หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเชฟ (Teaching Children about Chef)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเชฟ

การสอนลูกเรื่องเชฟ (Teaching Children about Chef) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ที่เป็นหัวหน้าในการทำอาหาร ["เชฟ" (Chef) มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า "chef de cuisine"] หรือ หมายถึงผู้ทำงานเกี่ยวกับการทำอาหารให้เป็นที่พอใจของลูกค้าโดยวางแผนการประกอบอาหาร คิดรายการอาหาร จัดหาหรือสั่งให้จัดหาเครื่องปรุงอาหาร เตรียมอาหารและประกอบอาหารในธุรกิจร้านอาหารส่วนตัว โรงแรม ภัตตาคาร สถานบริการอาหารทั่วไปและธุรกิจประกอบอาหารสำเร็จรูปส่งลูกค้า การสอนเรื่องเชฟสอดคล้องตามโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ในสาระการเรียนรู้เรื่องบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก

การสอนเรื่องเชฟมีความสำคัญอย่างไร?

  • การทำงานของผู้ใหญ่คือการประกอบอาชีพเพื่อที่จะดำรงเลี้ยงชีพของตนและครอบครัว อาชีพเชฟเป็นอาชีพหนึ่งที่ให้บริการเรื่องอาหารแก่ผู้บริโภคทั้งหลาย
  • ทุกคนจะต้องเรียนหนังสือตั้งแต่วัยเด็กเพื่อโตขึ้นจะได้นำความรู้ที่เล่าเรียนไปเลือกอาชีพที่ถนัดและสนใจ แรกเริ่มที่เด็กเรียนรู้เรื่องอาชีพด้วยการเชื่อฟังคำสอนของผู้ใหญ่ ปฏิบัติตนเป็นเด็กดี รับผิดชอบเรียนตามคำแนะนำของพ่อแม่และครูที่ตั้งใจอบรมสั่งสอนเพื่อให้เด็กมีคุณลักษณะที่ดีในการประกอบอาชีพต่างๆ รวมทั้งอาชีพเชฟ
  • อาชีพเชฟเป็นอาชีพที่พัฒนาขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เช่น การจัดประชุมต่างๆ การจัดงานกินเลี้ยงในวาระสำคัญ การรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อความผ่อนคลายของบางครอบครัวหรือที่พักไม่มีครัวสำหรับปรุงอาหาร เช่น หอพักนักศึกษา โรงแรม เป็นต้น การเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เหมาะกับสภาพสังคมเป็นเรื่องที่สถานศึกษาและครอบครัวจะต้องเตรียมความรู้ให้แก่เด็ก
  • การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญตามแนวคิดของการจัดการศึกษายุคใหม่ โดยการกำหนดให้จัดสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้เด็กเรื่องเชฟ เป็นเรื่องหนึ่งที่สามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมพัฒนาการเด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญาได้เป็นอย่างดี

การสอนเรื่องเชฟมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กได้รู้จักอาชีพเชฟว่าเป็นอาชีพหนึ่งในสังคมและบทบาทของเชฟในฐานะผู้จัดการเรื่องอาหาร เชฟมีความสามารถที่จะปรุงอาหาร คิดเมนูอาหาร คิดสูตรปรุงอาหารและสามารถจัดการให้ผู้ร่วมงานทำงานของตนได้อย่างสัมพันธ์กันและกัน
  • เด็กได้รู้จักสถานที่ที่เชฟทำงานว่ามีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่นร้านอาหาร โรงแรม ภัตตาคาร ซึ่งทุกที่จะมีการจัดการเรื่องอาหารไว้บริการผู้บริโภค
  • เด็กได้เห็นการทำงานของผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ทุกอาชีพเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม กรณีของอาชีพเชฟเป็นงานบริการให้ผู้รับบริการเกิดความสะดวกสบาย เกิดความสุขที่ได้บริโภคอาหารที่มีความอร่อย มีคุณค่าต่อร่างกาย ซึ่งเชฟคิดและพัฒนาจากความรู้ความเชี่ยวชาญ
  • เด็กได้ร่วมจัดกิจกรรมประกอบอาหาร ทำอย่างไรไข่จะสุก เด็กจะได้เรียนปนเล่นในฐานะเชฟ มีโอกาสฝึกทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ดัวยตนเอง สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของไข่สดเป็นไข่สุก เนื่องมาจากการต้ม ทอด ตุ๋น นึ่ง ผัด กระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวจะสนับสนุนให้เด็กมีความสามารถในการคิดและแก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัย

ครูสอนเรื่องเชฟให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เมื่อเด็กได้เคลื่อนไหวและจังหวะพื้นฐาน เร็ว ช้า หยุด เด็กๆเคลื่อนไหวตามจินตนาการจากการทำงานของเชฟ ได้แก่ ชงกาแฟ ผัดข้าว ทอดปลา ปั่นน้ำผลไม้ ตำเครื่องปรุง ตักอาหาร เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี เด็กๆเข้ามุมการเรียนรู้ที่สนใจ ได้แก่
    • มุมบทบาทสมมติ : เป็นเชฟจัดการเรื่องอาหาร เด็กบางคนอาจจะแสดงท่าทางเป็นเชฟกำลังผัดอาหาร อาจจะปั่นน้ำผัก ผลไม้ เชฟอาจแสดงท่าทางจัดอาหาร มุมบทบาทสมมติที่เด็กจะแสดงเป็นเชฟอย่างสนุกสนานต้องแต่งตัวให้เหมือน ครูควรจัดหาเสื้อผ้าที่เชฟทั่วไปสวมใส่คือ กางเกงขายาว เสื้อสีขาว ผ้ากันเปื้อนสีขาว สวมถุงมือ หมวก ถุงเท้า รองเท้าที่สะอาด แสดงท่าทางประกอบอาหาร จัดแต่งอาหารที่พร้อมประทาน เช่น จัดผักสดสีสันสวยงามหลากหลายชนิด หากครูจัดหาผักจริงๆมาให้เด็กเล่น เราจะเห็นความสามารถของเด็กที่ทำให้กิจกรรมการเล่นสมจริง เด็กจะแสดงท่าทางล้างผักจากน้ำที่ไหลจากก๊อก (เครื่องเล่นสมมติ)
    • มุมหนังสือ : เด็กๆควรได้อ่านหนังสือภาพอาหารคาว หวานที่ถ่ายจากอาหารจริงซึ่งทำเสร็จแล้วและพร้อมที่จะรับประทาน
    • มุมเล่นทราย : จัดหาแม่พิมพ์ขนมพร้อมถ้วยตวง เด็กๆจะสนุกกับการตักทรายเปียกชื้นอัดลงแม่พิมพ์ สมมติเป็นขนมวุ้น ปุยฝ้าย เค้ก จัดเรียงใส่จานพลาสติก ใช้ถ้วยตวง ช้อนตวง ตักทรายที่อาจจะสมมติเป็นน้ำตาลทราย พริกไทยหรืออาจจะเป็นข้าวก็ได้ ฯ กิจกรรมดังกล่าวเด็กมีอิสระที่จะทำ ผู้ใหญ่เป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกคอยจัดหาสื่ออุปกรณ์ให้เด็กได้เล่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดภาพระบายสีอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ไอศกรีม ปลา กุ้ง หอย ฯลฯ พิมพ์ภาพจากผัก ผลไม้ แครอทที่ครูแกะสลัก ปั้นดินน้ำมัน ปั้นแป้งเป็นผักผลไม้ ปั้นขนม (ขนมลูกชุบ ทองหยิบ ทองหยอด) แล้วนำมาจัดแต่งใส่จานสวยงาม งานกระดาษที่น่าสนใจคือให้เด็กออกแบบการ์ดเมนูอาหาร วาดตกแต่งการ์ดให้สวยงาม ออกแบบภาพ จัดแต่งร้านอาหาร เป็นต้น
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กๆปลูกผักที่ใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหาร รดน้ำ พรวนดิน เก็บไปทำอาหารจริงๆ
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เชิญเชฟมาสาธิตการทำอาหารให้เด็กดูหรือให้เด็กเป็นผู้ช่วยในการปรุงอาหารง่ายๆ
  • กิจกรรมเกมการศึกษา เล่นเกมจับคู่ภาพเหมือนของเครื่องมือในการทำอาหารกับวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร จับคู่ภาพเชฟแสดงอิริยาบถในการปรุงอาหารหรือจัดอาหาร

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเชฟให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

  • เมื่อรับประทานอาหารประจำวัน พ่อแม่แนะนำชื่ออาหารให้ลูกรู้จัก เช่น ไข่ดาว ข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว ข้าวยำ ผักผัด หมูทอด ปลาทอด เป็นต้น การรู้จักชื่ออาหารพร้อมๆกับการรู้รสชาติจะช่วยให้เด็กจดจำลักษณะของอาหารได้ดี เพราะได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งตาดู ลิ้นชิมรส จมูกได้กลิ่น
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมจัดทำเมนูอาหารที่จะรับประทาน เมื่อได้ร่วมกันกำหนดเมนูอาหารออกมาแล้วให้นำไปปรุงจริงๆโดยให้ลูกมีส่วนร่วม แนะนำให้เด็กร่วมจำแนกหมวดหมู่อาหารและคุณค่าที่ควรทราบ เช่น วันนี้เรามีข้าวมื้อเช้า เย็น เราจะได้อาหารหมู่ที่ 2 ในข้าว เรามีปลาหรือหมู ไก่ ไข่ กุ้งหรือเนื้อสัตว์อื่นๆ เราได้อาหารหมู่ที่1 เรารับประทานผักได้หมู่ที่ 3 ส่วนผลไม้ได้หมู่ที่ 4 และน้ำมันที่เจียวกระเทียมได้หมู่ที่ 5
  • หาหนังสือเกี่ยวกับอาหาร พ่อแม่ชี้ชวนแนะนำให้ลูกรู้จักอาหารเหล่านั้นซึ่งส่วนมากมีการจัดแต่งให้สวยงามน่ารับประทาน ผู้ทำอาชีพเชฟจะหัดจัดอาหารให้สวยงามนอกเหนือจากการปรุงอาหารให้อร่อยี
  • เมื่อพ่อแม่ประกอบอาหารให้ลูกมีส่วนร่วมในการทำอาหารง่ายๆ เช่น ให้ลูกตอกไข่ใส่ถ้วย ปรุงเติมน้ำปลาและตีไข่ เติมน้ำมะนาวเล็กน้อยและทอดไข่ในกระทะร้อนๆที่มีน้ำมันปริมาณมาก สิ่งเหล่านี้เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้ไข่ที่เจียวฟูหอม หรือการต้มไข่ให้เป็นยางมะตูมสีสวยงาม แนะนำให้ตักไข่ที่สุกตามเวลาที่กำหนดลงในน้ำเย็น จะช่วยให้ไข่แดงเป็นวุ้นสวยเรียกว่า “ยางมะตูม” เทคนิคการทำอาหารเป็นเรื่องที่ผู้มีอาชีพเชฟจะต้องสังเกต
  • ให้ลูกอ่านส่วนผสมอาหารจากแผนภูมิที่เขียนไว้ก่อนจะปรุง เช่น สูตรฟักทองแกงบวดมีส่วนผสมดังนี้

    ฟักทอง (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า) 2 ถ้วยตวง

    น้ำกะทิส่วนหัว 1 ถ้วยตวง

    น้ำกะทิส่วนหาง 2 ถ้วยตวง

    น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

    และให้โอกาสลูกคิดสูตรอาหารเองง่ายๆ เช่น การทำน้ำผลไม้ปั่น เมื่อคิดสูตรแล้วนำไปปรุงจริงๆและชิมอาหารที่ตนคิดสูตร รวมทั้งสามารถบอกรสชาติได้

  • ให้ลูกมีส่วนร่วมจำแนกอาหารสด อาหารแห้งที่พ่อแม่ซื้อเข้ามา เช่น หัวหอม หัวกระเทียม น้ำตายทราย น้ำตาลปี๊บ ซีอิ้ว น้ำปลา ฯ การจำแนกอาหารเหล่านี้ เด็กจะได้รู้จักชื่อและลักษณะอาหาร
  • ให้ลูกชิมอาหารที่ให้รสชาติชัดเจน อาหารเหล่านั้นมาจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัว ทั้งนี้เพื่อฝึกประสาทการรับรู้รสอาหารให้ลูก ซึ่งผู้ที่เป็นเชฟนั้นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรู้รสจนเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าว่าอาหารที่ปรุงนั้นอร่อยตามลักษณะเด่นของอาหารชนิดนั้นๆ เช่น ปลาทอดราดน้ำ 3 รส รสที่กล่าวถึงคือ เปรี้ยว หวาน เค็ม ต้องกลมกลืนกัน ลองให้ลูกชิมรสหวานจากน้ำตาล รสเค็มจากน้ำปลา รสเปรี้ยวจากมะนาว เป็นต้น
  • แนะนำให้ลูกรู้จักอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ประกอบอาหาร อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวมีมากมายหลายชนิด การรู้จักอุปกรณ์เครื่องใช้และวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องจะช่วยให้การประกอบอาหารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน พ่อแม่ควรสอนลูกเรื่องอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว โดยสาธิตการใช้อุปกรณ์ในการประกอบอาหารเป็นกลุ่มเพื่อง่ายต่อความเข้าใจและการจดจำของลูก ขณะที่แนะนำพ่อแม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ลูก อย่าปล่อยให้ห่างสายตาเพราะเครื่องครัวหรืออุปกรณ์ประกอบอาหารหลายชนิดอาจก่อให้เกิดอันตรายกับลูกได้จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อุปกรณ์ที่จัดเป็นหมวดหมู่ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในการชั่ง ตวง วัด ได้แก่ ถ้วยตวงของเหลว ช้อนตวง เครื่องชั่ง อุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียมและผสมอาหาร ได้แก่ ชามผสม ที่ร่อนแป้ง ที่ตีไข่ ทัพพี ไม้พาย กระชอน เครื่องปั่นอาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ในการหั่น ตัด สับและบด ได้แก่ มีดในการประกอบอาหารมีหลายรูปแบบแตกต่างกันทั้งใบมีด รูปร่างและด้ามมีดเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะอย่าง เช่น มีดหั่น มีดปอก มีดฝาน มีดสับ มีดเลาะกระดูก ภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มคือ หม้อและกระทะแบบต่างๆ เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดกลางและเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ เครื่องบดอาหาร เครื่องผสมอาหาร หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า เตาไมโครเวฟ เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น เตา อ่างล้าง ตู้เย็น โต๊ะ เป็นต้น
  • การแนะนำให้ลูกรู้จักอาชีพเชฟในชีวิตประจำวัน โดยพ่อแม่จัดอุปกรณ์ไว้เป็นที่เป็นทางอย่างมีระเบียบและใช้การพูดสนทนาประกอบ เช่น แม่จะทอดไข่ด้วยกระทะแบนใบนี้ เราล้างช้อนแล้วจะเช็ดและเก็บที่นี่ ไข่สดเรานำไปแช่ในตู้เย็นก็จะสดใช้ได้อีกหลายวัน การเก็บทำความสะอาดภาชนะเป็นอีกงานที่เชฟจะต้องฝึกฝนและทำหน้าที่ให้ดีเพื่อให้การใช้ภาชนะคุ้มค่า
  • อาหารทั่วไปจะมีกรรมวิธีปรุงที่หลายหลากและมักจะเรียกชื่อตามกรรมวิธีนั้น การเรียกชื่ออาหารให้ลูกรู้จักจะเป็นพื้นฐานความรู้สำหรับเด็ก เช่น ไข่ต้ม ไข่ลวก ไข่เจียว ไข่ดาว ไข่ตุ๋น ไข่คน ไข่ม้วน ฯลฯ
  • พาลูกไปรับประทานอาหารนอกบ้านในสถานที่ที่มีเชฟจัดการเรื่องของอาหารอย่างชัดเจน เช่น ห้องอาหารในโรงแรม ห้องอาหารในภัตตาคาร ให้ลูกสังเกตเชฟได้จากเครื่องแต่งกาย การทำงาน

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การรับรสของมนุษย์ คนเรามีลิ้นไว้ลิ้มรสของอาหาร ลิ้นมีปุ่มรับรสจำนวนมากเรียกว่า “ปาปิลา” (papilla) สามารถรับรส 4 รสคือ รสหวาน รสเปรี้ยว รสขมและรสเค็ม ปุ่มรับรสเมื่อได้รับการกระตุ้นจากสารเคมีก็จะทำหน้าที่แปลผลว่าเป็นรสอะไร ตำแหน่งการรับรสของลิ้นมีดังนี้ รสเปรี้ยว (Sour) อยู่ด้านข้างของลิ้นทั้ง 2 ข้าง รสหวาน (Sweet) รับได้ดีที่ปลายลิ้น รสเค็ม (Salt) รับได้ที่ด้านข้างค่อนไปทางปลายลิ้นทั้งสองข้าง รสขม (Bitter) อยู่กลางโคนลิ้น

บรรณานุกรม

  1. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ส่งเสริมการเกษตร, กรม. (2543). การปลูกพืชเครื่องเทศและสมุนไพร (พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ:กรมส่งเสริมเกษตร.
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร:คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. เพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา และสิฏฐากร ชูทรัพย์.(2553). หนังสือเรียนรายพื้นฐาน งานอาชีพ ๔-๖. (พิมพ์ครั้งที่๑). กรุงเทพฯ : เอมพันธ์.
  5. ราชบัณฑิตยสถาน.(2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ:นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์.
  6. อารมณ์ สุวรรณปาล. (2551).ประมวลสาระชุดวิชา:การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย. นนทบุรี:สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
  7. McDang.(2552). The Principles of Thai Cookery (H).กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์ McDang dot Com Co. Ltd.
  8. Jackman, H.L. (1997). การรับรส. www.il.mahidol.ac.th/e-media/nervous/3_9.htm. [ค้นคว้าเมื่อ 2 ธันวาคม 2557].
  9. Early Education Curriculum. A Child’s Connection to the Word. New York:Delmar.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน