หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเงิน (Teaching Children about Money)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเงิน

การสอนลูกเรื่องเงิน (Teaching Children about Money)หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่แทนค่าสิ่งต่างๆที่สังคมกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมยอมรับ ในอดีตเริ่มจากการใช้เปลือกหอย อัญมณี จนถึงปัจจุบันพัฒนามาใช้โลหะทำเป็นเหรียญ ส่วนธนบัตรใช้กระดาษและพอลิเมอร์ผลิต

เงินเป็นสิ่งที่ใช้แทนค่าสิ่งต่างๆทั้งวัตถุสิ่งของที่คนต้องการใช้และค่าตอบแทนแรงงานที่สร้างงาน เงินมีรูปร่างลักษณะและค่าที่กำหนดแตกต่างกันไป จึงจำเป็นต้องมีการเรียนการสอนเรื่องค่าของเงินเพื่อให้ทุกคนใช้จ่ายตามค่าที่กำหนดอย่างถูกต้อง แม้ผู้ใหญ่จะใช้เงินเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่การทำความเข้าใจเรื่องค่าของเงินจะต้องฝึกฝนกันตั้งแต่วัยเด็กเพื่อให้เป็นทักษะต่อไป

การสอนเรื่องเงินมีความสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่องเงินให้แก่เด็กมีความสำคัญ ดังนี้

  • การใช้จ่ายมีเงินเป็นสิ่งแทนค่าของสิ่งของเพราะสิ่งนั้นๆมีราคา การรู้จักพิจารณาเปรียบเทียบลักษณะของเงินและสินค้าเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อจะได้เลือกใช้เงินให้ตรงตามมูลค่าและคุ้มค่ากับสินค้าที่ต้องการซื้อ
  • เด็กคือผู้ใหญ่ในอนาคต มีความจำเป็นต้องไปซื้อหรือขายสิ่งต่างๆที่จำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน การที่จะเข้าใจเรื่องเงินได้อย่างถูกต้องนั้น จะต้องได้รับการสอนหรือฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะ
  • การใช้เงินให้เป็นประโยชน์คือการสอนให้เด็กเลือกซื้อสินค้าอย่างเหมาะสม ได้แก่ สิ่งเหล่านั้นเป็นของจำเป็นที่ต้องใช้และเป็นประโยชน์ที่แท้จริง ส่วนใหญ่สิ่งที่เด็กเลือกซื้อได้มักจะเป็นกลุ่มอาหารว่างและอาหารสำเร็จรูป สิ่งเหล่านั้นจะมีลักษณะแตกต่างหลากหลาย ได้แก่ ความแตกต่างของห่อ กล่องอาหาร รสชาติ วัตถุดิบที่ปรุง ฯ อาหารบางชนิดผสมสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากเด็กซื้อมาบริโภคจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่ใช้ไป การสอนเรื่องการใช้เงินอย่างถูกวิธีแก่เด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ

การสอนเรื่องเงินมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องเงินมีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กได้รู้จักรูปร่างลักษณะและค่าของเงินที่มีลักษณะแตกต่างกัน สำหรับเงินไทยมีเงินเหรียญที่ทำจากวัตถุชนิดแข็ง ส่วนใหญ่ทำด้วยโลหะและมีลักษณะเป็นแผ่นกลมใช้เป็นเงินตรามีมูลค่าสำหรับแลกเปลี่ยน ผลิตแจกจ่ายโดยรัฐบาล เหรียญถูกใช้ในรูปของเงินสดแต่ใช้ในหน่วยที่มีมูลค่าต่ำกว่า
  • เด็กได้รับการฝึกฝนการใช้เงินที่ถูกต้อง เน้น ลักษณะนิสัยประหยัด รู้จักออมเงิน รู้จักใช้จ่ายเงินเพื่อแลกค่ากับสิ่งที่ต้องการในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อสินค้า การจ่ายค่าตอบแทนแรงงาน เป็นต้น ตลอดจนเหตุผลของการใช้จ่ายในสิ่งนั้นๆ สอนการใช้เงินแบบพอดี พอเพียง ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวเกินไปหรือใช้ฟุ่มเฟือยมากไป ทั้ง 2 อย่างนี้หากเกินพอดีก็จะทำให้ชีวิตขาดสุข
  • เด็กได้สนุกเพลิดเพลินในกิจกรรมที่ฝึกฝนกับเพื่อน เกิดปฏิสัมพันธ์กันและกันจากกิจกรรมที่ครูและพ่อแม่จัดให้ การใช้เงินและการได้เงินจะสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ในสังคมของมนุษย์คือ มีบุคคลอื่นมาเกี่ยวข้อง เช่น การซื้อขายจะมีผู้ซื้อใช้เงินเป็นตัวกลางมาแลกสินค้า ส่วนคนขายจะรับเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อ ผู้ซื้อใช้เงินแล้วได้สินค้าหรือสิ่งที่ต้องการ ส่วนคนขายจะได้เงินไป
  • เด็กจะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆรอบตัวที่มีค่าหรือราคากับการใช้เงิน เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าหรือใช้จ่ายค่าตอบแทน ค่าจ้างหรือค่าบริการต่างๆ

ครูสอนเรื่องเงินให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องเงินให้ลูกที่โรงเรียนดังตัวอย่าง ดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เขย่ากล่องทายเสียงเหรียญที่กระทบ จำแนกประเภทเหรียญกับธนบัตร เล่นบทบาทสมมติที่ต้องใช้เงินในสถานการณ์ต่างๆ ครูอาจนำเด็กไปทดลองใช้เงินที่ร้านค้าเล็กๆในโรงเรียน เช่น ซื้อเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์การเรียน ซื้ออาหารในร้านค้าในโรงเรียน ซื้อของจิปาถะในร้านสะดวกซื้อใกล้โรงเรียน สิ่งที่เด็กควรเรียนรู้คือลักษณะของธนบัตรแต่ละชนิด เมื่อนำไปซื้อสินค้าต้องใช้ธนบัตรและเหรียญจำนวนเท่าไหร่จึงจะซื้อสินค้าได้ การใช้เงินเด็กจะได้รู้จักเรื่องเงินทอนรวมอยู่ด้วย (สำหรับเด็กเล็กฝึกการใช้เงินที่มีค่าน้อยๆไปก่อน เน้นจิตสำนึกการรู้จักใช้เงินให้พอเหมาะตามวัย) หรือจัดสถานการณ์จริง สำหรับเด็กที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร การเดินทางโดยสารรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน จำเป็นต้องจ่ายค่าโดยสารด้วยการซื้อบัตรโดยสารและใช้เงินเหรียญหยอดในตู้คอมพิวเตอร์ตามระยะทางที่กำหนด อาจให้เด็กมีโอกาสหยอดเงินเหรียญโดยให้ราคาตามระยะทางของสถานีที่จะนำเด็กไป จากสถานการณ์นี้เด็กจะเห็นการใช้เงิน
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เคลื่อนไหวตามจินตนาการรูปร่างของเหรียญ (ทรงกลม) หรือธนบัตร (สี่เหลี่ยม)
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ พิมพ์ภาพจากเหรียญหรือนำธนบัตรติดก้านไม้จัดเป็นพุ่ม (ครูเชื่อมโยงกับหน่วยออกพรรษา จัดเป็นพุ่มกฐินถวายวัด)
  • กิจกรรมเสรี
    • มุมบ้าน : เล่นสมมติเรื่องราวการใช้เงิน เช่น สมมติว่าไปร้านค้าเพื่อซื้อสินค้าและใช้เงิน สมมติว่าจะเดินทาง ต้องไปซื้อตั๋วเดินทาง หรือสมมติว่าต้องจ่ายค่าแรงให้แก่ผู้บริการ เช่น ไปร้านตัดผมเมื่อตัดผม สระผม แต่งผมเรียบร้อยแล้วต้องจ่ายค่าแรงที่ช่างบริการให้
    • มุมร้านค้า : ให้เด็กๆเล่นซื้อขายโดยครูจัดเงินเหรียญหรือธนบัตรจำลองให้เด็กได้ใช้
    • มุมหนังสือ : จัดหนังสือให้เด็กอ่าน ครูแนะนำให้เด็กอ่านราคาหนังสือ เล่าให้เด็กฟังว่าหนังสือนี้ซื้อมาด้วยการจ่ายเงินให้ผู้ขายตามราคาที่เขียนไว้ในหนังสือ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กเดินไปเดินมาประกอบคำร้อง

    (บุบผา เรืองรอง ผู้แต่ง)

    มีเงิน 1 บาท ไปซื้อขนมผักกาด

    มีเงิน 5บาทไปตลาด ซื้อขนม

    (ถาม)ขนมอะไร (ตอบ) ขนมทองหยิบ

    แต่ต้องใช้เหรียญ 10 ซื้อขนมได้เอย

    เมื่อจบคำร้องเด็กๆวิ่งไปที่สัญลักษณ์ภาพเหรียญหรืออื่นๆตามข้อตกลง เช่น กระโดด นั่งยองๆ เป็นต้น

  • เกมการศึกษา เล่นเกมจับคู่ธนบัตรที่เหมือนกัน เหรียญเหมือนกัน เกมจำแนกประเภทธนบัตรและเหรียญ เกมจับคู่ธนบัตรหรือเหรียญกับสินค้า (เขียนราคาสินค้าไว้) เกมโดมิโนธนบัตร (ถ่ายสำเนาธนบัตรมาใช้เล่น)

นอกจากนี้ครูและผู้ปกครองร่วมมือกันส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้ ให้เด็กได้มีโอกาสใช้เงินจริง กิจกรรมซื้อขายสินค้าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ อาจจัดในวันที่โรงเรียนกำหนดให้เป็นวันวิชาการประจำปี ผู้ปกครองเตรียมเงินให้ลูกหรือมาร่วมกิจกรรมซื้อสินค้าที่โรงเรียน ผู้ขายอาจจะเป็นเด็กหรือผู้ปกครองจัดหาสินค้าราคาไม่สูงนักมาขาย โดยใช้เงินเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท หรือธนบัตร 20 บาท ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ปกครองที่จะต้องเตรียมเงินให้เด็กมากเกินควร ส่วนการใช้ธนบัตร 50 บาท 100 บาทและ 1000 บาทนั้น เด็กๆจะมีโอกาสเห็นการใช้เมื่อไปกับซื้อสินค้ากับผู้ปกครอง

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเงินให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

พ่อแม่สอนลูกเรื่องเงินที่บ้าน ดังนี้

  • พ่อแม่แนะนำลูกให้รู้จักเงินเหรียญและธนบัตรที่ใช้จ่ายในปัจจุบันของไทย ดังนี้
    • พ่อแม่ให้ลูกจำแนกประเภทของเงินเหรียญและธนบัตรออกจากกัน จากลักษณะภายนอกของธนบัตรหรือตัวเลขที่ธนบัตร
    • สอนลูกให้เรียงลำดับค่าของเหรียญจากน้อยไปหามาก จากนั้นพ่อแม่นำเงินทั้งหมดมารวมกันแล้วให้ลูกเรียงลำดับค่าของเหรียญจากน้อยไปหามากด้วยตัวเอง
    • สอนลูกให้เรียงลำดับค่าของธนบัตรจากมากไปหาน้อย จากนั้นพ่อแม่นำเงินทั้งหมดมารวมกันแล้วให้ลูกเรียงลำดับค่าของเหรียญจากมากไปหาน้อยด้วยตัวเอง
    • อ่านตัวเลขที่ธนบัตรที่แสดงค่าของธนบัตรนั้น
  • พ่อแม่นำเหรียญใส่กระปุกออมสินทีละชนิดแล้วเขย่าให้ลูกทายว่าเป็นเงินเหรียญชนิดใด เมื่อลูกทายแล้วนำเหรียญออกจากกระปุกออมสินเพื่อเฉลย จากนั้นใส่เหรียญชนิดอื่นเข้าไปแทนแล้วเริ่มให้ลูกทายใหม่
  • นำลูกไปฝากเงินที่ธนาคาร ควรเป็นเงินที่ลูกสะสมมา (ใส่กระปุกออมสินไว้ระยะหนึ่ง) เป็นเงินที่ลูกอาจจะได้มาจากญาติผู้ใหญ่ที่ให้ลูกในวาระต่างๆ เช่น วันเกิด วันปีใหม่ ฯ หรือเป็นเงินที่ลูกได้เป็นค่าตอบแทนจากการช่วยพ่อแม่ทำงานเล็กๆน้อยๆ บางครั้งพ่อแม่อาจจะสร้างแรงจูงใจเป็นเงื่อนไขว่า หากลูกเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง พ่อแม่จะเติมเงินให้อีกจำนวนหนึ่งเป็นรางวัลที่ลูกรู้จักอดออมและอดทน
  • พ่อแม่ชวนลูกเล่นเกมทายค่าของเงิน โดยพ่อแม่ยกเหรียญหรือธนบัตรใดขึ้นมาแล้วให้ลูกตอบมูลค่าให้ถูกต้องเพื่อทดสอบความเข้าใจของลูก หรือเกมผลรวมของเงินโดยพ่อแม่ยกเหรียญหรือธนบัตรพร้อมกัน แล้วให้ลูกหาผลรวมให้ถูกต้อง
  • พ่อแม่สมมติของใกล้ตัวชนิดใดชนิดหนึ่งให้ราคา 5 บาท แล้วให้ลูกหาคำตอบว่าจะใช้เงินชนิดใดได้บ้างในการซื้อของสิ่งนั้น เมื่อได้คำตอบแล้วให้พ่อแม่เปลี่ยนราคาสมมติใหม่ เช่น 10, 25, 50, 100 บาท เป็นต้น
  • พ่อแม่ชวนลูกสร้างเหรียญจำลอง โดยสอนให้ลูกนำกระดาษมาวางทับเหรียญแต่ละชนิด แล้วนำดินสอมาฝนตรงตำเหน่งที่เหรียญอยู่ข้างล่าง (แนะนำให้ใช้ดินสอชนิด 2B ขึ้นไป) จะได้รูปเหรียญตามต้นแบบ จากนั้นฝึกให้ลูกใช้กรรไกรตัดกระดาษตัดเหรียญที่ฝนออกมา นำมาใช้เล่นเกมต่างๆแทนเหรียญจริงได้
  • พ่อแม่ชวนลูกเล่นเกมทายมูลค่าสินค้า
    • พ่อแม่วาดรูปสินค้าและเขียนราคาสินค้าแล้วให้ลูกลากเส้นจับคู่ให้ถูกต้อง
    • พ่อแม่ให้ลูกตัดภาพสินค้าจากวารสารต่างๆ แล้วนำมาเขียนราคาสินค้าให้ลูกลากเส้นจับคู่ให้ถูกต้อง
    • พ่อแม่นำสิ่งของในบ้านมาติดป้ายราคา จากนั้นให้ลูกจับคู่ระหว่างป้ายราคากับเหรียญหรือธนบัตรให้ถูกต้อง
  • ยามว่างพ่อแม่ชวนลูกเล่นขายของโดยให้ลูกปั้นแป้งโดเป็นรูปทรงต่างๆ สมมติให้เป็นผักผลไม้และนำไปเล่นขายของ โดยให้ลูกเป็นแม่ค้าขายผัก กำหนดราคาผักชนิดต่างๆในตลาดและพ่อแม่เป็นคนซื้อโดยใช้เงินชนิดต่างๆ แล้วสลับบทบาทให้ลูกเป็นคนซื้อพ่อแม่เป็นคนขายบ้าง หากลูกชำนาญแล้วพ่อแม่อาจเริ่มสอนขั้นต่อไปคือการทอนเงินเมื่อมูลค่าของเงินที่จ่ายไปเกินกว่ามูลค่าของสินค้า
  • พ่อแม่ให้ลูกรับผิดชอบการใช้จ่ายเงิน เช่น ซื้อของใช้ ของกินประจำวันด้วยตนเอง โดยให้เงินลูกไปโรงเรียนหรือพ่อแม่หาโอกาสพาลูกไปแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านนั่นคือตลาด จะทำให้ลูกได้พบเห็นและสัมผัสกับเงิน รวมทั้งได้เห็นลักษณะการประกอบอาชีพพ่อค้าแม่ค้า
  • พ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักเครื่องคิดเลขเพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้คิดเงินอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการค้าขาย การฝากเงินที่ธนาคาร ฯ โดยสอนให้ลูกรู้จักความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆบนเครื่องคิดเลขและสอนการใช้งานเบื้องต้น
  • งานบ้านบางงานที่พ่อแม่จำเป็นต้องจ้างคนอื่น ลองปรับเปลี่ยนมาให้ลูกทำแล้วให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน จะช่วยสอนให้ลูกรู้ค่าของเงินที่ได้มาจากการทำงาน เช่น สัปดาห์นี้พ่อแม่ต้องจ้างคนมาเช็ดถูบ้าน ซักผ้า ทำความสะอาดเครื่องเรือน ฯ แต่เราจะมาทำงานร่วมกันและจ่ายค่าจ้างลูกๆที่ทำงานแทน สำหรับเด็กปฐมวัยพ่อแม่ควรเลือกงานและปริมาณงานที่เด็กทำได้และพบความสำเร็จด้วย

พ่อแม่มีภาระหน้าที่ใช้เงินเพื่อจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค จึงมีความจำเป็นต้องใช้เงินแลกเปลี่ยน การใช้จ่ายเงินจึงอยู่ในวิถีชีวิตของครอบครัว พ่อแม่จึงสอนลูกเรื่องเงินได้จากชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญการใช้จ่ายเงินจะต้องอบรมสั่งสอนโดยเน้นคุณธรรมเรื่อง “การประหยัด”

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ธนบัตรสกุลเงินบาทไทยในปัจจุบัน

เป็นเงินตราที่มีมูลค่าสูง ผลิตขึ้นจากกระดาษที่มีคุณสมบัติพิเศษหรือวัสดุทนทานอื่น เช่น พอลิเมอร์ ประกอบด้วยชนิดราคา 20 บาทสีเขียว ราคา 50 บาทสีน้ำเงิน ราคา 100 บาทสีแดง ราคา 500 บาทสีม่วง และราคา 1,000 บาทสีน้ำตาลแดง การกำหนดขนาดและสีของธนบัตรให้แตกต่างกันตามชนิดราคาของธนบัตรที่พิมพ์ไว้ จะทำให้ผู้ใช้ธนบัตรทราบชนิดราคาของธนบัตรได้อย่างรวดเร็ว แม้ผู้ที่นัยน์ตาพิการจักษุมืดก็สามารถใช้ความยาวของธนบัตรบอกให้ทราบถึงชนิดราคาได้

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546.(สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. น้อมศรี เคท และ ปัทมาศิริ ธีรานุรักษ์ จารุชัยนิวัฒน์. (2552). การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด้กปฐมวัย ในเอกสารประกกอบการอบรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาครูปฐมวัย ครั้งที่ 1. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (อัดสำเนา).
  3. มณฑานี ตันติสุข ( 2557 ). เงิน:เรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์ มณฑานี.
  4. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร:คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. ธนบัตรสกลุเงินบาทไทยในปัจจุบัน. https://www.bot.or.th/Thai/Banknotes/HistoryAndSeriesOfBanknotes/Pages/Current_Series_of_Banknotes.aspx. [ค้นคว้าเมื่อ 10 มีนาคม 2558].
  6. คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ. www.taamkru.com. [ค้นคว้าเมื่อ 10 มีนาคม 2558].
  7. สารคดีเรื่องโรงงานผลิตเงินและธนบัตร. https://www.youtube.com/watch?v=8xX6bXz-_PE. [ค้นคว้าเมื่อ 9 มีนาคม 2558].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน