ul>
  • บทนำ
  • การบ้านสำหรับเด็กปฐมวัยมีความสำคัญอย่างไร?
  • การบ้านมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?
  • ครูออกแบบการบ้านหรือมอบหมายงานให้กับเด็กปฐมวัยอย่างไร?
  • พ่อแม่ ผู้ปกครองมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เด็กทำการบ้านได้อย่างไร?
  • เกร็ดความรู้เพื่อครู
  • บรรณานุกรม
  • สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุ Accident « ถามครู.com
    หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุ (Accident)

    สารบัญ

    บทความที่เกี่ยวข้อง


    บทนำ

    อุบัติเหตุ (Accident) หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และจากความประมาท ซึ่งในชีวิตประจำวัน อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเด็กบ่อยๆ เกิดได้ทุกสถานที่ทั้งที่บ้านและ ที่โรงเรียน เด็กเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะเด็กอยู่ในช่วงวัยอยากรู้อยากเห็นและขาดประสบการณ์ พ่อแม่และครูคือ ผู้มีบทบาทที่จะป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กจากอุบัติเหตุต่างๆ โดยครอบครัวให้ความรู้และฝึกปฏิบัติผ่านชีวิตประจำวัน โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตให้เด็ก

    สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุ

    การสอนลูกเรื่องอุบัติเหตุมีความสำคัญอย่างไร?

    อุบัติเหตุหมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่คาดคิด เกิดขึ้นได้อย่างง่ายๆ ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและจากคนเรากระทำอย่างรู้ไม่เท่าถึงการณ์และความประมาท อุบัติเหตุในเด็กมีสาเหตุสำคัญๆ เกิดจากตัวเด็กเอง ผู้ใหญ่ดูแลเด็ก และสิ่งแวดล้อม ดังรายละเอียดดังนี้คือ

    • เด็กปฐมวัยอยู่ในช่วงวัยอยากรู้อยากเห็น เด็กจึงชอบสำรวจ สัมผัสจับต้องสิ่งต่างๆ
    • เล่นอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นนำถุงพลาสติกครอบศีรษะ จึงหายใจไม่ออก
    • เด็กมักจะใช้ปากสำรวจตรวจสอบสิ่งต่างๆ รอบตัว จึงมักจะหยิบวัตถุเล็กๆ ใส่ปาก เช่น กระดุม เหรียญ เศษพลาสติก เป็นต้น วัตถุเหล่านั้นติดคอจนเด็กหายใจไม่ออก
    • สภาพร่างกายของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ร่างกายจึงมีอวัยวะไม่สมดุล เช่น ศีรษะเด็กขนาดใหญ่กว่าร่างกาย จึงล้มหัวกระแทกพื้นได้ง่าย
    • เด็กขาดทักษะการฟังและการมองเห็น ลักษณะดังกว่าเด็กจึงมักเกิดอุบัติเหตุจากการเดินถนนเพราะไม่เห็นรถแล่นมา
    • ช่วงปฐมวัยเด็กยังมีประสบการณ์น้อยและไม่มีทักษะการคิดและตัดสินใจเด็กจึงประเมินเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไม่ได้และไม่ดี
    • ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กมักจะประมาทส่งผลให้เด็กได้รับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่น เด็กเสียชีวิตในรถนักเรียนเพราะผู้ใหญ่ลืมนำเด็กลงจากรถและปิดประตูรถทิ้งไว้ในรถจนเด็กขาดอากาศหายใจ
    • สิ่งแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติเป็นเหตุให้เด็กได้รับอันตรายมามาก เช่น สถานที่ก่อสร้าง มีหลุม บ่อ เครื่องมือก่อสร้าง เมื่อนำเด็กไปเลี้ยงดู เด็กจึงเล่นอยู่บริเวณเหล่านั้น จึงเกิดเหตุการณ์เด็กตกลงไปในรูเสาเข็ม หรือที่สนามเด็กเล่น มีเครื่องเล่นสนามเก่า ชำรุด พังมาทับเด็กถึงแก่ความตาย ส่วนภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น เช่น สึกนามิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ฯลฯ เป็นอุบัติภัยที่ทำให้เด็กสูญเสียชีวิตและพิการมาแล้ว

    เมื่ออุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กประการหนึ่ง และ เกิดจากความประมาทประการหนึ่ง ดังนั้น หากผู้ใหญ่ยึดหลักคิดว่า ป้องกันดีกว่าแก้ไข การป้องกันอุบัติเหตุโดยการสอนให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจ ถึง เหตุที่เกิด และผลที่ได้รับ ฝึกให้เด็กคิด และ ฝึกการปฏิบัติตน เพื่อไม่ให้ประมาท เพราะอันตรายต่างๆ ที่เกิดกับเด็กจะส่งผลให้เด็กมีสุขภาพไม่ดีและไม่เจริญเติบโตสมบูรณ์ต่อไป

    การสอนลูกเรื่องอุบัติเหตุมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

    การที่เด็กได้เรียนรู้เรื่องอุบัติเหตุ จะเกิดประโยชน์ที่จะช่วยให้เด็กปฏิบัติตนเหมาะสม เพื่อที่จะช่วยลดความพิการและการเสียชีวิตของเด็กเป็นหลักสำคัญ ทั้งนี้เพราะการสอนเรื่องอุบัติเหตุจะทำให้เด็กได้รับความรู้ ได้รับการฝึกทักษะการคิด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงต่ออันตรายเพราะมีเจตคติที่ดีต่อการรักสุขภาพของตนดังนี้คือ

    • เด็กจะได้รับความรู้ถึงเหตุและผลที่เกิดอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะเหตุที่เกิดจากตัวเด็กเอง และรู้วิธีการป้องกันอุบัติเหตุนั้นด้วยวิธีการปฏิบัติตนให้ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อรักษาชีวิตของตนเองได้ เช่น รู้ว่าการจับปลั๊กไฟขณะมือเปียกเป็นอันตรายทำให้เกิดไฟฟ้าดูด รู้ว่า มีดและส้อมเป็นของแหลมคมไม่ใช่ของเล่น การที่ผู้ใหญ่ห้ามเล่นควรเชื่อฟัง สำหรับส้อมและไม้แหลมใช้จิ้มอาหาร เด็กๆ ไม่ควรจิ้มอาหารแล้วเดินหรือวิ่งรับประทานไปเพราะหากหกล้ม ส้อมและไม้แหลมเสียบลูกชิ้น/เนื้อ จะทิ่มร่างกายหรือตาให้เราได้รับบาดเจ็บ เป็นต้น
    • เด็กจะได้ฝึกการสังเกตสภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุแก่ตนได้ ได้แก่ สภาพธรรมชาติที่เป็นภัย เช่น คลื่นลมแรงชายฝั่งทะเล ฝนตกหนัก น้ำท่วม ฯลฯ หรือสิ่งแวดล้อมที่คนเราสร้างขึ้นและเป็นภัยได้ เช่น บริเวณก่อสร้าง ของเล่นที่ชำรุด วัตถุระเบิดที่มักเป็นของแปลกที่เด็กไม่รู้จักมาก่อน การเล่นของมีคม สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น
    • เด็กจะได้รับการปลูกฝังเจคติที่ดีให้รักสุขภาพของตนเอง ด้วยการไม่ประมาท ในการเล่น การเดิน หรือการใช้สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีสติ

    การสอนให้ความรู้ และแนวทางการปฏิบัติตนเรื่องอุบัติเหตุและการป้องกันมีประโยชน์ต่อเด็ก ที่ช่วยให้เด็กอยู่รอด และปลอดภัย มีสุขภาพสมบูรณ์ที่จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุข

    ครูจัดกิจกรรมเรื่องอุบัติเหตุให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

    หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้กล่าวว่า เมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย เด็กจะต้องบรรลุตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทีกำหนดไว้ 12 ข้อ และในแต่ละช่วงอายุ ผู้สอนจะต้องคำนึงถึงคุณลักษณะตามวัยของเด็กด้วย และมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ที่กำหนดไว้มีสัมพันธ์กับการสอนเรื่องอุบัติเหตุแก่เด็กปฐมวัย คือ ข้อ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี ข้อ 6 ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมกับวัย ข้อ 10 มีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัย และในโครงสร้างของหลักสูตร สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี กำหนดประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายไว้เพื่อ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย รักษาความปลอดภัย พัฒนากล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก ดังนั้นการที่เด็กจะพัฒนาการได้มีคุณลักษณะตามจุดมุ่งหมายดังกล่าว กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องอุบัติเหตุ เป็นความรู้เรื่องหนึ่งที่ครูควรจัดกิจกรรมให้แก่เด็กเพื่อป้องกันเด็กจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในโรงเรียนและนอกโรงเรียน มุ่งให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจและนำไปสู่ความร่วมมือและความเชื่อฟังที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆของโรงเรียนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เด็กปลอดภัย วิธีการจัดการเรียนรู้คือ ครูจัดกิจกรรมการเรียนผ่านหน่วยการสอนต่างๆ ได้แก่ หน่วยโรงเรียนของเรา หน่วยสัตว์เลี้ยง หน่วยของมีคม หน่วยเครื่องใช้ไฟฟ้า หน่วยยานพาหนะ หน่วยการเดินทาง หน่วยโรงพยาบาล หน่วยแมลงมีพิษ หน่วยพืช หน่วยเล่นอย่างปลอดภัย หรือระบุเฉพาะคือ หน่วยอุบัติเหตุ เป็นต้น หน่วยการสอนดังกล่าว ให้แยกเป็นเรื่องย่อยคือ การระวังหรือการป้องกันตน ได้ดังนี้

    • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ ให้เด็กเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระโดยใช้เสียงเพลงที่เกี่ยวกับการป้องกันตัวจากอุบัติเหตุ เช่น

      เพลงอุบัติเหตุ (ผู้แต่ง:อินทราพร กาญจันดา)

      อุ้ยว้าย อุ้ยว้าย อุ้ยว้าย นั้นรถไฟชนกับรถยนต์ เครื่องบินชนกับไอพ่น (ซ้ำ)
      รถชนคน ตกบันไดไฟดูด นี่คืออุบัติเหตุ ล้วนเป็นเหตุที่สุดวิสัย ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ (ซ้ำ)
      เพราะความมักง่าย และประมาทเลินเล่อ

      เพลงตำรวจจ๋า (ผู้แต่ง: เบญจา แสงมลิ)

      ตำรวจจ๋ากรุณาหนูหน่อย อ้อ! หนูน้อยจะข้ามถนน เดินดีๆ อย่าวิ่งลุกลน (ซ้ำ) จะข้ามถนนตรงทางม้าลาย
    • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ใช้กิจกรรมหลากหลายวิธีเช่น การทดลองและปฏิบัติจริง ส่งเสริมให้เด็กคิดแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล และให้เด็กได้ประสบการณ์ตรง เช่น หน่วยโรงเรียน ครูจัดกิจกรรมนำเด็กไปสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆโรงเรียนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเด็กเมื่อเปิดภาคเรียน บอกจุดมุ่งหมายให้เด็กทราบว่า การปฏิบัติตนตามข้อตกลงนี้นักเรียนจะปลอดภัย ได้แก่ การเดินขึ้นลงบันได ให้สังเกต มีเครื่องหมายลูกศรบอกทางขึ้นลง การเดินริมถนนในบริเวณโรงเรียนควรเดินบนทางเท้า บริเวณที่ไม่อนุญาตให้เล่นคือถนน คือไม่การวิ่งเล่นและข้ามถนนไปมา บริเวณใต้บันได ห้องครัว ห้องเก็บวัสดุของใช้รอการซ่อมแซม (บริเวณนี้อยู่หลังโรงเรียน เป็นที่ลับตา มีเศษตาปู ไม้แหลมๆ อาจหลงเหลือได้ รวมทั้งแมลงมีพิษ หรืองู ซ่อนอยู่) ครูนำเด็กเล่นเกม เช่น เกมใครหาจุดอันตราย/เกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนได้ เกมขึ้นลงบันไดอย่างปลอดภัย ( ชี้ลูกศรเครื่องหมายแสดงการขึ้นลง ได้ถูกต้อง เก็บคะแนนสะสมที่ตอบถูกได้ เป็นการสอนย้ำผ่านการเล่น ให้ความสนุกสนาน) ในหน่วยอาหารของเรา อาจจะมีการประกอบอาหาร จึงมีเครื่องใช้มีคม และน้ำร้อน ครูสอนสอดแทรกไปด้วยวิธีการสาธิตการป้องกันตนเองจากหม้อต้มน้ำอย่างไร ใครคือผู้ใช้ เราจัดเก็บของมีคมที่ไหน อย่างไร การจัดเล่นบทบาทสมมติ ให้เด็กแสดงเป็นตัวละครต่างๆ ในเรื่องราว ป้องกันอันตรายจากสัตว์ เช่น หน่วยสัตว์เลี้ยง เรื่องสุนัข (หากเป็นสัตว์ของคนอื่น มักดุร้าย และเคยทำร้ายเด็กมาแล้ว) ปฏิบัติตนอย่างไรจึงปลอดภัยจากสัตว์เหล่านี้
    • กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการคิดของเด็ก จะมีกรรไกรเป็นอุปกรณ์ของมีคมให้เด็ก หรือ ลูกปัดใช้สำหรับร้อย เด็กอาจจะนำไปอม แล้วเลื่อนไหลติดคอ ครูจะแนะนำการใช้และมีระเบียบการใช้ ให้เด็กทราบ เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ส่วนสาระเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เด็กจะสะท้อนความรู้ผ่านงานสร้างสรรค์ สามารถทำได้หลากหลายแบบ ผ่านงานปั้นหรือ งานวาดภาพ เรื่องราวที่สอดคล้องกับหน่วยการสอนที่เรียน เช่น หน่วยไปเที่ยวสวนสัตว์ การเดินทาง ยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ จากผลงานของเด็ก ครูและเด็กนำมาสนทนาร่วมกัน นำไปสู่สาระสำคัญ เราจะปลอดภัยได้อย่างไร
    • กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นการเล่นนอกห้องเรียนเพื่อการออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ มีเครื่องเล่นสนาม ทราย น้ำ บ้านสมมติ มุมช่างไม้ อุปกรณ์กีฬา ประกอบการเล่น สิ่งเหล่านี้ครูได้สาธิตการเล่นและการใช้เครื่องเล่นให้แก่เด็กนอกเหนือจากครูต้องดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว
    • กิจกรรมเสรี ทุกมุมการเรียนรู้ที่จัดให้เด็กเล่นอิสระ มีกฎระเบียบวิธีเล่นและการใช้ของเล่นอย่างปลอดภัย สำหรับมุมบ้านหรือมุมบทบาทสมมติครูจัดเครื่องเล่นให้สอดคล้องกับหน่วยการสอน เช่น หน่วยการเดินทาง ครูอาจเตรียมสัญญาณไฟ เครื่องแต่งกายของจราจร หุ่นสวมศีรษะรถยนต์ รถไฟ เครื่องบินหรือเรือ ฯลฯ หรือเรื่องการเดินทางมาโรงเรียนด้วยรถรับส่งนักเรียนอนุบาล ให้จัดเครื่องแต่งกายของคนขับรถและหุ่นสวมศีรษะรถโรงเรียน ให้เด็กได้เล่นประกอบเรื่องราวที่เน้นการป้องตนจากอุบัติเหตุ มุมหนังสือ มีหนังสือเรื่องเกี่ยวกับ ความปลอดภัยหรือการป้องกันอุบัติเหตุ
    • กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นเกมให้เด็กได้ฝึกทักษะการคิด และตัดสินใจ จัดเกมที่มีกฎกติกาง่ายๆ ให้เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่ม ได้ ใช้สื่อที่มีภาพประกอบแสดงสาระในภาพเรื่องเกี่ยวข้องกับการป้องกันอุบัติเหตุและสัมพันธ์กับหน่วยการสอน เช่น หน่วยของเล่น ให้จำแนกภาพของเล่น ของเล่นปลอดภัย และไม่ปลอดภัย หน่วยแมลง เล่นโดมิโน แมลงมีพิษ เป็นต้น

    พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องอุบัติเหตุอย่างไร?

    พ่อแม่สอนลูกเรื่องอุบัติเหตุได้ดังนี้

    • ชวนลูกจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านอย่างมีระเบียบและสนทนาแนะนำลูก เช่น ของเล่นเก็บในที่เก็บ หากไปวางขวางระเกะระกะบริเวณทางเดิน หรือบันไดบ้าน จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น เหยียบลื่นพลาดตกบันได ทำให้ร่างกายบาดเจ็บ
    • แสดงสภาพการเกิดอุบัติเหตุของ ข้อ 1 จากหุ่น ตุ๊กตา ให้ลูกเห็นผลของการเกิดอุบัติเหตุ มีคำถามให้เด็กคิดถึงเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญและจะแก้ไขอันตรายที่ประสบอยู่อย่างไร
    • ชี้แนะให้ลูกรู้จักสิ่งของที่เป็นอันตราย เช่น กระติกน้ำร้อน มีดและของมีคมทั้งหมด ปลั๊กไฟ สารเคมี ยา ให้เด็กเชื่อฟังและมีวินัย จากการที่พ่อแม่เป็นแบบอย่างที่ดี แต่อย่างไรก็ดี พ่อแม่จะต้องสอนเด็กตามวัยอย่างเหมาะสม อธิบายเหตุผลประกอบข้อห้าม เปรียบเทียบข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติตาม เช่น บอกเด็กวัย 5 ขวบว่า กระติกน้ำร้อนนั้น มีน้ำร้อน หากลูกไปเล่นจะทำให้น้ำร้อนลวก แล้วลูกเจ็บ
    • แนะนำและสาธิตการเล่นที่ถูกวิธี การเล่นเครื่องเล่นสนาม เช่น การลื่นลงบันไดลื่นไม่ควรปีนป่ายทางด้านลื่น การโล้ชิงช้าให้นั่งไม่ควรยืนและกระโดดลงมา ฯลฯ
    • เล่าเรื่องธรรมชาติสัตว์เลี้ยงที่ทำร้ายเด็กได้ เช่น ลิง นก ไก่ แมว สุนัข ฯลฯ
    • ให้ลูกรู้จักสัตว์ดุร้าย มีพิษ และเชื้อโรคจากสื่อประเภทต่างๆ เช่น แผ่นภาพ แถบบันทึกภาพ ภาพยนตร์สารคดี ฯลฯ สัตว์มีพิษ ได้แก่ งู แมลงป่อง ตะขาบ ผึ้ง ต่อ แตน มด หนูเป็นสัตว์อันตราย อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กเกิดจากสภาพแวดล้อมรกรุงรัง มีมุมอับชื้น มักจะมีงู ตะขาบ หนู แมลงสาบมาอยู่ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือคืนฝนตกจะมีกบ เขียด อึ่งอ่างออกมาหากิน งูก็ออกมาล่าสัตว์เหล่านี้ และซุกตัวอยู่บริเวณอับชื้น จึงควรระมัดระวังเด็กและแนะนำให้เด็กหลีกเลี่ยงไม่เดินบริเวณที่มีหญ้ารกทึบ ให้สวมรองเท้าหุ้มข้อมิดชิด
    • อ่านหนังสือสารคดีเด็กเรื่องอุบัติเหตุให้ลูกฟัง เช่น เรื่องอุบัติเหตุของช้างน้อย (ผู้แต่ง ณัฏฐพร) ที่เกี่ยวกับช้างน้อยชื่อแชมป์รีบร้อนเพราะอยากกินขนมจึงเสียบปลั๊กไฟทั้งๆ ที่ตัวเปียก จึงเกิดไฟฟ้าดูด หรือบางครั้งการดูข่าวโทรทัศน์พร้อมลูก มีข่าวอุบัติเหตุ พ่อแม่สนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดกับเด็กได้ด้วยภาษาง่ายๆ เช่น อุบัติเหตุจากการปีนป่ายเครื่องเล่นสนามจะต้องระมัดระวังอย่างไร เหตุเกิดจากอะไร
    • นำลูกร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานที่จัดขึ้นเพื่อฝึกการหนีภัยธรรมชาติ เช่นเมื่อแผ่นดินไหว การเกิดสึกนามิ ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ
    • ฝึกลูกให้มีวินัยในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องการแต่งกายอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ได้แก่ สวมรองเท้าพื้นหนาลงเล่นสนามเพื่อป้องกันเศษแก้ว ไม้แหลมคม หรือสวมชุดว่ายน้ำลงสระว่ายน้ำ ฝึกเรื่องการขึ้นลงรถรับส่งนักเรียนด้วยความระมัดระวัง
    • นำลูกเดินทางร่วมกับพ่อแม่เพื่อฝึกการเดินถนนอย่างปลอดภัย ได้แก่ เดินบนทางเท้า ข้ามถนนพร้อมผู้ใหญ่

    ความปลอดภัยในบ้านจะเกิดขึ้นได้ หากพ่อแม่เอาใจใส่ ดูแลสภาพสิ่งแวดล้อมบ้านให้มีระเบียบแล้ว การเอาใจใส่อบรมสั่งสอนสม่ำเสมอตั้งแต่เด็ก เด็กจะเข้าใจและประพฤติตนอย่างระมัดระวังได้

    เกร็ดความรู้เพื่อครู

    • การสอนหรือการอบรมของผู้ใหญ่เรื่องอุบัติเหตุให้แก่เด็ก ช่วงวัย 4-10 ปีนั้น ต้องเข้าใจธรรมชาติของเด็กว่า เด็กต้องการความเป็นอิสระ การส่งเสริมให้กำลังใจ และการสร้างแรงจูงใจดีกว่าการปกป้องเด็กและให้เด็กเชื่อฟังประการเดียว
    • เด็กปฐมวัย ช่วงอายุก่อน 7 ขวบ เด็กชอบเล่นเลียนแบบ และแยกไม่ออกว่าสิ่งใดจริงและสิ่งใดไม่จริง อะไรเป็นสิ่งที่จินตนาการและสมมติ เมื่อเด็กให้ดูโทรทัศน์มักจะเลียบแบบอันตรายเช่นเล่นการปีน การต่อสู้ การต่อย การฟันดาบ ฯลฯ ดังนั้น เมื่อให้เด็กดูโทรทัศน์จึงต้องคัดเลือกเรื่องและดูแลเด็กเป็นพิเศษ

    บรรณานุกรม

    1. บุบผา เรืองรอง. ( 2555). สุขอนามัยสำหรับเด็กปฐมวัย . นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
    2. มนันยา เกตุแก้ว. (2553). คู่มือดูแลรักษาลูกรัก. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ไพลิน.
    3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2548). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
    4. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. (2548). ความรู้เพื่อชีวิต. กรุงเทพมหานคร : องค์การยูนิเซฟ.
    5. อรศรี และ จินตนา งามวิทยาพงษ์. (2550). คู่มือป้องกันอุบัติภัยให้ลูกรัก. กรุงเทพมหานคร : บริษัทแปลนพับลิชชิ่ง จำกัด.

    สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
    supawan