หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน (Teaching Children about Stationery)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน

สอนลูกเรื่องเครื่องเขียน (Teaching Children about Stationery) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งของที่ใช้ประกอบกันหรือเป็นพวกเดียวกัน สำหรับใช้ในการขีดเขียนเป็นตัวหนังสือ ตัวเลข เส้น หรือรูปต่างๆ ได้แก่ ปากกา ดินสอ ดินสอสี ไม้บรรทัด ยางลบ เป็นต้น คนทุกคนจะมีความรู้สึกนึกคิด ประสบการณ์ เรื่องราวในชีวิตของตนเอง และต้องการถ่ายทอดหรือสื่อสารสิ่งเหล่านี้ให้ผู้อื่นได้รับรู้จึงได้ใช้วิธีการเขียน จากการค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติ ศาสตร์ก็อาศัยร่องรอยการขีดเขียนในที่ต่างๆมาเป็นหลักฐานของการศึกษาได้เป็นอย่างดี จึงมีข้อสังเกตว่า การเขียนที่บันทึกไว้นั้น มีเครื่องเขียนเป็นเครื่องมือสำคัญจึงจะขีดเขียนให้เป็นตัวหนังสือ ตัวเลข หรือขีดให้เป็นเส้นหรือรูปวาดต่างๆได้ เครื่องเขียนจึงเป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาเครื่องเขียนเรื่อยมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนเราตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน การขีดเขียนจึงเป็นเรื่องหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้นการฝึกหัดให้เด็กเขียนหนังสือ วาดรูป เขียนตัวเลข จึงถูกกำหนดไว้เป็นกิจกรรมสำหรับผู้เรียน โดยมีเครื่องเขียนเป็นเครื่อง มือที่จำเป็นด้วย เครื่องเขียนจึงเป็นสิ่งของใกล้ตัวที่เด็กปฐมวัยควรรู้จักจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็ก

การสอนเรื่องเครื่องเขียนมีความสำคัญอย่างไร?

เราคงจะเห็นฝาผนังที่บ้านหรือที่โรงเรียนมีลายเส้นขีดเขียนเป็นรูปร่างต่างๆ บางลายจะขีดวนไปมา ดูจะไม่มีความ หมายสำหรับผู้ใหญ่ แต่อาจจะมีบางลายที่มีรูปร่างคล้ายๆกับสิ่งต่างๆ เมื่อเห็นลายที่ฝาผนัง ผู้ใหญ่มักจะอุทานและบ่นเสีย ดายฝาผนัง รำพันว่าฝีมือหนูน้อยทั้งหลายมาเล่นขีดเขียนให้เกิดความเสียหาย การกระทำของเด็กที่ขีดเขียนนั้น บ่งบอกถึงความต้องการอยากสื่อสารความรู้สึกนึกคิดของเด็ก และที่สำคัญจะเห็นได้ว่าเด็กใช้เครื่องเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความ คิดของเขา เพียงแต่ภาพลายเส้นเหล่านั้น ผู้ใหญ่ไม่อาจจะเข้าใจได้ทั้งหมดว่าเด็กคิดอะไร นอกจากเราจะได้พูดคุยกับเขา

คนเราใช้เครื่องเขียนมานานตั้งแต่โบราณ และพัฒนาต่อมาจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือแต่เดิมพบหลักฐานว่าคนเราอาจ จะใช้นิ้วจุ่มดินหรือสี (ที่บังเอิญค้นพบ) ขีดเขียนบนผนัง เพิงผา ต่อมาใช้หินที่ฝนเป็นแท่งมาขีดเขียนแทน แล้วพัฒนาแท่งหินหรือดินเรื่อยมาเพื่อความสะดวกในการพกพา และให้สอดคล้องกับสิ่งที่ใช้บันทึก ดั้งเดิมคนเราจะบันทึกบนผนัง เพิงผา แล้วเปลี่ยนมาใช้หนังสัตว์ กระดานไม้ ใบไม้ (ดังที่มีใบลานจารคัมภีร์โบราณ) และกระดาษ ตามลำดับ

ในยุคปัจจุบันคนเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใช้ในการผลิตสิ่งต่างๆ รวมทั้งเครื่องเขียนให้มีหลากหลายลักษณะ ได้ แก่ ปากกา ดินสอดำ ดินสอสี ชอล์ก ยางลบ ไม้บรรทัด เป็นต้น การฝึกให้เด็กๆขีดเขียนเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญ เนื่องจากการเขียนเป็นเครื่องมือพัฒนาสติปัญญาของเด็ก กล่าวคือ การเรียนรู้ของเด็กจะอาศัยการเขียนเป็นเครื่องมือในการจดบันทึกสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง ได้อ่านเพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไป และการเขียนยังเป็นการระบายความรู้สึกนึกคิดของเด็กจากเรื่อง ราวประสบการณ์และสิ่งที่ประทับใจ แต่สิ่งสำคัญการเขียนย่อมต้องใช้เครื่องเขียนเป็นเครื่องมือ เด็กจึงควรรู้จักเครื่องเขียนซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวที่ควรรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 และสอดคล้องกับที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้กำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย อยู่ในสาระที่ 3 : สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 : เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุ ภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การสอนเรื่องเครื่องเขียนมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องเครื่องเขียนมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กได้ตระหนักรู้ว่า เครื่องเขียนเป็นสิ่งของที่คนเราสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ในการขีดเขียน และการสร้างสรรค์งานจะเกิดขึ้นได้เพราะการทำงานที่ใช้ความคิด สังเกตสิ่งรอบตัว การกระทำดังกล่าวเป็นแบบอย่างที่ดีที่เด็กจะเลียนแบบด้วยการฝึกตนเองให้รู้จักสิ่งต่างๆ รู้จักถามและนำสิ่งที่รู้มาถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้ เป็นการแลก เปลี่ยนความรู้กันและกัน
  • การเรียนของเด็กจะมาจากการสำรวจสืบค้น เช่น ลักษณะของเครื่องเขียนมีอะไร? เป็นอย่างไร? ใช้ทำอะไร? ไม่ควรใช้อย่างไร? เพราะเหตุใด? สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการฝึกให้เด็กเป็นผู้เรียนอย่างฉลาด
  • เด็กจะเกิดความรู้และสามารถนำเครื่องเขียนไปใช้ขีดเขียน วาดรูป เขียนตัวเลขเพื่อประโยชน์ในการสื่อสาร ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นของสังคมมนุษย์
  • เครื่องเขียนจะสัมพันธ์กับการเขียน คนเราใช้มือและตาเป็นอวัยวะสำคัญในการเขียน และมีผลให้การพัฒนากล้าม เนื้อเล็กของเด็กแข็งแรงเมื่อได้ขีดเขียนอย่างเหมาะสมตามวัย
  • การใช้เครื่องเขียนขีดเขียนเสมือนเป็นเครื่องเล่นของเด็ก เราจึงเห็นว่าเด็กใช้เครื่องเขียน เช่น ดินสอ ดินสอสี พู่กัน ทำงานศิลปะด้วยความสุขและสนุก เครื่องเขียนจึงเป็นเครื่องมือที่เด็กใช้สร้างงาน เพื่อจรรโลงจิตใจของเขา
  • เครื่องเขียนเป็นของใช้ที่มีค่าและมีราคาที่เราต้องจัดหาซื้อมาใช้ ดังนั้นจึงต้องสอนให้เก็บรักษาเครื่องเขียนอย่างเป็นระเบียบด้วย

การสอนให้เด็กรู้จักสิ่งใกล้ตัว เช่น เครื่องเขียน ย่อมทำให้เด็กรู้จักสิ่งที่ใช้ขีดเขียน เห็นถึงคุณค่าของใช้ รู้วิธีใช้และการเก็บรักษา

ครูสอนเรื่องเครื่องเขียนให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องเครื่องเขียนให้เด็กที่โรงเรียนได้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ ในที่นี้เสนอรูปแบบการสอนแบบบูรณาการผ่านกิจกรรมหลักทั้ง 6 ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ดังนี้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบจังหวะหลายลักษณะ ได้แก่ เคลื่อนไหวและจินตนาการว่าเป็นเครื่องเขียนชนิดใดชนิดหนึ่ง คือ ปากกา ดินสอ พู่กัน ฯ แล้วทำท่าทางเคลื่อนไหวประกอบจังหวะตามเพลงที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน เคลื่อนไหวประกอบคำบรรยายหรือนิทาน โดยครูเป็นผู้เล่าให้เด็กฟังหนึ่งครั้งก่อน เมื่อเริ่มรอบที่สอง เด็กจะแสดงท่าทางตามคำบรรยายนั้น เช่น ดินสอสีกลิ้งไปทางขวา แต่ปากกากลิ้งไปทางซ้าย ดินสอสีและปากกากลิ้งไปหากัน ลุกขึ้นยืนแล้วเต้นระบำ เป็นต้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ในกิจกรรมนี้ใช้ดินสอ ดินสอสี เทียน ดินสอสีไม้ พู่กัน ปากกาสีต่างๆ เป็นเครื่องมือสำหรับเด็กสร้างสรรค์งานได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการให้เด็กสร้างสรรค์งานตามจินตนาการเกี่ยวกับเครื่องเขียนผ่านการปั้นแป้ง ฉีกกระดาษ ตัดกระดาษติดลงกระดาษ วาดภาพระบายสีเป็นเครื่องเขียน ฝนสี หยดสีในภาพโครงร่าง ประดิษฐ์งานจากเศษวัสดุเครื่องเขียน เช่น ด้ามปากกา ปลอกปากกาที่ไม่ใช้แล้ว เปลือกไม้ดินสอสีที่เหลาออกมาจากกบเหลาดินสอ เป็นเปลือกไม้บางๆ นำมาออกแบบตามจิตนาการของเด็กได้
  • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมการเรียนรู้ให้เด็กได้เล่น ได้แก่ มุมบทบาทสมมติ อาจจะสร้างเป็นร้านขายเครื่องเขียน เด็กได้เล่นสนุกหยิบเครื่องเขียนให้ผู้ซื้อ หรือให้ผู้ซื้อได้มาเลือกเครื่องเขียนเองตามสะดวก และนำเงินมาจ่าย เด็กได้เล่นใช้เครื่องคิดเลข คำนวณค่าใช้จ่าย ใช้เงินซื้อของ ของจึงมีเพิ่มขึ้น แต่เงินเหลือลดลง เป็นการเรียนเพิ่มลดผ่านการเล่นเลียนแบบชีวิตจริง
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กเรียนรู้ได้เกี่ยวกับลักษณะของเครื่องเขียนแต่ละชนิด สี ขนาด ประโยชน์และโทษของเครื่องเขียน ครูสามารถใส่กระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ให้เด็กได้สืบค้น สำรวจหาคำ ตอบเรื่องเครื่องเขียน เช่น เราใช้เครื่องเขียนทำอะไร? ทำไมเราต้องมีเครื่องเขียน? เป็นต้น เด็กจะได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น สังเกตลักษณะของเครื่องเขียนแต่ละชนิด ให้จำแนกประเภทเครื่องเขียน อาจ จะแยกเป็นกลุ่มปากกา ดินสอ ดินสอสี พู่กัน หรือแยกเป็นดินสอสีประเภทต่างๆได้แก่ ดินสอดำ ดินสอไม้ ดินสอเทียน เป็นต้น จากการจำแนกดังกล่าวนำไปสู่ทักษะการวัด นับจำนวนเครื่องเขียนแต่ละประเภท ทักษะการสื่อสาร อาจจะให้เขียนเป็นแผนที่ความคิด เขียนบรรยาย วาดภาพ และทำแผนภูมิให้เด็กๆหัดนำเสนอ เช่น แผนภูมิรูปภาพเรื่องเครื่องเขียน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมต่างๆที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน เช่น เล่นแข่งขันเกมโยนลูกบอลลงตะกร้า โดยติดภาพเครื่องเขียนที่ตะกร้าแต่ละใบ เกมตะล๊อกต๊อกแต๊กมาซื้อเครื่องเขียน
  • เกมการศึกษา เล่นเกมการศึกษาจากบัตรภาพประเภทต่างๆ เช่น เกมภาพตัดต่อ ภาพเครื่องเขียน หรือประเภทของเครื่องเขียน จำแนกประเภทเครื่องเขียนทั้งขนาด สี รูปร่าง ลักษณะ เกมจับคู่ เกมเรียงลำดับ เกมโดมิโน เกมลอตโต เป็นต้น การเล่นเกมการศึกษาจะมุ่งเน้นพัฒนาเด็กทางด้านสติปัญญา ทำให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดในเรื่องเครื่องเขียน ครูอาจจะให้เด็กเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มก็ได้

การเรียนรู้เรื่องเครื่องเขียนผ่านกิจกรรมหลักทั้ง 6 ที่ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น และการใช้ประสาทสัมผัสกับเครื่องเขียนเป็นสื่ออย่างเป็นรูปธรรม แต่ขณะเดียวกันหากจะให้เด็กจับใช้ดินสอและปากกาขีดเขียน ครูจะต้องคำนึงถึงความพร้อมทางกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กด้วย ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อการจับดินสอ จึงควรฝึกการใช้นิ้วมือของเด็กดังนี้ ใช้นิ้วมือหยิบจับเครื่องเล่น เช่น เล่นหยอดบล็อก จัดบล็อก ตอกไม้หมุด หยิบจับตัวต่อมาสวมต่อกัน ใช้นิ้วมือจับกรรไกร ร้อยเชือก วาดภาพด้วยนิ้วมือ (finger print) ฝึกให้เด็กแต่งตัวเอง เช่น ร้อยเชือกผูกรองเท้า รูดซิป ติดกระดุมเสื้อ รองเท้า กางเกง กระโปรง ใช้มือจับลูกบอล โยนลูกบอลทั้งสองมือ เล่นน้ำ เล่นทราย เล่นนิ้วมือประกอบคำคล้องจอง ร้องเพลงโดยใช้นิ้วมือประกอบ และตบมือทั้งสองข้าง เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเครื่องเขียนให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองสอนเรื่องเครื่องเขียนที่บ้านได้ดังนี้

  • จัดหาเครื่องเขียนที่เหมาะกับวัยเด็ก เช่น ดินสอ สีเทียนให้ลูกได้ขีดเขียนลงกระดาษแผ่นใหญ่ๆ อาจจะเป็นกระ ดาษร่างแบบ เด็กอาจจะขีดเส้นไปมาดูไม่เป็นภาพ แต่ความจริงภาพจะอยู่ในความคิดของเด็ก พ่อแม่จึงต้องชวนเด็กคุยให้เขาบอกเล่าสิ่งที่เขาขีดเขียนมา แล้วพ่อแม่ก็จดบันทึกคำพูดของลูกไว้ที่ภาพนั้น ในขณะบันทึกเด็กจะเห็นเครื่องเขียนที่ผู้ใหญ่ใช้ เช่น ปากกา การเขียนให้เด็กเห็นเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้เด็กรู้จักเครื่องเขียนมากขึ้น และเห็นเครื่องเขียนชนิดอื่นที่มีความแตกต่างกัน พ่อแม่ชวนสนทนาชี้แนะบอกลูกให้รู้ว่า นี่เป็นปากกาของพ่อแม่ ผู้ใหญ่จะใช้ปากกาเขียนงาน เด็กๆจะใช้ดินสอเขียนงานจะง่ายกว่าการใช้ปากกา
  • นำเครื่องเขียนประเภทดินสอสีใส่เกล่องที่จัดเรียงสีไว้อย่างมีระเบียบ ใช้กล่องสีนั้นเป็นของเล่น เล่นทายตำแหน่งที่เก็บ (การวางดินสอสีในกล่อง มักจะวางเรียงลำดับสีอ่อนแก่ และสีร้อน สีเย็น บางกล่องจะมีสัญลักษณ์สีกำหนดตำแหน่งที่วางไว้ให้ด้วย) เช่น ดินสอสีแดงวางไว้ที่ไหนเอ่ย? ผลัดให้ลูกทายพ่อแม่บ้าง การเล่นทายสีเป็นการฝึกการสังเกตให้แก่ลูก นอกจากการสังเกตแล้วให้ลูกลองนับจำนวนสี จัดคู่สีอ่อน - แก่ของแต่ละสี นับจำนวนเพิ่ม-ลด เปรียบเทียบความสั้นยาวของดินสอสีก่อนกับหลังการใช้
  • ให้ลูกทดลองใช้ดินสอสีไม้กับดินสอสีเทียน เปรียบเทียบความรู้สึกที่เด็กได้รับคือความแข็ง - ความนุ่ม - ความลื่น - ความฝืด ประสาทสัมผัสของลูกจะรับรู้พร้อมกับการได้แยกความแตกต่างระหว่างกลิ่นของสีทั้ง 2 ประเภท กิจกรรมนี้พ่อแม่จะได้สอดแทรกการใช้ภาษาได้อีกเช่นคำว่า ลื่น ฝืด แข็ง นุ่ม นิ่ม
  • นำลูกไปเที่ยวร้านขายเครื่องเขียน ให้ลูกดูเครื่องเขียนที่มีหลากหลายชนิด แต่บางอย่างเป็นของเด็ก และบางอย่างเป็นของผู้ใหญ่ หากพ่อแม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องเขียนสำหรับเด็ก ควรให้ลูกมีโอกาสเลือกชนิดของเครื่องเขียนเองเป็นการฝึกการคิดตัดสินใจ และเพื่อให้รู้จักรูปร่างลักษณะของเครื่องเขียนที่มีอยู่ ปัจจุบันร้านค้าจะนำสินค้ามาจัดให้ลูกค้าเห็นอย่างเปิดเผย เด็กๆได้เรียนรู้จากสภาพจริงว่าเครื่องเขียนมีอะไรบ้าง ลักษณะแบบใด รวมทั้งราคาสินค้าที่ร้านมักจะติดไว้ที่ชั้นวางสินค้าหรือที่ถุงบรรจุสินค้า
  • แนะนำลูกให้ใช้เครื่องเขียนอย่างปลอดภัยไม่นำสิ่งของเข้าปาก เพราะไส้ดินสอสีเป็นสิ่งสกปรก ใช้ดินสอเพื่อขีดเขียนไม่นำไปเล่นทิ่มแทงของใช้หรือแทงผู้อื่นเพราะเกิดบาดแผลอันตรายได้ โดยเฉพาะดวงตาอาจทำให้ถึงกับตาบอด และหลังจากใช้เครื่องเขียนควรล้างมือให้สะอาด
  • แนะนำและจัดหากระดาษ กระดานที่เหมาะสมมาให้ลูกขีดเขียน และมีข้อตกลงร่วมกันว่าเราจะขีดเขียนลงกระดาษหรือกระดาน แต่ถ้าไปขีดเขียนที่หนังสืออื่นๆหรือที่ฝาผนังอาคารเป็นสิ่งไม่สวยงาม ไม่ควรทำ
  • เล่นเกมฝึกการสังเกตและจำแนกประเภทเครื่องเขียน เช่น เล่นเกมนี่ของฉัน พ่อแม่ใช้เครื่องเขียนประเภทต่างๆ ได้ แก่ ปากกาลูกลื่น ปากกาเคมี ดินสอดำ ดินสอสี เลือกที่มีทั้งขนาดและสีหลากหลาย ขีดเส้นลงกระดาษวนๆไปมาประมาณ 4 - 5 เส้นจากเครื่องเขียนแตกต่างกัน แล้วให้ลูกเลือกเครื่องเขียนขึ้นมา และชี้ว่าลายเส้นไหนมาจากเครื่องเขียนชนิดนั้น

พ่อแม่เป็นผู้มีบทบาทในการจัดหาเครื่องเขียนให้ลูก และร่วมมือกับโรงเรียนในการเตรียมลูกเขียน กิจกรรมง่ายๆที่เสนอมานี้จะช่วยให้พ่อแม่ได้แนวทางนำไปพัฒนาเด็กให้รู้จักเครื่องเขียน และใช้เครื่องเขียนได้เหมาะสมตามวัยของเด็ก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การสอนเด็กใช้เครื่องเขียนต้องเลือกลักษณะเครื่องเขียนให้เหมาะกับวัยของเด็กปฐมวัย ในที่นี้ขอแนะนำการเลือกดินสอสำหรับเด็กที่เริ่มหัดเขียนควรมีลักษณะดังนี้ คือ ดินสอแท่งใหญ่ กลมหรือมีสันเหลี่ยมบ้างได้ ไส้ดินสอนิ่มและไม่ควรเหลาจนแหลม เพราะเด็กมักออกแรงกล้ามเนื้อมือมาก ทำให้ปลายดินสอหักจนอาจขาดความมั่นใจในการขีดเขียนได้ และอาจอารมณ์ไม่ดีที่ต้องเปลี่ยนดินสอบ่อยๆ ควรให้เด็กใช้ดินสอแท่งสั้นขนาดพ้นหลังมือเด็กมาเล็กน้อย เพื่อให้เขาประคองดินสอเขียนได้ ให้ใช้ดินสอที่เหลาจะดีกว่าดินสอกดไส้ เพราะไส้ดินสอกดลื่นไม่แน่น ที่สำคัญควรให้เขาเลือกดินสอใช้เอง เขาจะได้ชอบและจำดินสอของเขาได้เพื่อเก็บรักษาอย่างมีระเบียบ

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : เอดิสันเพรสโปรดักส์.
  2. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
  3. พรวิไล เลิศวิชา. (2550). สมองกับการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิทยาการการเรียนรู้.
  4. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. ( พิมพ์ครั้งที่ 2 ) กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  5. ศึกษาธิการ. กระทรวง. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา.
  6. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  7. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์. (2551). ประมวลสาระชุดวิชา การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 7 การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านด้านร่างกาย.กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  8. เครื่องเขียน : ดินสอ สนเทศน่ารู้.www.lib.ru.ac.th/journal/pencil.html. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. ค้นคว้า เมื่อ 22 มิถุนายน 2557.
  9. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. www.rtafa.ac.th/admin/thai/dictionaryrayalinstitute_%202542.htm. ค้นคว้าเมื่อ 21 มิถุนายน 2557.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน