หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็ก (Teaching Children about Magnetic Force)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็ก

การสอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็ก (Teaching Children about Magnetic Force) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ เกี่ยวกับวัตถุ ที่สามารถดูดเหล็กหรือวัตถุประเภทโลหะเข้าหาตัวเองได้เพราะมีแรง แต่คนเราไม่เห็นแรงที่ดูดนั้น ซึ่งแรงธรรมชาติที่เกิดจากแท่งแม่เหล็ก สามารถดูดวัตถุที่มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็ก เช่น วัตถุจำพวกโลหะ เหล็ก นิกเกิล และไม่ดูดวัตถุที่คุณสมบัติตรงข้ามกับแม่เหล็ก เช่น ไม้ แก้ว พลาสติก

การจัดกิจกรรรมการเรียนรู้เรื่องแรงแม่เหล็กให้แก่เด็กปฐมวัย จะเป็นเรื่องที่ท้าทายให้เด็กสนใจติดตามผลการทด ลอง และนำความรู้ไปสร้างสรรค์ของเล่นของใช้อย่างแน่นอน ถึงแม้เด็กจะไม่สามารถเห็นแรงแม่เหล็กได้ด้วยตาตนเอง เพราะแรงแม่เหล็กเป็นแรงธรรมชาติชนิดหนึ่ง มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เด็กจะรับรู้ได้จากผลการกระทำของแม่เหล็กที่สามารถดึงดูดวัตถุที่มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็กเข้าไปหาแม่เหล็ก ดังนั้น เรื่องแรงแม่เหล็ก จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับเด็กปฐม วัย ชวนให้เด็กตื่นเต้นและเร้าใจของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของเด็กปฐม วัย ประกอบกับคนเราได้ใช้แรงแม่เหล็กสร้างสรรค์เครื่องเล่นเครื่องใช้อย่างมากมาย จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็กที่หลักสูตรการ ศึกษาปฐมวัยได้กำหนดให้เด็กเรียนรู้ จากสาระการเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆรอบตัวเด็กและธรรมชาติรอบตัว

การสอนเรื่องแรงแม่เหล็กสำคัญอย่างไร?

กรอบมาตรฐานการเรียนรู้ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3-5 ปี ได้กำ หนดสาระการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยไว้คือ สาระที่ 4: แรงและการเคลื่อนที่ มาตรฐาน ว 4.1: เข้าใจธรรม ชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง และกล่าวถึงเป้าหมายของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก ครอบคลุมประเด็นสำคัญคือ การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยนั้น เด็กจะเป็นผู้ที่ตระหนักรู้เรื่องเกี่ยวกับธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดความเข้าใจและรักษาธรรมชาติ เกิดจิตวิทยาศาสตร์คือมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมในการใช้วิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ โดยผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เด็กแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง และสนับสนุนให้เด็กเป็นผู้กระทำ รู้จัก คิด ตั้งคำถาม สำรวจ ทดลอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รู้และสามารถใช้สิ่งของที่เป็นเทคโนโลยีอย่างง่ายๆได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ดังนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแรงแม่เหล็กให้แก่เด็กปฐมวัยมีความสำคัญ ที่จะส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้ กล่าวคือ เป็นผู้รู้จักธรรมชาติใกล้ตัว เพื่อนำไปสู่ความ รู้ ความเข้าใจสิ่งต่างๆรอบตัวที่เกิดจากแรงแม่เหล็ก และเด็กปฐมวัยจะได้รับการพัฒนาทางความคิดผ่านการปฏิบัติด้วยตน เองตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

การสอนเรื่องแรงแม่เหล็กมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องแรงแม่เหล็กมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ เด็กจะมีความรู้เกี่ยวกับแรงแม่เหล็กที่เป็นเรื่องธรรมชาติ ความรู้ที่เด็กได้รับผ่านกิจกรรมทดลองง่ายๆหรือเกิดจากการเล่น ที่ส่งเสริมให้เด็กเกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ คือทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก ทักษะการวัด ทักษะการสื่อความหมาย และทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล ทักษะดังกล่าวเป็นทักษะสำคัญที่เด็กจะใช้แสวงหาความรู้ตามกระบวนการวิทยาศาสตร์ คือรู้จักคิดและตั้งคำถาม เพื่อนำไปสู่การหาทางทดลองเพื่อเป็นคำตอบ เป็นการส่งเสริมการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก ซึ่งตามทฤษฎีการพัฒนาการทางสติปัญญาของนักการ ศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ เพียเจต์ (Piaget) ได้ศึกษาการพัฒนาการทางสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็ก กล่าวว่า เด็กจะมีการพัฒนาการตามอายุ และที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย มี 2 ขั้นแรก คือ

  • ช่วงอายุ 0-2 ปี เด็กจะพัฒนาการการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ หู ตา ปาก จมูก ลิ้น และ ผิวสัมผัส (การจับต้อง)
  • อีกช่วงอายุ คือ 2-7 ปี เด็กจะใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทางพฤติกรรมที่สมองสั่งการให้ร่างกายทำปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งที่พบเห็นด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การลองผิดลองถูก ใช้ภาษา (เด็กเริ่มใช้ภาษาได้ดีขึ้น มีคำศัพท์มากขึ้น เรียกชื่อสิ่งต่างๆได้มากขึ้น) มีการพัฒนาความคิด ความจำมากขึ้น รู้จักแยกแยะความเหมือนและความแตกต่าง)

จึงเป็นข้อสังเกตได้ว่าเด็กสามารถเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว จนสามารถเกิดทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวมา และผลจากการที่เด็กได้สัมผัสและกระทำ จะทำให้ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ของเด็กพัฒนา ดังนั้น การเรียนเรื่องแรงแม่เหล็ก เด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัสกระทำผ่านกิจกรรมต่างๆ จะเกิดประโยชน์ให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย

ครูสอนเรื่องแรงแม่เหล็กให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแม่เหล็ก มีเรื่องที่น่าสนใจจากคำถามที่ชวนให้เด็กได้สืบค้นหาคำตอบด้วยกระ บวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความรู้ที่เด็กควรรู้ และเสริมสร้างทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย ครูอาจจะเป็นผู้ถามหรือสร้างสถานการณ์ให้เด็กถาม เพื่อนำไปสู่การจัดกิจกรรม เช่น

  • แม่เหล็กดูดอะไรบ้าง : แม่เหล็กดึงดูดของเป็นบางอย่าง
  • แม่เหล็กชนิดไหนมีแรงดึงดูดมากที่สุด และชนิดไหนอ่อนที่สุด : แม่เหล็กแต่ละชิ้นมีแรงดึงดูดต่างกัน
  • เราทำแม่เหล็กได้อย่างไร : แม่เหล็กชิ้นหนึ่งอาจใช้สร้างแม่เหล็กอีกชิ้นหนึ่งได้
  • ส่วนใดของแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดมากที่สุด : แม่เหล็กมีแรงดึงดูดมากที่สุดที่ขั้วทั้งสอง
  • ปลายทั้งสองข้างของแม่เหล็กทำอย่างไร : ปลายแต่ละข้างของแม่เหล็กจะมีการกระทำต่างกัน ฯลฯ

ครูปฐมวัยจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องแรงแม่เหล็กผ่านกิจกรรมหลักทั้งหก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 โดยกำหนดเป็นหน่วยการเรียนรู้เรื่องแรงแม่เหล็ก ที่พิจารณารายละเอียดของเรื่องให้เหมาะสมกับเด็กตามวัย ดังตัว อย่างต่อไปนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูให้เด็กทดลองและนำเสนอผลการทดลองแรงดูดและแรงผลักของแม่เหล็กผ่านการเล่นและงานประดิษฐ์ เพื่อให้เด็กได้ใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์ และนำของประดิษฐ์ไปเล่น เช่น ครูทำเรือจากก้อนโฟมจำ นวน 6 ลำ สามลำแรกไม่ติดลวดหนีบกระดาษ ส่วนอีกสามลำหลังนำลวดหนีบกระดาษมัดติดกับเรือ แต่ละลำมัดด้วยหนังยาง (อาจใช้สีระบายเรือให้แตกต่างกัน) นำไปใส่ในถาดก้นตื้น เติมน้ำในถาด นำถาดวางบนแท่งไม้ 2 แท่งที่จัดวางระยะห่าง พอเหมาะกับขอบถาด สองด้าน ให้เด็กใช้แท่งแม่เหล็กชูใต้ถาด แล้วสังเกตการเคลื่อนที่ของเรือ กิจกรรมนี้สามารถตอบคำ ถามที่น่าสนใจว่า แม่เหล็กดูดอะไรได้บ้าง
  • กิจกรรมเสรี ครูจัดแม่เหล็ก เข็มทิศ ไว้เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์หรือเครื่องมือวิทยาศาสตร์ให้เด็กได้ทดลองใช้ ที่มุมวิทยาศาสตร์
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กใช้งานประดิษฐ์และสร้างสรรค์ตามหน่วยการสอนนั้น ไปประกอบกับแม่เหล็กเป็นของเล่น เช่น หน่วยปลา ประดิษฐ์ปลาประกอบด้วยแม่เหล็ก ตามลำดับขั้นตอนดังนี้
    • ขั้นที่ 1 แจกภาพโครงร่างปลาให้เด็กคนละ 2-3 ตัว
    • ขั้นที่ 2 ให้เด็กแต่งลวดลายและระบายสีปลาให้เหมือนกัน
    • ขั้นที่ 3 ตัดปลาตามรอบรูป
    • ขั้นที่ 4 ติดลวดหนีบกระดาษที่ตัวปลา
    • ขั้นที่ 5 นำไปเล่นในเกมการศึกษา
  • เกมการศึกษา เด็กนำภาพปลาที่ทำสำเร็จแล้วจากกิจกรรมสร้างสรรค์ มาเล่นเกมจัดกลุ่มปลาที่เหมือนกัน โดยให้เด็กใช้แท่งแม่เหล็กดึงปลาที่เหมือนกันมาไว้กลุ่มเดียวกัน
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมขั้วเหนือขั้วใต้ของแม่เหล็ก โดยให้เด็กจับกันเป็นคู่ๆ สมมติเป็นแท่งแม่เหล็ก เด็กแต่ละคู่สวมมงกุฎที่ศีรษะ คนหนึ่งสวมมงกุฎแถบสีดำเป็นขั้วเหนือ อีกคนสวมมงกุฎแถบสีแดงเป็นขั้วใต้ เมื่อได้ยินสัญญาณเคาะกระดิ่งจากครู ให้เด็กแต่ละคู่วิ่งจับมือไปหาอีกคู่ แล้วจับคู่ใหม่ ให้จับผู้ที่สวมมงกุฎต่างสีกัน (ขั้วแม่เหล็กที่ต่างกันจะดึงดูดเข้าหากัน) ครูจะให้เด็กเล่นเช่นนี้สองสามรอบ เพื่อให้เด็กได้ออกกำลังกาย ขณะเดียวกันได้ทบทวนประสบการณ์ที่เรียนมาจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ครูเปิดเพลงบรรเลงเบาๆให้เด็กได้เคลื่อนไหว เมื่อครูชูภาพแม่เหล็กไปทางใด ให้เด็กขยับอวัยวะของตนเอง แขน ขา นิ้ว มือ ศีรษะ ไหล่ ริมฝีปาก หรืออื่นๆที่เคลื่อนไหวได้ ไปในทิศทางที่ชูแม่เหล็ก

การจัดกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้แก่เด็กได้ เช่น ที่ประตูตู้เย็นมีแม่เหล็กช่วยยึดประตูไว้ ครูจะแนะนำเด็กๆว่า เมื่อปิดเปิดประตูตู้ให้เด็กระมัดระวัง ไม่ผลักปิดแรงๆ จะได้ไม่ทำให้แม่เหล็กสูญเสียพลังแม่เหล็กออกไป หรือ เมื่อมีงานทำความสะอาดบริเวณห้องเรียน หลังจากจัดงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน หรือช่วยครูจัดป้ายประจำสัปดาห์หน้าห้องเรียน อาจจะมีเศษเหล็กจากเข็มเย็บกระดาษหล่นที่พื้นห้อง ครูแจกแท่งแม่เหล็กให้เด็กช่วยเก็บเศษเหล็กเหล่านั้น โดยแม่เหล็กจะทำงานดึงดูดเศษของเข้ามา เด็กก็ได้เห็นประโยชน์ของการใช้แรงแม่เหล็กทำงาน

ช่วงเวลาพักกลางวันหรือก่อนกลับบ้าน เปิดเครื่องเสียงสเตริโอ วิดีโอ วิทยุ เครื่องเล่นเทป ให้เด็กได้เห็นเครื่องเทคโนโลยีเหล่านั้นและได้ยินเสียง ครูบอกเล่าให้เด็กทราบว่า เครื่องเล่นเทปที่ใช้อัดเสียงนั้นเคลือบด้วยผงเหล็ก จึงทำให้มีพลัง (แรง) แม่เหล็ก ส่วนเครื่องเล่นอื่นๆนั้นมีแม่เหล็กเป็นส่วนประกอบอยู่ในเครื่อง การรับรู้ประโยชน์ของแรงแม่เหล็กที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งดีที่เด็กจะเข้าใจว่าเราควรรู้จักแรงแม่เหล็กไปทำไม

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องแรงแม่เหล็กอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่อง แรงแม่เหล็กให้ลูกที่บ้านได้ดังนี้

  • ให้ลูกรู้จักเครื่องใช้ในบ้านหลายชนิดมีแม่เหล็กเป็นส่วนประกอบ เช่น ที่ขอบตู้เย็น จะมีแผ่นยางที่หุ้มแม่เหล็กติดบริเวณขอบประตูตู้เย็น ป้องกันไม่ให้ความเย็นลอดออกจากตู้เย็น ที่ประตูติดแม่เหล็กกันกระแทกไว้
  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ตุ๊กตาติดแม่เหล็ก นำไปติดที่ป้ายกระดาน เมนูอาหารในครัว ป้ายติดกระดาษข้อ ความบันทึกความจำติดที่ตู้เย็น
  • เล่านิทานที่ใช้ตัวละครติดแม่เหล็ก ใช้กับกระดานแม่เหล็ก ให้ลูกมีส่วนเล่าและ เคลื่อนตัวละครไปด้วย โดยที่ผู้เล่าถือแท่งแม่เหล็กหันขั้วแม่เหล็กขั้วต่างกันให้ดูดตัวละครที่ติดแม่เหล็กเล็กๆขนาดกระดุมไว้ด้านหลังตัวละครตัวละครนั้น
  • ชวนลูกไปร้านจำหน่ายเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือร้านเครื่องเขียน เลือกซื้อแม่เหล็กให้ลูกได้นำมาใช้ทดลองหรือประดิษฐ์ของเล่น เช่น เล่นคัดแยกวัตถุของใช้ที่มีแม่เหล็กประกอบกับไม่มีแม่เหล็ก
  • วันหยุดสุดสัปดาห์ ครอบครัวจัดกิจกรรมพักผ่อนนอกบ้าน เช่น ไปพักที่สวน ชายทะเล ร่วมวางแผนแบ่งครอบ ครัวเป็น 2 ทีม ให้เดินทางมาหากันตามแผนที่และใช้เข็มทิศเป็นเครื่องมือ เพราะเข็มทิศจะมีแม่เหล็กเป็นส่วนประกอบสำ คัญที่หันเข็มบอกทิศเหนือใต้ได้ พ่อแม่นำมาใช้ และแนะนำให้ลูกสังเกตการเปลี่ยนเข็มของเข็มทิศ
  • คิดและเขียนข้อความที่ลูกชอบ ลงกระดาษแข็งหรือแผ่นพลาสติก ตัดรอบตัวหนังสือนั้น ด้านหลังติดแม่เหล็ก นำพยัญชนะและสระนั้นไปจัดเรียงตามข้อความนั้นที่ตู้เหล็ก นอกจากข้อความนี้แล้ว อาจจะหาบทกวีที่ไพเราะมาใช้เพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนบ่อยๆ เป็นการสอนอ่านให้แก่เด็กด้วย
  • เล่นเกมกันภายในครอบครัว หาของใช้ที่แม่เหล็กดูดได้ และดูดไม่ได้ ทดลองให้ลูกเห็น หลังจากนั้นให้ลูกนึกในใจว่าจะเลือกเป็นอะไรที่แม่เหล็กดูดได้ แล้วเล่นสมมติว่า พ่อแม่เป็นแม่เหล็ก ลูกๆเลือกเป็นของใช้ เริ่มเล่นจากพ่อแม่พูดว่า พ่อเป็นแม่เหล็ก ลูกจะเป็นอะไร ลูกอาจจะตอบว่า ฝาจุกขวด (มีแม่เหล็กติดอยู่) พ่อก็พูดว่า งั้นเรามากอดกันเถอะ แล้วพ่อกับลูกก็มากอดกัน เหมือนแม่เหล็กดึงดูดเข้าหากัน หากมีพี่หรือน้องร่วมเล่นด้วย ก็ผลัดกันเป็นแม่เหล็กและพูดตามที่ตกลงกัน
  • เข้าค่ายวิทยาศาสตร์ร่วมกับทางโรงเรียน ผู้ปกครองนำเสนอให้ครูทราบว่า เรื่องแรงแม่เหล็กเป็นเรื่องหนึ่งที่สม ควรจัดกิจกรรมให้กับเด็ก โดยเฉพาะการทำของเล่นง่ายๆ เล่นสนุกกับเด็ก เช่น เล่นสนุกบริการซ่อมรถยนต์ ติดแม่เหล็กที่รถลากของเล่น แล้วให้เด็กใช้แม่เหล็กชี้ไปที่รถ (สมมติว่าลากรถ)
  • นำลูกไปเล่นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ ที่นี่จะจัดของเล่นทดลองด้วยแรงแม่เหล็กไว้ให้เด็กเล่นอย่างสนุกสนาน
  • นำลูกไปห้องสมุดสาธารณะที่มีระบบการตรวจหนังสือเป็นแม่เหล็กที่ทางออก ขอให้บรรณารักษ์อธิบายง่ายๆว่า เครื่องตรวจเช่นนี้ใช้แรงแม่เหล็ก

กิจกรรมที่ครอบครัวจัดให้ลูกรู้เรื่องแม่เหล็ก ผ่านการทำให้ดู ชี้แนะให้เห็น สนับสนุนให้เด็กสัมผัส ทดลองจากการเล่น ที่ปลอดภัย จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเข้าใจเรื่องแรงแม่เหล็ก อีกทั้งเป็นการตอบสนองความสนใจของเด็กปฐมวัยได้เป็นอย่างดี

เกร็ดความรู้เพื่อครู

  • แม่เหล็กจะดูดวัตถุที่เป็นสื่อแม่เหล็ก แม่เหล็กที่ใช้ในปัจจุบันทำมาจากเหล็กซึ่งมีรูปร่างต่างๆกัน เช่น รูปตัวยู รูปเกือกม้า รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปวงกลม
  • แม่เหล็กที่ครูจะนำมาใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ควรเป็นแม่เหล็กที่มีแรงดึงดูดมากๆ ซึ่งหาซื้อได้จากร้านขายวัสดุการศึกษาและร้านขายเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ครูอาจจะหาแม่เหล็กจากร้านขายของเก่าที่มีวัสดุเหล่านี้คือ ลำโพงเก่า ยางติดขอบตู้เย็น

บรรณานุกรม

  1. กุลยา ตันติผลาชีวะ (2547). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอดิสัน เพรส โปรดักส์ จำกัด.
  2. เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์. (2546) . กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก การสอนแบบบูรณาการ. แปลจาก Mary S. Rivkin. กรุงเทพมหานคร: เพียร์สัน เอ็ดคูเอชั่น อินโดไซน่า.
  3. คาน ซาร่าห์ ( 2556). พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร: นานมี บุ๊ค ,
  4. พิทยาภรณ์ มานะจุติ. ( 2552). วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
  5. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ . (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธี และ เทคนิคการสอน กรุงเทพมหานคร: เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์ .
  6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  7. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี .
  8. Berger.M (1988). The Science of music. New York: Thomas Y. Crowell.
  9. GIbson, Gary. (1995).Playing with magnets. Brookfield,CT: Millbrook Press.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน