หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเรขาคณิต (Teaching Children about Geometry)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องเรขาคณิต

การสอนลูกเรื่องเรขาคณิต (Teaching children about Geometry) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจคณิตศาสตร์ที่ว่าด้วยความเกี่ยวพันระหว่างเส้น มุม และการวัดเนื้อที่ และรู้จักรูปเรขาคณิตซึ่งหมายถึงรูปต่างๆ ทางเรขาคณิต ได้แก่รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม แปดเหลี่ยม วงกลม เป็นต้น รวมถึงรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งหมายถึง รูปที่มีส่วนเป็นพื้นผิว ส่วนสูง และส่วนลึก หรือหนา สิ่งต่างๆรอบตัวเราที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมานั้น ล้วนนำความรู้และทักษะทางคณิตศาสตร์เรื่องรูปเรขาคณิต และรูปทรงเรขาคณิตมาใช้ เช่น ที่อยู่อาศัย โต๊ะ กล่อง หีบใส่ของ กระเป๋า ตู้ หนังสือ ถาด จาน ชาม กรอบรูป ลูกบอล กรวย ถัง และอื่นๆอีกมากมาย ตามธรรมชาติคนเราจะเคลื่อนไหวไปมา จึงได้สัมผัสสิ่งต่างๆรอบตัว และจะค่อยๆ ซึมซับสิ่งเหล่านั้น สำหรับเด็กปฐมวัยแล้วการเรียนรู้ของเขาขณะเคลื่อนไหวร่างกาย คือการที่เด็กได้เล่น ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงสามารถเรียนรู้เรื่องรูปทรงเรขาคณิต และรูปเรขาคณิตได้ แม้ในวัยนี้เด็กบางคนอาจจะเรียกชื่อ หรือขีดเขียน รูปเรขาคณิต รูปทรงเรขาคณิตไม่ได้ก็ตาม แต่เด็กสามารถสังเกตได้ การเรียนรู้ก็จะเกิดได้แน่นอน ดังที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท) ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้จึงได้กำหนดสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ขอบข่ายเนื้อหาทางคณิตศาสตร์ที่เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้) ในสาระที่ 3 เรื่องเรขาคณิต และให้มีการจัดการเรียนการสอน เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย ข้อ 3.2 คือให้รู้จักจำแนกรูปเรขาคณิตและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงรูปเรขาคณิตที่เกิดจากการกระทำ ซึ่งเป็นบทบาทของพ่อแม่ และครูควรร่วมมือกันส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็ก

การสอนเรื่องเรขาคณิตมีความสำคัญอย่างไร?

การพัฒนาความสามารถของเด็กในการคิดและแก้ปัญหาได้เหมาะสมกับวัยจะเป็นไปตามความคาดหวังของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้ระบุไว้นั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะต้องเน้นการพัฒนาทักษะการปฏิบัติให้แก่เด็ก เพราะการที่เด็กได้รับประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์อย่างเพียงพอ ทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในความสามารถของตน เกิดการเรียนรู้วิธีการใช้เหตุผล เพิ่มพูนคำศัพท์ที่เด็กควรรู้จักและเข้าใจ เรขาคณิตเป็นสาระหนึ่งทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับรูปเรขาคณิต รูปทรงเรขาคณิต และขนาดต่างๆที่เด็กจะพบเห็นได้ในสิ่งแวดล้อม และมีคำศัพท์ที่แสดงถึง ขนาด รูปร่าง ความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างต่างๆ เช่น ใหญ่ เล็ก กลาง สูง ต่ำ หนา บาง อ้วน ผอม เต็ม ว่าง เปล่า ยาว สั้น ใกล้ ไกล กลม สี่เหลี่ยม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ใช้สื่อสารในสังคม

การสอนเรื่องเรขาคณิตมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

  • เด็กจะมีความสามารถที่จะเรียกชื่อ และใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับรูปเรขาคณิต รูปทรงเรขาคณิต ที่มักพบในสิ่งแวดล้อมต่างๆได้ เช่น กล่องนมสดมีรูปสี่เหลี่ยม เหรียญสิบบาทมีรูปทรงกลม นาฬิกามีทั้งรูปวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม
  • เด็กจะสามารถใช้รูปทรงต่างๆในจุดมุ่งหมายต่างๆกัน หรือใช้ภาชนะต่างๆเพื่อจุดประสงค์ต่างกัน เช่น กล่องรูปทรงสี่เหลี่ยมอาจจะเป็นกล่องใส่ขนมเค้ก หรือกล่องใส่เสื้อ กล่องใส่ของเล่น ฯ เราอาจจะนำกรวยกระดาษใส่ไอศกรีมก็ได้ แต่บางโอกาสอาจใช้ถ้วยกรวยใส่น้ำดื่ม
  • เด็กจะเป็นผู้มีความสามารถทางปัญญา เนื่องจากได้รับการฝึกฝนให้เกิดประสบการณ์ขั้นพื้นฐานจากเรื่องเรขาคณิตจนเกิดเป็นทักษะสำคัญๆ เช่น ทักษะการสังเกตความสัมพันธ์และรูปแบบ ทักษะการคิดที่เป็นเหตุและผล ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะการสื่อสาร
  • เด็กจะมีความสุขและสนุกที่จะเรียนรู้คณิตศาสตร์ต่อไป เพราะจะพบเรื่องราวเรขาคณิตมีอยู่จริงในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย มีเหตุ มีผล
  • เด็กจะเป็นผู้ชอบค้นคิด และเห็นคุณค่าในเรื่องที่เรียน เพราะได้รับการฝึกกระบวนการคิดอย่างนักคณิตศาสตร์
  • เด็กจะได้รับการพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์พื้นฐาน ได้แก่ การจับคู่ การจัดประเภท การเปรียบเทียบ การเรียงลำดับการนับฯ เช่น จับคู่รูปสามเหลี่ยมที่เหมือนกัน เปรียบเทียบรูปทรงกลมกับสิ่งต่างๆ (ดวงอาทิตย์ ลูกบอล วงล้อบอลลูน ไฟจราจร)

ครูสอนเรื่องเรขาคณิตให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูสอนเรื่องเรขาคณิตให้ลูกที่โรงเรียนด้วยการให้เด็กได้มีประสบการณ์เรื่องเรขาคณิตจากสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มความสนใจ และจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหลักทั้งหกตามตารางกิจวัตรประจำวันสำหรับเด็ก กิจกรรมเหล่านี้ควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแนวคิดและทักษะทางคณิตศาสตร์ให้แก่เด็ก ซึ่งครูควรตั้งจุดประสงค์ของการเรียนรู้ไว้เป็นแนวทางการจัดกิจกรรม ได้แก่ เด็กจะมองเห็นความหลากหลายของวัตถุที่อยู่รอบๆตัวเขา เมื่อพิจารณารูปเรขาคณิตแล้ว เด็กบอกชื่อของวัตถุได้ และเป็นวัตถุชนิดเดียวกัน แต่อาจจะมีรูปทรงหลากหลาย เด็กๆจะมีความรู้สึกที่งดงามละเมียดละไมต่อความหลากหลายของวัตถุที่มีรูปทรงตามธรรมชาติ เด็กๆควรได้สร้างสรรค์ประกอบรูปทรงต่างๆและบรรยายด้วยคำพูดได้

สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเด็กทั้งภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียน มีเรื่องเรขาคณิตให้เด็กเห็นรูปร่างที่เหมือนกัน และแตกต่างกัน (วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า) เด็กจะรู้จักชื่อของรูปเรขาคณิตได้นั้นจะต้องอาศัยการได้ยินและเห็นรูปร่างสิ่งนั้น เช่น แก้วน้ำ คำว่าแก้วน้ำ เราใช้ประโยชน์ที่ตัก ตวง ใส่ น้ำ รูปร่างของแก้วน้ำเป็นทรงกระบอก ปากแก้วเป็นรูปวงกลม หรือ หมอนหนุนนอนของหนู เราเรียกสิ่งนี้ว่าหมอน เราใช้หนุนศีรษะนอน รูปร่างของหมอนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (รูปร่างสองมิติ) แต่หมอนมีรูปทรงสามมิติเพราะมีความหนาด้วย สิ่งต่างๆรอบตัวเด็กเป็นของจริงที่เด็กเห็น การผลิตสื่อประกอบการสอนเพื่อใช้ฝึกทักษะเด็กก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น เพราะเด็กจะสัมผัสได้ และสนุกสนานไปสื่อและสามารถเล่นไปกับเพื่อนๆได้

  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงเข้าไปในรูปสามเหลี่ยม และวงกลมที่มีลักษณะสองมิติ โดยให้เด็กผลัดกันเข้าไป และเดินตามเส้นรอบรูป เดินตามกันไปตามจังหวะของเครื่องดนตรี
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ให้เด็กได้ยินคำศัพท์ทางเรขาคณิต เช่น เส้นตรง วงกลม สามเหลี่ยม การเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องรูปทรง เด็กควรได้สังเกต และแยกแยะรูปทรงที่หลากหลายของวัตถุต่างๆที่อยู่รอบตัวเขา เมื่อใช้การมองเห็นแล้วควรส่งเสริมให้เด็กได้สัมผัส จับต้อง ลูบคลำด้วย พร้อมทั้งฝึกหัดบรรยายถึงรูปทรงด้วยคำพูด และการวาด เพราะเด็กจะได้รู้จักคุณสมบัติของรูปทรงนั้น
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กๆปั้นดินน้ำมันเป็นรูปทรงสิ่งต่างๆ ที่เขาสังเกตได้จากของจริง แนะให้เด็กเอาไม้คลึงให้ดินน้ำมันแบนราบมีความหนาประมาณ 1 ซม. แล้วให้เลือกใช้วัตถุกดลงที่ดินน้ำมัน เด็กจะเห็นรูปทรงเรขาคณิตตามรอยกด เราชี้แนะให้เด็กเห็นว่า วัตถุที่เรากดไปนั้นมีรูปเรขาคณิตประกอบอยู่ เช่น ปากถ้วยแก้วเป็นรูปวงกลม กล่องใส่ดินสอเป็นรูปสี่เหลี่ยม แท่งบล็อกไม้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม้บรรทัดเป็นรูปสี่เหลี่ยม
  • กิจกรรมเสรี ที่มุมบล็อก ให้เด็กๆสนุกกับการเล่นต่อบล็อกรูปทรงเรขาคณิต

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องเรขาคณิตให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

  • พ่อแม่เรียกขานสิ่งของด้วยชื่อรูปเรขาคณิตไปด้วย ให้เด็กพูดตามและสัมผัสสิ่งนั้นด้วย เช่น เก้าอี้กลมๆ โต๊ะสี่เหลี่ยมตัวนี้ โทรทัศน์เราเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถ้วยคล้ายสามเหลี่ยม
  • จัดหาบล็อกไม้ บล็อกพลาสติก รูปทรงเรขาคณิตมาให้ลูก นำบล็อกมาใช้สอนเรื่องรูปร่าง รูปทรงเรขาคณิตเด็กจะได้สัมผัสเส้นรอบรูปเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งรอบตัว เป็นการฝึกให้เด็กรับรู้รูปทรงเรขาคณิตที่เหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันของวัตถุต่างประเภทกัน และสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นคืออะไร โดยให้พิจารณาจากรูปทรงเท่านั้น เช่น บ้านมีรูปทรงสี่เหลี่ยม กระเป๋ารูปทรงกลม
  • พ่อแม่สามารถนำพลาสติกแข็งใสสีต่างๆ มาตัดเป็นรูปเรขาคณิตเพื่อเล่นเกมทายรูปเรขาคณิต หรือให้ลูกหยิบตามที่พ่อแม่บอก (เด็กเลือกหยิบตามรูปร่าง)
  • ออกกำลังกายกลางสนามและขีดเส้นเป็นรูปเรขาคณิตที่พื้นดิน ให้ลูกกระโดดไปตามช่องตารางสี่เหลี่ยมที่ขีดเส้นบนพื้นสนามว
  • หากล่องขนาดใหญ่รูปทรงสี่เหลี่ยม หรือตัดฝาสองข้างมาวางให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม วางบนพื้นดินให้เด็กได้เล่นมุด ลอด กลางสนาม

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูจัดนิทรรศการเรื่องรูปเรขาคณิต ไว้ในห้องเรียนเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และสัมผัสของจริงที่เป็นรูปเรขาคณิต ให้เด็กมีส่วนร่วมหาวัตถุรูปทรงเรขาคณิต อาจจะได้มาจากสิ่งที่มีอยู่ในห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องนำมาจากที่บ้าน การที่เด็กได้หาเองนั้นทำให้เด็กเห็นถึงความเกี่ยวพันระหว่างสิ่งที่หามาใหม่กับสิ่งเดิมที่จัดอยู่ก่อน แล้วหน้าที่จัดตกแต่งมุมนิทรรศการเป็นเรื่องความรับผิดชอบของครู วัตถุบางอย่างควรจัดเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการสอนเรื่องอื่นๆได้อีก ครูจึงควรมีกล่องใช้การจัดเก็บรักษาของเหล่านี้ พร้อมทั้งทำทะเบียนสิ่งของ เพื่อความสะดวกในการหยิบใช้งาน

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2547). การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. เพ็ญจันทร์ เงียบประเสริฐ. (2542). คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. ภูเก็ต: สถาบันราชภัฏภูเก็ต.
  4. วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2542). แผนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพมหานคร.
  5. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
  6. ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบัน. (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  7. ดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา, (2542). แปลจาก Dina Stachel. การสอนวิทยาศาสตร์แนวใหม่สำหรับเด็กปฐมวัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: นานมี บุ๊คส์.
  8. ศุภวิทย์ สายวิวัฒน์ (2556). แปลจาก Kirsteen Roger. พจนานุกรมภาพคณิตศาสตร์สำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร: นานมี บุ๊ค.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน