หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเครื่องนุ่งห่ม (Teaching Children about Clothing)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเครื่องนุ่งห่ม

สอนลูกเรื่องเครื่องนุ่งห่ม (Teaching Children about Clothing) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายของคนเรา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นสำหรับการสวมใส่ เพื่อประโยชน์ต่อร่างกายและเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสังคม การเรียกเครื่องนุ่งห่มจะมีชื่อเฉพาะ ได้แก่ เสื้อ กางเกง ผ้าถุง หมวก ถุงเท้า ฯ บางทีก็เรียกรวมๆไปว่า “เครื่องแต่งกาย” หรือ “เครื่องนุ่งห่ม” สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่อยู่กับเด็กตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นเด็กควรรู้จักเครื่องนุ่งห่มทั้งรูปร่าง ลักษณะ ประโยชน์ การเก็บรักษา จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ที่เน้นให้เด็กได้รู้จักสิ่งต่างๆที่เป็นรูปธรรมผ่านการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเล่นที่มุ่งให้เด็กเกิดพัฒนาการทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา โดยพ่อแม่และครูร่วมมือส่งเสริมการเรียนแก่เด็กในทิศทางเดียวกัน

การสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มมีความสำคัญอย่างไร?

ตั้งแต่แรกเกิด เด็กจะมีเครื่องนุ่งห่มเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อใช้ห่อหุ้มร่างกายให้อบอุ่นและป้องกันอันตรายจากมด แมลงและอื่นๆ เนื่องจากผิวเด็กละเอียดอ่อนบอบบางง่ายต่อการเป็นแผลและติดเชื้อโรค เมื่อเด็กเจริญเติบโต การใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มมีความจำเป็นต้องพิจารณาเลือกใช้ด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งต้องอาศัยการอบรมสั่งสอนและปลูกฝังตั้งวัยเด็ก ดังนี้

  • การใช้เครื่องนุ่งห่มจะต้องเลือกให้เหมาะกับฤดูกาล เพื่อความสบายของร่างกาย ฤดูกาลแบ่งได้หลายฤดูกาลตามสภาพภูมิประเทศแต่ละแห่งทั่วโลก ได้แก่ ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิ แต่ประเทศไทยมีเพียง 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน ยกเว้นภาคใต้ที่มีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน
    • การสวมเสื้อผ้าในฤดูร้อนควรใช้เครื่องนุ่งห่มที่มีลักษณะเบาบางและน้อยชิ้น เพื่อไม่ให้ร่างกายต้องอับเหงื่อไคลที่มักออกมากในฤดูนี้
    • ส่วนในฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลง ร่างกายต้องการความอบอุ่นมากขึ้น เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมคือผ้าเนื้อหนา
    • และฤดูฝนจะใช้เสื้อกันฝนที่ทำจากพลาสติก เพราะสามารถกันน้ำได้ดี
  • การใช้เครื่องนุ่งห่มจะต้องเลือกให้เหมาะกับเพศ เพื่อความสวยงามตามค่านิยมของสังคม เพศหญิงจะมีเครื่องประ ดับตกแต่งเครื่องนุ่งห่มมากกว่าเพศชาย เช่น โบ กระดุม ลูกปัด หรือการออกแบบรูปทรงจะมีรายละเอียดมากกว่า เช่น จับจีบระบาย สีสันฉูดฉาด หรือสีอ่อนหวาน เช่น สีชมพูอ่อนๆ เหล่านี้จะเป็นเครื่องนุ่งห่มของเพศหญิง
  • เครื่องนุ่งห่มบ่งบอกถึงอาชีพ แม้ว่าเด็กยังไม่ถึงวัยในการประกอบสัมมาอาชีพ แต่พวกเขาก็ควรรู้จักบุคคลในชุม ชนตนเองว่า มีบทบาท หน้าที่หรือประกอบอาชีพอะไร เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกอาชีพได้ เช่น ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล คุณครู นายช่าง แม่บ้าน แม่ครัว คนขับรถ ฯ อาชีพเหล่านี้ต่างมีเครื่องแต่งกายที่มีรูปแบบ สีเฉพาะเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป สำหรับเด็กนักเรียนจะมีเครื่องแบบประจำโรงเรียนให้สวมใส่ แม้หลายที่จะเลือกใช้รูปแบบและสีของกางเกง กระโปรง เสื้อเหมือนๆกัน แต่จะปักชื่อและเครื่องหมายของโรงเรียนไว้ที่กระ เป๋าเสื้อหรือตัวเสื้อเพื่อแสดงความเป็นเอกลักษณ์ จะเห็นได้ว่าเมื่อนักเรียนในสถาบันเดียวกัน สวมเครื่องแบบเหมือนกัน จะให้ความรู้สึกเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้เกิดเป็นค่านิยมของสังคมที่เจริญแล้ว จะใช้เครื่องนุ่งห่มที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของกลุ่ม
  • เครื่องนุ่งห่มจะเสริมสร้างบุคลิกภาพและสะท้อนวัฒนธรรมประเพณี บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์และค่านิยมของชาติ ชนชาติไทยได้ออกแบบเครื่องนุ่งห่มจากวัสดุธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ ได้แก่ ผ้าฝ้ายและผ้าไหม เมื่อนำผ้าเหล่านั้นมาออกแบบลวดลายและผ่านการตัดเย็บอย่างประณีต ก็แสดงให้เห็นถึงความมีศิลปะอันเป็นภูมิปัญญาชั้นสูง การสวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของคนไทย จึงเป็นการแสดงความเจริญของชาติที่น่าภาคภูมิใจยิ่งนัก
  • เครื่องนุ่งห่มจะสัมพันธ์กับเทคโนโลยี การพัฒนารูปแบบเครื่องนุ่งห่มก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่อดีตกาลนานมาที่คนเรายังสวมใบไม้ หนังสัตว์ ต่อมาจึงประดิษฐ์เครื่องทอผ้า อุปกรณ์ตัดเย็บด้วยเครื่องจักร จนมาถึงการพัฒนาเครื่องนุ่งห่มแบบนาโน เพื่อใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มเฉพาะ เช่น ชุดนักบินอวกาศ ชุดดับเพลิง ชุดดำน้ำ เป็นต้น

การสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มจึงมีความสำคัญที่จะทำให้เด็กรู้ว่า สิ่งนี้คืออะไร? มาจากไหน? ทำไมต้องใช้? ใช้อย่างไร? โดยผ่านกระบวนการสอนที่เหมาะกับวัยและเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ดังปรากฏในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 โครงสร้างหลักสูตรสาระการเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆรอบตัว และสอดคล้องกับที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้กำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน การเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยอยู่ในสาระที่ 3 : สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 : เข้าใจสมบัติของสาร ความสัม พันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสกับเครื่องนุ่งห่ม ให้เด็กรู้จักทั้งรูปร่าง ลักษณะและชื่อเรียกที่ใช้กัน เครื่องนุ่งห่มหลายชนิดผลิตจากวัสดุธรรมชาติ คือ พืชและสัตว์ บ้างก็ทำขึ้นจากการคิดค้นด้วยกระบวนการใหม่ ทำให้ได้ผิวของวัสดุแตก ต่างกัน เมื่อนำมาให้เด็กสัมผัส พวกเขาจะเรียนรู้ความแตกต่าง พร้อมรับรู้ภาษาที่ใช้เรียกสิ่งนั้นๆ ได้แก่ ผ้าเนื้อลื่น นิ่ม แข็ง หนัก หยาบ ฯ เช่นเดียวกับการตัดเย็บเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มรูปแบบต่างๆ ก็จะมีชื่อเรียกเฉพาะตัว เช่น กระโปรง กางเกง ผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม เนคไท ผ้าพันคอ เป็นต้น ฯ
  • ช่วยเสริมความคิดด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นผู้กระทำเรื่องเครื่อง นุ่งห่ม จะพัฒนาให้เด็กเป็นผู้คิดเป็น คือ รู้เหตุผล (ตามวัย) รู้จักกระบวนการแสวงหาความรู้ ที่เริ่มจากสงสัยใคร่รู้ : เครื่องนุ่งห่มคืออะไร? ทำไมเราต้องใช้เครื่องนุ่งห่ม? เราใช้เครื่องแต่งกายแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับอากาศ? สถานที่? เหตุการณ์? การตั้งคำถามเหล่านี้ทำให้เด็กมีโอกาสสืบเสาะ สำรวจ ตรวจสอบ หาคำตอบและนำมาสนทนาแลกเปลี่ยน จนนำบทสรุปมาใช้ในชีวิตประจำวัน
  • เด็กจะรู้คุณค่าการคิด ประดิษฐ์ ค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ การสร้างสรรค์สิ่งต่างๆรวมทั้งเครื่องนุ่งห่ม เกิดจากการสนใจศึกษาค้นคว้า ทดลองและเผยแพร่ของนักวิทยาศาสตร์ เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้และความพยายามในการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์
  • เด็กรู้จักใช้เครื่องนุ่งห่มเหมาะแก่กาลเทศะ จำเป็นต้องฝึกนิสัยนี้ตั้งแต่วัยเยาว์เพื่อการนำไปใช้อย่างถูกต้อง ได้แก่ ความรับผิดชอบช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย การมีวินัยในการสวมเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เช่น การแต่งชุดนักเรียนไปโรงเรียน การสวมชุดนอนเมื่อเข้านอน การสวมชุดเล่นกีฬาเพื่อความปลอดภัยในขณะเล่น ฯ รวมทั้งการเก็บรักษาและทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มอย่างเป็นระเบียบด้วย

การสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ส่งผลให้เด็กเจริญทางด้านสติปัญญา จากการเห็นและรู้จักรูปร่าง ลักษณะ สีสัน รวมถึงช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมเมื่อเด็กเลือกใช้เครื่องนุ่งห่ม โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมต่างๆทั้ง เพศ วัย สถานที่ รสนิยม และเมื่อสวมเครื่องนุ่งห่ม ร่างกายจะปลอดภัยจากสภาวะแวดล้อม ส่งผลให้เด็กมีสุขภาพดีและเติบโตสมวัย

ครูสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มให้ลูกที่โรงเรียนในกิจกรรมหลักของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยดังนี้

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ เด็กจะได้ทำงานสร้างสรรค์เรื่องเครื่องนุ่งห่มจากงานกระดาษ ได้แก่ ตัดกระดาษหรือฉีกกระดาษเป็นรูปร่างของเครื่องนุ่งห่ม พับกระดาษสีที่มีขั้นตอน 3-4 ขั้นตอน งานวาดภาพระบายสีเครื่องนุ่งห่มอย่างอิสระ ตัดภาพเครื่องนุ่งห่มจากหนังสือวารสาร นิตยสารแฟชั่น แล้วออกแบบปะติดสร้างเรื่องราวใหม่ เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นออกกำลังกายที่ใช้เครื่องนุ่งห่มมาเป็นส่วนประกอบการเล่น เช่น การละเล่นไทยที่ใช้ผ้า ได้แก่ มอญซ่อนผ้า ปิดตาคลำหาเพื่อน ชักคะเย่อใช้ผ้า วิ่งเปี้ยว หรือครูให้เด็กได้ออกกำลังกายและสวมเครื่องนุ่ง ห่มที่เหมาะสมกับงานกีฬานั้นๆ เช่น สวมถุงมือโยนลูกบอล สวมชุดว่ายน้ำลงสระ ฯ
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเพลงเสื้อ ให้เด็กเคลื่อนไหวและจินตนาการตามคำสั่ง หรือตามคำบรร ยายเช่น สวมเสื้อกันฝน สวมเสื้อหนาว สวมหมวก ผูกเนกไท นุ่งกางเกง หรือเรากำลังเย็บผ้า ทอผ้า ซักผ้า รีดผ้า พับผ้า ตัดผ้า ฯ
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมการเรียนรู้ที่เหมาะสมเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม เช่น
    • มุมบทบาทสมมติหรือมุมบ้าน : ครูและผู้ปก ครองช่วยกันหาเครื่องนุ่งห่มทั้งของผู้ใหญ่และของเด็กทุกรูปแบบมาให้เด็กเลือกเล่น เราจะเห็นได้ว่าเครื่องนุ่งห่มเหล่านั้นเป็นเครื่องใช้หรืออุปกรณ์/สื่อที่กระตุ้นจินตนาการเด็กได้เป็นอย่างดี เด็กชอบเล่นเลียนแบบการแต่งกายของผู้ใหญ่แล้วนำมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการเล่น สร้างความเพลิดเพลินให้เขา ขณะเดียวกันครูก็สังเกตการเรียนรู้ทางสังคมของเด็กผ่านการเล่นได้ เช่น การเลือกชุดเสื้อผ้าของเด็ก (ในสถานการณ์สมมติ) ทำได้อย่างเหมาะสมหรือไม่?
    • มุมร้านค้า : จัดเครื่องนุ่งห่มให้เด็กจัดร้านค้าในรูปแบบห้างสรรพสินค้า หรือการจัดขายแบบแผงลอย เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เด็กเรียนรู้เรื่องสินค้าที่เป็นเครื่องนุ่งห่ม ราคาสินค้า การใช้เงินซื้อสินค้า เป็นต้น
    • มุมหนังสือ : จัดหาหนังสือภาพแฟชั่น แสดงถึงความนิยมของเสื้อผ้าในยุคต่างๆ หรือจัดเตรียมหนังสือเครื่องนุ่งห่มประจำชาติของประเทศในกลุ่มอาเซียน นอกจากทำให้เด็กรู้เรื่องชุดแต่งกายประจำชาติแล้ว ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติของแต่ละประเทศให้เด็กรู้จักได้
  • กิจกรรมเกมการศึกษา เช่น เล่นเกมจัดหมวดหมู่เครื่องแต่งกาย ให้เด็กจำแนกประเภทตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ จำแนกประเภทตามสี ขนาด รูปร่าง ลักษณะ เล่นเกมภาพตัดต่อเครื่องแต่งกายที่ใช้ในแต่ละฤดูกาล ได้แก่ ชุดว่ายน้ำ ชุดกันฝน หรือเครื่องนุ่งห่มของคนในแต่ละอาชีพ ได้แก่ ชุดนางพยาบาล ชุดตำรวจ ชุดทหาร ชุดช่างไฟฟ้า ชุดคนขับรถประจำทาง ชุดช่างตัดผม ชุดแม่บ้าน เป็นต้น
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูสามารถฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา สังคม ผ่านเทคนิควิธีการสอนได้หลากหลาย สิ่งสำคัญคือ ให้เด็กได้สัมผัสของจริง คิด พูด สนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับกลุ่มบ้าง ค้นคว้าอย่างอิสระบ้าง ผ่านการเล่นหรืออยู่ในสภาพจริงบ้าง

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเครื่องนุ่งห่มให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองสอนลูกเรื่องเครื่องนุ่งห่มที่บ้านได้ดังนี้

  • พ่อแม่ให้คำแนะนำลูกเรื่องขนาดของเครื่องนุ่งห่ม ด้วยการชวนสนทนาเรื่องขนาดของเสื้อผ้าในขณะที่แต่งตัวให้ลูก โดยเปรียบเทียบกับรูปร่างของเด็ก อาจใช้ประโยคคำถามที่ปรากฏคำว่า “คับ” “หลวม” หรือ “พอดี” เช่น “เสื้อตัวนี้คับไปไหม?” “กระโปรง/กางเกงหลวมไปใช่ไหม?” “หมวกใบนี้พอดีกับศีรษะใช่ไหม?” เป็นต้น นอกจากนี้ พ่อแม่สามารถสอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์ได้อีก เช่น เปรียบเทียบความเหมือนหรือคล้ายของเสื้อผ้ากับรูปทรงเรขาคณิต หรือชวนคุยถึงสีและลวดลายของเสื้อผ้า ได้แก่ กางเกงตัวนี้มีสีเขียวเป็นสีพื้น เสื้อหนูตัวนี้มีรูปแมวเป็นลวดลาย จับคู่เหมือนถุงเท้า หรือจับคู่สัมพันธ์เสื้อกับกางเกง เป็นต้น
  • พ่อแม่ให้ลูกลองสวมเสื้อผ้าเอง โดยการแนะนำให้เห็นประโยชน์จากเครื่องนุ่งห่มว่า นอกจากจะทำให้สวยงามน่ามองแล้ว เครื่องนุ่งห่มยังทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของหรืออากาศ พร้อมทั้งอธิบายว่าเครื่องนุ่งห่ม ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้สมดุลกับสภาพแวดล้อม แต่ทั้งนี้พ่อแม่ควรพูดด้วยภาษาง่ายๆ เช่น “สวมเสื้อหนาๆนะลูก อากาศหนาวแล้ว” “วันนี้ฝนตก เราสวมเสื้อกันฝนไปด้วย”
  • พ่อแม่จัดเตรียมเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมกับลูก โดยชี้แนะให้เห็นถึงความเหมาะสมตามเพศ วัย อากาศ สถานที่ เช่น พูดคุยกับลูกว่า “นี่ชุดของหนู (ผู้หญิง) มีตราของโรงเรียนปักอยู่ เป็นชุดนักเรียนผู้หญิงเอาไว้สวมไปโรงเรียน นะคะ” “วันนี้อากาศเย็น หนูสวมเสื้อกันหนาวทับไปอีกตัวให้ตัวอุ่นๆ จะได้ไม่เป็นหวัดนะคะ” “หนูสวมชุดนี้สวยดีค่ะ ชุดของหนูไม่เหมือนของคุณยาย” (ชี้ / หยิบให้ดู)
  • ให้ลูกได้ปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาเครื่องนุ่งห่มหรือทำร่วมกับพ่อแม่ เช่น ให้ลูกช่วยซัก ตาก แขวน จัดเก็บหรือพับ เพื่อให้ลูกได้ฝึกใช้ประสาทสัมผัส คือ
    • ตามองเห็นสี ลวดลาย ขนาดและรูปร่างของเครื่องนุ่งห่ม
    • มือสัมผัส ลูบ คลำเพื่อบอกถึงความนุ่ม หนาของเนื้อผ้า
    • จมูกดมกลิ่น ได้แก่ กลิ่นหอมของไอแดด กลิ่นน้ำยาซักผ้า กลิ่นน้ำยารีดผ้า
    • หูฟังเสียงการเสียดสีของเนื้อผ้าที่ลูกขยำ เช่น เนื้อผ้าใยสังเคราะห์บางชนิดจะแข็ง
  • นอกจากนี้กิจกรรม ซัก ตาก แขวน จัดเก็บเครื่องนุ่งห่มจะทำให้ลูกได้เห็นขั้นตอนการดูแลรักษาเครื่องนุ่งห่ม และเป็น การฝึกวินัยหรือหน้าที่ที่มีต่อตนเอง เรื่องการใช้และเก็บรักษาเครื่องนุ่งห่มต่อไป

  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกเครื่องนุ่งห่มด้วยตนเอง เพื่อฝึกการคิดและตัดสินใจ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกมีประสบการณ์จากการทดลองและสัมผัสจริง
  • จัดหานิตยสารหรือหนังสืออื่นๆที่มีเนื้อหาและรูปภาพเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม ที่ทันยุคทันสมัยมาอ่านที่บ้าน และชวนลูกอ่าน ดูภาพ เพื่อเสริมความรู้เครื่องนุ่งห่มในยุคสมัย
  • ให้ลูกลองออกแบบชุดตุ๊กตา โดยการวาดรูป ระบายสีหรือตัดจากหนังสือภาพชุดตุ๊กตา
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการซ่อมแซมเครื่องนุ่งห่มต่างๆ โดยการให้ดูวิธีการและขั้นตอนซ่อมแซม เช่น เย็บกระดุมที่หลุด สอยชายกระโปรง หรือให้เด็กช่วยหยิบอุปกรณ์ที่ไม่เป็นอันตรายส่งแก่พ่อแม่ เช่น ด้าย ซิป กระดุม ริบบิ้น เป็นต้น

การเลือกใช้เครื่องนุ่งห่มเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราทุกคน ดังนั้นพ่อแม่ต้องเอาใจใส่โดยการชี้แนะจากการใช้ชีวิตประจำวัน และด้วยเหตุที่ทุกบ้านมีเครื่องนุ่งห่มอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะสอนลูกอย่างสะดวก และเด็กๆก็จะเรียนรู้อย่างสนุก สนาน เพราะสามารถนำความรู้มาใช้ในชีวิตจริงได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ขณะนี้มีการรวมตัวของประชาคมอาเซียน 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แต่ละประเทศเจริญก้าวหน้า ทุกประเทศจึงพยายามให้คนในชาติรู้จักประเทศอาเซียนอื่นๆ เครื่องนุ่งห่มเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชาติ สำหรับชุดประจำชาติไทยรู้จักอย่างเป็นทางการว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” สำหรับสุภาพสตรีจะมี 8 ประเภท คือ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยดุสิต ชุดไทยศิวาลัย

บรรณานุกรม

  1. กองวัฒนธรรม. (2550). การแต่งกายไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
  2. พวงผกา คุโรวาท. ( 2535 ). คู่มือประวัติเครื่องแต่งกาย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ รวมสาสน์.
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัยตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. Abruscato,j. ( 2004). Teaching Children Science : A Discovery Approach. U.S.A. : Pearson Education
  6. มารยาทในการแต่งกายที่พึงประสงค์. http://www.baanmaha.com/community/thread34005.html. [10 มิถุนายน 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน