หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเพศ (Gender)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

เพศ (Gender) หมายถึง สิ่งที่แสดงลักษณะความแตกต่างระหว่างชาย-หญิง การสอนเรื่องเพศให้ลูกทราบตั้งแต่เด็กปฐมวัย เป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรให้ความสนใจ และตระหนักรู้ว่าเป็นความจำเป็น การสอนเรื่องเพศอย่างถูกต้องจะเป็นการสร้างความรู้ ทัศนคติและทักษะของชีวิตที่ดีให้แก่เด็ก

การสอนเรื่องเพศมีความสำคัญอย่างไร?

เรื่องเพศของเด็กเป็นเรื่องหน้าที่ของพ่อแม่ที่ควรเอาใจใส่สอนให้ลูกทราบและปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้แก่เด็ก ดังที่ เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการที่มีชื่อเสียง กล่าวว่า “เพศศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่เด็กทุกคนต้องได้รับการสอน การใส่ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมทั้งการฝึกฝนวินัยหรือการควบคุมตนเองในเรื่องนี้ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของชีวิตเช่นเดียวกับการฝึกฝนลักษณะนิสัยที่ดีในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมีพ่อแม่เป็นผู้ที่รับบทบาทนี้ไปอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” เพศเป็นเรื่องสำคัญที่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดจนตายที่คนเราจะต้องตระหนักรู้ธรรมชาติความเป็นจริงของชีวิตและสังคมเพื่อการปรับตัวตามพัฒนาการชีวิตที่เหมาะสมและการอยู่ในสังคมอย่างมีเหมาะสม การสอนเรื่องเพศจึงมีความสำคัญดังนี้

  • เพศเป็นสิ่งที่ติดตัวเด็กทุกคนมาตั้งแต่เกิด ปกติคนเรามีเพศชายหรือเพศหญิง เพศใดเพศหนึ่ง ทั้งสองเพศมีอวัยวะเพศแตกต่างกัน ซึ่งตามพัฒนาการ เด็กวัย 5-8 ปี จะเริ่มสนใจบทบาททางเพศและ สนใจว่าตนคือเพศใด พ่อแม่คือ ผู้มีหน้าที่บอกเล่าสร้างความเข้าใจให้เขา ทางชีววิทยา คือ สรีระ ร่างกายหญิงกับชายแตกต่างกันเด็กๆ อาจจะมีโอกาสเห็นอวัยวะเพศของน้องเกิดใหม่ และเห็นว่าเด็กหญิงกับเด็กชายมีอวัยวะเพศแตกต่างกัน มีชื่อเรียกแตกต่างกัน อวัยวะของเด็กชายมักจะเรียกกันว่า จู๋ ส่วนอวัยวะเพศหญิงจะเรียกว่า จิ๋ม ไม่เหมือนอวัยวะส่วนอื่นในร่างกายมีชื่อเรียกเหมือนกันทั้งเพศชายและเพศหญิง เช่น แขน ขา ปาก ตา หู จมูก ฟัน แต่ร่างกายของผู้ใหญ่ เช่นพ่อและแม่ จะแตกต่างกันอีก พ่อมีแขนขาใหญ่กว่าแม่ แม่มีเต้านม แต่พ่อไม่มี พ่อมีหนวด แต่แม่ไม่มี เป็นต้น
  • เพศเกี่ยวข้องกับภาษา เช่น คำนำหน้านามตามเพศของเด็กหญิง เด็กชาย เมื่อเด็กมาโรงเรียน ครูจะบันทึกชื่อและคำนำหน้าชื่อที่แสดงตามเพศและเด็กจะเรียนรู้ต่อไปอีกว่า คนเรามีทั้งชื่อจริงและ ชื่อเล่น คำที่นำมาใช้แทนชื่ออาจหมายถึง เด็กหญิงหรือเด็กชายได้ โดยเด็กหญิงจะมีชื่อเรียกจากสิ่งที่สวยงาม เช่น เดือน ดาว ส่วนเด็กชายจะชื่อจากสิ่งเข้มแข็ง เช่น หิน เก่ง กล้า ก้อง โต เป็นต้น คำลงท้ายที่สุภาพก็จำแนกการใช้แตกต่างกัน ผู้หญิงใช้คำว่าค่ะ เด็กชายใช้คำว่าครับ คำสรรพนามหญิงและชายจะเรียกแตกต่างกันไป เด็กชาย เรียกตนเองว่า ผม เด็กหญิงเรียกตนเองว่า หนู
  • เพศกำหนดบทบาทหน้าที่ ผู้หญิงทำหน้าที่เป็นแม่ ผู้ชายทำหน้าที่เป็นพ่อ พ่อและแม่ทำหน้าที่หลายอย่างเหมือนกัน เช่น อบรมสั่งสอน อุ้มน้องไปเดินเที่ยว แต่พ่อไม่มีเต้านมให้น้องดูดกินเหมือนแม่ แม่มีท้องกลมนูนมีน้องอยู่ในท้องได้ เป็นต้น
  • เพศกำหนดการแต่งกาย หญิงและชายจะมีรูปแบบของครื่องแต่งกายแตกต่างกัน เช่น ชุดว่ายน้ำ การแต่งทรงผม และ การแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง สังคมให้ความนิยมว่าหญิงแต่งได้ ชายไม่จำเป็น หรือการใส่เครื่องประดับ นาฬิกา แหวน จะมีรูปแบบแตกต่างกัน
  • เพศหญิงและเพศชายมีอวัยวะเพศต่างกัน อวัยวะเพศเป็นที่ขับถ่ายปัสสาวะ ซึ่งหญิงและชายถ่ายปัสสาวะต่างกัน ผู้ชายยืนในขณะที่ผู้หญิงนั่ง เด็กจะต้องรู้วิธีดูแลรักษาอวัยวะนี้ให้สะอาดเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นในร่างกาย ส่วนเรื่องอวัยวะเพศเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอาศัยการสอนอย่างมีศิลปะที่ให้เด็กเรียนรู้อย่างแยบยล
  • เพศจะกำหนดกิริยาท่าทาง เพศหญิงจะมีกิริยานุ่มนวล อ่อนโยน มีเมตตา ส่วนเพศชายจะแข็งแรง รวดเร็ว กล้า เข้มแข็ง เป็นลักษณะธรรมชาติตามเพศและเมื่อผู้ใหญ่อบรมเด็กจะชี้แนะให้แสดงออกตามเพศของตน

การสอนเรื่องเพศมีประโยชน์ต่อเด็กปฐมวัยอย่างไร?

การสอนเรื่องเพศมีประโยชน์ต่อเด็กดังต่อไปนี้

  • เด็กได้เรียนรู้ความสำคัญของเพศทั้งสองเพศที่ทำหน้าที่สืบพันธ์ หรือให้กำเนิดชีวิต เป็นคำตอบที่เด็กได้ทราบว่า คนเราเกิดมาได้อย่างไร เป็นหน้าที่ทางชีววิทยา เพศชายทำหน้าที่พ่อ และเพศหญิงทำหน้าที่เป็นแม่ ทั้งสองเพศมีหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกและอยู่เป็นครอบครัว เป็นหน้าที่ทางสังคม
  • เด็กได้ปฏิบัติตนตรงตามเพศที่ธรรมชาติกำหนดให้มา เช่น การแต่งกาย การแสดงกิริยาตามมารยาททางสังคม การใช้ภาษาเหมาะสมตามเพศ เด็กที่ได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างดีจะสามารถปฏิบัติตนถูกต้อง และงดงาม
  • เด็กได้รู้และเข้าใจที่จะดูแลรักษาสุขภาพอวัยวะเพศของตนเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ และรู้ว่าอวัยวะเพศจะมีเครื่องนุ่งห่มปกปิดมิดชิดตลอดเวลา เป็นทั้งเรื่องการรักษาตนให้สะอาด ปลอดภัย และเป็นเรื่องมารยาททางสังคมกำหนดเป็นค่านิยมไว้ว่าทุกคนต้องปกปิดเพศเป็นเรื่องเรียบร้อย
  • เด็กจะได้รู้เท่าทันภัยสังคมที่คุกคามทางเพศที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เด็กจะได้ป้องกันระมัดระวังภัยในเรื่องเพศ ทั้งการล่อลวงไปค้าประเวณีในหมู่ที่มีจิตใจชอบเกี่ยวข้องทางเพศกับเด็ก
  • เด็กที่ได้รับการอบรมสั่งสอนให้ปฏิบัติตนตามเพศ ได้แบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่ เด็กจะรู้บทบาทตามเพศของตน เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่เขาจะสามารถปฏิบัติตนตรงตามเพศ มีทัศนคติที่ดีทางเพศ และไม่เบี่ยงเบนทางเพศ
  • การสอนให้ลูกรู้จักสังเกตร่างกายของตนเองและความแตกต่างทางเพศที่มิใช่เรื่องอวัยวะเพศอย่างเดียว แต่จะรวมถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีและทักษะชีวิต จะเป็นการเตรียมชีวิตในอนาคตให้ลูกมีชีวิตที่เป็นปกติสุข

ครูสอนเรื่องเพศให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

กิจกรรมที่ครูจัดเพื่อให้เด็กรู้เรียนรู้เรื่องเพศที่โรงเรียนมี ดังนี้

  • ในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูจะจัดกิจกรรมให้เด็กได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ นก ปลา ฯลฯ ในหน่วย สัตว์เลี้ยงน่ารัก ซึ่งนอกจากจะเป็นการสอนให้ลูกมีจิตใจอ่อนโยน มีความเมตตาสัตว์แล้ว เด็กจะได้มีโอกาสเห็นธรรมชาติของสัตว์ที่มีลูกสืบพันธุ์ เห็นเพศเมียตั้งท้อง และเลี้ยงลูก เด็กจะค่อยเรียนรู้เรื่องเพศจากธรรมชาติรอบตัวได้ เช่นเดียวกับกิจกรรมปลูกต้นไม้ในหน่วย ต้นไม้แสนสวย ที่เด็กจะได้เห็นต้นไม้มีดอก มีผล มีเมล็ด และขยายพันธุ์เป็นต้นใหม่
  • กิจกรรมเสรี เด็กจะเล่นในมุมบ้าน แสดงบทบาทสมมุติเป็นพ่อแม่ มีตุ๊กตาเป็นลูก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการพัฒนาการตามทฤษฏีของ Sigmund Freud คือ เด็กปฐมวัยจะเป็นวัยที่มีพัฒนาการของอยู่ในขั้นความพอใจอยู่ที่อวัยวะเพศ (Phallic Stage) เด็กจะเห็นความแตกต่างเรื่องเพศว่า มีเพศตรงข้ามกับตน เด็กชายจะสนใจเลียนแบบพ่อ ผู้หญิงจะสนใจเลียนแบบแม่มากขึ้น การที่พ่อแม่ให้โอกาสเด็กเรียนรู้บทบาทของตนตามเพศจากการเลียนแบบพ่อแม่ เป็นการเตรียมชีวิตให้เด็กในอนาคต
  • การเล่านิทาน นิทานมีคุณค่าที่สมารถสอนเด็กให้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก นิทานทำให้คนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ระดับหนึ่งตามศักยภาพ ถ้าเด็กฟังนิทานประเภทใดแล้ว เด็กสามารถเลียนแบบตัวอย่างในนิทาน ตามที่ผู้เขียนนิทานจะชักจูงหรือกระตุ้นให้เป็นไปตามแนวคิดนั้นๆ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ตัวแบบของ Albert Bandura (Social Learning Theory) ที่เห็นว่า การเลียนแบบมีบทบาทสำคัญมากในวัยเด็ก เพราะเป็นการวางรากฐานของบุคลิกภาพและแบบแผนแห่งพฤติกรรม และนิทานสามารถส่งเสริมทักษะทางสังคมให้กับเด็กปฐมวัย คือ เมื่อเด็กได้ดูและได้ฟังนิทานเด็กก็จะซึมซับสิ่งที่ตัวละครในนิทานปฏิบัติ เช่น นิทานเรื่อง ครอบครัวกระต่าย ที่กล่าวถึงกระต่ายหนุ่มอยู่ใกล้บ้านกระต่ายสาว กระต่ายหนุ่มขยันปลูกผัก กระต่ายสาวทำอาหารและขยันงานบ้าน กระต่ายทั้งสองตัวต่างชื่นชมกันและกัน จึงชวนมาอยู่ด้วยกันและมีลูกกระต่ายเล็กๆ น่ารักหลายตัว นิทานเรื่องนี้เด็กจะได้เห็นแบบอย่างการปฏิบัติตนตามเพศที่ดีงาม
  • การจัดภาพแสดงแผนภูมิครอบครัว ครอบครัวหนึ่งๆ มีบรรพบุรุษ คือ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ให้กำเนิด พ่อ และแม่ ต่อมาพ่อและแม่แต่งงานมีลูกคือ ตัวเด็กเอง และพี่น้อง กิจกรรมนี้ ครูจะให้เด็กทำแผนภูมิครอบครัว เด็กจะเห็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันทางสังคมและเห็นบทบาทของหญิงชายโดยแนบเนียนคือ การอยู่ตามธรรมชาติมีหญิงชายจึงมีลูก จากกิจกรรมเสริมประสบการณ์ในหน่วย ครอบครัวของฉัน
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจให้เด็กวาดรูปตนเองตามเพศ หรือวาดรูปพ่อ แม่ หรือเพื่อนที่หนูชอบ ให้เด็กสังเกตรายละเอียดของ เด็กหญิง เด็กชาย ผู้หญิง ผู้ชาย จากรูปร่างลักษณะ เช่น เด็กชายส่วนมากผมสั้น แต่เด็กผู้หญิงอาจจะผมสั้น และผมยาวได้ เด็กผู้หญิงมีเครื่องประดับผม แต่เด็กชายไม่มี พ่อ มีหนวด มีขนหน้าแข้งยาว แต่แม่ ไม่มีหนวด และขนหน้าแข้งยาวเหมือนพ่อ ตัวหนูเองเป็นผู้หญิงหรือชาย มีสิ่งใดบอกหนูได้จากภาพวาดนี้ หรืออาจเล่นแต่งตัวตุ๊กตาหญิง ชาย วาดภาพและตัดกระดาษเป็นตัวตุ๊กตาหญิง ชาย พร้อมภาพวาดเสื้อผ้าของตุ๊กตา ให้เด็กเลือกแต่งตัวให้ตรงตามเพศ
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูอาจให้เด็กร้องเพลงที่เกี่ยวกับหญิงชาย เช่น เพลง ชื่อเพื่อน (คำร้อง บุบผา เรืองรอง ทำนอง ต้อยติ่ง ) เพื่อนเอ๋ยเพื่อนคนดี เรานี้มีเพื่อนหญิงและชาย เพื่อนหญิงชื่อแยม กระต่าย อีกเพื่อนชาย ชื่อ บอล โก้เอย (เปลี่ยนชื่อเพื่อน ไปจนครบทุกคน) จากนั้นอาจให้เด็กเขียนชื่อเพื่อนหญิงชาย ฝึกการสังเกตการตั้งชื่อตามเพศ เด็กหญิงและเด็กชายจะนิยมตั้งชื่อแตกต่างกัน โดยมีสัญลักษณ์ของความอ่อนหวาน นุ่มนวล ความสวยงามของสิ่งต่างๆและธรรมชาติมาใช้ แทนชื่อเด็กหญิง และความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ มาเป็นของเด็กผู้ชาย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องเพศได้อย่างไร?

สาระที่พ่อแม่ควรสอนเพศศึกษาให้ลูกคือ เรื่องพัฒนาการทางเพศ ความสัมพันธ์ของคนในสังคม ทักษะส่วนบุคคล สุขอนามัยทางเพศและ สังคมวัฒนธรรมและค่านิยมทางเพศ ดังนี้

  • พ่อแม่ควรสอนลูกเรื่องพัฒนาทางเพศเพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของตนเอง โดยคำนึงถึงความสามารถในการรับรู้ของเด็กปฐมวัยด้วย เช่น วัย 5 ปี จะสนใจเด็กทารก พ่อแม่ควรสนทนาพูดคุยกับลูกเรื่องอย่างเปิดเผย ตอบข้อสงสัยของเด็กว่ าเขามาจากไหน มาได้อย่างไร ทำไมต้องปิดเครื่องเพศของผู้ใหญ่ พ่อแม่ตอบได้ว่าหนูมาจากพ่อแม่ พ่อมีตัวหนูเล็กมารวมกับไข่เล็กมากของแม่ที่ตัวหนูอยู่ด้วยมารวมกันได้เพราะพ่อแม่รักกัน มีพ่อแม่สองคนเท่านั้นที่จะรวมหนูได้และเป็นมารยาทที่เราต้องรักกันอยู่ที่มิดชิด หนูออกมาจากท้องแม่ผ่านทางช่องเล็กๆ ของแม่เรียกว่าช่องคลอด อยู่ใกล้กับก้น แต่หนูไม่เปื้อนเปรอะสิ่งสกปรก และช่องคลอดของแม่จะทำงานตอนหนูจะออกมา การปิดเครื่องเพศเพราะเป็นความเรียบร้อยและป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ส่วนนี้ได้ง่าย คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ และไม่พูดปด จะช่วยให้เด็กหายสงสัย
  • พ่อแม่ควรสอนเรื่องสัมพันธภาพของคนในสังคม เช่น การสร้างครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างสามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก ขณะเดียวกันพ่อแม่ควรมีความรักกันอย่างจริงใจ และแสดงการให้เกียรติต่อกันทั้งหญิงและชาย ไม่ควรมีภาพการกดขี่ทางเพศให้เด็กเห็น หรือรับรู้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งปัจจุบันเด็กมักจะเห็นจากการแสดงละครโทรทัศน์ ว่าผู้ชายชายรังแกผู้หญิงโดยการตบตี ฉุดกระชากลากถู สิ่งนี้ไม่สมควรให้เด็กดู
  • พ่อแม่ควรสอนทักษะส่วนบุคคลที่เป็นความสามารถในการจัดการสถานการณ์ เช่น การสอนให้ลูกตระหนักถึงการหวงเนื้อตัว ไม่ให้ใครมาสัมผัสอวัยวะเพศหรือแตะเนื้อต้องตัว กอด จูบย่างผิดปกติจากที่พ่อแม่เคยอุ้มกอดสัมผัส เป็นการป้องกันภัยอันตรายทางเพศที่เข้ามาถึงลูกได้ สอนให้ลูกรู้จักร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ หรือการใช้ภาษา ที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศมีคำหลายระดับ เด็กควรเรียนรู้คำสุภาพที่ใช้กัน รู้กาลเทศะที่กล่าวขาน เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องอบรมให้ลูกทราบและพ่อแม่ต้องฝึกวินัยควบคู่ไปด้วย ฝึกตั้งแต่วัยเด็กจึงจะได้ผลดี โดยฝึกฝนความมีระเบียบวินัยในชีวิตประจำวัน จากการเรียน การเล่น การกิน การนอน รวมไปถึงการฝึกฝนความเข้มแข็งทางจิตใจให้เกิดความสามารถในการบังคับตน คือหัดอดทน รู้จักรอคอย ฝึกความพากเพียรพยายาม เพื่อเมื่อเด็กเติบโตขึ้นจะรู้จักบังคับตนเองได้ ไม่ตามใจตนเองโดยเฉพาะเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
  • พ่อแม่ช่วยดูแลสุขอนามัยทางเพศให้ลูก ทั้งนี้เพราะอวัยวะเพศเป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญ การรักษาดูแลทำความสะอาด หลังถ่ายปัสสาวะ และเมื่ออาบน้ำ หลีกเลี่ยงการทำให้อวัยวะบาดเจ็บ ระวังขณะเล่น และหากมีบาดแผลให้บอกผู้ใหญ่
  • ปกป้องลูกจากบทบาททางเพศผ่านสื่อออนไลน์หรือละครโทรทัศน์ เรื่องค่านิยมทางเพศมักปรากฏทางสื่อ พ่อแม่ต้องอยู่ใกล้ชิดและช่วยควบคุมการดูพร้อมการอบรมสั่งสอนไปพร้อมกัน
  • แสดงความรักลูกทั้งสองเพศต้องเหมือนกัน และมอบหมายให้ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน เพราะงานบ้านเป็นหน้าที่ของทุกคนจะต้องช่วยเหลือกัน นอกจากการฝึกความรับผิดชอบให้แก่เด็กแล้ว เด็กควรเรียนรู้ประเภทของงานที่เหมาะสมตามเพศ งานบ้านที่พ่อช่วยเหลือได้ดีจะเป็นงานหนัก งานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ งานใช้ฝีมือช่าง เช่น ซ่อมบ้าน ประดิษฐ์ของใช้ งานเช่นนี้ เด็กชายควรอยู่ช่วยพ่อ เช่นเดียวกับงานบ้านที่ผู้หญิงหรือแม่จะทำได้ดี เช่นงานปรุงอาหาร งานจัดดอกไม้ งานเช่นนี้เด็กหญิงควรอยู่ช่วยเหลือแม่ เพื่อเด็กได้ซึมซับบุคลิกภาพของผู้หญิงจากแม่และบุคลิกภาพผู้ชายจากพ่อ
  • พ่อแม่ต้องตั้งเป้าหมายของการสอนลูกวันนี้ให้ส่งผลไปในอนาคตด้วยว่า การสอนเรื่องเพศเริ่มต้นตั้งแต่ลูกวัยเด็กเพื่อผลการสอนจะค่อยๆ บ่มเพาะไปจนลูกโต สอนวันนี้เพื่อการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในวันหน้าด้วย การอบรมสั่งสอนเรื่องเพศเป็นสิ่งที่ควรสอนตั้งแต่วัยเด็ก ให้เขาเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้อง เด็กทุกคนต้องได้รับการสอน การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมทั้งการฝึกฝนวินัยหรือการควบคุมตนเองในเรื่องนี้ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของชีวิตเช่นเดียวกับการฝึกฝนลักษณะนิสัยที่ดีในเรื่องต่างๆ ซึ่งมีพ่อแม่เป็นผู้ที่มีบทบาทโดยตรงผ่านการกระทำของตนเองที่ดีให้ลูกเลียนแบบและการสั่งสอนด้วยวาจา ตลอดการเล่นที่ให้สาระความรู้เรื่องเพศของตนเองไปด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ในปัจจุบันสถานศึกษาได้สอนเพศศึกษาให้แก่เด็กแล้ว ส่วนการศึกษาปฐมวัย การสอน เรื่องเพศ ครูกำหนดลงไปในหน่วย ตัวเรา บุคคลและสถานที่ ที่เป็นสาระการเรียนรู้ในโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้ ให้ เด็กเรียนเรื่องอวัยวะต่างๆในร่างกาย รวมถึง อวัยวะเพศซึ่งเป็นอวัยวะหนึ่ง ครูแนะนำให้เด็กเรียนรู้ได้จากสื่อหุ่นตุ๊กตาทารกหญิง ชาย ที่ผลิตมาเหมือนจริง และ น่ารัก ครูออกแบบกิจกรรมให้เด็กเรียนจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์เรื่องครอบครัว สมาชิกในครอบครัว หน่วยวันพ่อ หน่วยวันแม่ ให้เด็กได้แสดงบทบาทสมมติ มีสื่อหุ่นตุ๊กตาใช้ประกอบการเล่นที่ตามหน่วยดังกล่าวได้ หรือให้เด็กได้มีโอกาสเล่นที่มุมการเรียนรู้คือ มุมบ้านในกิจกรรมเสรีก็ได้ เช่นกัน นอกจากนี้การจัดกิจกรรมประจำวัน เด็กจะได้เห็นร่างกายของตนเองและเพื่อนเมื่ออาบน้ำกลางวัน ครูจึงได้โอกาสสอนเรื่องเพศ เช่น จำแนกเด็กหญิง เด็กชายเดินมาเข้าแถวเข้าห้องน้ำหรือกลับห้องเรียน เมื่ออาบน้ำเด็กได้สังเกตอวัยวะเพศแสดงความเป็นหญิงและ ความเป็นชาย ได้ในเวลานั้นอีก (หากสถานศึกษาจัดห้องน้ำให้เด็กอาบน้ำร่วมกัน) และเมื่อครูนำเด็กๆ ไปห้องส้วม ครูแนะนำให้เด็กสังเกตเครื่องหมายหน้าห้องมีป้ายภาพสัญลักษณ์ ห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย ก่อนเข้าห้องน้ำ ให้เด็กเข้าห้องน้ำตามป้ายสัญลักษณ์ให้ถูกต้อง เป็นการสอนมารยาทให้แก่เด็ก นอกจากนี้ ครูยังมีบทบาทสำคัญที่จะต้องให้การศึกษาแก่พ่อแม่ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเขียนจดหมายสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน ให้ข้อคิดหรือคำแนะนำเกี่ยวกับการสอนลูกเรื่องเพศ และขอความร่วมมือให้พ่อแม่สอนลูกได้ในหน่วย ครอบครัวของเรา สมาชิกในครอบครัว เรื่องอวัยวะของฉัน เป็นต้น

บรรณานุกรม

  1. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2555). “เพศศึกษา” เ รื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องสอนลูก . www.kriengsak.com/node/1935 -
  2. เกริก ยุ้นพันธ์. (2543). การเล่านิทาน. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยสาสน์.
  3. นงพงา ลิ้มสุวรรณ. (2547). เลี้ยงดูลุกถูกวิธี ชีวีเป็นสุข. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์พริ้นติ้งเพลส
  4. บุบผา เรืองรอง. ( 2549). การให้การศึกษาแก่พ่อแม่เด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช : ,มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  5. บุบผา เรืองรอง. (2550). นิทานชุดกระต่าย. กรุงเทพมหานคร: บริษัทเอเธนส์บุ๊ค .
  6. ประไพพรรณ ภูมิวุฒิสาร. (2530). ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาการเด็ก. ในเอกสารการสอนชุดวิชาพฤติกรรมวัยเด็ก หน่วยที่ 2. นนทบุรี : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  7. พนม เกตุมาน. (2550).การสอนเพศศึกษาตามพัฒนาทางเพศ. http://www.psyclin.co.th/new_page_50.htm
  8. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน