หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about Weather)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องอากาศ (Teaching Children about weather) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็ปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงส่วนผสมของก๊าซต่างๆและไอน้ำ รู้คุณสมบัติของอากาศว่าไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ก๊าซที่มีอยู่มากและจำเป็นต่อสิ่งที่มีชีวิตคือก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราทุกหนทุกแห่ง อากาศมีอยู่ในบ้านและบริเวณ มีอยู่ในโรงเรียน บริเวณรอบโรง เรียน กลางป่า เขา ชายทะเล แม่น้ำ น้ำตก สวน และอื่นๆ

เด็กปฐมวัยเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย เด็กมักจะมีคำถามอยู่เสมอ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทำไมเป็นเช่นนั้น เรารู้ได้อย่างไร เมื่อเด็กมีความสนใจธรรมชาติรอบตัว คำถามที่ต้องการให้ผู้ใหญ่ตอบมีหลายเรื่อง รวมทั้งสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น คืออากาศ เด็กมีคำถามเสมอว่า อากาศ คืออะไร มาจากไหน ทำไมหนูจับไม่ได้ วันนี้หนูอยากอาบน้ำเพราะร้อนมาก ๆ ทำไมเป็นอย่างนั้น หนูชอบวิ่งเล่นใต้ต้นไม้ เพราะเย็นกว่าในห้อง ทำไมเป็นเช่นนั้น ทำไมบางครั้งลมพัดเร็วมากจนโค่นต้นไม้หักลงมาได้ ทำไมลมพัดเร็วช้าไม่เหมือนกัน ลมพัดได้เร็วเพียงใด คำถามที่น่าสนใจของเด็ก จึงควรนำมาจัดเป็นกิจ กรรมเรียนรู้สำหรับเด็ก เรื่องอากาศ เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็ก และเมื่อเด็กได้รับการตอบสนองให้สืบค้นหาคำตอบ เด็กจะรู้สึกสบายใจที่ได้รับการตอบสนอง จึงเป็นการพัฒนาการทางอารมณ์ที่เหมาะสมให้แก่เด็กอีกด้วย

การสอนเรื่องอากาศสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องอากาศมีความสำคัญดังนี้

  • อากาศเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของคนเรา อยู่กับคนเราตลอดเวลา เพราะเราใช้อากาศหายใจ หากขาดอากาศหายใจก็เสียชีวิตทันที สำหรับเด็กปฐมวัย เขาจะเริ่มสังเกตจากความจริงของชีวิตว่า เขามีสิ่งหนึ่งเข้าออกผ่านช่องจมูก เมื่อ ไหร่ที่เขาหายใจไม่สะดวก เพราะเป็นหวัด หรือมีสิ่งที่มาปิดช่องจมูก เด็กจะกระวนกระวาย ดิ้นรน เพื่อจะหายใจเข้าออกให้เป็นปกติ
  • เด็กสัมผัสอากาศตลอดเวลา ผ่านผิวหนังที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึก ร้อน หนาว อุ่น สบาย และจะหลับสนิทเมื่ออยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายของเขา
  • อากาศมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลมที่พัดปกติ พัดผ่านใบไม้ๆจะไหวไปมา ต้นไม้ใบหญ้าจะลู่ตามแรงลม เศษกระดาษปลิวไปอีกที่หนึ่งได้ ฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย หรือลมที่พัดแรงมากจนเกิดเป็นพายุหมุน ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้าน เรือน ต้นไม้หักโค่น ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ในโลกนี้ เพราะอากาศมีอิทธิพลส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม
  • สิ่งของเครื่องใช้หลายชนิดใช้อากาศประกอบ เช่น สูบลมเข้าลูกโป่ง เป่าถุงนอนให้ป่องออก เปิดเครื่องลมพัดให้เกิดลมพัดเย็นๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ใช้ฝึกการสังเกตธรรมชาติรอบตัวให้แก่เด็ก ทั้งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นและมองเห็น ฝึกให้เข้าใจอย่างมีเหตุผล
  • เรื่องอากาศที่ดีเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่ทุกคนควรรู้ และรักษาสภาพอากาศที่ดีให้เราดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณภาพควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก จึงเป็นเรื่องควรอบรมสั่งสอนเด็กปฐมวัยด้วย

อากาศจึงเป็นสาระที่ควรเรียนรู้สำหรับเด็ก ที่จะนำไปใช้พัฒนาความรู้ ความคิด ให้เกิดความเข้าใจต่อธรรมชาติ และเป็นพื้น ฐานการดำรงชีวิตต่อไปอย่างปกติสุข

การสอนเรื่องอากาศมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องอากาศมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ

  • เด็กได้รับการพัฒนาเจตคติแห่งความสนใจ กระตือรือร้นเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อใช้และรัก ษาธรรมชาติอย่างเหมาะสมสืบต่อไป
  • เด็กจะได้เรียนข้อความ รู้เรื่องของอากาศ เพื่อพัฒนาความคิดจากทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  • เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องอากาศ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่จำเป็นต่อชีวิต จากประสบการณ์ตรง
  • เด็กจะมีความสนุก ความสุขจากการเรียนเรื่องอากาศที่น่าเรียน ตอบข้อสงสัยในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สิ่งนั้นมีอยู่ ชวนให้เด็กช่างสงสัย และคิดหาคำตอบต่อไป
  • การเรียนเรื่องอากาศเป็นการส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีความรู้ ความคิด มีความสนใจต่อธรรมชาติ ด้วยความสนุกและมีความสุขที่จะเรียนรู้

ครูสอนเรื่องอากาศให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอากาศจากสาระที่ควรรู้ ได้แก่ อากาศคืออะไร อยู่ที่ไหน เกิดได้อย่างไร เราใช้ประโยชน์จากอา กาศอย่างไรบ้าง ปัญหาอากาศเสีย วิธีการรักษาอากาศดีๆ มีเครื่องมือ เครื่องใช้ ของเล่นอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับอากาศ ฯลฯ โดยครูจัดในกิจกรรมหลักทั้งหกตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 จัดลักษณะบูรณาการ เพื่อให้เด็กได้หลาก หลายความรู้และทักษะได้ดังตัวอย่างนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ให้เด็กแสดงท่าทางตามคำบรรยาย ความว่า .. วันนี้เด็กๆจะได้เรียนรู้เรื่องเทอร์โมมิ เตอร์ เป็นเครื่องมือวัดอุณหภูมิของอากาศ ให้เด็กทำท่าทางสมมติว่า ตนเป็นของเหลวชนิดพิเศษที่ขยายตัวโตขึ้นเวลาอากาศร้อน และหดตัวลงเมื่ออากาศเย็น กำลังไหลเข้าไปในหลอดแก้วนั้น ลงไปอยู่ในกระเปาะกลมๆ เล็กๆ ที่อยู่ปลายหลอดแก้วนั้น และยืนตัวตรงอยู่ในหลอดแก้วนั้น เมื่อครูบอกว่า ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์ส่องแสงจ้าอยู่บนท้องฟ้าใส อา กาศก็ร้อนขึ้นๆ เพราะดวงอาทิตย์ทำให้อากาศรอบตัวเราอุ่นและร้อนขึ้น เด็กๆจะทำตัวขยายและยืดขึ้นไป ๆๆ ตามความสูงของหลอดแก้ว จนนิ้วของเด็กแตะที่ เลข 40 องศาเซลเซียส ที่เขียนไว้ข้างหลอดแก้ว (สมมติว่ามีหลอดแก้ว) ต่อมา ครูสมมติว่านำหลอดแก้วเทอร์โมมิเตอร์มาเก็บในที่ร่มใต้ต้นไม้ แสงอาทิตย์ส่องลอดใบไม้มาได้เล็กน้อย เด็กๆจะรู้สึกเย็นลง อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส อะไรจะเกิดขึ้นในหลอดแก้ว (เด็กๆจะทำท่าหดตัว) สักครู่มีเมฆก้อนใหญ่ลอยมาบังแสงอาทิตย์ เรามองไม่เห็นแสงอาทิตย์เลย อะไรเกิดขึ้นในหลอดแก้วอีก (เด็กๆจะทำท่าหดตัวลงไปอีก) ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว ไม่เห็นแสงอาทิตย์เลย อะไรจะเกิดขึ้นในหลอดแก้ว (เด็กๆหดตัวลงไปอีก)
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว อย่างมีจุดมุ่งหมาย ที่จะฝึกให้เด็กได้คิดอย่างมีเหตุผล ได้เข้าสังคม ได้ใช้ภาษา ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ที่เน้นให้เด็กปฐม วัยเรียนรู้จากการกระทำด้วยตนเอง ในที่นี้เสนอการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะแก่การบูรณาการ ในกิจกรรมเสริมประ สบการณ์ มาเป็นแนวทางสำหรับครูปฐมวัยดังนี้
    • การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนเกี่ยวกับธรรมชาติรอบตัวเด็กที่เด็กควรรู้ เพื่อฝึกเด็กให้บูรณาการข้อความรู้ต่างๆเข้าด้วยกันโดยให้เด็กรู้จักการสังเกต ค้นหาเหตุผล หรือทดลองด้วยตนเอง ด้วยทักษะกระบวน การทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ คือ การกำหนดปัญหา การตั้งสมมติ ฐาน การทดลองและเก็บข้อมูล ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปคำตอบของสมมติฐาน ในที่นี้ เรื่องอากาศ เริ่มจากการตั้งคำถามจะสนับสนุนให้เด็กคิด และติดตามค้นหาคำตอบ เช่น เทอร์โมมิเตอร์ทำงานอย่างไร มีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กสังเกตว่า ของ เหลวในเทอร์โมมิเตอร์ขยายตัวและหดตัวได้ เพราะผลจากอุณหภูมิ ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยวิธีการทดลอง แบบไม่กำ หนดแนวทาง แต่จะให้ เด็กเป็นผู้ค้นหาคำตอบเอง หรือครูอาจจะเป็นผู้กำหนดปัญหาให้ก็ได้ เมื่อทดลองเสร็จ เด็กและครูร่วมกันอภิปราย สรุปผลการทดลอง ดังนี้
      • ขั้นกำหนดปัญหา ครูทบทวนความรู้เดิมเรื่อง เรารู้สึกร้อนเมื่ออยู่กลางแสงแดด และเย็นเมื่ออยู่ในที่ร่ม ครูกระตุ้น แนะแนวให้เด็กพบปัญหา และช่วยให้เด็กเห็นจุดมุ่งหมายในการแก้ปัญหา โดยการตั้งคำถามว่า มีวิธีไหน ที่จะทำให้เรารู้ว่า เราร้อนแค่ไหนได้อีก ครูให้เด็กดูเทอร์โมมิเตอร์ ครูหรือเด็กก็ได้จดตัวเลขที่บอกระดับของเหลวที่อยู่ในแท่งแก้ว (อุณหภูมิที่อยู่ในที่ร่ม)
      • ขั้นตั้งสมมติฐาน/การคาดคะเน ให้เด็กคาดเดาว่าของเหลวที่อยู่ในหลอดแก้วจะขยับไปทางไหน ตัวเลขอะไร เมื่อนำไปอยู่ข้างนอก ที่มีอากาศร้อน
      • ขั้นทดลองและเก็บข้อมูล นำเทอร์โมมิเตอร์ไว้ข้างนอกห้องเรียนที่มีแสงแดดร้อน ทิ้งไว้สักครู่จึงค่อยนำกลับมาในห้อง เรียน เปรียบเทียบความแตกต่าง ครูและเด็กร่วมอภิปรายผล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน
      • ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปคำตอบของสมมติฐาน ครูและเด็กสนทนาร่วมกันว่า ผลที่เกิดขึ้นเพราะอะไร และวางแผนร่วม กันว่า จะตรวจดูเทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้วัดอากาศทุกวัน ต้องวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ในที่ร่ม จดบันทึกอุณหภูมิที่อ่านได้ (จัดกิจ กรรมเชื่อมโยงกิจกรรมคณิตศาสตร์ และให้เด็กได้ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ)
    • การเรียนรู้คณิตศาสตร์ : ครูและเด็กร่วมกันเก็บข้อมูลสภาพอากาศ ลงในปฏิทินแสดงสภาพอากาศประจำวันอย่างน้อย 1 เดือน แล้วนำมาทำแผนภูมิสภาพอากาศ การทำปฏิทินแสดงสภาพอากาศแบบง่ายๆ ดังนี้คือ จัดหากระดาษแข็งสีขาวขนาด 35 นิ้ว X 25 นิ้ว ตีเส้นเป็นช่อง ช่องละ 5 นิ้ว จะได้ทั้งหมด 35 ช่อง แต่ละช่อง ตัดกระดาษวงกลมสีส้มแทนดวงอาทิตย์ (แสดงให้เด็กเห็นว่า ดวงอาทิตย์มีทุกวัน แต่บางวันเราอาจจะไม่เห็นดวงอาทิตย์) ตัดกระดาษเป็นรูปเมฆทากาวติดปุยสำลีบางๆ แทนก้อนเมฆ ติดทับดวงอาทิตย์ในวันที่ท้องฟ้ามีหมอกหนา และตัดกระดาษสีเทาเป็นรูปเมฆก้อนเล็ก ไว้ปิดทับวันที่มีฝนตกมาก ในวันศุกร์สุดสัปดาห์ เด็กๆ จะร่วมกันสรุป และจดบันทึกว่า วันที่ฝนตกมีกี่วัน วันที่มีเมฆหมอกมากมีกี่วัน และวันที่ท้องฟ้าโปร่ง มีกี่วัน เมื่อครบ 30 หรือ 31 วัน ครูและเด็กร่วมกันจัดทำแผนภูมิสภาพอากาศใน 1 เดือน
    • การเรียนรู้ภาษา เด็กเล่าเรื่องเทอร์โมมิเตอร์ อากาศ ร้อน เย็น ลม คำเล่านี้เป็นคำศัพท์ใหม่สำหรับเด็ก ครูช่วยบันทึกคำ ประโยต ให้เด็กทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ที่เลือกให้เด็กเรียนรู้ เช่น เทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) ลม (wind) อากาศ (weather) ร้อน (hot) เย็น (cold)
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ กลุ่มงานประดิษฐ์ ให้เด็กๆช่วยกันทำพวงแขวนจากกระดาษหนังสือพิมพ์ ทำเป็นรูปก้อนเมฆ ประกบกันเป็นคู่ ทากาว ภายในอัดเศษกระดาษ กลางก้อนเมฆ เพื่อทำให้ก้อนเมฆนูน ป่องสวยงาม แขวนกับไม้แขวนเสื้อ แล้วนำไปแขวนที่ระเบียง หรือหน้าต่าง ให้เด็กเฝ้าสังเกตก้อนเมฆที่แกว่งไปมาเพราะลมพัดผ่าน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกม ลมพัด กำหนดเป็นคำสั่ง หากครูพูดว่า ลมพัดไปทางนั้น ให้เด็กๆวิ่งรอบๆต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆลานที่เล่น แต่ถ้าครูพูดว่า ลมพัดมาทางนี้ ให้เด็กๆวิ่งมาเข้าวงกลมที่ครูขีดเส้นไว้ หากใครวิ่งผิดกติกา ให้มาอยู่ข้างครูก่อน การเล่นกลางแจ้ง ครูดัดแปลงกฎกติกาได้ แต่ควรมีเรื่องธรรมชาติของอากาศเป็นเนื้อหา ที่เด็กเรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นไปด้วย
  • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมการเรียนรู้ เพิ่มพูนความรู้ และสนับสนุนการเล่น เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองให้แก่เด็กเรื่องอากาศ ได้หลายมุม เช่น
    • มุมดนตรี เปิดเทปเพลงลม
    • มุมหนังสือ จัดหาหนังสือเรื่องเกี่ยวกับอากาศ มาให้เด็กๆได้อ่าน

กิจกรรมการเรียนรู้จากกิจกรรมหลักทั้งหกเกี่ยวกับเรื่องอากาศ เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวัน ที่เด็กปฐม วัยควรรู้ โดยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้จากทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกการคิดแบบวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปสู่ข้อ สรุปให้ได้

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องอากาศอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกเรื่องอากาศที่บ้านได้ ด้วยการจัดสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับสภาพอากาศ และชวนลูกสนทนา ให้ข้อสังเกตกับลูกจากชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

  • ในแต่ละวัน อากาศจะเปลี่ยนแปลงไป สังเกตจากดวงอาทิตย์ จะมีส่วนสัมพันธ์กับอากาศ พ่อแม่ชี้ชวนให้ลูกสังเกตง่ายๆ
    • เริ่มตั้งแต่ยามเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงอ่อนๆ ชวนลูกเดินเล่น ชวนลูกคุยถึงความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ว่า เย็นสบาย
    • ยามเที่ยงวัน แสงอาทิตย์ร้อนแรง เราเดินฝ่าแสงแดดนิดหน่อย เราจะเป็นอย่างไร (ร้อน แสบผิว)
    • ยามเย็นเดินเล่นรอบๆบริเวณบ้าน ลูกรู้สึกอย่างไร
    • ยามค่ำ เรารู้สึกอย่างไร แตกต่างจากเวลากลางวันเมื่อเราอยู่กลางแสงแดดอย่างไร
    • กลางคืนบางวันเรารู้สึกร้อนเหมือนกัน แม้เราจะไม่เห็นแสงอาทิตย์ แต่ดวงอาทิตย์ยังคงอยู่ ไม่ได้ไปไหน แต่เรามองไม่เห็น เพราะเราอยู่บนโลกที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์
    • ยามเช้าเราจะเห็นใหม่ เพราะโลกด้านที่เราอยู่หันหน้าหาดวงอาทิตย์อีกครั้ง

    การสนทนากับลูก ช่วยให้ลูกรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับอากาศ

  • เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง จะมีอิทธิพลต่ออากาศ พ่อแม่ให้ลูกสังเกตจากเครื่องแต่งกายและเครื่องใช้ เช่น ฤดูหนาว อา กาศเย็น เราจะสวมเสื้อผ้าหนา เพื่อให้ร่างกายเราอบอุ่น ตรงข้ามกับฤดูร้อน เราจะรู้สึกไม่สบายตัว มีเหงื่อไคลมากขึ้น เราจะสวมเสื้อผ้าที่เบาบาง
  • ให้ลูกรู้จักลมจากการเล่น และของเล่นที่เล่นกับลม เช่น ให้ลูกเล่นเลียนแบบ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนออก เล่นอ้าปากเป่าลมแล้วเอามือกระทบริมฝีกปาก เล่นอมลมปิดปากแล้วดันออกแรงๆ เล่นว่าว เล่นปาจรวดกระดาษ เล่นปืนฉีดน้ำในวันสงกรานต์ เล่นเป่าฟองสบู่ เล่นดนตรีประเภทเครื่องเป่าให้ลูกดู หรือให้ลูกดูนักดนตรีเล่นดนตรี เช่น ฟลูต (Flute) แซกโซโฟน (Saxophone) ทรัมเปต (Trumpet) หรืออื่นๆ
  • อ่านหนังสือเรื่องอากาศ จากสารานุกรมสำหรับเยาวชน หรือหาหนังสือสำหรับเด็กเกี่ยวกับอากาศให้ลูกอ่าน
  • ชวนลูกดูธรรมชาติรอบตัวที่เกี่ยวกับอากาศ ลม เช่น คลื่นซัดชายหาด เมฆลอยบนท้องฟ้า ใบไม้ ยอดไม้ที่สั่นไหวจากแรงลม เส้นผมที่ปลิวลู่ลม เมื่อเราขี่จักรยาน หรือขับรถเปิดกระจกให้ลมเข้ามา หรือสังเกตจากกิจกรรมที่เราทำในชีวิต ประจำวัน เช่นไอน้ำที่ลอยขึ้นเหนือหม้อต้มน้ำ จากตู้เย็นเมื่อเราเปิดออก มีไอน้ำบางลอยมา ดูเครื่องพัดลมให้ลมเย็นๆกับเรา ประกอบคำอธิบายง่ายๆ ลมคืออะไร อยู่ที่ไหน เกิดได้อย่างไรเป็นต้น
  • บางครอบครัวอยู่ในภูมิภาคที่เกิดวาตภัยหรือเหตุการณ์ภัยธรรมชาติจากลมพายุที่พัดแรงมาก ใช้เป็นโอกาสที่เล่าเรื่องด้วยภาษาง่ายๆให้ลูกฟัง ประกอบสภาพจริง หรืออาจหาวิดีโอประเภทสารคดี เรื่องลมมาให้ลูกดู
  • ปลูกต้นไม้ที่บ้าน หากบางครอบครัวมีบริเวณบ้าน ให้ปลูกต้นไม้ยืนต้นให้ร่มเงา และอากาศเย็นสบาย นำลูกนั่งเล่นใต้ต้นไม้ สัมผัสอากาศเย็นสบาย
  • นำลูกไปเที่ยวบริเวณที่มีลมเย็นพัดสบาย เช่น ริมน้ำตก ในสวนทั้งไม้ผล ไม้ดอก ไม้ใบ ริมแม่น้ำ เพื่อให้ลูกสัมผัสธรรมชาติของลม และอากาศที่เย็นสบาย

พ่อแม่มีเวลาอยู่กับลูก ใช้การเล่น การสนทนา และชี้ชวนให้สังเกตเรื่องอากาศจากกิจรรมต่างๆ เป็นบทเรียนง่ายๆที่ลูกจะค่อยๆรู้ และเข้าใจธรรมชาติเรื่องอากาศ ตั้งแต่ธรรมชาติในตัวของเรามีลม เกิดลม และธรรมชาติรอบตัวของเรามีเรื่องของอากาศเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย ตลอดจนคนเราใช้ธรรมชาติ เรื่องอากาศ และลม มาออกแบบทำเครื่องใช้ต่างๆมากมาย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

กิจกรรมการปลูกพืชเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สัมพันธ์กับการเรียนเรื่องอากาศ ได้แก่ พืชช่วยให้เรามีอากาศออกซิเจนใช้หายใจ การทดลองให้เห็นว่า คน สัตว์ และพืช ต้องการอากาศหายใจเช่นกัน ดังนั้นการปลุกพืชร่วมกันของครูและเด็ก จะเป็นการ บูรณาการข้อความรู้เรื่องอากาศเข้าด้วยกัน ให้เด็กหัดสังเกต ค้นหาคำตอบและทดลองด้วย

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลชีวะ ( 2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์ จำกัด
  2. เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์. ( 2546). กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก การสอนแบบบูรณาการ. แปลจาก Jean D. Hartan และMary S. Rivkin กรุงเทพมหานคร : เพียร์สัน เอ็ดคูเอชั่น อินโดไซน่า.
  3. พิทยาภรณ์ มานะจุติ ( 2552), วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
  4. บุบผา เรืองรอง ( 2548). วิทยาศาสตร์สำรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  5. วาตภัย dictionary.sanook.com/search/dict-th-th...ค้นคว้าเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2556.
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ . ( 2546) . คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี) . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( 2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  8. Essa, E . ( 1992). Introduction to Early Childhood Education . New York: Delmar .

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน