หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องอาหารแช่แข็ง (Teaching children about Frozen food)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องอาหารแช่แข็ง

การสอนลูกเรื่องอาหารแช่แข็ง (Teaching children about Frozen food) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาหารที่ผ่านกรรมวิธีการแปรรูปอาหาร (food processing) เพื่อถนอมอาหาร (food preservation) ด้วยกระบวนการให้ความเย็นระดับเยือกแข็ง คือการลดอุณหภูมิของอาหาร ให้ต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส น้ำในอาหารจะเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง ซึ่งมีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และทำให้ปฏิกิริยาทางเคมีต่างๆ ช้าลง เป็นกรรมวิธีการถนอมอาหารที่คงความสด และรักษาคุณภาพอาหาร ได้ดีกว่าการถนอมอาหารด้วยวิธีอื่น อาหารแช่แข็งจึงเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่คนในสังคมปัจจุบันใช้บริโภค จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็กปฐมวัยเช่นกัน ที่ควรจัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก เพื่อเรียนรู้เรื่องตัวเราต้องการอาหารที่เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิต ซึ่งอาหารเหล่านั้นมีที่มา มีรูปร่าง ลักษณะ และกรรมวิธีปรุงแต่งแตกต่างกันไป

การสอนเรื่องอาหารแช่แข็งสำคัญอย่างไร?

เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารผลิตทำให้เกิดการพัฒนาการถนอมอาหารในรูปแบบอาหารแช่แข็งขึ้น ทั้งในรูปแบบวัตถุดิบแช่แข็ง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานแช่แข็ง ให้สามารถคงคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างครบถ้วน ใกล้เคียงกับอาหารปรุงสด ทั้งในแง่รสชาติของอาหาร ความชุ่มชื้นของอาหาร แม้จะผ่านการอุ่นจากไมโครเวฟก็ตาม และความสดใหม่ของอาหารซึ่งเป็นสิ่งที่อาหารกระป๋องหรืออาหารแห้งไม่สามารถทำได้ รวมไปถึงมีความหลากหลายของประเภทอาหารทั้ง อาหารต่างถิ่น อาหารเพื่อสุขภาพ และเมนูอาหารที่เน้นการใช้วัตถุดิบที่เป็นปลอดสารพิษ เป็นต้น อาหารแช่แข็งจึงสามารถตอบสนองต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาหารแช่แข็งได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ที่เร่งรีบ มีข้อจำกัดด้านเวลา ต้องการความรวดเร็วในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหาร รวมถึงมีความต้องการอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานในรูปแบบต่างๆ อาทิ เนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ผักแปรรูปแช่แข็ง เบเกอรี่ พิซซ่า และขนมหวาน เป็นต้น อาหารแช่แข็งสามารถอุ่นร้อนเพื่อรับประทานได้ทันที อาหารเหล่านี้วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้อย่างสะดวก ทำให้ผู้บริโภคสามารถลดเวลาการเตรียมอาหารให้น้อยลง ดังนั้นความรู้ความเข้าใจเรื่องอาหารแช่แข็งจึงจำเป็นที่เด็กยุคใหม่ต้องเรียนรู้ ต้องรู้จักวิธีการเลือกซื้อ วิธีจัดเก็บ และวิธีนำมารับปะทานอย่างถูกสุขลักษณะ เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน

การสอนเรื่องอาหารแช่แข็งมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการแช่แข็งอาหารเป็นการถนอมรักษาคุณภาพอาหารด้วยความเย็น เนื่องจากการแช่แข็งทั่วไปเป็นเพียงยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ที่เป็นสาเหตุหลักของการเน่าเสียของอาหาร การเน่าเสียจากจุลินทรีย์เกิดได้ 2 ลักษณะ หนึ่งเกิดจากการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีในอาหารหรือปนเปื้อนอยู่ เมื่อเซลล์จุลินทรีย์มีการเจริญ จึงมีการใช้สารอาหาร และเกิดสารประกอบต่างๆ ลักษณะที่สองเกิดจากเอนไซม์ที่สร้าง และหลั่งออกมานอกเซลล์จุลินทรีย์หลังจากเซลล์ตายแล้ว การเน่าเสียจากการเจริญของจุลินทรีย์ หรือเอนไซม์ของจุลินทรีย์จะทำให้เกิดลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กลิ่น รส เนื้อสัมผัส การเกิดแก๊ส การไหลเยิ้มของของเหลว เป็นต้น โดยทั่วไปการเน่าเสียจากการเจริญของจุลินทรีย์จะเกิดได้รวดเร็วกว่าการเน่าเสียจากเอนไซม์ที่หลั่งออกมาหลังจากเซลล์จุลินทรีย์ตายแล้ว ดังนั้นหากมีปัจจัยที่เหมาะสมต่อการเจริญของจุลินทรีย์ ก็มีผลทำให้อาหารเกิดการเน่าเสียได้เร็วขึ้น
  • เด็กจะได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ทักษะการสังเกต โดยการสังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพของอาหาร จากกระบวนการที่เปลี่ยนน้ำ (ของเหลว) ไปเป็นน้ำแข็ง (ของแข็ง) ในที่นี้คือน้ำที่อยู่ในวัตถุดิบและในอาหารสำเร็จรูป โดยพื้นฐานจะทำให้เด็กรู้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารทุกชนิดมีน้ำเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น จากนั้นเด็กจะเข้าใจกระบวนการการเปลี่ยนสถานะของน้ำจากของเหลวไปสู่ของแข็งด้วยวิธีการลดอุณหภูมิของอาหารให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของอาหารนั้น โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้แช่แข็ง ตู้เย็น เป็นต้น และกระบวนการที่เปลี่ยนน้ำแข็ง (ของแข็ง) ไปเป็นน้ำ (ของเหลว) ในขั้นตอนการนำอาหารแช่แข็งมารับปะทาน โดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไมโครเวฟ

ครูสอนเรื่องอาหารแช่แข็งให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูอาจจัดให้ได้ทดลองประกอบอาหารแช่แข็ง การจัดกิจกรรมประกอบอาหารสามารถส่งเสริมการเรียนรู้เด็กในเรื่องภาษา สังคม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สุขภาพ และความปลอดภัย เช่น ทำแกงจืด ผักกาด กุ้ง ครูอาจเขียนแผนภูมิเครื่องปรุงมาให้เด็กๆ อ่าน ให้เด็กได้ร่วมอภิปราย วางแผนกิจกรรม ได้ใช้คำศัพท์สื่อสาร เรียกชื่ออาหารแช่แข็งที่นำมาให้รู้จัก เช่น นำกุ้งแช่แข็งมาประกอบอาหาร โดยให้เด็กได้สัมผัสอาหารแช่แข็ง รอคอยการละลายน้ำแข็งที่กุ้งสด และสังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพของอาหาร เมื่อนำกุ้งใส่ลงในน้ำต้มเดือด ความร้อนทำให้สภาพของกุ้งเปลี่ยนไป ทั้งรูปร่าง สี และกลิ่น เด็กจะได้รับการฝึกกระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์จากการสังเกตที่ได้ปฏิบัติด้วยตนเอง และได้เรียนรู้ ทักษะคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการวัดปริมาตรของวัตถุดิบที่นำมาปรุง และการใช้เครื่องมือตัก ตวงส่วนผสม ได้แก่ ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง เป็นต้น เมื่อเด็กทำอาหาร ความสะอาดของมือเป็นเรื่องที่ต้องฝึกสุขนิสัยให้เด็กทำความสะอาดก่อนหยิบจับอาหาร เครื่องใช้ และหลังทำอาหารก็ต้องล้างมือเช่นกัน

การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยลักษณะการบูรณาการเช่นนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กเกิดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติการเรียนรู้ของคน ที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างไม่แยกส่วน

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องอาหารแช่แข็งอย่างไร?

  • อาหารแช่แข็งเป็นรูปแบบถนอมอาหารชนิดหนึ่ง สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานเพื่อบริโภค เช่น แฮม เบคอน ไส้กรอกรมควัน เป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นปี เช่นเดียวกับ เนื้อปลากะพงลวก กุ้ง ไก่ ก็นำมาทำอาหารแช่แข็ง อาหารแช่แข็งจึงเป็นอาหารที่คนทั่วไปบริโภคในชีวิตประจำวัน สามารถหาซื้อได้ง่ายที่ร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าแผนกทั่วไป ทั้งนี้เพราะสถานที่ดังกล่าวมีตู้แช่ขนาดใหญ่ที่สามารถรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของอาหารได้ อาหารแช่แข็ง มีทั้งที่เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร เช่น เนื้อสด อาหารทะเล และมีทั้งอาหารสำเร็จรูปปรุงสุกแช่แข็ง ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีม เป็นต้น ในวันหยุดหรือเวลาที่ครอบครัวไปจัดซื้ออาหาร พ่อแม่ควรพาลูกไปสถานที่ที่จำหน่ายอาหารแช่แข็ง แนะนำ ให้ลูกเลือกซื้อเอง ซึ่งอาหารบางชนิดเด็กสนใจที่จะรับประทานอยู่แล้ว เช่น ไอศกรีม ช็อกโกเลต
  • เมื่อผู้บริโภคจะเลือกซื้ออาหารแช่แข็ง ควรต้องอ่านข้อมูลที่แสดงวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ รวมทั้งข้อแนะนำในการเก็บรักษา โดยให้ลูกสังเกตวิธีการเลือกซื้ออาหารของพ่อแม่ เมื่อลูกต้องเป็นผู้ตัดสินใจเลือกซื้อจะได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้อง เช่น เด็กๆ สนใจที่จะเลือกซื้อไอศกรีม ช็อคโกเลต ก็ควรอ่านวันที่ผลิต และวันหมดอายุ
  • เมื่อมีอาหารแช่แข็งแต่ยังไม่บริโภค พ่อแม่แสดงให้ลูกเห็นถึงการจัดเก็บอาหารแช่แข็งที่ถูกต้อง เช่น การเก็บไอศกรีมจำนวนหนึ่งไว้ควรจัดเก็บไว้ที่ใด กิจกรรมนี้เด็กๆ ช่วยพ่อแม่เก็บอาหารแช่แข็งได้ เขาจะได้มีโอกาสสังเกตลักษณะอาหาร และที่เก็บอาหาร คือ ตู้เย็น
  • เมื่อถึงเวลานำอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งมารับประทาน พ่อแม่แสดงให้เห็นวิธีการทำอาหารคืนสภาพจากอาหารแช่แข็งเป็นอาหารพร้อมรับประทาน โดยนำอาหารแช่แข็งเข้าเตาไมโครเวฟ โดยทั่วไปมักมีข้อระบุ หรือวิธีการแนะนำไว้ที่บรรจุภัณฑ์อาหารนั้นๆ เช่น การใช้ปริมาณความร้อนและเวลาในการอุ่นอาหาร อาหารที่เด็กคุ้นเคย เช่น ขนมจีบ ซาลาเปา อาหารเหล่านี้มีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน เด็กอาจจะได้รับคำเชิญชวนให้ซื้อ และเห็นขั้นตอนการนำอาหารแช่แข็งเข้าอุ่นในเตาไมโครเวฟด้วย
  • พ่อแม่นำลูกไปรับประทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหารประเภทให้ผู้บริโภคปรุงเอง โดยทางร้านจะบริการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหาร พ่อแม่แนะนำให้ลูกสังเกตจากการสัมผัส ว่า วัตถุดิบเหล่านี้เป็นอาหารแช่แข็ง ได้แก่ อาหารทะเล หรือเนื้อสัตว์ ผิวสัมผัสจะบอกให้เด็กรู้สึกถึงอุณหภูมิของวัตถุดิบเหล่านั้น และเมื่อนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาปรุงสุกแล้ว วัตถุดิบจะแปรสภาพ ทั้งรูปร่าง สี กลิ่น และผิวสัมผัส

การจัดกิจกรรมในครอบครัวเพื่อให้เด็กมีประสบการณ์เรื่องอาหารแช่แข็ง ช่วยให้เด็กรู้จักลักษณะ รูปร่าง รสชาติ วิธีการรักษา และการปรุงอาหารจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เกิดได้ทั้งในครอบครัว และนอกบ้าน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ความเข้าใจพื้นฐานเรื่องน้ำที่เกี่ยวข้องกับการแช่แข็งอาหาร

  • การแช่แข็ง หมายถึง ขบวนการที่เปลี่ยนน้ำ (ของเหลว) ไปเป็นน้ำแข็ง (ของแข็ง) (Crystallization)
  • อาหารแช่แข็ง จะอยู่ในสภาพที่เรียกว่า เย็นยิ่งยวด (Undercool) คือ สภาพที่อุณหภูมิของอาหาร (หรือระบบ) ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งของอาหารนั้น
  • ในกระบวนการเกิดน้ำแข็งนั้น จำเป็นต้องดึงความร้อนแฝงของการเกิดผลึก (Latent heat of crystallization) ออกด้วย ซึ่งการดึงความร้อนนี้จะเกิดได้ต่อเมื่อมีการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเป็นผลึกน้ำแข็งเสียก่อน
  • การเกิดผลึกน้ำแข็ง จะต้องเกิดนิวเคลียสน้ำแข็ง ซึ่งในอาหารโดยทั่วไปจะควบคุมได้ลำบากหรือแทบไม่ได้เลย
  • การเกิดนิวเคลียสน้ำแข็งในอาหารมักเป็นลักษณะไม่พร้อมกันเป็นเนื้อเดียว (Hetero-geneous)
  • การโตและรูปร่างของผลึกน้ำแข็งจะขึ้นกับจำนวนนิวเคลียสน้ำแข็งเริ่มแรก อัตราการดึงความร้อนอัตราการเคลื่อนย้ายของสาร (โมเลกุลน้ำ) ในระบบ และลักษณะโครงสร้างผนังเนื้อเยื่อเฉพาะตัวของอาหาร
  • การเปลี่ยนแปลงของผลึกน้ำแข็งจะเกิดได้ดีที่อุณหภูมิสูง (สูงกว่า -20 องศาเซลเซียส)
  • การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในระหว่างเก็บรักษา หรือการที่มีส่วนของของเหลว (Unfrozen liquid) คงอยู่ในอาหารแช่แข็ง จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผลึกน้ำแข็ง

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (2555). การถนอมอาหารโดยใช้ความเย็น สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โครงการสารานุกรมไทยฯ.
  3. ปรรัตน์ ศุภมิตรโยธิน. (2556). เทคโนโลยีผักและผลไม้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียร์สโตร์.
  4. วิไล รังสาดทอง. (2546). เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร (FOOD PROCESSING TECHNOLOGY). ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
  5. ศศิมน ปรีดา และคณะ. (2552). วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร. คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  6. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน