หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเกษตรกร (Teaching Children about Farmers)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเกษตรกร

การสอนลูกเรื่องเกษตรกร (Teaching Children about Farmers ) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ที่ทำงานเพาะปลูกพืชต่างๆ รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ การประมงและการทำป่าไม้ เช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมงและผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย ทั้งนี้เพราะในสังคมหนึ่งๆจะมีบุคคลทำงานเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวแตกต่างกันตามความชอบหรือความถนัด ทำให้สังคมอยู่อย่างเกื้อกูลกัน เราเรียกการทำงานลักษณะเช่นนี้ว่า “อาชีพ” อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหนึ่งในหลายๆอาชีพที่คนในสังคมไทยทำมาช้านาน ลักษณะการทำงานของเกษตรกรคือเพาะปลูกพืช ข้าว ถั่ว งา ผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น เลี้ยงสัตว์ ทำการประมง เราจะเรียกคนเหล่านั้นตามงานที่ทำว่า ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมง และผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย บุคคลเหล่านี้จึงเป็นบุคคลในชุมชนที่เด็กควรรู้จัก และสร้างความเข้าใจลักษณะงานที่เป็นพื้นฐานเรื่องการอยู่ร่วมกันและอาชีพในสังคม

การสอนเรื่องเกษตรกรมีความสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องของเกษตรกรให้แก่เด็กมีความสำคัญดังนี้

  • เกษตรกรเป็นบุคคลในชุมชนที่ประกอบอาชีพเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์และใช้แหล่งน้ำทำประมง เช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมงและผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย ผู้ที่ประกอบอาชีพในสังคมไทยมีจำนวนมาก เพราะสังคมไทยมีพื้นที่ทำการเกษตรมากและทำมายาวนานสืบต่อจากบรรพบุรุษ ดังนั้นเด็กๆจะเห็นเกษตรกรทำงานอยู่ในชุมชนแทบทุกชุมชน
  • เกษตรกรเป็นอาชีพที่สังคมให้เกียรติยอมรับว่าเป็นสัมมาอาชีพ ควรปลูกฝังให้เด็กรู้จักและเข้าใจเพื่อเป็นต้นแบบของการปฏิบัติชอบสืบไป
  • เกษตรกรเป็นผู้เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทำให้เกิดผลผลิตจากพืชและสัตว์ ผลผลิตเหล่านั้นนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคน ดังนี้
    • ปัจจัยแรกที่สำคัญต่อคนคือ อาหารที่ได้จากการปลูกผัก ผลไม้ ข้าว ถั่ว มัน เผือก ฯ เนื้อสัตว์บก สัตว์น้ำ ซึ่งเป็นทั้งอาหารสดและนำไปแปรรูป
    • ปัจจัยต่อมาคือ สร้างที่อยู่อาศัยที่ได้จากส่วนต่างๆของพืช ลำต้น กิ่งก้านและใบ
    • ปัจจัยที่สามคือ เครื่องนุ่งห่ม คนเราใช้พืชและสัตว์เป็นเครื่องนุ่งห่ม เช่น ชาวสวนปลูกต้นหม่อนนำไปเลี้ยงไหม ผลผลิตจากตัวไหมคือรังไหมนำมาทอเป็นผ้าไหม หรือชาวไร่ปลูกไร่ฝ้าย ผลผลิตจากฝ้ายใช้ทอเป็นผ้าฝ้าย
    • ปัจจัยที่สี่คือ ยารักษาโรค ผลผลิตที่ชาวสวน ชาวไร่ เพาะปลูกใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคตามภูมิปัญญาไทย เช่น ชาวสวนปลูกฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งมีสรรพคุณรักษาไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ระงับการอักเสบ ไอ เจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ หรือขมิ้นเป็นยารักษาผิวหนังได้

ดังนั้นเด็กจะได้รู้จักผู้ผลิตปัจจัยที่นำมาใช้ในการดำรงชีวิตคือเกษตรกร

การสอนเรื่องเกษตรกรมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การที่เด็กรู้จักคนอื่นๆนอกเหนือจากพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครู ทำให้เด็กเห็นคนหลายลักษณะที่อยู่ในสังคมเดียวกับเขา บุคคลเหล่านั้นมีฐานะ บทบาทและหน้าที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ทำงานหาเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว คนที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุดคือพ่อแม่ ก็ต้องทำงานและมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ขณะเดียวกันพ่อแม่ของเพื่อนๆก็จะปฏิบัติเช่นเดียวกัน แต่อาจแตกต่างกันในหน้าที่ การสอนให้เด็กรู้จักเกษตรกรมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กได้รู้จักลักษณะการทำงานของเกษตรกร ในฐานะคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์และใช้แหล่งน้ำทำประมง เช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมงและผู้ที่เลี้ยงสัตว์เพื่อค้าขาย บุคคลเหล่านี้อาจจะเป็นพ่อแม่หรือญาติ เพื่อนบ้านและคนในชุมชนที่เด็กรู้จัก
  • เด็กจะได้ข้อสังเกตว่าทุกคนต้องทำงาน แต่ทำงานแตกต่างกันไปตามความสนใจ ความถนัด ความสามารถ แม้จะเป็นเกษตรกรเหมือนกัน เช่น บางคนเป็นชาวสวนแต่อาจปลูกพืช ผลไม้ไม่เหมือนกัน เรามักจะเรียกชาวสวนตามชื่อพืชที่เขาปลูก เช่น ชาวสวนเงาะ ชาวสวนมังคุด ฯ เช่นเดียวกับชาวไร่ที่ปลูกพืชแตกต่างกันไป เช่น ชาวไร่มันสำปะหลัง ชาวไร่อ้อย ฯ แต่ชาวนาจะเป็นผู้ปลูกข้าวเป็นหลัก ส่วนชาวประมงจะเป็นผู้เลี้ยงหรือจับสัตว์น้ำมาขาย
  • เด็กจะได้เห็นประโยชน์จากงานที่เกษตรกรทำ เช่น ชาวสวนเงาะปลูกเงาะเป็นผลผลิตให้เราได้รับประทาน เช่นเดียวกับชาวประมง ทำงานจับสัตว์น้ำได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา ล้วนเป็นอาหารของเราเช่นกัน
  • เด็กจะได้เห็นความสัมพันธ์กันระหว่างอาชีพกับภูมิศาสตร์ที่ทำมาหากิน กล่าวคือชาวประมงทำอาชีพจับสัตว์น้ำ ที่ทำการประมงจะอยู่บริเวณแหล่งน้ำ ทะเล แม่น้ำ ชาวสวนจะปลูกพันธุ์พืชที่ราบลุ่มบริเวณที่ราบเชิงเขา คนที่เลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าขาย เช่น เลี้ยงเป็ด ไก่ หมู ม้า ลา แพะ แกะ ฯ จะต้องมีพื้นที่ให้สัตว์อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ หมู ม้า วัว ควายอยู่ในคอกพื้นดินหรือปูน แต่หากเป็นเป็ด ปลาต้องมีคลอง หนอง บึงให้สัตว์ลงว่ายน้ำ พื้นที่ภูมิศาสตร์เหล่านี้คือชุมชนที่เด็กมีบ้านเรือนอยู่ เป็นการสอนให้สังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพเกษตรกรอย่างไร เด็กจะค่อยๆสะสมเป็นประสบการณ์ต่อไป แม้เด็กที่ครอบครัวจะประกอบอาชีพเกษตรกรแต่การเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน ก็ย่อมจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและกันได้
  • เด็กจะได้เห็นความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันในสังคมคือการพึ่งพาอาศัยกัน เป็นการพึงพาที่เกื้อกูลส่งเสริมกันและกัน ดังนี้ เกษตรกรทำให้เกิดผลผลิต พ่อค้ามาซื้อผลผลิตนั้นไปจำหน่าย คนมาซื้อและนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น แม่บ้านซื้อผลผลิตไปปรุงรับประทาน แม่ค้านำไปปรุงเป็นอาหารสุกขาย โรงงานอุตสาหกรรมนำผลผลิตไปแปรรูป เช่น ทำปลากระป๋อง ทำน้ำปลา ทำผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้กวน ผลไม้เชื่อม ฯ ทำสีจากส่วนต่างๆของพืช เช่น ทำสีจากเปลือกมังคุด ขมิ้น ใบมะม่วง ใบหูกวาง ใบคราม ฯ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเกษตรกรจะสานสัมพันธ์ไปยังอาชีพอื่นๆได้มากมาย

การจัดกิจกรรมเรื่องเกษตรกรให้เด็กปฐมวัย จึงเป็นเรื่องสำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์แก่เด็กในการส่งเสริมให้เด็กสังเกตบุคคลที่อยู่ร่วมกันในสังคม และอาชีพที่ทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติ การจัดกิจกรรมให้เด็กจะเป็นการปูพื้นฐานความรู้ตามความเหมาะสมกับวัยของเด็กและการปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการทำงานของคนเรา

ครูสอนเรื่องเกษตรกรให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องเกษตรกรให้แก่เด็กปฐมวัย สอดคล้องตามโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ที่กำหนดให้สาระการเรียนรู้เรื่องบุคคลและสถานที่เป็นสาระการเรียนรู้ 1 ใน 4 สาระการเรียนรู้ โดยจัดในกิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะของเพลง ทำนองหรือคำคล้องจอง เช่น เพลงปลูกผักสวนครัว ความว่า “ช่วยกันปลูกผักสวนครัว พรวนดินให้ทั่วปลูกถั่วฝักยาว ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะนาว โหระพา กระเพรา น้ำเต้า ฟักทอง” หรือคำคล้องจอง “ผัก” (ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง) “ต้นหอมนี้ดี ชื่อนี้คือผัก แตงกวาแฟงฟัก ถั่วฟักยาวยาว มะเขือสะอาด ผักกาดต้นขาว ของกินหวานคาว น้องสาวใช้ผัก”
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กได้รับรู้การทำงานของเกษตรกร ได้ปลูกพืชโตเร็วหรือพืชผักสวนครัว ไม้ผล ได้แก่ ผักบุ้ง มะเขือ ผักกาดขาว ฯ นำเด็กไปชมการเลี้ยงสัตว์ในครัวเรือนแบบธรรมชาติ เช่น เลี้ยงไก่ เป็ดไว้กินไข่ ให้สังเกตธรรมชาติของพืชและสัตว์ ครอบคลุมเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย การสืบพันธุ์ ประโยชน์และโทษ เช่น

    อาหารของพืชคือปุ๋ย อาหารของสัตว์ประเภทต่างๆที่รู้จัก ไก่ เป็ดกินเมล็ดข้าว วัว ควาย แพะกินหญ้า

    ที่อยู่ของพืช พืชบกอยู่บนดิน พืชน้ำอยู่ในน้ำ สัตว์มีที่อยู่แตกต่างกันไป เช่น ไก่ เป็ด วัว ควาย แพะ แกะ ม้ามีที่อยู่ที่สร้างขึ้นเรียกว่าคอก ส่วนสัตว์น้ำที่ชาวประมงจับมามีที่อยู่ในแหล่งน้ำต่างๆคือ ทะเล แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เป็นต้น

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดภาพระบายสี ใช้ส่วนต่างๆของพืชที่ให้สีมาใช้ระบายสี เช่น สีจากดอกอัญชัน เปลือกมังคุด ใบตำลึง สีดอกชบา สีจากขมิ้น ปั้นดินชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมงหรือจัดตกแต่งกระบะดินเหนียวเป็นท้องทุ่งนา สวนผัก ผลไม้ ประดิษฐ์พืชผัก ผลไม้จากกระดาษหรือนำชิ้นส่วนของผลผลิตเกษตรมาตกแต่งภาพ เช่น เกล็ดปลา เปลือกไม้ เมล็ดพืช เช่น ข้าวสาร ข้าวเปลือก ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วขาว ถั่วดำมาออกแบบตกแต่งบนโครงร่างภาพ เช่น ภาพเครื่องมือเกษตร เครื่องแต่งกายของเกษตรกร พับกระดาษเป็นเสื้อผ้า หมวกของเกษตรกร
  • กิจกรรมเสรี
    • มุมบทบาทสมมติ : แต่งกายเป็นชาวสวน ชาวไร่ ชาวนา ชาวประมงพร้อมเครื่องมือ
    • มุมเล่านิทาน : เชิดหุ่นมือ หุ่นเชิดไม้หรือหุ่นกระดาษแต่งตัวเป็นเกษตรกร มีหุ่นพืช สัตว์เป็นอุปกรณ์ประกอบการเล่านิทาน
    • มุมหนังสือ : ดูหนังสือทำมือเรื่องเกษตรกร ภาพข่าวเกี่ยวกับเกษตรกร เช่น ภาพชาวนาปลูกข้าว ภาพสวนผลไม้ในท้องถิ่นหรือผลไม้ไทย
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมง่ายๆสนุกสำหรับเด็ก เป็นเกมผสมผสานการเล่านิทานว่า “ชาวสวนปลูกผักผลไม้ จึงนำเมล็ดไปฝังไว้ ทุกๆวันชาวสวนจะไปรดน้ำพรวนดินจนพืชผักผลไม้เติบโต ชาวสวนจะเก็บผักผลไม้ไปขาย แต่ผักและผลไม้ไม่อยากจากสวน จึงแอบหนีชาวสวนไป ชาวสวนจึงวิ่งไล่จับพืชผักเหล่านั้น” ครูอาจแบ่งเด็กเป็นสองกลุ่มๆละเท่าๆกัน กลุ่มหนึ่งเป็นชาวสวน (ตามที่เด็กเสนอเพื่อให้เด็กมีส่วนร่วม เช่น สวนผักสวนครัว) ให้เด็กอีกกลุ่มเลือกเป็นผักผลไม้คนละหนึ่งชนิด ข้อกติกาคือเมื่อครูเล่านิทานจบ ผลไม้ ผักวิ่งหนีชาวสวน แต่ต้องอยู่ในเขตเส้นที่ครูขีดไว้หรือขึงเชือกไว้ ส่วนชาวสวนต้องไล่จับผัก ผลไม้มาได้ 1 ชนิดภายในเวลาที่ครูช่วยนับ 1-20

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเกษตรกรให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเกษตรกรให้ลูกที่บ้านด้วยกิจกรรมดังนี้

  • ครอบครัวร่วมมือกันปลูกต้นไม้ในบ้านตามสภาพที่เหมาะสม หากมีพื้นที่น้อยก็ปลูกพืชลงกระถาง หากมีพื้นที่มากสามารถปลูกลงพื้นดินหรือยกเป็นร่อง พืชที่แนะนำให้ปลูก ได้แก่ พืชผักสวนครัว คือ โหระพา กระเพรา ต้นหอม ตำลึง ถั่วฝักยาว ถั่วพู มะเขือเปราะ มะเขือสีดา ตะไคร้ พริกขี้หนู ฯ พืชดังกล่าวเติบโตเร็ว เด็กช่วยเพาะปลูก รดน้ำด้วยบัวรดน้ำ
  • วันสุดสัปดาห์หรือวันปิดทำงานติดต่อกันหลายๆวัน ครอบครัวหาเวลานำเด็กไปแถวชานเมืองดูท้องทุ่ง ไร่นา สวนผัก ผลไม้ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และไปแถวชายทะเล แหล่งการทำประมงเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในกระชังหรือจับสัตว์น้ำชายฝั่ง เด็กจะได้เห็นการทำงานของเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำการประมง แม้เด็กยังเล็กก็ให้เด็กรู้จักและเริ่มคุ้นเคยกับอาชีพเกษตรกรจากคำที่เอ่ยถึงคือ ชาวสวน ชาวไร่ ชาวประมง
  • นำผลผลิตจากเกษตรมาใช้ให้ลูกรู้จัก ได้แก่ ข้าว อาหารหลักของคนไทยมาจากการทำนาของชาวนา นำผลไม้ในท้องถิ่นมารับประทานตามฤดูกาล เล่าให้ลูกทราบว่าชาวสวนเป็นผู้เพาะปลูกทำให้ได้ผลไม้เหล่านี้มา โดยมีพ่อค้าไปรับซื้อจากสวนแล้วนำมาจำหน่ายให้เราซึ่งเป็นผู้ซื้ออีกที แต่ในปัจจุบันเกษตรกรบางรายทำครบวงจรคือเป็นผู้จำหน่ายผลผลิตเอง พ่อแม่สามารถพาลูกไปซื้อได้ถึงสวน ไร่ นาหรือที่ศูนย์จัดจำหน่ายของชุมชนที่เรียกว่าศูนย์โอทอป (OTOP) สินค้าพื้นเมืองจะมีผลผลิตนำมาจำหน่าย ได้แก่ ข้าวสารซ้อมมือ ข้าวสารอนามัย ไข่ไก่ ไข่เป็ด น้ำผึ้ง ผลไม้แปรรูป (อบ ตาก กวน แช่อิ่ม ทอด ฉาบ)
  • หาซื้อเครื่องมือเกษตรที่เด็กใช้ทำงานได้ เช่น บัวรดน้ำ สายยาง ถังน้ำ ส้อมพรวน เสียมที่ทำด้วยพลาสติกให้เด็กเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ ฝึกให้เด็กจัดเก็บเครื่องมือเหล่านี้อย่างเป็นระเบียบหลังทำความสะอาดแล้ว
  • บางครอบครัวมีอาชีพเกษตรอยู่แล้ว เป็นโอกาสที่ดีที่จะให้เด็กรู้จักการทำงานของพ่อแม่ในกิจกรรมง่ายๆสำหรับเด็ก เช่น การเพาะปลูกต้นกล้าหรือต้นอ่อนลงดินใกล้บ้าน การช่วยถอนวัชพืชในแปลงปลูก การเก็บผลผลิตมารับประทานในชีวิตประจำวัน เช่น พืชผักสวนครัว ข้าวสาร ข้าวเหนียวจากนา กุ้ง หอย ปู ปลาที่จับมาได้และอีกส่วนนำไปจำหน่าย เด็กจะเห็นอาชีพเกษตรจากวิถีชีวิต พ่อแม่ไปทำงานได้ผลผลิตมากิน มาใช้และแบ่งออกจำหน่าย
  • วันสำคัญประจำปีคือวันพืชมงคล จะเป็นวันที่เกษตรกรทั้งหลายทำบุญ และหากมีโอกาสมางานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีเก่าแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้เกษตรกร เป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ให้บันทึกภาพนำมาให้เด็กดูและบอกเล่าเรื่องราวให้ลูกฟังด้วยภาษาง่ายๆ เช่น วันนี้เป็นวันที่เกษตรกรคือชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา ชาวประมงมาร่วมกันในพิธีงานมงคล

กิจกรรมครอบครัวเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติร่วมกันในชีวิตประจำวัน จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถสอดแทรกเรื่องเกษตรให้ลูกรู้จักได้อย่างสะดวก การสนทนาชี้แนะและนำลูกไปเรียนรู้จากสภาพจริง จะสนับสนุนให้เด็กสามารถรู้และเข้าใจเรื่องเกษตรได้เป็นอย่างดี

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เครื่องมือเกษตรเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานเกษตรมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะต้องใช้ให้เหมาะกับงาน สำหรับเด็กปฐมวัย ครูควรจัดหาประเภทที่ใช้สะดวก มีขนาดเหมาะสม ใช้ได้ปลอดภัย ได้แก่ สายยาง บัวรดน้ำ ถังน้ำ เด็กเล็กๆใช้บัวรดน้ำเพราะเด็กจะหัดปลูกต้นไม้ขนาดเล็ก โตเร็ว เป็นการฝึกที่สัมพันธ์กับชีวิตจริงที่เกษตรกรจะทำการปลูกพืช

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. บุบผา เรืองรอง (2550). คำคล้องจองเพื่อพัฒนาภาษาเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. สุวิทย์ มูลคำและอรทัย มูลคำ. (2550). 21 วิธีจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.
  6. เกษตรกร โดย ศาสตราจารย์ จำนง ทองประเสริฐ. www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=1239. [ค้นคว้าเมื่อ 17 สิงหาคม 2557.]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน