หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องอวัยวะ (Body Parts)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ร่างกายของคนเราประกอบด้วยอวัยวะต่างๆที่มีชื่อเรียกและมีหน้าที่แตกต่างกันไป อวัยวะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราดำรง ชีวิตอยู่ได้ พ่อแม่และครูควรสอนเด็กให้รู้จักดูแลร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ และระวังรักษาให้อวัยวะของตนให้สมบูรณ์ปลอดภัยตลอดชีวิต

การสอนเรื่องอวัยวะมีความสำคัญอย่างไร?

การสอนลูกให้รู้จักอวัยวะ หน้าที่ของอวัยวะ และการดูแลรักษาอวัยวะให้สะอาดและปลอดภัย มีความสำคัญดังนี้

  • อวัยวะเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป และอวัยวะแต่ละส่วนมีหน้าที่เฉพาะ ที่ทำให้คน เรามีชีวิตตามธรรมชาติ จึงต้องเรียนรู้การใช้อวัยวะส่วนต่างๆให้ถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับหน้าที่
  • อวัยวะของเรามีทั้งอวัยวะภายนอกเราเห็นได้ และอวัยวะภายในร่างกาย คนทุกคนจะมีอวัยวะเหมือนกัน จะแตกต่างกันเฉพาะขนาด สี ตามเผ่าพันธุ์ อายุ และเพศ เด็กจึงควรรู้จักเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติของอวัยวะเพราะเป็นเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับตนเอง
  • อวัยวะของคนเรามีมาตามธรรมชาติ และมีเพียงชุดเดียว นอกจากผม เล็บ ผิวหนัง ฟันน้ำนม ขน ที่ยังงอกใหม่ทดแทนได้ นอกนั้น หากหัก ขาด หายไปด้วยเหตุต่างๆ จะทดแทนได้จากของปลอมที่ไม่สามารถทำงานเหมือนธรรมชาติได้
  • อวัยวะทุกส่วนของคนเรา ต้องการบำรุงจากอาหาร อากาศ น้ำ การพักผ่อน การออกกำลังกาย เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ คนแต่ละคนจึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติต่อตนเองเพื่อบำรุงรักษาอวัยวะของตนไว้ตลอดชีวิต
  • อวัยวะของคนเราอาจได้รับอันตรายได้เสมอ อาจพิการหรือเสียชีวิตได้ เด็กๆจึงต้องรู้จักการป้องกันอุบัติเหตุที่ทำให้อวัยวะได้รับอันตราย
  • อวัยวะบางอย่างเราจะใช้เพื่อการอยู่ในสังคมด้วย จึงต้องฝึกการใช้ให้ถูกต้องตามมารยาทของสังคม เช่น ใช้ปากพูดสื่อ สาร ใช้มือพนมไหว้แสดงความเคารพ หรือจับมือแสดงการทักทาย ปรบมือแสดงความยินดี โบกมือแสดงการอำลา กวักมือแสดงการเรียกมา ใช้ตาสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ เช่น ตาหวาน แสดงการขอร้อง เบิ่งตาโตแสดงความไม่พอใจหรือสงสัย บิดปากแสดงความเจ็บปวด เป็นต้น การใช้อวัยวะดังกล่าวจะมีอารมณ์เป็นส่วนผสมด้วย
  • อวัยวะบางส่วนเป็นช่องทางนำเชื้อโรคเข้าสู่ตัวร่างกายและนำเชื้อโรคไปสู่คนอื่นได้ การใช้อวัยวะจะต้องเอาใจใส่ทำความสะอาด และดูแลให้ปลอดภัย เช่น หากมือที่สกปรกขยี้ตา อาจจะเกิดเป็นโรคตาแดง การที่ผิวหนังเกิดฉีกขาด มีบาด แผลเชื้อโรคทำให้ผิวเน่าเปื่อยและติดต่อเข้าสู่อวัยวะภายในได้อีก เป็นต้น หรือการที่เราขบเคี้ยวของแข็ง ใช้ฟันกัดแทะสิ่ง ของ ผิดหน้าที่ของฟัน ฟันอาจจะบิ่นและหักได้
  • อวัยวะของเรารับสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ ตา หู ปาก จมูก ลิ้น และผิวกาย อวัยวะส่วนใดผิดปกติไป เราจะรับรู้ได้น้อยประสาทสัมผัสทั้งห้าทำให้คนเราเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว เช่น ตารับรู้ สี ขนาด ตำแหน่ง รูปร่าง และความแตกต่างของสรรพสิ่ง หูรับรู้เสียง ดัง ค่อย สูง ต่ำ แหลม ทุ้ม ปากมีลิ้นทำให้รับรู้รสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม ขื่น ฝาด ร้อน เย็น อุ่น เผ็ด จมูกทำให้ได้กลิ่นหอม เหม็น ผิวรับรู้อ่อนนุ่ม แข็ง ลื่น เป็นต้น
  • อวัยวะเพศเป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกายของคนเรา ที่ต้องดูแลสุขอนามัย เช่น การดูแลทำความสะอาดหลังขับถ่าย การสังเกตความผิดปกติ การรู้จักตนเองตามเพศ (เพศหญิง เพศชาย) และการแสดงออกตามเพศที่สังคมมีค่านิยม เช่น เรื่องเพศเป็นเรื่องส่วนตัว การไม่เปิดเผยเพศ การไม่พูดเรื่องเพศด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย หรือการแต่งกายตามเพศของตน การเรียกชื่ออวัยวะเพศของชายและหญิงที่แตกต่างกัน และมีทั้งที่เรียกโดยปกติและเรียกเป็นคำหยาบ บางท้องที่ก็เรียกแตกต่างไปอีก เด็กๆควรรู้จักคำสุภาพ เรียกง่ายๆ ที่คุ้นปกติ เช่น จู๋ แทน อวัยวะเพศชาย และจิ๋ม อวัยวะเพศหญิงเป็นต้น
  • อวัยวะภายนอกบางอวัยวะจะต้องปกปิดแต่บางส่วนไม่จำเป็นต้องปกปิด ทั้งนี้เพราะต้องการให้เป็นความสุภาพเรียบ ร้อยตามความนิยมของสังคม เช่น การสวมเสื้อ ปกปิดร่างกายส่วนบนของผู้หญิง และสวมกางเกงชั้นในก่อนสวมกางเกง กระโปรง การสวมถุงเท้าที่เท้า เด็กเล็กๆควรสวมหมวกกันแดดเมื่อออกนอกบ้าน การปกปิดอวัยวะบางส่วนเพื่อป้องกันเชื้อโรคเช่น การใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก เมื่อมีโรคระบาดหรือไปในสถานที่ที่มีฝุ่นละออง

การสอนเรื่องอวัยวะมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

ร่างกายของคนเรามีอวัยวะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่คนเราใช้เพื่อการดำรงชีวิต การรู้จักอวัยวะของตนเองและรู้จักระวังรักษาเป็นหน้าที่ของตนเอง แต่ในขณะที่เด็กยังเยาว์วัยและอยู่ในการดูแลของพ่อแม่และครู ผู้ใหญ่เหล่านี้จึงมีหน้าที่อบรม สั่งสอนให้เด็กรู้จักร่างกายตนเอง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กจะเรียกชื่ออวัยวะได้ถูกต้อง สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจตรงกัน เพราะชีวิตของคนเราเมื่อเจริญวัย แต่ละช่วงอายุ ย่อมมีการพัฒนาการทางด้านสังคมด้วย ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารจะเป็นเครื่องมือในการติดต่อของแต่ละสังคมที่ต้องการ
  • การรู้จักชื่อ หน้าที่ และการดูและอวัยวะของตนเอง เป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่เด็ก ซึ่งป็นสาระ สำคัญที่ควรสอนเด็ก
  • เด็กจะมีความสุข เมื่อร่างกายเป็นปกติสุข อวัยวะทุกส่วนในร่างกายที่สมบูรณ์ไม่พิการ การได้ตระหนักรู้ของเด็กจะทำให้เขาเห็นประโยชน์ของอวัยวะและการดูแลให้อวัยวะสมบูรณ์
  • เด็กได้รู้ รักการแสดงออกทางสังคมโดยการใช้อวัยวะแต่ส่วนเหมาะสม เช่น การใช้เท้าเพื่อการทรงตัว การเดิน แต่การยกเท้าให้ผู้อื่นไม่เหมาะสมในสังคมไทย เป็นต้น
  • เด็กได้รู้จักปกป้องอวัยวะเพศของตนจากการถูกทำร้าย พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักอวัยวะเพศตามวัยของเด็ก เด็กจะเริ่มเรียนรู้ความแตกต่างทางสรีระภายนอกระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย การตอบคำถามลูก ควรใช้วิธีพูดคุยมากกว่าตอบอย่างเดียว เด็กจะเข้าใจได้และสังเกตการณ์ที่คนอื่นมาแสดงท่าทีทางเพศที่ไม่เหมาะสม แล้วให้เด็กหลีกเลี่ยงหรือร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่
  • การสอนลูกให้รู้จักอวัยวะของตนเองจะเกิดจะเป็นประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ ทั้งด้านความรู้ ทักษะการดูแล และจิตใจที่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของอวัยวะ

ครูสอนเรื่องอวัยวะให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดการเรียนรู้เรื่องอวัยวะไว้ในสาระที่ควรเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ครูจึงสอนลูกให้รู้จักอวัยวะทั้งในการปฏิบัติในชีวิตประจำวันปกติ และในการจัดกิจกรรมหลักให้เหมาะตามวัย ดังนี้

  • การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เช่น การทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้เด็กจะได้เรียนรู้ชื่ออวัยวะ คุณลักษณะ หน้าที่ และประสาทสัมผัสไปพร้อมๆกัน เช่น รู้สึกสบายเมื่ออาบน้ำ ได้รู้วิธีการดูแลผิว การรับ รู้จากประสาทสัมผัสที่ทำหน้าที่โดยแนบเนียน และรู้คุณลักษณะของผิวที่ดีในทางชีววิทยา คือ ผิวที่สะอาด
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ได้แก่ การเล่นปริศนาคำทาย เช่น ลืมอะไรเอ่ย จะเห็นสี เห็นแสง (ลืมตา) การพูดคำคล้องจองประกอบท่าทาง เช่น บทคำคล้องจองเรื่องร่างกายของฉัน “ คิ้ว ปาก จมูก ตา บนหน้าของหนู เป็นสิ่งน่ารู้ ทั้งหูทั้งผม มีเท้า มีมือ มีชื่อเรียกชม ร่างกายสวยสม ตัวกลมน่ารัก” การฟังนิทานที่เกี่ยวกับการรักษาร่างกาย เช่น เรื่องลูกหมีปวดฟัน เรื่องหนูนิดไม่ยอมแปรงฟัน
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ได้แก่ การร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอวัยวะ และแสดงท่าทางประกอบ เช่น เพลง หัวแม่มืออยู่ไหน เพลงล้างมือ เพลงแปรงฟัน เพลง ..........ของฉัน ร้องว่า “ตาของฉันนั้นมีสองตา มีสองตา มีสองตา ตาของฉันนั้นมีสองตา เอาไว้ดูดีดี (ร้องซ้ำ เปลี่ยนชื่ออวัยวะ หู เอาไว้ฟังดีดี ขาเอาไว้เดินดีดี มือ เอาไว้ทำดีดี)
  • กิจกรรมเสรี ได้แก่ การเล่นแต่งตัวเอง สวมต่างหูที่หู ผูกโบว์ ติดกิ๊บที่ผม สวมนาฬิกา หรือสวมกำไลที่ข้อมือ เป็นต้น การเล่นบทบาทสมมติ ไปหาหมอเมื่อเจ็บป่วย ต้องดูแลรักษาอวัยวะเหล่านั้น เช่น แขนหัก ต้องเข้าเฝือก หรือการปฐมพยาบาลง่ายๆ เช่น หกล้ม ล้างแผล แล้วทายา หรือไปหาหมอฟัน รักษาฟัน เป็นต้น เล่นบทบาทสมมติไปซื้อของใช้และเครื่องแต่งตัว เด็กได้รู้จักสิ่งต่างๆที่สัมพันธ์กับขนาดของร่างกาย เช่น ขนาดของเสื้อ รองเท้า ถุงมือ ถุงเท้า แปรงสีฟัน กาง เกงชั้นใน ชุดว่ายน้ำ ถ้วย ชาม จาน ช้อน แก้วน้ำ เป็นต้น
  • เกมการศึกษา ได้แก่ การเล่นเกมให้ความสนุก มีกติกาแข่งขัน เช่น เกมปิดตาทายอวัยวะ (รู้จักหน้าที่ คุณลักษณะของตา ) เล่นจับคู่ภาพอวัยวะกับคำ บอกชื่ออวัยวะ นับจำนวนนิ้วมือและนิ้วเท้า เล่นทำท่าทางให้เหมือนแบบ เล่นเงา (เด็กใช้มือ นิ้วเล่นกับแสงไฟ) เล่นเกมดูระจกทำท่าตามกัน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง ได้แก่ กายบริหาร ทำให้เด็กได้ออกกำลังกาย และสังเกตการเคลื่อนไหวของอวัยวะ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องอวัยวะได้อย่างไร?

  • การชี้แนะ และพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับอวัยวะต่างๆ เมื่อเด็กต้องใช้อวัยวะส่วนนั้นๆ พ่อแม่ควรสอนเขาด้วยอารมณ์ดี ชี้ชวนให้เห็นประโยชน์ของอวัยวะแต่ละส่วนอย่างแยบยล การตระหนักถึงคุณค่าของอวัยวะและรักษาไว้
  • การพูดคุยเรื่องเพศเป็นเรื่องที่พ่อแม่จะต้องเข้าใจและไม่หลีกเลี่ยงที่จะนำมาพูดกับเด็ก เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่องที่มีอยู่ในชีวิต เด็กสนใจใคร่รู้ตามธรรมชาติของเขา พ่อแม่ควรพูดเป็นปกติ แต่มีวิธีตอบคำถามเท่าที่วัยเด็กพึงรู้
  • การช่วยหาสิ่งของรักษาอวัยวะของเด็ก ได้แก่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าเช็ดตัว เครื่องแต่งตัว เป็นต้น
  • ดูแลเมื่อเด็กเจ็บป่วย เป็นไข้ไม่สบาย หรือได้รับอุบัติเหตุ ทำให้อวัยวะบาดเจ็บ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การสอนเรื่องอวัยวะ เป็นเรื่องที่เด็กควรเรียนรู้ ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 คือ สาระที่ควรเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้ลงในกิจกรรมหลักทั้งหก และจัดในกิจวัตรประจำวัน สิ่งสำคัญคือ สอนให้เด็กรู้จักอวัยวะเพื่อการรักษาดูแลสุขภาพของตนเอง และใช้อวัยวะอย่างเหมาะสมในสังคมเพื่อเป็นเด็กดีและน่ารัก

บรรณานุกรม

  1. บุบผา เรืองรอง. (2549).การให้การศึกษาแก่พ่อแม่เด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  2. บุบผา เรืองรอง. (2547). คำคล้องจองสำหรับเด็ก. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  3. บุบผา เรืองรอง. (2554). สุขอนามัยสำหรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  4. สุชาติ โสมประยูร (2542). การสอนสุขศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ.
  5. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภา .
  6. อัจฉรา ชีวพันธ์. (2547). ภาษาพาสอน เรื่องน่ารู้สำหรับครูภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  7. Fontana, D. (1995). Psychology for teacher . Houndwill ; McMillan Press Ltd.
  8. Hidebrand (1991). Introduction to early childhood education . New York: Mcmillan Publishing Ltd.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
BogieJirat