หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง (Teaching Children about Fuel)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง

สอนลูกเรื่องเชื้อเพลิง (Teaching Children about Fuel) การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัสดุที่นำ ไปเผาไหม้หรือแปรเปลี่ยนเพื่อนำมาซึ่งพลังงาน เช่น น้ำมัน แก๊ส แก๊สหุงต้ม ซึ่งคนเราค้นพบการใช้เชื้อเพลิงมานานมากแล้ว เชื้อเพลิงเป็นประโยชน์ที่ช่วยทำให้อาหารสุก นำมาใช้เพื่อพิงไฟให้ตนเองและสัตว์เลี้ยง การค้นพบเชื้อเพลิงทำให้คน เรามีความสุขสบายมากขึ้น แต่เอย่างไรก็ตามเชื้อเพลิงก็ได้พัฒนามาตลอดเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้คู่กับเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกของคนเรา ได้แก่ เครื่องหุงต้ม เครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และยานพาหนะเพื่อการคมนาคมขน ส่ง เป็นต้น เชื้อเพลิงจึงเป็นสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก มีให้เห็นทั้งในบ้านและในชุมชน แต่เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นวัสดุใดๆที่นำ ไปเผาไหม้หรือแปรเปลี่ยนเพื่อนำมาซึ่งพลังงาน เชื้อเพลิงจึงมีทั้งคุณและโทษที่เราต้องเรียนรู้เพื่อใช้ให้ถูกวิธีและระมัดระวังการเผาไหม้มิให้เกิดอันตราย เชื้อเพลิงธรรมชาติที่มีอยู่ในโลกนี้เป็นสิ่งที่เกิดจากการสะสมของซากพืชซากสัตว์มานานนับล้านปี เมื่อนำมาใช้ก็จะหมดไป จึงเป็นเรื่องที่ฝึกให้คนเรารู้คุณค่าของเชื้อเพลิง และต้องใช้อย่างประหยัด ตลอดจนให้รู้ปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนเพราะเกิดจากการใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้ และแก้ปัญหาด้วยการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการจัดบท เรียนให้แก่เด็กจึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของเนื้อเรื่องของเชื้อเพลิงกับเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงและการใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก

การสอนเรื่องเชื้อเพลิงมีความสำคัญอย่างไร?

เชื้อเพลิงเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเรานำมาใช้ประโยชน์ต่างๆมากมาย นับตั้งแต่โบราณนานมาแล้วที่คนเราพบว่า อาหารที่ทำให้สุกจากการหุงต้ม ปิ้ง ย่างและอื่นๆที่เกิดจากการใช้พลังงานความร้อนที่มาจากวัสดุ แล้วนำไปเผาไหม้ ได้แก่ เศษไม้ ถ่านหิน ขยะ และเมื่อวิทยาการก้าวหน้า คนเราค้นพบแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการคมนาคมขน ส่งและงานอุตสาหกรรม คือ เชื้อเพลิงแข็ง เชื้อเพลิงเหลว และเชื้อเพลิงแก๊ส เชื้อเพลิงเหล่านี้ใช้ควบคู่กับสิ่งของต่างๆที่คน เราจำเป็นต้องนำมาใช้ เช่น ยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์จะต้องใช้น้ำมันหรือแก๊สธรรมชาติ เช่นเดียวกับ เตาหุงอาหาร จะออกแบบให้ใช้พลังงานหลายชนิดทั้งใช้กับถ่าน ไม้ ไฟฟ้า และแก๊สด้วย เชื้อเพลิงเหล่านี้มีทั้งคุณประโยชน์และโทษที่เมื่อติดไฟเผาผลาญอาคารสถานที่ ทำลายชีวิตของคน พืช สัตว์ได้ การจัดการเรียนการสอนเรื่องเชื้อเพลิงให้แก่เด็กจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้เด็กได้รู้จักรูปร่าง ลักษณะ และการนำไปใช้ที่ถูกต้อง เรื่องเชื้อเพลิงนี้จัดเป็นสาระที่ควรเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน คือสาระที่ 5 : พลังงาน มาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิตการเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อ สารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย 10. สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัวและบอกการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ตัวชี้วัด สำรวจการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันและสื่อสารผลการสำรวจด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับวัย

การสอนเรื่องเชื้อเพลิงมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเรื่องเชื้อเพลิง จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้รู้เห็น สัมผัสจับต้องสิ่งที่เป็นรูปธรรมจึงสามารถส่งเสริมประสบ การณ์สำคัญด้านต่างๆให้แก่เด็ก ได้แก่

  • ด้านร่างกาย เด็กได้รู้จักรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นที่เกิดจากการใช้เชื้อเพลิง แม้ในขณะที่เด็กได้กระทำกิจกรรม เด็กได้พัฒนาการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย
  • ประสบการณ์ทางด้านสังคม เด็กได้ทำกิจกรรมกับผู้อื่น ได้ช่วยกันวางแผนทำงาน ตัดสินใจเลือก ได้คิดแก้ปัญหา และลงมือปฏิบัติกิจกรรม
  • ประสบการณ์สำคัญทางสติปัญญา เด็กได้รับรู้สิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ให้เด็กได้สังเกต จำแนก เปรียบเทียบ จากการสำรวจ เชื้อเพลิงซึ่งเป็นวัตถุหรือรูปธรรม เช่น ถ่าน เศษไม้ ขยะ น้ำมัน แก๊ส ที่สามารถจุดไฟเกิดเผาไหม้ได้ เป็นต้น

    เด็กได้ใช้ภาษา แสดงความรู้สึกด้วยการพูดเล่าเรื่อง เล่าประสบการณ์ของตนเองเช่น ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงใส่ยานพาหนะเมื่อเดินทางโดยสารรถยนต์ต่างๆ เช่นรถยนต์ของครอบครัว รถโดยสารประจำทางหรือ รถรับส่งนักเรียนของโรงเรียน เด็กมีโอกาสอธิบายลักษณะของเชื้อเพลิง ได้ฟังเรื่องราว ได้เขียน (ภาพหรือข้อความ) ได้อ่าน (ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ) เกี่ยว กับเชื้อเพลิง เด็กได้รับการฝึกคิดผ่านกระบวนการแสวงหาความรู้โดยมีเรื่องเชื้อเพลิงเป็นแกนเรื่อง กิจกรรมที่กระทำ เด็กจึงได้รับความรู้และได้ฝึกกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ที่ใช้การสังเกต ตรวจสอบ ทดลองหรือพิสูจน์ จนเกิดเป็นความรู้เกี่ยว กับข้อเท็จจริง ที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ของเด็ก เรื่องเชื้อเพลิงให้กว้างขวางมากขึ้น และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

  • ส่วนประสบการณ์สำคัญทางด้านอารมณ์ เด็กจะมีความสุขที่ได้รับการตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น เมื่อครูจัดกิจกรรมดนตรี สร้างสรรค์ เล่น หรือแสดงความชื่นชมสิ่งสวยงาม เช่น วาดภาพเทียน ส่องประกายไฟ เมื่อฟังนิทานสำหรับเด็กที่มีเรื่องของเชื้อเพลิง เช่น เรื่อง สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด ตอน สโนไวท์จุดไฟ ใช้ต้มซุปเป็นอาหารให้คนแคระกิน เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวจะทำให้เด็กมีอารมณ์และจิตใจร่าเริงเบิกบานมีความสุข ตลอดจนเป็นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเด็กผ่านจากเรื่องเชื้อเพลิงได้เช่นกัน เช่น การใช้เชื้อเพลิงอย่างประหยัดและถูกต้อง ตลอดจนระวังการเผาไหม้ที่มาเชื้อเพลิงนี้ เพื่อมิให้เกิดภัยอันตราย

ประโยชน์ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัยจากเรื่องของเชื้อเพลิง จะช่วยให้เด็กเกิดพัฒนา การได้ตามหลักสูตรปฐมวัยกำหนดไว้

ครูสอนเรื่องเชื้อเพลิงให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องเชื้อเพลิงให้ลูกที่โรงเรียนได้ดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เด็กๆควรได้คิดและปฏิบัติการค้นหาคำตอบเรื่องเชื้อเพลิงด้วยตนเอง คำถามที่น่าสน ใจ คือ เชื้อเพลิงคืออะไร อะไรบ้างที่เป็นเชื้อเพลิง เราใช้เชื้อเพลิงทำประโยชน์อย่างไร เชื้อเพลิงมีโทษอย่างไร การให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสเพื่อการเรียนรู้ที่ดี เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น เด็กจึงควรได้เห็นเชื้อเพลิงของจริง ทั้ง เชื้อ เพลิงแข็ง เชื้อเพลิงเหลว และ เชื้อเพลิงแก๊ส ที่ได้นำมาใช้ในชีวิตของเรา
    • เชื้อเพลิงแข็งได้แก่ ไม้ ถ่าน เทียน ขยะต่างๆ
    • เชื้อเพลิงเหลว ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการคมนาคม
    • และเชื้อเพลิงแก๊ส ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติอัด

    และการที่เด็กจะได้คำตอบว่า เชื้อเพลิงคืออะไร ควรผ่านการเห็น ที่ครูได้ทดลองแบบง่ายๆ เช่น จุดไฟที่เทียน เศษไม้ จุดแก๊ส (ที่เตาหุงต้ม) เด็กๆจะมีประสบการณ์เดิมอยู่บ้างแล้วจากการเห็นครอบครัวหรือชุมชนใช้เชื้อเพลิงเพื่อการหุงต้มอาหารหรือใช้เพื่อการคมนาคม เมื่อยานพาหนะต้องเติมเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมันและก๊าซ การระ ดมความรู้ของเด็กจะทำให้เกิดความสนุกในการเรียนเพราะเด็กทุกคนมีส่วนร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของตน การทดลองในห้องเรียนจะเป็นการย้ำยอมรับสิ่งที่เด็กเสนอ เช่น จุดเทียนให้เกิดแสงสว่างในห้องที่ปิดมืด จุดเตาแก๊สเพื่อทดลองเจียวไข่หรือทำปิ้งขนมปังให้เด็กทานเป็นขนมว่าง และการนำเรื่องราวภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคมมาให้ดูในห้องเรียน จะช่วยลดเวลาการนำเด็กไปถึงสถานีบริการน้ำมันใส่รถยนต์ (กรณีเช่นนี้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง และคนขับรถรับส่งเด็กมาโรงเรียน เมื่อต้องไปเติมน้ำมันรถ) กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กเกิดความรู้เรื่อง เชื้อเพลิง

  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวตามคำบรรยาย คำคล้องจอง และแสดงท่าทางตามจินตนาการ เช่น บทคำคล้องจอง เชื้อเพลิงน้ำมัน ( ผู้แต่ง : บุบผา เรืองรอง ) ฉันคือรถยนต์ ผู้คนขับไป หนทางแสนไกล ต้องใช้น้ำมัน เชื้อเพลิงที่มี สิ่งนี้สำคัญ ขอรถทุกคัน ใช้กันน้อยน้อย
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างภาพจากหยดเทียนสี วาดภาพระบายสี เตาหุงต้มประเภทต่างๆคือเตาอังโล่ (เตาก่อด้วยดินเหนียว) จะต้องใช้เศษไม้หรือถ่านเป็นเชื้อเพลิง เตาหุงต้มด้วยแก๊สอัด หล่อเทียนในแก้วใบเล็กๆ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง การเล่นสนุกและออกกำลังกายเป็นสิ่งที่เด็กชอบ แต่การสร้างประสบการณ์เรื่องเชื้อเพลิงไปด้วย ครูอาจจัดกิจกรรมได้หลายอย่างด้วยจุดประสงค์ให้เด็กได้ออกกำลังกายเป็นหลัก เช่น วิ่งถือถ่านไปเติมใส่เตาไฟ (อาจจะกำหนดปลายทางเป็นกล่องและวาดภาพเตาไฟ) เล่นสมมติว่าเป็นรถยนต์แล่นไปมาแล้วแวะเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมัน เล่นแข่งขันทอยลูกบอลไปที่ถังน้ำมัน กลุ่มใดทอยได้จำนวนมากกว่าเป็นผู้ชนะ ฝึกการยอม รับกติกาการเล่นให้แก่เด็ก
  • เกมการศึกษา เล่นเกมต่างๆได้แก่ เกมภาพตัดต่อ ภาพเทียน ไม้ หรือ ภาพสถานีเติมน้ำมัน เกมจับคู่ เช่น จับคู่ท่อนไม้ที่มีรูปร่างเหมือนกัน จับคู่ภาพกับเงาของสถานีเติมน้ำมัน จับคู่ภาพที่ช่อนอยู่ในภาพหลัก จับคู่สิ่งที่มีความสัม พันธ์กัน สิ่งที่ใช้คู่กัน รถยนต์คู่กับถังน้ำมันเชื้อเพลิง เตาหุงต้มคู่กับถังแก๊ส หรือเตาประเภทใช้ถ่านคู่กับถ่าน เป็นต้น เรียงลำดับขนาด ของเศษไม้ เทียน สถานีเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ถังแก๊ส เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมเล่นบทบาทสมมติให้เด็ก เขาอาจจะเล่นเป็นผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง คนขับรถโดยสารบริการผู้คน จัดหนังสือเรื่องเชื้อเพลิงไว้ที่มุมหนังสือให้เด็กได้อ่านค้นคว้า มุมไม้บล็อกให้เด็กได้เล่นต่อไม้อย่างอิสระ เด็กอาจจะต่อเป็นถนนสายยาวให้รถแล่นไปมาและแวะเติมน้ำมันที่สถานีบริการที่เขาต่อจากไม้บล็อกขึ้นมา บางทีเด็กอาจจะต่อไม้เป็นบ่อน้ำมันที่เจ้าหน้าที่กำลังเจาะขุดน้ำมันธรรมชาติมาใช้ก็ได้ หลังจากเด็กๆได้ดูหรืออ่านสารคดีเกี่ยวกับน้ำมันในโลกนี้

กิจกรรมหลักทั้งหกที่เสนอมาเป็นตัวอย่างให้ครูได้เห็นเป็นแนวทางการส่งเสริมประสบการณ์สำคัญให้แก่เด็ก ครูสามารถจัดกิจกรรมอื่นๆได้อีก เพียงเน้นให้เด็กเป็นผู้กระทำจะทำให้เด็กได้รับสาระอย่างมีความหมาย

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเชื้อเพลิงให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

ครอบครัวจะช่วยเสริมประการณ์เรื่องเชื้อเพลิงให้แก่ลูกได้ดังนี้

  • การประกอบอาหารเป็นงานในครอบครัวที่จะช่วยให้เด็กได้เห็นการนำแก๊สธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงมาใช้ในชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ให้เด็กได้ไปสัมผัสใกล้ชิดเพราะยังไม่จำเป็นเช่นนั้น แต่การบอกเล่าให้ลูกได้รู้จักว่าสิ่งที่เกิดเป็นเปลวเพลิงมาที่เตาได้นั้น เราใช้แก๊สที่มาจากถังบรรจุอยู่ การเป็นเปลวเพลิงมีความร้อนที่เรารู้ได้เมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ เราใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงปรุงอาหารให้สุก เด็กๆช่วยผู้ใหญ่ทำอาหารง่ายๆได้เช่น ตอกไข่ใส่กระทะทำไข่ดาว หรือวางไข่ในหม้อน้ำเพื่อนำไปต้มทำไข่ต้ม เมื่อวางหม้อบนเตาเปิดเตาแก๊สให้เกิดเปลวเพลิง เด็กสังเกตว่าไข่ดิบเปลี่ยนสภาพเป็นไข่สุก เกิดจากน้ำร้อนหรือน้ำมันร้อน ซึ่งได้รับผลมาจากเปลวไฟของแก๊สที่เป็นเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ควรบอกเล่าถึงโทษของเชื้อเพลิงไว้ด้วย ไม่อนุญาตให้เด็กมาเปิดปิดโดยลำ พังเพื่อป้องกันอันตรายจากเพลิงไหม้
  • ทดลองเผากระดาษหรือเศษไม้ให้ลูกดูถึงธรรมชาติของน้ำมันเมื่อเราจุดไฟ มันจะลุกเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนและเผาวัสดุต่างๆให้เสียหายไปหมดได้
  • เมื่อมีโอกาสไปที่สถานีบริการน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันใส่รถยนต์หรือเติมแก๊ส ให้ลูกสังเกตกลิ่น พูดให้ลูกฟังว่า นี่คือกลิ่นน้ำมัน นั่นเขาเติมน้ำมันใส่รถของเรา น้ำมันเป็นของเหลว เขาจึงต้องให้น้ำมันไหลมาตามสายยาง (ชี้ให้ลูกเห็นน้ำมันที่เขาใส่ขวดใสวางไว้ หรืออาจจะตักน้ำมันปริมาณช้อนโต๊ะให้ลูกได้เห็นเพื่อรู้จักมากขึ้นนอกจากรู้จากกลิ่นแล้ว
  • ให้ลูกอ่านคำที่เกี่ยวกับเชื้อเพลิงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น คำว่า เชื้อเพลิง fuel, น้ำมัน oil, เทียน candle, เศษไม้ sliver, ถ่านหิน coal
  • เล่านิทานที่มีเนื้อหาการใช้เชื้อเพลิง เช่น เรื่อง หมูสามตัวต้มน้ำร้อน หมาป่าปีนจากปล่องไฟจะจับหมูกินแต่หมาป่าตกลงในกระทะน้ำร้อน เรื่องแฮนเซลกับเกรเธล สองพี่น้องที่หลงเข้าไปในบ้านขนมหวานของแม่มด จนแม่มดให้น้องสาวจุดไฟจะต้มพี่ชายกิน แต่เมื่อแม่มดหันหลังให้ น้องสาวก็ผลักแม่มดตกเตาไฟ นิทานเรื่องเมาคลีลูกหมาป่า ความว่า สามีภรรยาคู่หนึ่งอาศัยอยู่แถวชายป่า และมีอาชีพหาของป่ามาขาย วันหนึ่งอุ้มลูกน้อยไปตัดฟืนในป่า พอถึงกลางคืนก็ก่อกองไฟขึ้น ตกดึกมีเสือโคร่งชื่อ แชร์คาน เดินผ่านมาจึงตะครุบเข้าใส่ แล้วตกไปในกองไฟนั้นด้วยความเจ็บปวด เสือโคร่งก็วิ่งหนีไป ส่วนสองสามีภรรยาวิ่งหนีแต่ลืมอุ้มลูกไปด้วย ในที่สุดเด็กน้อยคนนี้เดินไปในป่าตามลำพังจนเสือดำมาพบ เขาก็นำไปฝากแม่หมาป่าเลี้ยงแล้วได้ชื่อว่า เมาคลีแปลว่าลูกกบ เพราะหมาป่าเห็นว่าไม่มีขนตามลำตัวเหมือนกบ ตัวอย่างนิทานทั้งสามเรื่องจะมีไฟและเชื้อเพลิงให้เด็กรู้จัก และนิทานดังกล่าวเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทั่วโลก
  • ชวนลูกเดินในระยะทางใกล้ๆแทนการขับขี่รถยนต์ ปิดไฟในที่ไม่จำเป็น เป็นการสอนเรื่องการประหยัดพลัง งานที่ใช้เชื้อเพลิง ตรวจตราเครื่องใช้เชื้อเพลิงให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันอันตรายภัยจากลุกไหม้ของเชื้อเพลิง เช่น ไม่อนุญาตให้เด็กเล่นปิดเปิดหัวเปิดปิดถังแก๊สหุงต้ม หรือจุดไฟเล่นบริเวณที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บในโรงรถ
  • ชวนลูกอ่านข้อความสั้นๆเรื่องการระวังการเกิดเพลิงไหม้ในสถานีบริการน้ำมัน เช่น งดสูบบุหรี่ในบริเวณนี้ และพ่อแม่ต้องปฏิบัติเช่นนั้น เป็นการปลุกฝังนิสัยที่ดีเพราะเป็นกฎกติกาของที่สาธารณะและไม่ประมาท

การใช้เชื้อเพลิงในชีวิตประจำวันเป็นบทเรียนที่สอนลูกได้เป็นอย่างดี เพียงพ่อแม่ให้ลูกเรียนรู้ด้วยการเล่า อธิบาย หรือกระทำตามวัยของลูก

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติอัด เป็นเชื้อเพลิงประเภทหนึ่งจากปิโตรเลียม
  • ปิโตรเลียมเป็นเชื้อเพลิงประเภทหนึ่งของเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ที่ต้องใช้เวลาหลายล้านปีทับถมจนกลายมาเป็นเชื้อเพลิง การใช้อย่างประหยัดจะช่วยให้มีเชื้อเพลิงใช้ประโยชน์ได้อีกนานๆ
  • บาร์เรล (Barrel) เป็นหน่วยวัดปริมาตรของเหลวในอุตสาหกรรมน้ำมัน 1 บาร์เรลมีปริมาตรเท่ากับ 42 แกลลอนสหรัฐ (U.S. Gallons) หรือ 158.984 ลิตร
  • ในปีพ.ศ. 2431 ประเทศไทยสั่งซื้อน้ำมันก๊าดจากประเทศรัสเซียมาใช้จุดตะเกียงแทนการใช้น้ำมันมะพร้าว
  • แก๊สโซฮอล์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง ทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษจากคำว่า GASOLINE และ ETHANOL รวมกันเป็น GASOHOL

บรรณานุกรม

  1. วนิษา เทียมเมฆ ผู้แปล. (2555) .ฮันเซล & เกรเทล : Hansel and Gretel .กรุงเทพ : -สำนักพิมพ์ : พีเอ็นเอ็น กร๊ป .(IQ Plus).
  2. วนิษา เทียมเมฆ ผู้แปล. (2555) .หมูสามตัว .กรุงเทพ : -สำนักพิมพ์ : พีเอ็นเอ็น กร๊ป .IQ Plus
  3. วนิษา เทียมเมฆ ผู้แปล. (2555) สโนไวท์..กรุงเทพ : -สำนักพิมพ์ : พีเอ็นเอ็น กร๊ป .IQ Plus
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  6. สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. (2550). 21 วิธีจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.
  7. รัดยาร์ด คิปลิง (2427). The Jungle Book อ้างถึงใน Sirivinit. รัดยาร์ด คิปลิง เขียนเมาคลี ลูกหมาป่าจากประสบการณ์วัยเด็ก. สืบค้นเมื่อวัน 21 พฤษภาคม 2557. http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=02-2010&date=01&group=48&gblog=11
  8. อติชาต เกตตะพันธุ์. (2557).108 วิธีปฏิบัติเพื่อการประหยัดพลังงาน. สืบค้นเมื่อ19 พฤษภาคม 2557. www.atichart.com/globalwarming.htm.>.
  9. กระทรวงพลังงาน. (2550). แก๊สโซฮอล์.สืบค้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557. www.energy.go.th/index.php?q=node/384
  10. วิกิพีเดีย. (2557). แก๊สธรรมชาติ. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2557แก๊สธรรมชาติ. th.wikipedia.org/wiki/

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน