั้งแต่สีอ่อนไปจนสีเข้ม มนุษย์นำสีที่สร้างสรรค์ขึ้น แต่งเติมในวัตถุต่างๆ ทุกอย่างในโลกนี้จึงมีสี ดังนั้นการสนับสนุนให้เด็กสังเกตสีของวัตถุตามธรรมชาติและวัตถุที่ผลิตจากคนเรา จะทำให้เด็กรู้จักสีต่างๆ ระดับความเข้มจางของสี แหล่งที่มาของสี การนำสีมาใช้ประโยชน์หรือการเกิดประโยชน์ที่มีสี และ เรียนรู้ความรู้สึกที่สัมผัสสี เพราะสีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคน เรา

การสอนเรื่องสีมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องสีมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างยิ่ง ดังนี้

  • ช่วยให้เด็กเข้าใจโลกและสรรพสิ่งที่อยู่รอบๆตัว คือ สีเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของวัตถุ และสีจะเกี่ยวข้องกับตัวเด็ก เพราะสีอยู่ที่ตัวเด็กเองตลอดทั่วร่างกาย ทั้งสีผม สีผิว สีนัยน์ตา สีเล็บ สีฟัน สีลิ้น
  • สีช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เด็กก็มีความรู้สึกต่อสีหรือสีสร้างความรู้สึกให้แก่เด็กได้ เช่น สีท้องฟ้าขาวปนฟ้า มักจะสร้างอารมณ์สบายใจ แต่เมื่อท้องฟ้ามืดมัว เมฆสีดำ ความรู้สึกต้องการความปลอดภัยย่อมเกิดขึ้นกับจิตใจของเด็ก สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น สมองจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม เกิดจากที่เด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและหลากหลาย สิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นสมองทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายเส้นใยประสาทและทำให้เส้นใยประสาทอยู่คงทน และเมื่อเด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าคือ การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การสัมผัสรสชาติทั้งหลาย เด็กอาจใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเข้าไปสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุ การณ์ เป็นเหตุให้เด็กเกิดการสังเกตและได้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและคุณสมบัติของวัตถุนั้น เด็กได้เรียนรู้เรื่องสีด้วยการมองเห็น เกิดการสังเกตขึ้นจึงมีผลต่อการเจริญเติบโตของเซลล์สมองดังกล่าว
  • การสังเกตสีเป็นพื้นฐานข้อมูลสำหรับเด็ก การมีประสบการณ์การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัว ว่ามีสีหลาก หลาย ทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน เด็กก็จะเรียนรู้การจำแนกประเภทต่อไป การจำแนกประเภท คือการแบ่งพวกหรือคัดแยกวัตถุตามกระบวนการ การจำแนกนี้เกิดจากเด็กสามารถเปรียบเทียบและบอกข้อแตกต่างของคุณสมบัติของวัตถุนั้นๆได้ เช่นความแตกต่างของสี ความเข้มจางของสี จำแนกความแตกต่างของวัตถุจากสี
  • การเรียนรู้เรื่องสีมีผลต่อการพัฒนาภาษาของเด็ก เมื่อเด็กได้เห็นสี ได้ยินคำศัพท์เกี่ยวกับสี ได้สัมผัสสี มีอารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับสี ก็จะเป็นการเร้าและเสริมการรับรู้ให้เด็กมีการใช้ภาษา จนกระทั่งสามารถใช้ภาษาในการติดต่อสื่อ สารต่อไป
  • นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ความรู้และเจตคติต่อสีที่เด็กเรียนรู้ จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เด็กสามารถเลือกสวมเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสีที่โรงเรียนกำหนดได้ เด็กจึงเป็นผู้มีวินัย เด็กชื่นชมดอกไม้สีสันทำให้เขารู้สึกสบายใจและสดชื่น เมื่อเขาจะข้ามถนน เขาจะเลือกข้ามทางม้าลาย เพราะม้าลายใช้สีขาวดำ เป็นสัญลักษณ์ตามกฎจราจร เป็นต้น

ครูสอนเรื่องสีให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องจากกิจกรรมหลักประจำวันต่างๆ ดังนี้

  • กิจกรรมเสรี กิจกรรมเสรีเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นอย่างอิสระ เด็กอาจจะเล่นร่วมกับเพื่อน หรือ เล่นตามลำพังได้ ครูจะกำหนดให้เด็กเล่นเรื่องสีในกิจกรรมเสรีจากมุมเสรีหรือมุมการเรียนรู้ ได้แก่

    • มุมบล็อก เด็กได้เล่นบล็อกสีต่างๆ ที่ทำจากไม้ พลาสติก กล่องกระดาษ (อัดวัตถุให้มีน้ำหนัก) เด็กเล่นบล็อกได้หลายแบบ เช่นเล่นต่อเป็นรูปแบบต่างๆ เป็นหอคอย เป็นบ้าน เป็นรถ เป็นอาคาร ร้านค้า ฯลฯ งานต่อบล็อกอาจจะเกิดการสร้างสรรค์ร่วมกัน เมื่อเด็กเล่นเป็นกลุ่ม เด็กจะได้สื่อสารในกลุ่ม เรียกชื่อสีที่เขารู้จัก เด็กหลายคนจะมีประสบการณ์เรื่องสีมาแลก เปลี่ยนกันขณะที่เขาเล่นร่วมกัน

    • มุมหนังสือ ครูจัดเตรียมหนังสือเรื่องสี หรือสิ่งต่างๆมีสีไว้ให้เขาอ่าน ปัจจุบันสำนักพิมพ์เกือบทุกแห่ง ผลิตหนังสือเรื่องสีสำหรับเด็ก เรื่องสีมีทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เช่น หนังสือนิทานเสริมสร้างจินตนาการ เรื่อง จุดสีกระจัดกระจาย ขบวนพาเหรดสีรุ้ง เทวดาน้อยกับรองเท้าสีใหม่ สีดำสีขาว เจ็ดวันเจ็ดสี รถเต้นโต่งจอดได้ที่ไหน (ผู้แต่ง บุบผา เรืองรอง) ทุกเรื่องส่งเสริมความรู้และความเพลิดเพลินแก่เด็กเรื่องสีหลากหลาย อีกทั้ง ครูสามารถผลิตหนังสือสำหรับเด็กเรื่องสีได้ด้วยเองอย่างง่ายๆ เรียกว่าหนังสือทำมือ กำหนดจุดมุ่งหมายให้เด็กรู้เรื่องสี อ่านชื่อสี จำแนกวัตถุจากสี และมีจินตนาการจากสี

    • มุมบทบาทสมมติ จัดเป็นสถานที่ในชุมชน เช่น ร้านค้า บ้าน คลินิก ร้านเสริมสวย เป็นต้น จัดอุปกรณ์ให้เด็กมีโอกาสเรียนและเล่นเรื่องสี เช่นร้านตัดเสื้อผ้า หรือขายเสื้อผ้า สีหลากหลาย จัดบ้านให้มีเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ เช่น ผ้าม่าน หมอน ชุดรับ แขก จานข้าว หรืออื่นๆ มีสีสันสวยงาม

    • มมุมธรรมชาติศึกษาหรือมุมวิทยาศาสตร์ ครูเตรียมวัสดุให้เด็กได้ทดลองเรื่องสีอย่างอิสระ เช่น พืชที่ให้สี ดินสีต่างๆ น้ำสำหรับผสมสี กระป๋อง ผ้ากรอง เด็กอาจจะผสมน้ำกับดิน น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีเหมือนดิน สีดำ สีแดง สีส้ม เช่นเดียวกับการนำใบพืช ดอกไม้ ราก มาขยำ หรือปั่นกับน้ำ เด็กจะเห็นสีน้ำเปลี่ยนสีตามส่วนประกอบของพืชชนิดนั้นๆ

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการ โดยใช้ศิลปะ มีอุปกรณ์คือสีชนิดต่างๆ เช่น สีน้ำ สีเทียน สีไม้ กระดาษสีต่างๆ ให้เด็ก ฉีกปะ ตัดปะ สร้างภาพตามจินตนาการ ดินน้ำมันหรือแป้งสีต่างๆสำหรับงานปั้น การร้อยวัตถุต่างๆที่มีสี ได้แก่ ร้อยดอกไม้ ใบไม้ กระดาษ หลอดดูด และงานการประดิษฐ์สิ่งต่างๆที่ใช้สีเป็นส่วนประกอบให้สวยงาม
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เด็กพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฝึกการทำงานและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่มุ่งจัด ฝึกให้เด็กมีโอกาสฟัง พูด สังเกต คิดแก้ปัญหา ใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน โยงจัดกิจกรรมด้วยวิธีการสนทนา อภิปราย สาธิต เล่านิทาน เล่นบทบาทสมมติฯลฯ ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ครูส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องสี เช่น การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา รู้คำศัพท์ รู้ความ หมายของคำ เช่น สีแดง สีดำ สีเหลือง สีขาว ฯลฯ และอาจนำเรื่องสีไปบูรณาการกับสาระการเรียนรู้ตามหน่วยการสอนที่กำหนดได้ เช่น หน่วยสัตว์น่ารัก ให้เด็กสังเกตสีขน สีหนังของสัตว์ชนิดนั้น แมวมีตาสีฟ้า หรือสีเหลือง ขนแมวพันธุ์สามสีมีสีดำสีส้มสีขาว ม้าลายมีลายขาวสลับดำ แล้วเด็กเล่าสิ่งที่เขาสังเกต (ส่งเสริมการพูด) เด็กอ่านคำหรือประโยคที่เขาเล่ามา และ ครูบันทึกไว้ (ส่งเสริมการอ่าน) ฝึกเด็กร้องเพลง ท่องคำคล้องจอง เกี่ยวกับสี หรือวัตถุ เหตุการณ์เกี่ยวกับสี เช่นเรียนรู้เรื่องรุ้งกินน้ำ

      เพลงรุ้งกินน้ำ (ผู้แต่ง บุบผา เรืองรอง) ความว่า ........ รุ้งกินน้ำนั้นมีเจ็ดสี เกิดขึ้นมีเมื่อหลังฝนตก อยากรู้พูดตามซิจ๊ะ(ซ้ำ) ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

      เพลงรุ้งกินน้ำ ความว่า..........รุ้งตัวอ้วน หิวน้ำรีไง ทำไมใครๆ เรียกรุ้งกินน้ำ เด่นอยู่บนท้องฟ้า อวดสีสวยงาม ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง สีม่วงงดงาม สีครามก็สวย ติดตามมาด้วย น้ำเงินนั่น สีเขียว สีเหลือง อยู่ชิดติดกัน ปิดท้ายสี สันด้วยแสดและแดง รุ้งตัวอ้วนนั่น ฉันจำได้ดี ว่าเธอนั้นมีตั้งเจ็ดสีสัน จำได้ จำได้ สีรุ้งงดงาม ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง

    การฝึกทักษะในการคิดจากการเรียนรู้ในหน่วยการสอนต่างๆ ให้บูรณาการเรื่องสีเข้าไป เช่น หน่วยผลไม้ เรื่องเนื้อผลมีสี ครูสามารถจัดกิจกรรมฝึกทักษะพื้นฐานการสังเกตและการจำแนกเปรียบเทียบจากเรื่องเนื้อผลไม้ ได้แก่ สังเกตสีเนื้อผลไม้แต่ละชนิด มะละกอสุกสีแสด มะม่วงสุกสีเหลือง ทุเรียนสีเหลือง มังคุดสีขาว ลำไยสีขาว เป็นต้น หลังการสังเกตครูพัฒนา การฝึกทักษะจำแนกต่อไป ให้เด็กจำแนกผลไม้จากสีเนื้อผลไม้ที่สังเกตแล้ว จำแนกวัตถุต่างๆ การสังเกตและการจำแนกเปรียบเทียบเป็นกิจกรรมที่เน้นการคิดอย่างมีเหตุผล เด็กจะสรุปผลอย่างง่ายเป็นการให้เหตุผลแก่ตน จากคุณสมบัติที่เห็นชัด เจนตามที่มีประสบการณ์มาก่อน และเด็กจะสรุปด้วยการสะท้อนความคิด เป็นการคิดเหตุผลจากการได้จัดกระทำกับวัตถุแล้วสะท้อนคิดเพื่อสรุปผล การฝึกฝนดังกล่าว จะส่งเสริมการคิดของเด็กให้สังเกตอย่างมีความหมายและกระทำสิ่งต่างๆอย่างมีระเบียบวิธี

  • กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้มีโอกาสออกไปเล่นนอกห้องเรียน เพื่อออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ ครูนำเรื่องสีจัดในกิจกรรมกลางแจ้งประเภทการเล่นเกมการละเล่น เช่น เกมซื้อดอกไม้สีต่างๆ (ดอกไม้จะวิ่งหนีเมื่อจะถูกซื้อ ผู้ซื้อจะวิ่งไล่จับ) เกมวิ่งไล่จับผู้ที่สวมหมวกสีต่างๆตามคำสั่ง
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระ โดยใช้เพลง จังหวะและคำคล้องจอง การเคลื่อนไหวมีหลายรูปแบบ รูปแบบการเคลื่อนไหวแบบสร้างสรรค์ ให้เด็กคิดสร้างสรรค์ท่าทางขึ้นเอง และอาจชี้นำด้วยเคลื่อนไหวโดยใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น ริบบิ้นหรือแถบผ้าสีต่างๆ
  • เกมการศึกษา เป็นการเล่นเพื่อพัฒนาสติปัญญา มีกฎกติกาง่ายๆ ช่วยให้เด็กสังเกต คิดหาเหตุผลและเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสี เช่น เกมจับคู่สี เรียงลำดับความแก่อ่อนสี โดมิโนสี ลอตโตสี ต่อบัตรสีตามแบบ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องสีอย่างไร?

ในชีวิตประจำวันเด็กเรียนรู้เรื่องสีจากสิ่งของเครื่องใช้ธรรมชาติรอบตัวและสถานที่ได้เช่นเดียวกับเรื่องต่างๆในหลักสูตรที่โรงเรียนจัด จะแตกต่างกันที่รูปแบบของการเรียน การเรียนที่บ้านเป็นการเรียนกลุ่มเล็กที่อาจจะมีพี่หรือญาติ เรียนร่วมด้วย และเป็นการศึกษาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง การจัดการศึกษาจัดให้ผู้เรียนเรียนได้จากชีวิตประจำวัน เช่น จากการทำงาน การเล่น จากทัศนคติของผู้อื่น จากการอ่านหนังสือ เป็นต้น เด็กจึงอาจจะเรียนในขณะที่ไปเลือกเสื้อผ้าเครื่องใช้ในร้านค้ากับพ่อแม่ ไปเดินเที่ยว ปลูกต้นไม้ ปรุงอาหาร ซื้อผักในตลาด เป็นต้น แต่พ่อแม่ก็มีโอกาสจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีให้แก่เด็กผ่านการเล่นได้ เพราะเด็กชอบเล่น และชอบสีตามธรรมชาติของเด็กอยู่แล้ว กิจกรรมตัวอย่างที่พ่อแม่จัดให้ลูกจากกิจกรรมชีวิตประจำวันมีดังนี้

  • ชมท้องฟ้ายามเช้าและกลางคืน ดูความแตกต่างของสี ก้อนเมฆ สีของดวงอาทิตย์ยามเช้าและพระอาทิตย์อัสดง ( ก่อนตกดิน) สิของดวงจันทร์ ดวงดาว และรุ้งกินน้ำ
  • ชมท้องฟ้าในฤดูกาลต่างๆ ฤดูร้อนยามเช้าฟ้าสว่างสดใส ฤดูฝนฟ้าครึ้มมืดดำบ่อยๆ ฤดูหนาวฟ้ามีเมฆหมอกขาวคลุมฟ้า
  • ชมดินในสวน สีดินในที่ต่างๆ อาจจะมีดินสีดำ ดินสีแดง ดินสีส้ม ดินสีขาว และสีเทา ลองให้ลูกช่วยขุดหรือตักดินดูว่าในแต่ละระดับของดินมีดินสีเดียวกันหรือไม่
  • ชมต้นไม้ในสวนบ้านของเรา ในสวนสาธารณะ หรือที่ที่มีต้นไม้ ดูสี จากต้นไม้ เปลือก กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผลจากหลายๆชนิด นำมาเปรียบเทียบกัน ใบของพืชแต่ละชนิดมีความหลากหลายแตกต่างกัน เช่น
      -ใบโกสนบางชนิดสีเขียวแก่ เขียวอ่อน เขียวลายแดงบ้าง เขียวลายส้มผสมบ้าง
      -ต้นกาบหอยมีใบสีม่วง
      -ใบกระท้อนมีสีแดง เขียว น้ำตาล
      -ใบเมเปิล สีแดงหรือส้ม
      -ย่านดาโอ๊ะ เป็นย่านเถาใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลแดงหรือขนสีทองแดง เป็นพืชถิ่นเดียวที่พบที่จังหวัดปัตตานี นราธิวาสและยะลา
      -เช่นเดียวกันกับ ก้านหรือกิ่ง จะมีสีสัน ผักเกือบทุกชนิดจะสีเขียว แต่มีผักบางชนิดก้านสีม่วง เช่น ก้านกระเพรา เป็นต้น
  • นำส่วนประกอบของพืชบางชนิด นำมาทดลอง บีบ ขยี้ ให้ลูกเห็นว่า มีสีจากสิ่งเหล่านั้น เช่น สีจากดอกชบา สีจากใบเตย สีจากกะหล่ำปลีสีม่วง สีจากขมิ้น(ราก) สีจากเปลือกมังคุด สีจากแครอท สีจากเนื้อฟักทอง สีจากยางกล้วย เป็นต้น
  • ไปเที่ยวทะเล ชวนลูกสังเกตสีของน้ำทะเล สีทราย สีสาหร่ายทะเล สีเปลือกหอย สีของก้อนหิน สีต้นไม้ริมทะเล สีชุดว่ายน้ำของผู้คนที่มาเล่นน้ำ สีร่ม เก้าอี้ชายหาด
  • ชวนลูกดูสัตว์เลี้ยงใกล้ตัว เช่น นก สุนัข เป็ด ไก่ วัว ควาย แพะ แกะ แมว ฯลฯ สัตว์เหล่านี้มีขน หรือหนังสีต่างๆ บางชนิดเช่นไก่แจ้ มีขนหางงดงามสีหลากหลาย นกแก้ว นกหงส์หยก มีขนสีสวยงามหลากสี เป็นต้นหรือนำลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ ชี้ชวนให้สังเกตขนและหนังของสัตว์นานาชนิด เช่นม้าลาย ยีราฟ นกยูง หมีแพนดา ปลา เป็นต้น
  • ชวนลูกดูสีจากสิ่งต่างๆในบ้านของเรา เช่น สีฝาผนัง สีเฟอร์นิเจอร์ สีเครื่องใช้ เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม หม้อ แจกัน หลอดไฟ พัดลม นาฬิกา สีเครื่องแต่งตัว เช่น เสื้อ กระโปรง กางเกง รองเท้า เครื่องสำอางของคุณแม่เป็นต้น
  • ชวนลูกไปนอกบ้าน บนท้องถนนลูกเห็นสีไฟจราจร สีรถ สีถนน สีสัญลักษณ์ต่างๆของการจราจร เช่น สีดำขาวของทางม้าลาย สีขาวเหลือง สีขาวดำ สีขาวแดง ที่ขอบทางข้างถนน เป็นข้อตกลงของการจอดรถได้หรือไม่ อย่างไร สีอาคารร้านค้า สีป้ายต่างๆ สีจากตู้โชว์แสดงสินค้า สีของวัตถุ สินค้า สีไฟโฆษณา
  • ชวนลูกดูขบวนแห่ตามประเพณี ขบวนพาเหรดกีฬาสี การตกแต่งไฟสีในวันเทศกาลสำคัญตามประเพณี วันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์ประมุขประเทศ การแสดงนาฏศิลปะ ละคร เด็กจะเห็นสีสันจากเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่สวยงามวิจิตรตระการตา
  • ทดลองเล่นสี ให้เด็กรู้จักสีจากพืชตามใจชอบ เตรียมอุปกรณ์ ใบตำลึง ดอกชบาหลอด ขมิ้น ดอกอัญชัน กระดาษปรู๊ฟ เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว พ่อแม่เปิดโอกาสให้เด็กขยำใบไม้ ดอกไม้ กดหัวขมิ้นให้สีซึมออกมา จากพืชที่เลือกนั้นลงบนกระดาษ เพื่อทดลองให้เห็นสีจากพืช บอกชื่อสีที่เห็น
  • ทดลองเล่นสีแก่-อ่อนตามใจชอบ เตรียมสีน้ำ ถาดพลาสติก เหยือกน้ำ ฟองน้ำ พู่กัน กระดาษวาดรูป ขั้นตอนการเล่นสี ครั้งแรกใส่สีน้ำสีใดสีหนึ่ง ในที่นี้ ใช้สีแดง สีขาว อย่างละช้อนกาแฟใส่บนถาด ให้วางเหยือกน้ำและฟองน้ำไว้ใกล้กัน ให้เด็กใช้พู่กันอันเดียว แล้วแนะนำให้ลูกพยายามวาดและระบายอะไรก็ได้ ให้ใช้สีแดงล้วนๆหรือสีแดงผสมสี เด็กเล่นจนพอใจ เด็กจะสังเกตสีแก่ อ่อนที่ปรากฏขึ้น ให้เด็กใช้พู่กันอันเดียวจุ่มสีและระบายที่ละสี ใช้แล้วล้าง เช็ดด้วยฟองน้ำ เมื่อเด็กเล่นจนพอใจแล้ว เปลี่ยนเป็นเล่นสีอื่นๆเช่นเดียวกับเล่นสีแดง
  • เมื่อออกกำลังกาย สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของแก้ม ใบหน้า ริมฝีปาก และลิ้น มีสีอะไร เหมือนกันหรือไม่ เปรียบ เทียบก่อนออกกำลังกายกับหลังออกกำลังกาย โดยให้ลูกดูกระจกส่องหน้า
  • ทดลองทำอาหารที่มีสีหลากหลาย เช่น สลัดผัก ส้มตำ ขนมโค ไอศกรีมหวานเย็น วุ้น ขนมครกชาววัง (ขนมครกธรรมดา แต่แต่งหน้าขนมด้วยขนมทองหยอด หรือเมล็ดพืชชนิดต่างๆ เนื้อผัก ผลไม้ เช่น เมล็ดข้าวโพด ฟักทอง เผือก มัน ต้ม สิ่งเหล่านี้มีสีสวยคือ สีเหลือง ม่วง ส้ม) ปั่นน้ำผลไม้ที่มีสี ได้แก่ น้ำฟักทอง น้ำใบเตย น้ำสับปะรด น้ำกล้วยหอม น้ำใบบัวบก
  • ทดลองปลูกต้นไม้ที่เติบโตเร็วและออกดอกหลากหลายสี เช่น ดอกบานชื่น ดอกคุณนายตื่นสาย ดอกผกากรอง ดอกดาวกระจาย ดอกบานไม่รู้โรย ดอกบานเย็น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สีเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งที่คนเรารับรู้ได้ทางตา แต่การมองดูวัตถุหรือเหตุการณ์บางชนิดครูจะต้องระวังอันตรายต่อนัยน์ตาของเด็ก เช่น การมองแสงอาทิตย์ การมองแสงสะท้อนกระจก เป็นต้น การใช้สีในงานศิลปะสร้างสรรค์ของเด็ก ควรเป็นสีที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก เพราะเด็กอาจจะป้ายสีเข้าตา ปาก จมูกของตนเอง เมื่อสิ้นสุดการทำกิจกรรมแล้ว สิ่งสำคัญ คือการที่เด็กจะต้องรักษาสุขอนามัยของตนเอง การทำความสะอาดมือ เล็บ อย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย จะช่วยป้อง กันให้เด็กพ้นจากอันตรายจากสีที่นำมาใช้สร้างผลงาน

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ ( 2547) .การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์ .
  2. สตาคเฮล. ดีน่า ( 2539) . ดุษฏี บริพัตร ( แปล) . การสอนวิทยาศาสตร์แนวใหม่สำหรับเด็กอนุบาล . พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ,มหานคร : นานมี บุ๊ค.
  3. พิทยาภรณ์ มานะจุติ (2552) .วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
  4. ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ . ( 2542) . รายงาน สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้ สร้างสมองให้เด็กฉลาดได้อย่างไร .กรุงเทพมหานคร :สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ .
  5. บุบผา เรืองรอง ( 2555). นิทานหรรษาเสริมสร้างจินตนาการ . กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอเธนส์ พับบิซซิ่ง .
  6. บุบผา เรืองรอง ( 2548) . วิทยาศาสตร์สำรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  7. ศึกษาธิการ, กระทรวง .(2546 ). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา .
  8. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี .เรื่องสี http://th.wikipedia.org .ค้นคว้าเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2556
  9. เพลงรุ้งสีสวย http://www.youtube.com/watch?v=C4AhtnROroA ค้นคว้าเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน