หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์ (Teaching children about animal labor)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์

การสอนลูกเรื่องแรงงานสัตว์(Teaching children about animal labor) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยว กับแรงที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อของสัตว์ เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ หยุด และเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างวัตถุบางอย่างได้ ซึ่งเป็นได้ทั้งแรงดึงคือแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่เข้าหาตัวเรา และแรงผลักคือแรงที่ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ออกจากตัวเรา ทั้งนี้ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงหลายประเภทมีร่างกายใหญ่โตและแข็งแรง มีพลังงานที่สามารถทำงานได้อย่างดี เมื่อคน เราสังเกตและทดลองนำมาเลี้ยงและฝึกหัดให้ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ เช่น ลากของ บรรทุกของ หรือบรรทุกคนให้เคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆแทนแรงงานของคนที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นเอง แรงงานสัตว์จึงเป็นพลังงานที่น่าสนใจให้เด็กได้เรียนรู้ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงที่ใช้แรงงานจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก และเป็นพลังงานที่ไม่ทำให้มลภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นอันตราย เช่นคนใช้ ช้าง ม้า วัว ควาย อูฐ ลา ฬ่อ เป็นพาหนะ ซึ่งสัตว์เหล่านั้นเพียงแต่กินอาหาร ส่วนใหญ่คือหญ้ากับน้ำเท่านั้น ก็จะเป็นเกิดเป็นพลังงานที่ร่างกายสามารถทำงานได้ คือบรรทุกคนและสิ่งของ โดยไม่มีควันเสียที่เกิดจากการเผาผลาญของเชื้อเพลิงปล่อยออกมาทำลายให้สิ่งแวดล้อมให้เกิดความเสียหาย การจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องแรงงานสัตว์ให้แก่เด็กปฐมวัยจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้จักคุณค่าของสัตว์ที่ใช้แรงงานในแง่ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกเหนือจากข้อความรู้เชิงวิทยาศาสตร์เรื่องแรงงานสัตว์ที่เป็นพลังงานอย่างหนึ่งแล้วด้วย

การสอนเรื่องแรงงานสัตว์สำคัญอย่างไร?

แรงงานสัตว์เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่คนเราได้ทดลองจากการที่นำสัตว์มาเลี้ยงเพื่อใช้งานให้เป็นประโยชน์แก่คน เช่น ใช้ม้า ช้าง วัว ควาย อูฐ ลา ฬ่อ บรรทุกสิ่งของ หรือลากเกวียน ใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว เป็นต้น เรื่องของแรงงานสัตว์เป็นเนื้อหาหนึ่งที่ครูสามารถแตกย่อยออกมาจากเรื่องพลังงานใกล้ตัว ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การ ศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูปฐมวัยสามารถนำเรื่องแรงงานสัตว์ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่เด็ก เพื่อนำเด็กไปสู่เป้า หมายของการพัฒนาคือ ให้เด็กแสดงความตระหนักรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าใจและดูแลรักษาธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กสามารถสืบเสาะหาความรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายและง่ายๆเหมาะสมตามวัย เช่น การสังเกต การตั้งคำถาม การวางแผน การสำรวจ การตรวจสอบ และการสื่อสารในสิ่งที่ค้นพบ ตลอดจนให้เด็กมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมและค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้นสาระวิทยาศาสตร์เรื่องพลังงาน จึงปรากฏในกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี ได้กำหนด สาระการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย คือสาระที่ 5 : พลังงาน มาตรฐาน ว 5.1 : เข้าใจความสัม พันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ โดยกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย คือ 11. สำรวจการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันและสื่อสารผลการสำรวจด้วยวิธีการที่เหมาะสม และกำหนดตัวชี้วัด 10. สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัวและบอกการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

การที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาปฐมวัยได้ร่วมกันกำหนดเรื่องพลังงานใกล้ตัว ไว้ในสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3-5 ปี แล้วนั้น สถานศึกษาสามารถคิดและกำหนดเรื่องที่เด็กควรรู้เกี่ยวกับพลังงานใกล้ตัวให้เด็กเรียน เช่น เรื่องแรงงานสัตว์และนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กได้ฝึกกระบวนการแสวงหาความ รู้ที่เน้นการปฏิบัติด้วยตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กตามหลักสูตรการศึก ษาปฐมวัยต้องการได้

การสอนเรื่องแรงงานสัตว์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องแรงงานสัตว์มีประโยชน์ต่อเด็ก ดังนี้

  • เด็กจะได้เรียนรู้ข้อความรู้เกี่ยวกับแรงงานสัตว์ที่คนเรานำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน แม้ในปัจจุบันจะมีเครื่องผ่อนแรงที่มนุษย์สร้างสรรค์เทคโนโลยีมาใช้อย่างมากมายแล้วก็ตาม ในโลกนี้ยังมีสัตว์อยู่และมนุษย์ยังมีความสัม พันธ์เกี่ยวข้องพึ่งพาแรงงานสัตว์อยู่ เป็นข้อเท็จจริงที่เมื่อเด็กได้รู้แล้วจะเกิดเป็นความรู้เบื้องต้น
  • ในขณะที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแรงงานสัตว์นั้น สาระเนื้อหาเป็นเพียงนำไปสู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมความ คิดให้เด็ก แด็กจะเป็นผู้มีความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆโดยใช้ วิธีการวิทยาศาสตร์ที่ครูจัดฝึกให้แก่เด็ก เด็กจะได้รับการฝึกคิดอย่างมีเหตุผล ให้รู้จักหาคำตอบ รู้จักการค้นคว้า ทดลอง นำไปสู่การแก้ปัญหา
  • เด็กจะเป็นผู้รู้จักการสังเกต รู้จักการถาม รู้จักการคาดคะเน รู้จักการทดลองและการนำเสนอผลการสืบค้นด้วยวิธี การที่หลากหลาย ทั้งนี้เกิดจากนำสาระวิทยาศาสตร์เรื่องแรงงานสัตว์ไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กคิดแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบขั้นตอน
  • เด็กจะเป็นผู้ที่ได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพที่เหมาะสมให้เป็นผู้ที่มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ เนื่องจากการสนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่ใกล้ตัวและมีความหมายต่อชีวิต ตลอดจนสอดคล้องกับธรรมชาติตามวัยของเด็กปฐมวัย จึงทำให้เด็กรู้ สึกสนุกที่จะเรียนรู้

การที่เด็กเป็นผู้มีความคิด ช่างสังเกต ช่างซักถาม รู้จักสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว และนำไปสู่การทดลองปฏิบัติด้วยตัวเองได้นั้น เป็นคุณลักษณะที่ดีของคนเรา ดังนั้นการจัดสาระเนื้อหาเรื่องแรงงานสัตว์ให้เด็กเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จะสามารถสร้างคุณลักษณะที่ดีให้แก่เด็กได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อเด็กอย่างยิ่ง

ครูสอนเรื่องแรงงานสัตว์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

สัตว์ที่คนเรานำมาเลี้ยงจะให้ประโยชน์หลากหลายแตกต่างไปตามธรรมชาติของสัตว์ สำหรับสัตว์สี่เท้าและเป็นสัตว์ใหญ่ ร่างกายแข็งแรง จะมีแรงมาก คนเราจะนำมาใช้เป็นพาหนะเพื่อบรรทุกคนและสิ่งของต่างๆ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแรงงานสัตว์จะเป็นสาระที่ให้ข้อความรู้เกี่ยวกับพลังงานใกล้ตัวที่คนเราสังเกตสัตว์และนำมาใช้งาน ครูจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยให้เด็กสนใจธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้น แต่ก็อาจบูรณาการเนื้อหาให้แก่เด็กได้ทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรมที่คน เราเลี้ยงสัตว์แม้จะใช้แรงงานสัตว์ แต่ต้องมีความรักความเมตตาดูแลสัตว์ให้มีความสุขเช่นกัน เพราะคนเราและสัตว์ต่างพึงพาอาศัยกันและกัน ดังนั้น ในที่นี้จะเสนอตัวอย่างการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยที่ควรเรียนรู้จากเรื่องแรงงานสัตว์ ดังนี้

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ครูหาภาพสัตว์ที่ใช้แรงงาน เช่น วัว ควาย ช้าง ม้า อูฐ ฯลฯ มาให้เด็กๆตัดรอบรูป แล้วทากาวปะติดลงกระดาษแข็ง นำไปจัดประกอบกับภาพอื่นๆ เช่น เกวียน ท่อนไม้ซุง สิ่งของและคน อาจจะให้เด็กจัดที่ป้ายนิเทศหน้าห้องเรียนร่วมกับครูและผู้ปกครอง กิจกรรมนี้จะทำหลังจากเด็กเรียนจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์ที่จัดให้ได้เห็นสัตว์เหล่านี้ทำงาน ใช้แรงงาน ส่วนภาพสัตว์เหล่านี้หาได้ไม่ยาก แหล่งที่จะได้ภาพ เช่น กรมป่าไม้จะมีสิ่งตีพิมพ์ภาพสัตว์เผย แพร่อยู่แล้ว แต่หากเด็กพอใจที่จะวาดภาพเองหรือปั้นแป้ง ปั้นดิน ก็เป็นเรื่องที่สนับสนุนได้
  • กิจกรรมเสรี ครูหาหุ่นสัตว์ที่ใช้แรงงานมาให้เด็กได้เชิดเล่านิทานที่ศูนย์การเรียนรู้หุ่นและที่ศูนย์หนังสือ ครูจัดหนัง สือนิทานหรือหนังสือสารคดีสำหรับเด็กเรื่องสัตว์ที่ใช้แรงงานให้เด็กได้อ่าน แล้วสนับสนุนให้เด็กแสดงละคร เพราะวัยของเด็กปฐมวัยชอบเรื่องจินตนาการ เด็กๆจึงชอบการแสดงละคร ส่วนครูควรช่วยจัดเวทีให้เด็กได้แสดงเรื่องสัตว์ที่ใช้แรงงานจากนิทานที่เขาอ่านหรือฟังมา ครูจะให้เด็กทุกคนได้แสดง เด็กอาจจะแสดงกิริยาท่าทางของสัตว์เอง เช่น ช้างลากซุง ม้าควบ วัวลากเกวียน ฯ โดยครูไม่ต้องกำกับเขา ที่ศูนย์ไม้บล็อกจัดบล็อกไม้หรือบล็อกพลาสติกไว้ให้เด็กได้ต่อบล็อกเป็นสัตว์ที่ใช้แรงงาน
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ แม้การที่จะนำเด็กไปดูสัตว์ใช้แรงทำงานเป็นการเสริมประสบการณ์ตรงให้แก่เด็ก แต่ไม่ ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนักสำหรับครูที่ต้องดูแลเด็กปฐมวัยจำนวนมากๆ และการไปดูสัตว์ขณะทำงานใช้แรงกายเคลื่อนของเป็นเรื่องที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ดังนั้น การจัดกิจกรรมให้เด็กได้ดูผ่านหุ่นจำลอง ภาพประกอบการศึกษา ดูจากเทปบันทึกภาพยังเป็นประโยชน์และเหมาะสมกว่า สิ่งสำคัญคือ ครูจะให้เด็กมีโอกาสสืบค้น สำรวจ และนำเสนอสิ่งที่ค้นพบเป็นการเรียนรู้ด้วยกระบวนการแสวงหาความรู้ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการจัดกิจกรรมส่งเสริมความคิดให้แก่เด็ก โดยมีคำถามกระตุ้นความ คิดเด็ก เช่น
    • สัตว์เหล่านี้ทำอะไร (ลากซุง/ท่อนไม้ ลากเกวียน ดันไม้ บรรทุกของ ให้คนขี่)
    • มันทำอย่างนั้นได้อย่างไร (เดินไปข้างหน้า มีงวงยาวๆที่แข็งแรงจึงม้วนและยกของขึ้นได้ มันมีหลังที่หนาๆ มีกระดูกแข็งแรง มีขาที่ใหญ่ ฯลฯ)
    • ทำไมเราต้องใช้สัตว์เหล่านี้ทำงาน (ระบุชื่อ ช้าง ม้า อูฐ ฯลฯ ทำงาน) (เพราะมันแข็งแรง รูปร่างใหญ่ มันทำงานได้นานๆไม่เหนื่อย เราเลี้ยงมันนานมันก็ไม่ดุร้าย และเชื่อฟังคนเลี้ยง)
    • สัตว์เหล่านี้มีรูปร่างลักษณะอย่างไร (มีสี่ขา มีกล้ามเนื้อแข็ง ตัวสูง)
    • ทำไมเราต้องเลี้ยงมัน (ให้มันอยู่ใกล้ๆคนเรา ให้มันมีอาหารกิน ให้มันปลอดภัยจากสัตว์ดุร้ายอื่นๆ)
    • มันมีประโยชน์อย่างไร (มันทำงานแทนคนเรา เราไม่ต้องใช้เครื่องยนต์และเชื้อเพลิง)
    • เราเห็นสัตว์ (ระบุชื่อ อูฐ ลิง วัว ควายฯลฯ) ที่ไหนบ้าง (ที่ท้องทุ่งนา ที่ปางช้าง ที่สวนมะพร้าว ที่ทะ เลทราย)
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เด็กๆควรได้ออกกำลังกาย ในเรื่องแรงงานสัตว์สามารถนำมาเล่นเลียนแบบท่าทางของสัตว์ เช่น เล่นเกมช้างลากซุง สมมติตนเองเป็นช้างแล้วลากเพื่อน (เกาะตัว) ที่สมมติเป็นซุง เดินตามเส้นตรงไปยังที่กำหนดไว้ แข่งขันกันว่าใครเดินไปถึงจุดหมายโดยไม่หกล้ม นับว่าเก่งทุกคน เป็นเกมที่เล่นได้ทุกคน และเป็นเชื่อมโยงความรู้จากกิจกรรมเสริมประสบการณ์มาใช้ย้ำซ้ำทวนเด็กผ่านการเล่น
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูทำหัวหุ่นสัตว์ที่ใช้แรงงานสวมให้เด็กๆ แล้วครูเคาะจังหวะให้เด็กเคลื่อนไหวตามจินตนาการของตนเอง ทำท่าทางสัตว์ใช้แรงทำงาน เช่น ช้างลากซุง วัวควายไถนา ลิงเก็บมะพร้าวฯ
  • กิจกรรมเกมการศึกษา ให้เด็กๆเล่นเกมเรียงลำดับรูปร่างตามขนาดของสัตว์ใช้แรงงาน เล่นเกมจับคู่ ได้แก่จับคู่สัตว์ที่ใช้แรงงานที่มีรูปร่างที่เหมือนกัน จับคู่ภาพกับเงาของสัตว์ที่ใช้แรงงาน จับคู่ภาพที่ซ่อนอยู่ในภาพหลัก จับคู่สิ่งที่มีความสัม พันธ์กัน สิ่งที่ใช้คู่กัน (ม้ากับรถม้า วัวควายกับเกวียน วัวควายกับคันไถ) จับคู่ภาพส่วนเต็มกับส่วนย่อย จับคู่ภาพกับโครงร่าง จับคู่ภาพกับชิ้นส่วนที่หายไป จับคู่ภาพที่เป็นประเภทเดียวกัน เกมจับคู่จำนวนสัตว์ที่ใช้แรงงานกับบัตรตัวเลข เกมต่อโดมิโน เกมต่อภาพ (jigsaw ) สัตว์ใช้แรงงานทำงาน เช่น ภาพคนขี่ช้าง คนขี่ม้า ควายไถนา เป็นต้น

กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแรงงานสัตว์ จะช่วยส่งเสริมข้อความรู้ที่สัมพันธ์กับเรื่องสัตว์เลี้ยงใช้งาน เด็กจะรู้จักประ เภทสัตว์ ประโยชน์ของสัตว์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อยู่และการใช้แรงงานสัตว์อยู่ในท้องถิ่นนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยในเรื่องแรงงานสัตว์ไม่จำเป็นต้องให้เนื้อหามากมาย เพราะควรเน้นกระบวนการคิดแก้ปัญหาให้เด็กมากกว่า แต่เด็กจะได้เนื้อหาและข้อความรู้ที่กล่าวมาจากการสืบค้นในหนังสือนิ ทาน ข่าวสาร การบอกเล่า เช่น นิทานเรื่องโคนันทวิสาล เป็นเรื่องของโคที่ชื่อนันทวิสาล มีนิสัยชอบให้พราหมณ์คนเลี้ยงพูดจาไพเราะจึงจะช่วยบรรทุกของให้ นิทานอีสป เป็นเรื่องพ่อค้าเกลือกับลา เด็กจะได้รู้เรื่องคนเราใช้ลาบรรทุกสิ่งของ ( เกลือ) เด็กได้ดูภาพยนตร์การ์ตูนเกี่ยวกับสัตว์ใช้แรงงาน เช่น เรื่องก้านกล้วย ก้านกล้วยเป็นชื่อช้างน้อยเก่งตัวหนึ่ง ช่วยทำ งานลากซุงและคนใช้ช้างก้านกล้วยออกศึกสงคราม เป็นต้น สำหรับข่าวสารทางวิทยุและโทรทัศน์มักเสนอข่าวเรื่องการใช้แรงงานสัตว์ เช่น เรื่องช้างทำงานและได้รับอันตรายตกเขา หรือเมื่อช้างเดินทางเข้าเมืองมาจะโดนรถชนบ้าง สื่อและกิจ กรรมดังกล่าวมานั้นครูสามารถจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กได้

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องแรงงานสัตว์ให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

  • ให้ลูกดูและอ่านหนังสือที่มีภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานของสัตว์ เช่น เรื่องของช้าง ม้า วัว ควาย สุนัข ลา ฬ่อ อูฐ บรรทุกคนและสิ่งของ บางครั้งก็ลากเกวียนที่บรรทุกคนและสิ่งของไปในระยะทางไกลๆ ส่วนลิงสามารถปีนต้นมะ พร้าวต้นตาลสูงๆไปปลิดผลลงมา ลิงทำงานให้คนใช้แรงงานในร่างกายทำให้ผลไม้ร่วงหล่นลงมาได้
  • ให้ลูกได้ดูหนังสารคดีจากแผ่นซีดีหรือโทรทัศน์หรือการ์ตูนสำหรับเด็กที่มีเรื่องราวการใช้แรงงานจากสัตว์ เช่น วัว ควาย ม้า ลากคันไถ ไถพื้นนา ฯลฯ
  • เมื่อถึงเดือน 6 ประเทศไทยย่างเข้าสู่ฤดูฝน จะมีวันสำคัญที่แสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีหนึ่ง คือ วันพืชมงคลหรือวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีสิริมงคลเพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกร จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหา นคร พิธีนี้จะมีพระโค (วัวตัวผู้สีขาว) มาลากคันไถประกอบในพิธีด้วย หากเด็กอยู่ที่กรุงเทพมหานครจะมีโอกาสเห็นพิธีนี้ด้วยตนเอง จุดเน้นที่พ่อแม่ให้ลูกรู้จักคือ มีโค หรือวัวลากคันไถ แต่หากอยู่ต่างจังหวัดหรือแม้อยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ไม่สะดวกที่ไปดูพิธีการนี้ ก็ดูจากข่าวในโทรทัศน์ก็ได้
  • ในวันที่ 25 เดือนธันวาคมทุกปีจะมีวันสำคัญของศาสนาคริสต์คือวันคริสต์มาส วันนี้เด็กๆจะสนุกสนานกับการเฉลิมฉลองและรอคอยของขวัญจากซานตาคลอส (Santa Claus) ที่จะนำมาให้เด็กๆ ซานตาคลอสจะนั่งรถเทียมกวางไปในที่ต่างๆและนำของขวัญมาใส่ในถุงให้เด็กในยามค่ำคืน ให้พ่อแม่จัดหาภาพซานตาคลอสนั่งรถเทียมกวางมาให้เด็กๆดู และเล่าเรื่องความเป็นมาให้เด็กทราบ และเน้นให้เด็กเห็นการใช้แรงงานของกวางลากจูง นอกจากนี้ในวันสวนสนามของกองทัพไทย วันที่ 18 มกราคมทุกปี จะมีการสวนสนามของทหาร ซึ่งจะมีขบวนทหารขี่ม้าอย่างสง่าสวยงาม หากผู้ปกครองให้เด็กได้เห็นสภาพจริงหรือข่าวจากทรทัศน์ เด็กจะเห็นคนใช้แรงงานสัตว์ทำงานให้เกิดประโยชน์
  • จัดหาภาพสัตว์ที่คนเรานำมาใช้ประโยชน์จากแรงงานของมัน แล้วให้ลูกตัดแล้วติดลงสมุด เก็บเป็นชุดๆ แสดงเรื่อง ราวที่น่าสนใจ เช่น ภาพวัวควายไถนา ลากเกวียน ม้าลากรถ วิ่งแข่ง บรรทุกคนเดินทางไกล ออกศึกต่อสู้กันบนหลังม้า เช่น การต่อสู้ของอัศวินสมัยโบราณ ช้างลากซุง บรรทุกคนและสิ่งของ เป็นต้น
  • ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันที่ราชการประกาศหยุด เช่นวันครอบครัว วันปีใหม่ เป็นโอกาสดีที่ครอบครัวได้ไปพัก ผ่อนด้วยกัน พ่อแม่จัดโปรแกรมนำลูกไปในที่มีสัตว์ใช้แรงงาน ให้ลูกได้เห็นและได้ใช้แรงงานสัตว์เหล่านั้น (แต่มีผู้ควบคุม ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย) เช่น ที่จังหวัดลำปางจะจัดรถม้าบริการนักท่องเที่ยว พ่อแม่พาลูกนั่งรถม้าชมเมืองลำปาง ไปที่ปางช้างต่างๆที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก แถวจังหวัดกาญจนบุรี ไปดูช้างลากซุง หรือนั่งหลังช้างเดินไปรอบๆบริเวณที่จัดแสดง ที่ฟาร์มเลี้ยงม้าบางแห่งจัดบริการให้คนขี่ม้าอย่างสนุกสนานและปลอดภัย เช่น ฟาร์มโชคชัย ที่อำเภอเขาช่อง จังหวัดนครราชสีมา ไปดูลิงเก็บมะพร้าวที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่นี่มีศูนย์ฝึกลิงเก็บมะพร้าวด้วย ไปที่ตลาดบางแห่งจะจัดแบบสวนสนุกและมีที่พักผ่อน บางแห่งจะมีช้างมีม้าที่เลี้ยงจนเชื่องยอมให้นักท่องเที่ยวได้ชมหรือใช้ขี่เล่น เช่น ที่ตลาดขวัญ - เรียม เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จัดม้าแคระบริการให้เด็กขี่เดินรอบๆตลาด หรือไปในท้องถิ่นชนบทที่ยังใช้แรงงานจากสัตว์ เช่น ใช้วัวควายไถนา
  • ปัจจุบันการสอนขี่ม้าเป็นที่นิยมฝึกบุตรหลานให้เป็นคนมีบุคลิกภาพดี จิตใจรักสัตว์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ผู้ปกครองที่สนใจนำลูกตั้งแต่ปฐมวัยไปเรียนการขี่ม้าที่มีครูฝึกให้ เด็กจะได้ประสบการณ์ตรงอีกแบบหนึ่งที่เห็นแรงงานสัตว์ที่มนุษย์นำมาใช้
    ครอบครัวเด็กบางครอบครัวเท่านั้นที่เลี้ยงสัตว์ที่ใช้แรงงานไว้ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคที่พ่อแม่จะจัดกิจกรรมให้เด็กมีประสบการณ์เรื่องแรงงานของสัตว์เลี้ยงได้โดยอาศัยสภาพสิ่งแวดล้อมและการจัดการให้เด็กมีโอกาสสังเกตและสำรวจดังที่กล่าวมาข้างต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมเรื่องแรงงานสัตว์ที่มักจะเป็นสัตว์สี่เท้า ตัวใหญ่ มีแรงมาก ประเด็นที่ต้องระมัดระวังไม่สมควรให้เด็กปฏิบัติทดลอง เพราะไม่เหมาะสมทั้งด้านอุบัติเหตุ ดังนี้

  • สัตว์บางชนิดคนเรานำมาใช้แรงงานและมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ม้าแข่ง วัวชน ไม่สมควรนำมาจัดเป็นบทเรียนสำหรับเด็ก
  • ไม่ควรจัดการทดลองให้เด็กขี่สัตว์ ลากสัตว์ นำของไปบรรทุกบนหลังสัตว์ ฯ เพราะแม้แต่ครูก็ยังไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ที่เราไม่ได้เลี้ยงเอง สัตว์จะไม่สนิทและเชื่องด้วย นอกจากคนเลี้ยงหรือผู้ฝึกเท่านั้นที่จะบังคับสัตว์ได้
  • ไม่ควรนำสัตว์ใหญ่ที่ใช้แรงงานไปเป็นสื่อเรียนรู้ในโรงเรียน เพราะจะเป็นภาระเลี้ยงดูและเกิดอันตรายได้ เช่น ช้างยามตกมัน วัวควายมีเขาแหลมคม ม้าจะมีนิสัยโมโหและเตะเด็กได้ง่ายๆ แม้จะดูเชื่องๆก็ตาม หากเขาตื่นตกใจคนมามุงดูใกล้ ก็อาจจะเตลิดออกมาวิ่งชนและเหยียบเด็ก ลิงมีนิสัยไม่อยู่นิ่ง แม้จะมีเชือกล่ามไว้ก็ตาม ไม่ควรไปดูใกล้ๆ

บรรณานุกรม

  1. พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ. hilight.kapook.com/view/23040. [ค้นคว้าเมื่อ 13 มีนาคม 2557].
  2. ฟาร์มโชคชัย .www.kaoyai.info/hotel/farm-chokchai/ [ค้นคว้าเมื่อ 13 มีนาคม 2557 ].
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง . ( 2544) .คู่มือครูสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน ชั้นประถมปีที่ 1 ตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน .กรุงเทพมหานคร : กระทรวงศึกษาธิการ.
  4. ศูนย์ลิงสมุย . www.samuimonkeytheater.com/samuimonkeytheater/hna_ [ค้นคว้าเมื่อ 13 มีนาคม 2557].
  5. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง www.lampang.go.th/travel/weblp/page/page10.html . [ค้นคว้าเมื่อ 13 มีนาคม 2557].
  6. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  7. สัตว์ใช้งาน . mis.agri.cmu.ac.th/download/.../lec_356100_working%20animals.pdf. [ค้นคว้าเมื่อ 12 มีนาคม 2557].
  8. สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ. (2547). 21 วิธีการจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนากระบวนการคิด.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ภาพพิมพ์.
  9. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  10. Abruscato,j. ( 2004) . Teaching Children Science : A Discovery Approach . U.S.A. : Pearson Education

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน