หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเครื่องแบบนักเรียน (Teaching Children about School Uniforms)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเครื่องแบบนักเรียน

การสอนลูกเรื่องเครื่องแบบนักเรียน (Teaching Children about School Uniforms) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย สิ่งประกอบเครื่องแต่งกาย และเครื่องหมายต่างๆที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนดให้นัก เรียนที่สวมใส่เหมือนๆกัน โดยสถานศึกษาจัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ประกอบกับระเบียบปฏิบัติของโรงเรียนต่างๆ ซึ่งสถานศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยในประเทศไทยจะใช้ระเบียบตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดเรื่องให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบมาโรงเรียนเพื่อแสดงถึงความมีระเบียบตามวัฒนธรรมในสังคมไทย และแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มนักเรียนด้วย เมื่อแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนไปยังสถานที่ต่างๆจะเป็นที่รู้จักและยอมรับว่าผู้นั้นเป็นนักเรียน สำหรับเครื่องแบบนักเรียนในประเทศไทยได้กำหนดแบบให้นักเรียนสวมใส่ตามระดับชั้น เป็นข้อสังเกตในการจำแนกวัย นักเรียนในระดับชั้นปฐมวัยมีเครื่องแบบที่โรงเรียนได้กำหนดขึ้น และการนำเรื่องเครื่องแบบนักเรียนมาจัดกิจกรรมการเรียนให้แก่เด็ก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งเสริมให้เด็กรู้จักระเบียบของโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ ฝึกฝนการช่วยเหลือตน เองให้รู้จักการแต่งกายที่ถูกต้อง มีสุขนิสัยที่ดีในการแต่งกาย ฝึกการคิดและการแก้ปัญหาผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่โรงเรียนจัดตามหลักสูตร พร้อมกับการที่พ่อแม่จัดกิจกรรมครอบครัวส่งเสริมให้เด็กมีความรู้และปฏิบัติตนให้เกิดคุณลักษณะที่ดีในทิศทางเดียวกับโรงเรียน

การสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนมีความสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนมีความสำคัญดังนี้

  • เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องระเบียบวินัยในการแต่งกาย เป็นพื้นฐานในการปรับตัวเข้ากับสังคมที่มีกฎระเบียบ ดังเช่นเครื่องแบบนักเรียนก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สถานศึกษากำหนดให้เด็กแต่งชุดนักเรียน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่ง ชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดเรื่องเครื่องแบบนักเรียนไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ประกอบกับระเบียบปฏิบัติของโรงเรียนต่างๆ
  • การสวมใส่เครื่องแบบนักเรียนจะแสดงถึงระดับชั้นเรียน เด็กจะสังเกตชุดของตนเองและของพี่นักเรียนระดับประ ถมศึกษาว่าแต่งเครื่องแบบไม่เหมือนกัน
  • ความเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษาจะมีเครื่องแบบแตกต่างกัน อาจจะแตกต่างกันที่สีกางเกงและกระโปรง หรือแบบของกระโปรงของนักเรียนหญิงบางโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลที่สังกัดรัฐบาล จะใช้เครื่องแบบนัก เรียนเหมือนกันหมด แต่แตกต่างกันที่อักษรย่อ
  • การเรียนรู้เรื่องเครื่องแบบนักเรียน เป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักสิ่งของเครื่องใช้รอบตัว ประเภทเครื่องนุ่งห่มที่ใช้เฉพาะการมาเล่าเรียนที่สถานศึกษา หรือเรื่องสิ่งของ เครื่องใช้ที่กำหนดไว้ในโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพ.ศ. 2546

เรื่องเครื่องแบบนักเรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร

การสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กจะได้รู้จักเครื่องนุ่งห่มที่สถานศึกษากำหนด เป็นการฝึกการปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของโรงเรียน ซึ่งเป็นสังคมกลุ่มหนึ่ง ในสังคมแต่ละกลุ่มจะมีระเบียบการแต่งกายแสดงความเป็นเอกลักษณ์ของตน เช่น ตำรวจ ทหาร พนักงานธนาคาร พนักงานขับรถประจำทาง พนักงานทำความสะอาดอาคาร/ห้างร้าน ยามประจำโรงเรียน/หมู่ บ้าน พนักงานขายของร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่คุณครูแต่ละโรงเรียนก็สวมเครื่องแบบ การสวมเครื่องแบบนัก เรียนก็เป็นการเตรียมเด็กให้เรียนรู้ที่จะปรับตัว หากพวกเขาต้องสวมเครื่องแบบตามสถานที่นั้นๆกำหนด
  • เด็กได้หัดแต่งตัวด้วยตนเอง เป็นการฝึกช่วยเหลือตนเองที่จะสวมเสื้อ กางเกง ถุงเท้า หรือเครื่องประกอบอื่นๆจนครบชุดนักเรียน
  • เด็กจะได้รับการพัฒนาความรู้ความคิดจากการฝึกทักษะพื้นฐานต่างๆที่จำเป็นในการแสวงหาความรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องเครื่องแบบนักเรียน ได้แก่
    • ทักษะการสังเกต การฝึกทักษะการสังเกตจะช่วยพัฒนาความคิดหาเหตุผลง่ายๆให้แก่เด็ก ซึ่งจะมีผลในด้านการปลูกฝังนิสัยการหาความรู้ด้วยประสาทสัมผัส ทำให้เกิดความความเข้าใจด้วยตนเอง และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ การจัดกิจกรรมสังเกตเครื่องแบบนักเรียนจึงควรให้เด็กได้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะรูปร่าง สี ขนาด เนื้อผ้าของเครื่องแบบนักเรียน
    • ทักษะการจำแนกประเภท การฝึกทักษะการจำแนกประเภท ซึ่งมีลักษณะของการเปรียบเทียบความเหมือน ความแตกต่าง ความสัมพันธ์ร่วมของวัตถุตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยใช้คุณสมบัติเฉพาะของวัตถุนั้นหรือมิติของวัตถุเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ในที่นี้วัตถุคือเครื่องแบบนักเรียน ให้สังเกตดูว่ามีรูปร่างลักษณะ ขนาด สี เนื้อผ้า (แข็ง อ่อนนุ่ม) การฝึกทักษะจำแนกประเภทให้แก่เด็ก จะช่วยพัฒนาเด็กให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับประเภทของเครื่องแบบนักเรียน
    • ทักษะการวัด การฝึกทักษะการวัดจะช่วยให้เด็กรู้จักการใช้เครื่องมือง่ายๆเพื่อหาปริมาณของสิ่งต่างๆ โดยได้คำตอบเป็นตัวเลขตามหน่วยที่ใช้เป็นเกณฑ์การวัดของเครื่องมือนั้น และผลการวัดจะปรากฏออกมาอย่างถูกต้อง การฝึกทักษะการวัดเครื่องแบบนักเรียนจะช่วยพัฒนาเด็กให้ได้ข้อเท็จจริงจากการสังเกต โดยใช้เครื่องมือวัดเพื่อสรุปข้อค้นพบ เช่น ใช้สายวัดตัววัดความยาวของเสื้อ วัดรอบเอวของตัวเองเปรียบเทียบกับขนาดเอวของกระโปรงหรือกางเกง เป็นต้น
    • ทักษะการสื่อความหมาย การฝึกทักษะการสื่อความหมายเป็นการฝึกให้เด็กรู้จักส่งข้อมูลที่ถูกต้องมีความชัดเจนไปยังผู้อื่นโดยใช้ภาษาพูด ภาษาเขียน รูปภาพ การฝึกเช่นนี้เด็กจะมีทักษะการพูด อธิบาย สื่อความ คิด ความเข้าใจผ่านการสื่อสารด้วยวิธีการต่างๆที่กล่าวมา รู้จักเป็นผู้ฟังและผู้พูด เช่น การที่เด็กไปสำรวจลักษณะเครื่องแบบแล้วนำภาพถ่าย ภาพวาดมาบอกเล่า หรือเสนอความคิดเห็นประกอบ เป็นต้น การสื่อความหมายเช่นนี้ มีความสำคัญคือช่วยให้เด็กเริ่มเข้าใจวิธีการสร้างความรู้ทางวิทยาศาสตร์

การเรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ย่อมมีความหมายต่อเด็กเสมอ เพราะจะเป็นการช่วยให้เด็กเข้าใจโลกและสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเด็ก

ครูสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • ครูสอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนให้ลูกที่โรงเรียนได้จากสภาพจริงที่เด็กต้องสวมเครื่องแบบไปโรงเรียน และผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ในกิจกรรมหลักของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ซึ่งกำหนดหน่วยการสอนต่างๆไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ เรื่องโรงเรียน เครื่องแบบนักเรียน นักเรียน เสื้อผ้า หรือเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น
  • ครูสอนให้เด็กรู้จักเครื่องแบบจากเหตุการณ์ประจำวัน
    • สามารถทำได้ตั้งแต่ที่ครูพบปะกับเด็กด้วยการทักทายนักเรียนคือ กล่าวสวัสดีกันแล้วครูก็ชวนเด็กสนทนาเรื่องเครื่องแบบ เช่น “หนูสวมเครื่องแบบมาโรงเรียนเรียบร้อยดีค่ะ” “นักเรียนสวมเครื่องแบบมาโรงเรียนทุกคนเลย”
    • และในช่วงเวลาที่เด็กจะรับประทานอาหารว่างหรืออาหารกลางวัน ครูนัดหมายกับเด็กๆ (ตามข้อตกลงในชั้นเรียนก็ได้) ว่า “เด็กๆสวมเสื้อกันเปื้อนทับเครื่องแบบนักเรียนนะคะ” หรือ “เด็กๆแขวนชุดนักเรียนแบบนี้ (สาธิตให้ดู) เราจะไปอาบน้ำแปรงฟันนอน (กลางวัน) เมื่อถึงเวลาตื่นนอนและใกล้จะกลับบ้าน เด็กๆค่อยแต่งเครื่องแบบนักเรียนอีกครั้งค่ะ” ฯลฯ
  • จะเห็นได้ว่ากิจวัตรประจำวันของเด็กจะสวมใส่และถอดเครื่องแบบนักเรียน เมื่อใช้ภาษาสื่อสารพร้อมการปฏิบัติเป็นกิจวัตร จะทำให้เด็กรู้จักเครื่องแบบนักเรียนโดยปริยาย

  • ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่เน้นการบูณาการ เช่น
    • เครื่องแบบที่ทำจากผ้าเมื่อเปียกน้ำจะแห้งด้วยความร้อนจากแสงแดดและเครื่องอบผ้า (วิทยาศาสตร์)
    • เรามาโรงเรียนควรใส่เครื่องแบบนักเรียนโดยหัดสวมด้วยตนเอง (สังคมศึกษา)
    • เราเลือกสวมเครื่องแบบที่สะอาดมาโรงเรียน (สุขศึกษา)
    • เครื่องแบบนักเรียนหญิงและชายแตกต่างกันที่รูปแบบและมีหลายขนาด เราควรเลือกสวมชุดที่พอดีกับรูป ร่าง (คณิตศาสตร์)
    • ส่วนประกอบของเครื่องแบบมีชื่อเรียกแตกต่างกัน (ภาษา) เป็นต้น
  • การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะเน้นให้เด็กได้ทดลองปฏิบัติ
    • ให้เด็กศึกษาและสำรวจเครื่องแบบว่ามีส่วนประกอบอะไร สีอะไร รูปแบบอย่างไร เพศชาย - หญิงใช้แบบใด เด็กควรได้เล่าประสบการณ์ที่ตนเองรู้จักเกี่ยวกับเครื่องแบบนักเรียน หรือมีคำถามที่น่าสนใจให้เด็กสืบ ค้น ปฏิบัติ ทดลองและนำไปใช้ มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบนักเรียน
    • ฝึกให้เด็กแต่งเครื่องแบบด้วยตนเองตามขั้นตอนวิธีการที่ถูกต้อง เลือกสวมเครื่องแบบที่มีขนาดพอดีกับรูป ร่างของตนเอง เล่นแข่งแต่งเครื่องแบบตามเพศที่ถูกต้อง จำแนกส่วนประกอบของเครื่องแบบนักเรียน
    • ทดลองซักเสื้อ กางเกง กระโปรง ถุงเท้า และใช้แสงแดด/เครื่องซักผ้าอบความร้อนทำให้ผ้าแห้ง นำไปรีดให้เรียบร้อยก่อนสวมใส่ ดม และบอกกลิ่นสะอาด/ไม่สะอาดได้
    • ฝึกปฏิบัติการจัดเก็บเครื่องแบบนักเรียนอย่างเรียบร้อยและเหมาะสม

เด็กจะเรียนรู้เรื่องเครื่องแบบนักเรียนได้ทุกสาระเนื้อหาผ่านการจัดกิจกรรมแบบบูรณาการ ที่เน้นให้เด็กฝึกทดลองปฏิบัติด้วยตนเอง โดยส่งเสริมให้เด็กสังเกตเพื่อเห็นปัญหา เกิดความสงสัยใคร่รู้เพื่อเสนอคำอธิบายหรือตั้งสมมติฐานนำไปสู่การหาคำตอบจากการทดลอง และนำข้อมูลที่ค้นพบไปสื่อความหมายให้ผู้อื่นทราบ

พ่อแม่ผู้ปกครองสอนเครื่องแบบนักเรียนให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่สอนเรื่องเครื่องแบบนักเรียนให้ลูกที่บ้านได้ดังนี้

  • พ่อแม่นำลูกไปเที่ยวที่โรงเรียนใกล้บ้านหรือโรงเรียนที่ลูกจะเข้าเรียน ชี้แนะให้เด็กสังเกตเครื่องแต่งกายของนัก เรียน เช่นพูดว่า “นักเรียนเขาสวมเสื้อผ้าเหมือนกัน สวยไหมคะ” “ถ้าหนูไปโรงเรียนจะแต่งตัวแบบนี้ เราเรียกว่าเครื่องแบบนักเรียนหรือชุดนักเรียน”
  • เมื่อไปบางสถานที่ที่มีคนสวมเครื่องแบบ เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานีตำรวจ พ่อแม่ชี้แนะให้ลูกสังเกตความสัมพันธ์ของเครื่องแบบกับอาชีพของผู้ที่สวมใส่
  • การสวมเครื่องแบบนักเรียน เป็นเรื่องที่สถานศึกษาต้องการสร้างความมีวินัยให้แก่นักเรียน สร้างความภาคภูมิใจที่อยู่ร่วมกันเป็นสังคมที่ดี แต่ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็มีบทบาทในการช่วยสร้างความรู้สึกนี้กับเด็ก ด้วยการพูดเชิงบวกและแสดงการยอมรับ ชื่นชมการแต่งเครื่องแบบนักเรียนในโอกาสที่เหมาะสม เช่น เมื่อสอนลูกแต่งเครื่องแบบไปโรงเรียนจะพูดว่า “นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียนไปโรงเรียน เรียบร้อยน่ารัก” หรือ “หนูเป็นเด็กดีที่แต่งตัวแบบนี้ไปโรงเรียนนะครับ/คะ”
  • ก่อนพาลูกไปโรงเรียน พ่อแม่จะต้องเตรียมเครื่องแบบนักเรียน และให้ลูกยอมรับด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ให้ลูกดูเครื่องแบบนักเรียนที่โรงเรียนจัดแสดงไว้ (ตามปกติทุกโรงเรียนจะจัดเครื่องแบบไว้ในตู้ให้ผู้ปกครองดูในวันพาเด็กมามอบตัวจนถึงวันปฐมนิเทศ เพื่อให้ผู้ปกครองเตรียมชุดไว้ให้เด็ก) และโรงเรียนทั่วไปจะแจกแผ่นพับระ เบียบของโรงเรียนซึ่งในรายละเอียดจะกล่าวถึงลักษณะของเครื่องแบบนักเรียนพร้อมแสดงภาพถ่ายไว้ด้วย พ่อแม่อาจให้เด็กได้ดูและชวนสนทนากับลูก เมื่อจะตัดเครื่องแบบก็ชวนเด็กไปร้านตัดเสื้อ หรือพาไปร้านขายเครื่อง แบบเพื่อวัดขนาดรูปร่าง ทำให้เด็กได้เห็นตัวอย่างเสื้อผ้า และเมื่อเห็นเพื่อนๆปฏิบัติแบบเดียวกัน เด็กจะเกิดความ รู้สึกร่วมที่ตนเองได้กระทำเหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นการสร้างวินัยที่จิตใจให้ยอมรับและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมเพื่อความเป็นสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
  • พ่อแม่เตรียมความพร้อมให้ลูกสวมเครื่องแบบนักเรียน โดยฝึกให้รู้จักอวัยวะของตนเอง “นี่แขนของหนู สวมลงในแขนเสื้อ” “เราสวมเสื้อเรียบร้อยแล้วก็สวมกางเกง นี่ขาของเราสวมลงในช่องขากางเกง”ฯ จะเห็นว่าการรู้จักอวัยวะของตัวเราจะสัมพันธ์กับการสวมใส่เครื่องแบบนักเรียน การสอนอย่างเป็นลำดับเป็นการฝึกสมองให้คิดจด จำอย่างเป็นระเบียบ เด็กควรได้ทำซ้ำๆในบรรยากาศที่มีความสุขและพบความสำเร็จ เด็กจะทำได้อย่างคล่องแคล่ว
  • หลังฝึกลูกให้แต่งเครื่องแบบด้วยตนเองแล้ว ลองให้ลูกทบทวนผ่านการเล่นสนุกๆ เช่น วาดภาพตุ๊กตาสวมเครื่อง แบบ ให้ลูกใส่หมายเลข 1 2 3 4 5 6 ตามลำดับการสวมใส่เครื่องแต่งตัว
  • พ่อแม่เล่นเกมกับลูก เป็นเกมแข่งขันจัดเครื่องแบบนักเรียน ใช้เครื่องแบบนักเรียนกระดาษตัดเป็นชิ้นๆ จำแนกเป็นประเภท ภาพเหล่านี้อาจได้มาจากแผ่นพับโฆษณาที่ร้านค้าแจกหรือสำเนามาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น เสื้อ กางเกง กระโปรง รองเท้า ถุงเท้า เข็มขัด เป็นต้น ให้ลูกทดลองจัดเป็นชุดๆ เช่น เครื่องแบบของนักเรียนหญิง เครื่องแบบของนักเรียนชาย รองเท้าของนักเรียนหญิงหรือชาย เป็นต้น
  • การแต่งตัวให้ตุ๊กตา เป็นกิจกรรมการเล่นที่คล้ายชีวิตจริงของเด็ก อีกทั้งสร้างความสุขและสนุกสนาน เด็กหญิงจะชอบเล่นมากกว่าเด็กชาย
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมทำความสะอาดเครื่องแบบ เช่น แยกซักผ้าขาวออกจากผ้าสี แยกซักถุงเท้ากับเสื้อ หากมีรอยสกปรกพ่อแม่เป็นผู้แสดงการทำความสะอาดให้ลูกดูเบื้องต้นก่อน (เด็กๆยังไม่ควรใช้สารเคมีใดๆ) เช่น คราบหมากฝรั่งให้นำไปแช่ในตู้เย็นช่องแข็งจนหมากฝรั่งแข็งตัวค่อยดึงออก คราบเลือด (อาจจะเกิดจากเลือดกำเดาไหล) ให้นำเสื้อผ้าของลูกแช่น้ำทำความสะอาดทันที ส่วนคราบน้ำหวาน ช็อกโกแลต หรือไอศกรีมให้ซักในน้ำ อุ่น เป็นต้น การสาธิตการทำความสะอาดเครื่องแบบนักเรียนเป็นการฝึกนิสัยทางด้านสุขนิสัยรักสิ่งของเครื่องใช้ และการหัดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล แม้เด็กจะยังเล็กแต่การกระทำของพ่อแม่ที่ทำให้เด็กดู ก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่างแก่เด็กในอนาคต
  • ถ่ายรูปลูกสวมเครื่องแบบนักเรียน นำไปใส่กรอบรูป ติดไว้ที่สมุดบันทึกของเด็ก หรือให้เล่าเรื่องตามอิสระ (หากเขียนเองไม่ได้ให้เด็กบอกเล่า พ่อแม่เขียนให้ลูกอ่านตามพ่อแม่อีกครั้ง เป็นการสอนภาษาลูกด้วย)

กิจกรรมการสอนเรื่องเครื่องแบบสามารถสอนได้ทุกวันตามเวลาที่เหมาะสม ในระยะแรกที่ลูกเข้าโรงเรียน กิจกรรมการพัฒนาเจตคติที่ดีต่อเครื่องแบบควรเริ่มก่อน และฝึกการช่วยเหลือตนเองในการสวมเสื้อผ้า เมื่อลูกไปโรงเรียนจนคุ้นเคยกับการสวมเครื่องแบบนักเรียนแล้ว การขยายประสบการณ์ทางด้านทักษะอื่นยังจำเป็น เช่น การใช้ภาษา คณิตศาสตร์ สุขนิสัย สังคม ฯ ให้เด็กได้รับประสบการณ์ต่อไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูปฐมวัยควรมีความรู้เรื่องพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ที่น่าสนใจคือ

  • ได้มีการกำหนดให้มีเครื่องแบบนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาไว้ด้วย
  • สถานศึกษาเอกชนศาสนาอิสลามจะมีเครื่องแบบนักเรียนโดยเฉพาะ และนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามในสถาน ศึกษาอื่นจะมีเครื่องแบบนักเรียนเฉพาะของกลุ่มตนย่อมได้
  • เครื่องหมายของเครื่องแบบนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา นักเรียนชายและนักเรียนหญิงใช้ชื่ออักษรย่อของสถานศึกษาปักที่อกเสื้อเบื้องขวา สถานศึกษารัฐใช้สีน้ำเงิน สถานศึกษาเอกชนใช้สีแดง เสื้อใช้สีขาวทั้งชาย/หญิง ส่วนกางเกงชายขาสั้น และหญิงกระโปรงจีบรูดหรือจีบรอบตัว จะใช้ผ้าสีใดสีหนึ่งใน 4 สี คือ ดำ น้ำเงิน กรมท่า หรือแดง รองเท้าสีดำ ถุงเท้าสีขาว

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : เอดิสันเพรสโปรดัก.
  2. จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์และคณะ. (2552). สังคมวิทยา. กรุงเทพมหานคร :ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
  3. ทิศนา แขมมณี. (2545). รูปแบบการเรียนการสอนทางเลือกที่หลากหลาย. กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์.
  4. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. (2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
  5. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพมหานคร : มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  6. ราชบัณฑิตยสถาน. ( 2555). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
  7. ศึกษาธิการ กระทรวง. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภา.
  8. ศึกษาธิการ กระทรวง. (2546). เรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  9. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  10. Arends R. I. (1998). Learning to teach (4th ed.). Singapore : McGraw – Hill.
  11. พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551. library2.parliament.go.th/giventake/content_law/law050251-44.pdf. [ค้นคว้าเมื่อ 9 กรกฎาคม 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน