หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องอาหารตากแห้ง (Teaching Children about Dried Food)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องอาหารตากแห้ง

การสอนลูกเรื่องอาหารตากแห้ง (Teaching Children about Dried Food) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเอาน้ำหรือความชื้นออกจากอาหารให้มากที่สุด เพื่อป้องกันเชื้อบูดเสียที่มักเจริญในความชื้น สามารถทำได้ 2 วิธีคือการตากด้วยแสงแดดและตากด้วยเครื่องมือตากแห้ง นับเป็นวิธีถนอมอาหารแบบหนึ่ง เช่น กล้วยตาก ข้าวตาก ลูกเกด พุทราแห้ง สาเกแห้ง ใบเตยแห้ง ดอกไม้จีนแห้ง ดอกเก๊กฮวยแห้ง กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง หอยหลอดแห้ง เนื้อ หมูหรือปลาแดดเดียว เป็นต้น อาหารตากแห้งเป็นอาหารที่คนเราพัฒนาขึ้นจากการสังเกตความสัมพันธ์ของอาหารที่มาจากพืชและสัตว์กับความร้อนจากแสงแดด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพชะลอการบูดเน่า ทำให้คนเรามีอาหารไว้รับประทาน แม้ไม่ใช่ฤดูกาลที่พืชจะออกผลหรือไม่มีเนื้อสัตว์สดๆในขณะนั้น วิธีการนี้จึงเป็นความรู้เรื่องการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง จากการศึกษาพบว่าคนไทยทำอาหารตากแห้งรับประทานมาช้านาน ถือเป็นภูมิปัญญาและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน และพัฒนามาเป็นการใช้เครื่องมือตากแห้ง พ่อแม่สามารถสอนให้เด็กรู้จักเรื่องอาหารตากแห้งจากครอบครัว และในปัจจุบันโรงเรียนบรรจุเรื่องอาหารที่มีคุณค่าไว้ในหลักสูตร ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอาหารตากแห้งให้เด็กได้มีโอกาสสังเกตลักษณะของอาหารตากแห้ง ทดลองทำอาหารตากแห้งง่ายๆเหมาะตามวัย และหัดรับประทานอาหารตากแห้งเพื่อรู้จักรสชาติของอาหารให้หลากหลาย

การสอนลูกเรื่องอาหารตากแห้งมีความสำคัญอย่างไร?

อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ ในแต่ละวันคนเราจะต้องรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 มื้อจึงมีการจัดการหาและซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ทั้งพืช ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ธรรมชาติของอาหารทั่วๆไปจะเก็บไว้ได้ไม่นาน ดังนั้นจึงมีการคิดวิธีถนอมอาหารโดยใช้แสง อาทิตย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาหารแห้ง ไม่บูดเน่าและยังคงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเรียกว่า “การตากแห้ง” แต่ขณะเดียวกันหากทำไม่ถูกวิธี อาหารก็จะกลายเป็นพิษต่อร่างกายเพราะมีเชื้อโรคเกิดขึ้นตามธรรมชาติในอาหารนั้น ข้อควรระวังในการบริโภคอาหารตากแห้งคือ อาหารมักจะปนเปื้อนสารเคมีซึ่งเกิดจากความไม่มีคุณธรรมของผู้ผลิตที่ใส่สารบางชนิดที่เป็นอันตรายลงในอาหารนั้น ด้วยหวังผลให้อาหารดูเสมือนเป็นอาหารสด ไม่บูดเน่า เช่น ใส่สารกันบูด สารฟอกขาวเพื่อให้อาหารตากแห้งมีสีน่ารับประทาน แต่เมื่อรับประทานเข้าไปมากจะเป็นโรคหืด หายใจไม่สะดวก เป็นต้น

จึงกล่าวได้ว่า การถนอมอาหารด้วยวิธีการตากแห้งจากแสงอาทิตย์หรืออบด้วยเครื่องอบ ทำให้เรามีอาหารรับประทานได้นาน แต่ขณะเดียวกันก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่สะอาดไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ความรู้เหล่านี้จึงต้องนำมาสอนให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะการสอนในโรงเรียนเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อจะได้นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้รู้จักว่าสิ่งนั้นคืออะไร ทำอย่างไรและจะเลือกรับประทานอาหารตากแห้งที่สะอาดได้อย่างไร การสอนเรื่องนี้จะเริ่มสอนตั้งแต่เด็กปฐมวัย โดยที่หลักสูตรจะกำหนดไว้เป็นสาระเรื่องตัวเรา ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสิ่งของต่างๆรอบตัว สอดคล้องกับที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้กำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย สาระที่ 5 : พลังงานมาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัว บอกการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย ตัวชี้วัด 1. สำรวจการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน และสื่อสารผลการสำรวจด้วยวิธีการที่เหมาะสม

การสอนเรื่องอาหารตากแห้งมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องอาหารตากแห้งมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับอาหารตากแห้งที่มีลักษณะแตกต่างจากอาหารสด และอาหารตากแห้งบางชนิดจะเป็นอาหารที่นำมารับประทานได้เลย เพราะสุกจากความร้อนของแสงอาทิตย์หรืออบแห้งจากเครื่องอบมาแล้ว เช่น กุ้งแห้ง กล้วยตาก ใบชาจากสมุนไพรหลายชนิด แต่อาหารแห้งบางชนิดจะต้องมาทำให้สุกอีกครั้งจากความร้อน เช่น ปลาแห้ง หมูแดดเดียว หมึกแห้ง ดอกไม้จีน เป็นต้น
  • เด็กได้รับความรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานจากแสงอาทิตย์กับสิ่งมีชีวิตคือ พืชและสัตว์ใช้แสงแดดหรือแสงอาทิตย์ช่วยในการเจริญเติบโต และในแง่ของการถนอมอาหารนั้น ความร้อนจากแสงอาทิตย์จะทำให้อาหารสดเปลี่ยนเป็นอาหารแห้ง
  • เด็กจะได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เช่น ทักษะการสังเกต โดยการสังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพของอาหารสดเป็นอาหารตากแห้ง หรือทักษะการจำแนกประเภทอาหารสดและอาหารแห้งชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายๆชนิด
    • ลักษณะผิว (นิ่มกับแข็ง)
    • สี (เขียว เหลือง ม่วง ฯ ตามธรรมชาติของอาหารชนิดนั้นกับสีของอาหารแห้งที่มักจะเป็นสีน้ำตาลหรือดำ เนื่องจากความร้อนจากแสงอาทิตย์จะทำให้น้ำในพืชหรือเนื้อสัตว์เหือดแห้งไป)
    • กลิ่น (อาหารสดประเภทผลไม้จะมีกลิ่นหอมหวานของผลไม้สุก ผักมีหรือไม่มีตามชนิดของผัก เนื้อสัตว์จะมีกลิ่นคาว ซึ่งทั้งกลิ่นหอมหวานและกลิ่นคาวของอาหารแห้งที่เปลี่ยนไปนั้น เด็กต้องใช้จมูกสัมผัสกลิ่นด้วยตนเอง)
    • รสชาติ (โดยการชิม เหมาะกับอาหารที่สะอาด อาหารแห้งประเภทเนื้อสัตว์จำเป็นต้องทำให้สุกด้วยวิธีการต่างๆอีกครั้งเช่นทอด ต้ม อบฯ)
  • ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เด็กได้รับการฝึก จะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กในการแสวงหาความรู้และเกิดการพัฒนาทางความคิดได้เป็นอย่างดี

  • เด็กจะเป็นผู้สนใจแสวงหาความรู้ เนื่องจากการเห็นความจริงและมีคำตอบที่พิสูจน์ได้ การเปลี่ยนแปลงสภาพของอาหารจากสดเป็นแห้งเป็นคำตอบเชิงประจักษ์ ที่สามารถตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของเด็กปฐมวัยได้ ให้ความรู้สึกชื่นชอบการแสวงหาความรู้ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการขยายความรู้ต่อไป

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง “อาหารตากแห้ง” จึงเป็นเรื่องที่เด็กจะเห็นความเป็นธรรมชาติของพืชและเนื้อสัตว์ที่จะนำ มาเป็นอาหาร และการใช้ประโยชน์ของความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำให้มีอาหารไว้รับประทานนานๆ และเมื่อเด็กเรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ย่อมส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาตามจุดมุ่งหมายของหลัก สูตร

ครูสอนเรื่องอาหารตากแห้งให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอาหารตากแห้งที่โรงเรียน ครูปฐมวัยสามารถนำไปกำหนดเป็นหน่วยการสอน เรื่องอาหารตากแห้งหรือนำไปเป็นเรื่องย่อยเรื่องหนึ่งในหน่วยที่เกี่ยวข้องเช่น หน่วยอาหาร แสงแดด (แสงธรรมชาติ) หรือเครื่องใช้ เป็นต้น โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กได้ฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และเกิดความรู้เรื่องอาหารประเภทตากแห้ง กิจกรรมเสนอแนะในที่นี้ให้จัดในกิจกรรมหลักทั้ง 6 ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวตามจินตนาการเมื่อฟังคำบรรยายการเปลี่ยนแปลงจากอาหารสดเป็นอาหารแห้ง เช่น “ฉันเป็น ..........” (กำหนดให้เด็กเลือกเป็นผลไม้ ผัก สัตว์ทะเล สัตว์บกที่คนเราใช้เป็นอาหาร เช่น หมู เป็ด ไก่ วัว ควาย ฯ 1 อย่าง) ครูจะบรรยายว่า ฉันเป็นองุ่นผลกลมเล็กๆ สีผิวของฉันมีหลายสีตาม แต่พันธุ์ขององุ่น บางชนิดมีสีเขียวอ่อน บางชนิดมีสีม่วงหรือสีแดงกล่ำ ทุกชนิดมีเปลือกบางใส เนื้ออวบอิ่มและชุ่มด้วยน้ำหวาน เมื่อนำฉันไปตากแสงแดดร้อนๆตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเวลาบ่าย น้ำหวานจากตัวฉันจะค่อยๆเหือดแห้งไปทีละน้อยๆเปลือกบางๆของฉันค่อยๆเปลี่ยนสีไป เมื่อนำฉันมาตากหลายๆวัน ฉันจะค่อยๆแห้งลงๆ น้ำ หวานในผลจะเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำหวานเล็กๆมาเกาะบนเนื้อและเริ่มแข็ง ฉันตัวเล็กลีบน้ำหนักเบาลง ฉันมีชื่อใหม่ว่า “ลูกเกด”
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กๆเลือกทำตามความสนใจ เช่น การปั้นแป้งผัก ผลไม้ สัตว์บก สัตว์น้ำที่เขารู้จักมาก่อน เป็นการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมของเด็กที่เคยเรียนรู้จากหน่วยอาหาร พืช สัตว์ การประดิษฐ์ผักผลไม้จากเยื่อกระดาษ (เปเปอร์อาร์ต) การวาดภาพระบายสีพืช ผัก ผลไม้ ดวงอาทิตย์ เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี จัดให้เด็กรู้จักอาหารตากแห้งได้หลายมุมเช่น
    • มุมบ้าน เด็กเล่นทำอาหารตากแห้งหรือรับประทานอาหารตากแห้ง บางทีครูเปลี่ยนลักษณะของมุมบ้านเป็นมุมร้านอาหาร เด็กจะเล่นบทบาสมมติลักษณะเดียวกับมุมบ้านคือ ได้สมมติการทำอาหารตากแห้งปรุงสุกขาย หรือขายผลไม้ตากแห้งพร้อมที่จะรับประทาน เช่น กล้วยตาก ใบชา ลูกเกด ลูกพรุน ลูกพลับ เป็นต้น
    • มุมดนตรี สนับสนุนให้เด็กได้เล่นและร้องเพลงที่เขาอาจจะแต่งและใส่ทำนองเกี่ยวกับอาหารตากแห้ง
    • มุมหนังสือ เป็นมุมที่ส่งเสริมการอ่านและการค้นคว้า ให้จัดหาหนังสือสำหรับเด็กทั้งนิทานและสารคดีสำหรับเด็ก ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารและอาหารตากแห้ง
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ จัดให้เด็กได้ทดลองทำอาหารตากแห้งง่ายๆ 1-2 อย่าง กำหนดจุดประสงค์ให้ชัดเจน เช่น
    • บอกลักษณะการเปลี่ยนแปลงของอาหาร (สี ความนุ่ม ความแข็ง กลิ่น รส)
    • บอกสาเหตุที่อาหารเปลี่ยนสภาพ
    • บอกประโยชน์ของความร้อนจากแสงแดด
  • ส่วนอาหารที่นำมาใช้ทดลองควรเป็นพืชผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ที่เด็กรู้จักในท้องถิ่น เด็กรับประทานได้ไม่เป็นอันตรายและเหมาะตามวัยของเด็ก เช่น ข้าวตาก กล้วยตาก ปลาแดดเดียว หมู/เนื้อแดดเดียว ดอกกระเจี๊ยบตากแห้ง พุทราตากแห้ง ฯ แล้วนำมาปรุงเป็นอาหารให้เด็กได้ชิม ให้บอกกลิ่น เปรียบเทียบลักษณะของอาหารก่อนตากกับหลังตาก อาหารตากแห้งก่อนปรุงสุกกับหลังปรุงสุกเช่น การนำหมูแดดเดียวมาทอด การต้มดอกกระเจี๊ยบแห้งเพื่อทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ (หรืออาจจะเป็นพืชชนิดอื่นๆตากแห้ง เช่น ใบเตย อัญชัน มะตูม ฯ) หลังการทดลองให้เด็กๆนำเสนอข้อสังเกตเพื่อนำไปสู่การสรุปให้ได้ตามจุดมุ่งหมาย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกิจกรรมเสริมประสบ การณ์จะเป็นโอกาสที่ครูจะจัดกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมคณิตศาสตร์ กิจกรรมทางภาษาผสมผสานเข้าไปได้เช่น การรู้จักแบ่งปันอาหารตากแห้ง การทำกิจกรรมกลุ่มจะฝึกเรื่องความรับผิดชอบ ความสามัคคี และการพูดจาด้วยภาษาสุภาพ ครูควรเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาดขณะทำอาหารตากแห้ง และไม่ทิ้งเศษขยะประเภทเครื่องในสัตว์ เปลือกผักผลไม้บริเวณที่อยู่อาศัยของตนและเพื่อนบ้าน ฝึกการอ่านคำที่เลือกให้สัมพันธ์กับเรื่องอาหารตากแห้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชื่ออาหารตามวิธีการทำให้แห้งและสุก เช่น ปลาแห้ง ปลาแห้งทอด หมูแดดเดียวทอด กุ้งแห้งยำ ต้มฟักหมึกแห้ง น้ำเก๊กฮวยต้ม

  • กิจกรรมกลางแจ้ง ส่งเสริมให้เด็กได้ออกกำลังกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็ก ดังตัวอย่างการเล่นเกมองุ่นสด - ลูกเกด ใช้กติกาง่ายๆคือ กำหนดพื้นที่สนามกลางแจ้ง 2 ที่ ขีดเส้นเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร 2 วงและขีดเส้นตรงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีระยะห่างจากวงทั้งสองประมาณ 50 เมตร ให้เด็กทุกคนยืนที่จุดเริ่ม ต้น ตกลงกับเด็กว่าวงหนึ่งเป็นองุ่นสดอีกวงเป็นลูกเกด หากครูออกคำสั่งว่า “ผลไม้สด” เด็กจะต้องวิ่งเข้าวงองุ่นสดและเมื่อครูออกคำสั่งว่า “ผลไม้ตากแห้ง” ให้เด็กวิ่งเข้าวง “ลูกเกด” ใครวิ่งเข้าวงถูกต้องเป็นคนเก่งเพื่อนๆปรบ มือให้ ครูอาจเปลี่ยนชื่ออาหารสดและอาหารตากแห้งได้ บางครั้งก็ให้เด็กเป็นผู้เสนอบ้างเพื่อให้เขามีส่วนร่วมทบ ทวนชื่ออาหารหลังจากจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์มาแล้ว
  • เกมการศึกษา เล่นเกมการศึกษาได้หลายชนิดเช่น เกมจับคู่ภาพอาหารแห้งกับอาหารสดชนิดเดียวกัน เช่น ลูกเกดกับองุ่น พุทราสดกับพุทราแห้ง ปลาสดกับปลาตากแห้ง เกมจับคู่ภาพกับสัญลักษณ์ (คำ) เช่น ภาพปลาตากแห้งกับคำว่าปลาตากแห้ง เป็นต้น

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากกิจกรรมหลักทั้ง 6 นี้จะเน้นให้เด็กได้ปฏิบัติผ่านการเล่นและการทดลองสืบค้นให้มากที่สุด เพื่อเด็กจะได้ประสบการณ์ตรง สิ่งสำคัญคือการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการอยากรู้อยากเห็นของเด็ก

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องอาหารตากแห้งให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกเรื่องอาหารตากแห้งที่บ้านได้ดังนี้

  • พาลูกไปตลาดหรือห้างสรรพสินค้าแผนกอาหารแห้งหรือร้านขายอาหารทั่วไป โดยพ่อแม่แนะนำลูกให้รู้จักชื่อและลักษณะของอาหารตากแห้งแต่ละชนิด เช่น “นี่กุ้งแห้ง” “นั่นปลาหมึกแห้งมีกลิ่นคาว” หรือ “นี่ดอกกระเจี๊ยบแห้ง”
  • นำอาหารสดและอาหารตากแห้งมาให้ลูกเปรียบเทียบลักษณะทั้งสี กลิ่นและบางชนิดสามารถชิมได้ทันทีที่ตากแห้งแล้ว เช่น กล้วยตาก กุ้งแห้ง ลูกเกด ก็ให้ลูกได้ชิมและบอกรสชาติของอาหารตากแห้งชนิดนั้นๆ ถามทบทวนว่าอาหารตากแห้งแต่ละชนิดมาจากผักผลไม้หรือเนื้อสัตว์อะไร
  • ผักผลไม้และเนื้อสัตว์ตากแห้งส่วนมากจะต้องผ่านวิธีการทำให้สุกอีกครั้ง เช่น ทอด อบ ต้ม คั่ว ให้พ่อแม่แสดงวิธีการทำให้อาหารตากแห้งสุกให้ลูกเห็น หรือให้ลูกมีส่วนร่วมได้บ้าง แต่ต้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น อาจจะให้ลูกส่งถาดใส่ปลาแห้งพ่อแม่ทอด หรือหยิบดอกกระเจี๊ยบ ลำใยแห้งมาใส่หม้อน้ำเพื่อนำไปต้ม เด็กๆจะชอบมากหากเขาได้ทำกิจกรรมเหล่านั้น
  • ให้ลูกทำอาหารตากแห้งง่ายๆบ้าง เพื่อให้ลูกได้เห็นสภาพของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากความร้อน โดย เฉพาะความร้อนจากแสงแดดที่มีตามธรรมชาติ อาหารหลายชนิดเด็กปฐมวัยช่วยทำได้ เช่น กล้วยตาก ข้าวตาก ดอกกระเจี๊ยบตากแห้ง ใบเตยตากแห้ง เป็นต้น ในที่นี้เสนอแนะวิธีทำกล้วยตากดังนี้

    ส่วนผสม : กล้วยน้ำว้าสุก 1 หวี เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำ 5 ถ้วย มีวิธีทำดังนี้

    • ให้ลูกช่วยปอกเปลือกกล้วย ดึงเส้นใยออกแล้วนำไปวางเรียงที่ตะแกรง ใช้ผ้าขาวบางคลุมตะแกรงกันแมลงวันมาตอม ตากแดดไว้ประมาณ 5 วัน
    • พ่อแม่เป็นผู้ต้มน้ำเกลือ โดยนำเกลือผสมน้ำใส่หม้อเคลือบ นำไปต้มให้เกลือละลายแล้วยกลงปล่อยให้น้ำ เกลืออุ่น
    • นำกล้วยที่ตากไว้มากดทับให้แบน ขั้นตอนนี้ลูกช่วยได้หลังจากพ่อแม่ทำให้ดูสัก 2-3 รอบ การทำให้กล้วยแบนทำได้หลายวิธี เช่น วิธีที่นำกล้วยใส่ในถุงพลาสติกแล้ววางลงที่ฝ่ามือข้างหนึ่ง จากนั้นใช้มืออีกข้างกดทับช้าๆหนักๆ วิธีนี้เด็กทำได้และสะอาดเพราะกล้วยอยู่ในถุงพลาสติก
    • นำกล้วยที่กดแบนแล้วมาจุ่มน้ำเกลืออุ่น แล้วนำกล้วยไปจัดเรียงบนตะแกรงอีกครั้ง
    • นำผ้าขาวบางคลุมตะแกรง ตากแดดจัดๆอีก 2วัน สังเกตกล้วยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เนื้อแห้งแข็ง นำมารับ ประทานได้ เมื่อมีกล้วยจำนวนมากให้จัดเก็บในภาชนะแล้วนึ่งให้ร้อน ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำกล้วยมาวางเรียงให้สวยงาม เก็บไว้รับประทานได้นานๆ
  • พ่อแม่นำอาหารแห้งที่ตากแล้วมาปรุงเป็นอาหารคาว - หวาน เช่น ลำไยต้มน้ำตาล ยำกุ้งแห้ง (สำหรับเด็กไม่จำ เป็นต้องใส่พริกขี้หนู) ทอดหมูแดดเดียวรับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวเหนียวนึ่ง ทอดข้าวตากคลุกเกลือ น้ำตาลและคลุกมะพร้าวขูด (ใช้เล็บแมวขูดมะพร้าวจะเป็นเส้นยาวน่ารับประทาน)
  • ให้ลูกเล่าประสบการณ์หรือความรู้เรื่องอาหารตากแห้ง โดยให้ลูกถ่ายทอดออกมาแล้วแต่ความชอบ อาจเป็นการจดบันทึกเรื่องอาหารตากแห้ง ลูกอาจวาดภาพอาหารตากแห้งประกอบการเล่าเรื่องให้เพื่อนๆฟัง หรืออาจแต่งเพลงก็ได้ เป็นการฝึกลูกให้ทำการสรุปบทเรียนหรือสิ่งที่ได้เรียนรู้ ลูกจะสามารถนำผลการเรียนรู้ไปใช้เชื่อมโยงกับประสบการณ์ใหม่ได้รวดเร็ว

การจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องอาหารตากแห้งเป็นเรื่องที่จัดได้ง่ายๆ เนื่องจากเรื่องการซื้อหาผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์สดและแห้งมาเพื่อใช้ปรุงเป็นอาหารรับประทานนั้น อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา แต่หากบางครอบครัวไม่ปรุงอาหารรับประทานเอง ก็อาจจัดทำกิจกรรมที่เสนอมาบ้างในบางเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องอาหารตากแห้งเพราะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กแน่นอน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • คนไทยทำอาหารตากแห้งมานานมากแล้ว จากการค้นพบหลักฐานการบันทึกของนิโคลาส์ แชรแวสชาวฝรั่งเศสในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา เรื่องอาหารการกินของคนไทย มีการแปรรูปอาหารสดไปเป็นอาหารตากแห้งเพื่อเก็บอาหารไว้กินนานๆ แสดงถึงภูมิปัญญาของคนไทยที่ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น และใช้แสงแดดซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมจากธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์
  • ควรระวังสารปนเปื้อนในอาหารตากแห้ง อันเกิดจากการผลิตที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดเชื้อโรค เช่น เชื้อรา การใส่สารปรอทเกินมาตรฐานในอาหารทำให้ความจำเสื่อม อาหารตากแห้งที่มักพบเชื้อราและสารปรอท เช่น เห็ดหูหนู เห็ดหูหนูขาว ดอกไม้จีน เก๋ากี้ กุ้งแห้ง ปลาหมึกแห้ง หมูแดดเดียว ปลาตากแห้ง เป็นต้น
  • การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอาหารตากแห้ง ครูอาจจัดในรูปแบบโครงการ (Project Approach) เช่น โครงการกล้วยตาก โครงการข้าว ให้เด็กมีเวลาทดลองและเห็นผลงานอย่างชัดเจน
  • ปัจจุบันกล้วยตากแห้งได้พัฒนารูปแบบมากมาย เป็นอาหารที่นิยมรับประทานและเป็นของฝาก เช่นกล้วยตากชุบช็อกโกแลต และจะใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ถนอมอาหารแบบตากแห้งเพื่อควบคุมคุณภาพของอาหาร

บรรณานุกรม

  1. ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ. (2555). บันทึกไว้เป็นเกียรติ์ : วุฒิชัย ชะมะนา กับนวัตกรรมใหม่ กล้วยตากชุบช็อกโกแลต. มติชนรายวัน วันที่ 15 มีนาคม 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 523. หน้าที่ 14.
  2. ธีรพร ปฏิเวธวิทูร. (2546). คุณภาพของกล้วยหอมทองอบด้วยเครื่องตากแห้ง พลังงานแสงอาทิตย์แบบอุโมงค์และเครื่องอบแห้งลมร้อนแบบถาดหมุน. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
  3. สารานุกรมไทยสำหรับเยาชน. (2514). สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 19 เรื่องการถนอมอาหารผลผลิตการเกษตร : การถนอมอาหารโดยการทำให้แห้ง. กรุงเทพมหานคร : โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ในพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. ( สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี ). กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน