หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องเลือกซื้อผักและผลไม้ (Buying Vegetables and Fruits)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การเลือกซื้อผักและผลไม้ (Buying Vegetables and Fruits) หมายถึง การเลือกซื้ออาหารประเภทผักสดและผลไม้ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด โดยคำนึงถึงฤดูกาล ราคา ความสด สะอาด ปราศจากสารปนเปื้อนและสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ การจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เลือกซื้อผักและผลไม้ด้วยตนเองเป็นการเรียนรู้ตามสภาพจริง (Authentic Learning) ซึ่งหมายถึง การเรียนที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา จากสิ่งที่เด็กต้องการหรือสนใจที่จะเรียนรู้ จากสถานการณ์การเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต และบริบทในด้านต่างๆ ของเด็ก ทั้งนี้ เด็กจะมีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดีได้เนื่องมาจากการได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนตามหลักโภชนาการและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวัน อาหารประเภทผักและผลไม้มีสารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อการสร้างการเจริญเติบโตให้กับเด็ก อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆภายในร่างกายเป็นปกติ นำไปสู่การป้องกันโรคต่างๆและไม่เจ็บป่วยง่ายๆ การเลือกซื้อผักและผลไม้ควรคำนึงหลักการสำคัญคือ การเลือกซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาล มีความสดสะอาด ปราศจากสารพิษและสารปนเปื้อนต่างๆที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

การสอนลูกเรื่องเลือกซื้อผักและผลไม้

การสอนลูกเลือกซื้อผักและผลไม้มีความสำคัญอย่างไร?

ผักและผลไม้เป็นสาระที่ควรเรียนรู้ในสาระธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเมื่อเด็กได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผักและผลไม้แล้ว เด็กจะได้รับการพัฒนาไปสู่การบรรลุมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 3 ข้อดังนี้

  • ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย และมีสุขนิสัยที่ดี
  • กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน
  • มีสุขภาพดีและมีความสุข
กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการเลือกซื้อผักและผลไม้เป็นประสบการณ์ที่เด็กควรได้รับซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมด้านสุขอนามัย เนื่องจาก สุขอนามัยในระดับปฐมวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง พัฒนาการทางด้านร่างกายนั้น นอกเหนือจากการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อแล้ว สุขภาพอนามัยเป็นสิ่งส่งเสริมร่างกายโดยรวมให้เจริญเติบโต แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมสุขอนามัยเป็นเรื่องของการสร้างนิสัยให้แก่เด็กที่ครอบคลุมถึงเรื่องโภชนาการ สุขนิสัย และความปลอดภัย ในการส่งเสริมสุขอนามัย ครูควรมีความรู้เรื่องโภชนาการ สุขนิสัย และความปลอดภัย ตลอดจนวิธีการส่งเสริมให้เด็กประพฤติ ปฏิบัติจนกลายเป็นนิสัย ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมด้านสุขอนามัยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กมีนิสัยในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ตนเองและผู้อื่น ส่งเสริมให้เด็กมีสุขอนามัยที่ดี มีสุขนิสัยด้านการขับถ่าย การดูและความสะอาดร่างกาย การพักผ่อนและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ตลอดจนการส่งเสริมนิสัยในการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ

การสอนลูกเลือกซื้อผักและผลไม้มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การจัดประสบการณ์ให้เด็กเรียนรู้วิธีการเลือกซื้อผักและผลไม้นอกจากจะเป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งตอบสนองต่อมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรกรศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2546 แล้วการเลือกซื้อผักและผลไม้ยังเป็นการส่งเสริมเด็กดังนี้

  • ช่วยให้เด็กได้ปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ข้อที่ 4 กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตรายและหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด ซึ่งสุขบัญญัติ 10 ประการ เป็นข้อกำหนดที่เด็ก เยาวชนและบุคคลทั่วไปควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย เพราะผู้ที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้จะเป็นคนที่มีสุขภาพดี ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพแข็งแรงมีสมรรถภาพในการเรียน การทำงาน ช่วยให้มีภูมิต้านทานโรค ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ด้วย
  • ส่งเสริมให้เด็กมีสุขอนามัยที่ดี สร้างเสริมนิสัยในการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพราะในแต่ละวันเด็กควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งนอกจากสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันแล้ว ผักและผลไม้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารประเภทวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายและช่วยให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายทำงานเป็นปกติ
  • เด็กจะได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เนื่องจากผักและผลไม้ต่างๆเป็นแหล่งของสารแอนติออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี วิตามินอี และสารเบต้าแคโรทีน และสารพฤษเคมีอื่นๆ ที่มีฤทธิ์เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีผลในการป้องกันโรคสมองเสื่อม ต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ซึ่งองค์การอนามัยโลก ( WHO) ได้แนะนำอาหารที่ช่วยป้องกันโรคจะต้องมีผักผลไม้อย่างน้อยวันละ 400กรัมขึ้นไป การกินอาหารที่ประกอบด้วยผักผลไม้มากกว่าครึ่งของปริมาณอาหารที่กิน หรือประมาณ 500 กรัมต่อวัน และลดอาหารประเภทมันสัตว์ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ถึง 20 – 30 เปอร์เซ็นต์
  • ทำให้เด็กได้รับใยอาหาร ซึ่งมีผลต่อการควบคุมระบบการย่อยและการขับถ่าย ผักและผลไม้เป็นแหล่งของเส้นใยอาหารที่ดีที่สุด ใยอาหารก็คือกากของพืช เป็นส่วนที่ระบบย่อยของร่างกายไม่สามารถย่อยได้ และไม่ให้พลังงาน ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคอ้วนและโรคมะเร็งบางชนิด ใยอาหารชนิดละลายน้ำช่วยชะลอการดูดซึมของน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ
  • ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้โดยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การจัดประสบการณ์การเลือกซื้อผักและผลไม้เด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัสในด้านต่างๆ เช่น การสังเกตด้วยสายตา การสัมผัสเปลือกหรือผิวของผักผลไม้ การดมกลิ่นหรือการชิมรสเพื่อที่จะตัดสินใจในการเลือกซื้อผักหรือผลไม้
  • ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้แก่ทักษะการสังเกต การจำแนกประเภท ทักษะการคำนวณ ทักษะการจัดกระทำและการสื่อสารข้อมูล และทักษะการลงความเห็น เนื่องจากการจัดประสบการณ์เรื่องการเลือกซื้อผักและผลไม้จะมีกิจกรรมการเลือกซื้อผักและผลไม้จากการสังเกตสี ขนาด รูปร่าง ความอ่อนแก่ ความสด ไม่ช้ำ การเลือกซื้อผักที่เป็นหัวเด็กต้องรู้จักเลือกซื้อที่มีนำหนักและแน่น ไม่เปราะบาง ดังนั้น จึงต้องใช้ทักษะการคำนวณด้วยการลองหยิบมาและชั่งด้วยมือ หรือการกะประมาณ การเลือกซื้อผักและผลไม้ เด็กจะต้องสังเกตสินค้าหลายๆ ร้านแล้วต้องตัดสินใจเพื่อเลือกซื้อสินค้าที่ดีมีคุณภาพที่สุด ซึ่งการใช้วิธีการสังเกต พิจารณาแล้วมาลงความเห็นเพื่อเลือกซื้อเป็นทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล นอกจากนี้ในการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้สังเกต ทดลอง การวัด แล้วนำมาสรุปเพื่อนำเสนอให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยการวาดภาพผักและผลไม้ว่าแต่ละชนิดมีกี่ผลกี่ลูกเป็นเรื่องของทักษะการจัดกระทำและการสื่อความหมายข้อมูล ซึ่งการจัดประสบการณ์เรื่องการเลือกซื้อผักและผลไม้ที่โรงเรียนเด็กมีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

ครูจัดกิจกรรมการเลือกซื้อผักและผลไม้ให้กับเด็กที่โรงเรียนอย่างไร?

การเลือกซื้อผักและผลไม้เป็นการนำสาระการเรียนรู้นี้มาจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการแบบหน่วยการเรียนเป็นรายสัปดาห์ และสามารถนำมาจัดไว้ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ซึ่งการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์เป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดในสิ่งที่เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติกิจกรรมด้วยการทดลอง สืบค้นข้อมูล การมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการใช้ภาษา ผ่านการจัดกิจกรรมด้วยวิธีการสนทนา อภิปราย การสาธิต การทดลอง การศึกษานอกสถานที่ เล่านิทาน แสดงบทบาทสมมติ ตัวอย่างการจัดกิจกรรมเรื่องการเลือกซื้อผักและผลไม้ที่ครูจัดให้เด็กมีดังนี้

  • ร้องเพลงผักพร้อมทำท่าทางประกอบ ท่องคำคล้องจองผลไม้ สนทนาเกี่ยวกับผัก ผลไม้ที่มีอยู่ในเนื้อเพลง หรือคำคล้องจอง
  • ให้เด็กอาสาสมัครออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับไปซื้อผัก ผลไม้ในตลาด
  • สัมผัสแล้วทายชื่อของผัก ผลไม้ ลักษณะผิว สี ขนาด รูปร่าง ประโยชน์
  • ครูแนะนำเด็กเรื่องวิธีการเลือกซื้อผักผลไม้และข้อสังเกตในการเลือกซื้อผักผลไม้ เช่น การเลือกซื้อผักที่สด สะอาด โดยสังเกตจากสี และพิจารณาในเรื่องราคา และเลือกผักผลไม้ที่ปลอดสารพิษหรือสารเคมี เช่น ถ้าซื้อผักกวางตุ้งอาจสังเกตว่าที่ใบมีรอยหนอนหรือแมลงเจาะบ้าง แสดงว่าคนปลูกไม่ได้ใช้สารเคมี สามารถซื้อได้ เป็นต้น นอกจากนี้การเลือกซื้อผัก ผลไม้ ควรเลือกผัก ผลไม้ที่มีตามฤดูกาลจะทำให้ซื้อได้ในราคาถูก เป็นต้น
  • เล่นบทบาทสมมติการซื้อขายผัก ผลไม้ในตลาด โดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะแสดงเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าทำหน้าที่จัดผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้ซื้อมาซื้อ รวมถึงการแสดงบทบาทอื่นๆ ของผู้ค้า เช่น การพูดคุยกับลูกค้าหรือการประกาศโฆษณาสินค้า และการบอกราคาผัก ผลไม้แต่ละชนิด และทำความตกลงกับเด็กกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ซื้อว่าจะซื้อผัก ผลไม้อะไรบ้าง และจะเลือกซื้อผัก ผลไม้ที่มีลักษณะอย่างไร เด็กแต่ละกลุ่มจะวางแผนการแสดงบทบาทสมมติการซื้อขายผักในตลาด มีการจัดร้าน ทำป้ายแสดงราคาสินค้า
  • จากนั้นจะสนทนาถึงการซื้อผักผลไม้ชนิดใดบ้าง ราคาเท่าไร ผักชนิดใดราคาแพงที่สุด หรือถูกที่สุด เด็กจะซื้อผักไปประกอบอาหารชนิดใด ผักที่ซื้อมีลักษณะอย่างไร
  • จำแนกประเภทผักตามเกณฑ์ที่เด็กเลือก โดยให้เด็กนำผัก ผลไม้มาวางในตะกร้าตามประเภท เช่น ผักที่กินใบ ผักกินหัว ผักที่กินลำต้น ผักที่กินดอก ฯลฯ จำแนกประเภทผลไม้ เช่น ผลไม้ที่มีสีแดง สีเขียว สีเหลือง สีส้ม ผลไม้ที่มีรสหวาน รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เป็นต้น
  • ให้เด็กจัดกระทำและสื่อสารข้อมูลที่เรียนรู้ลงในกระดาษด้วยการวาดภาพหรือขีดเขียนตามความต้องการของ

เด็ก อาจเป็นการบันทึกสถิติผักแต่ละชนิดว่ามีจำนวนเท่าใด ผัก ผลไม้ชนิดใดมีจำนวนมากที่สุดหรือน้อยที่สุด เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมการเลือกซื้อผักและผลไม้ให้ลูกที่บ้านได้อย่างไร?

การจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อผักและผลไม้โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองควรคำนึงถึงหลักการดังนี้

  • ให้เด็กเรียนรู้วิธีการเลือกซื้อผักและผลไม้จากสถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน
  • เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมและตัดสินใจในการเลือกซื้อผักและผลไม้
  • สอนให้เด็กรู้จักค่าของเงินและการใช้เงินตามความสามารถและวัยของเด็ก
  • บูรณาการการเรียนรู้ทักษะหรือประสบการณ์สำคัญในกิจกรรมการเลือกซื้อผักและผลไม้ เช่น ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น
  • ให้เด็กได้มีโอกาสในการเลือกและตัดสินด้วยการใช้เหตุผลในการเลือกซื้อผักและผลไม้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การเรียนรู้เรื่องการเลือกซื้อผักและผลไม้ เป็นสาระการเรียนรู้ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประสบการณ์สำคัญให้กับเด็กปฐมวัยนอกจากนี้ยังส่งเสริมเด็กในเรื่องสุขอนามัย อาหารและโภชนาการ การมีสุขนิสัยที่ดี ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของการพัฒนาเด็กทางด้านร่างกายตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ครูปฐมวัยจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์การเรียนรู้ตามสภาพจริงให้มากที่สุดและจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งภายในและนอกห้องเรียน

บรรณานุกรม

  1. กระทรวงสาธารณสุข, กรมการแพทย์.(2544). เอกสารเผยแพร่ “การกินผักผลไม้ ลดอาหารไขมัน ป้องกันโรคมะเร็ง”.นนทบุรี : ม.ป.ท.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน,สำนักงาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. Morrison,George S. (1991). Early Childhood Education Today. New York : Macmillan Publishing Company.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน