หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องแสงและเงา (Teaching Children about Light and Shadow)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องแสงและเงา (Teaching Children about Light and Shadow) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับ

  • แสง ซึ่งเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่สิ่งมีชีวิตรับรู้ได้ด้วยตา เป็นเหตุให้มองเห็นสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเราได้
  • และเงา ซึ่งหมายถึง รูปร่างของวัตถุที่แสงผ่านทะลุไม่ได้ ทำให้แลเห็นเป็นเงาตามรูปร่างของวัตถุนั้น

    เด็กจะได้เรียนรู้ถึงแหล่งกำเนิดแสง หรือสิ่งที่ปล่อยแสงออกมา ได้แก่

    • ดวงอาทิตย์ ที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด
    • สัตว์และพืชบางชนิดมีแสง
    • การเผาไหม้ของวัตถุบางชนิด เช่น พืช แก๊ส เทียนไข น้ำมัน ฯลฯ ทำให้เกิดแสง
    • แสงบางชนิดมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เช่น แสงไฟฟ้า ไฟฉาย กล้องถ่ายรูป ฯลฯ

แสงจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว แสงจากพืชและสัตว์บางชนิด และแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆที่คนเราทำขึ้น เช่น จากการจุดไฟ เปิดไฟฟ้า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกและจักรวาล และเป็นประโยชน์ที่ทำให้คนเราดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะมีแสงสว่างช่วยให้คนเรามองเห็น และแสงทำให้เกิดเงา ร่มเงาก็เป็นประโยชน์สำหรับสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย ได้อาศัยคลายร้อน ในขณะเดียวกัน หากไม่รู้ถึงโทษของสิ่งเหลานี้ ก็จะทำให้เกิดอันตรายจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การที่เด็กๆเพ่งมองดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงแรงจ้า ก็จะเป็นอันตรายแก่สายตา หรือการที่ปล่อยให้แสงแดดแผดเผาผิวกาย ก็เป็นอันตรายต่อผิวหนังคือ เกิดแผลไหม้เกรียม แสงอาจเกิดจากการเผาไหม้ของวัตถุเช่น เทียน แก๊ส น้ำมัน พืช แสงเหล่านี้อาจเกิดการเผาไหม้เองตามธรรมชาติ และเกิดจากมนุษย์ทำให้เกิด เมื่อเกิดแล้ว จะทำให้มลภาวะเป็นพิษในโลกนี้ ดังนั้น ธรรมชาติเรื่องแสงและเงาเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา จึงควรได้จัดประสบการณ์ให้แก่เด็กปฐมวัย

การสอนเรื่องแสงและเงาสำคัญอย่างไร?

การสอนเรื่อง แสง และเงา มีความสำคัญดังนี้

แสงสว่างและเงา เป็นเรื่องที่เด็กเห็นว่าเกิดขึ้นในชีวิต เป็นความจริงว่ามีอยู่ จึงเป็นเรื่องที่ควรสอนให้รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร ในหลัก สูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศ้กราช 2546 ได้กำหนดสาระที่ควรเรียนรู้ เรื่องธรรมชาติรอบตัวไว้ให้เด็กเรียน และกล่าวถึงแนวคิดที่ควรเกิด หลังจากเด็กเรียนรู้ธรรมชาติว่ามีอะไร เราพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นเพื่อการดำรงชีวิตอย่างไร สิ่งเหล่านั้นมีรูปร่าง ลักษณะอย่าง ไร ให้คุณและโทษอย่างไร เรามีเหตุผลอะไรที่ควรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้ นอกจากนี้ การเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวเป็นการส่ง เสริมการเรียนวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย เพราะวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่สืบค้นหาความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยใช้กระบวน การแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เด็กได้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกรอบๆตัวเขา เป็นการเกิดความรู้ที่เป็นประสบการณ์ตรง ขณะเดียวกัน เมื่อเด็กเรียนวิทยาศาสตร์ เด็กจะได้รับการพัฒนาคุณ ลักษณะที่สำคัญตามวัย คือ

  • การพัฒนาการทางกายที่เกิดจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า และใช้อุปกรณ์สำรวจหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาตินั้น เช่น การที่แสงส่องมายังพื้นโลก ประสาทตาทำงานให้เห็นวัตถุต่างๆรอบตัวเขา ตาเห็นแสงจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น เห็นแสงจากดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ไฟฉาย ฯลฯ หากทดลองแสงกระทบน้ำ ทำให้เกิดรุ้งกินน้ำ เด็กได้หยิบจับอุปกรณ์ทดลองการเกิดรุ้ง เด็กก็ได้ใช้กล้ามเนื้อมือทำงาน
  • การพัฒนาการทางสติปัญญา เด็กได้สำรวจ ตรวจสอบ ทดลอง เกี่ยวกับแสงและเงา ได้คิด เห็นเหตุ ที่ทำให้เกิดเงา จากคำ ถามว่า เงามาจากไหน ให้เด็กๆได้ทดลองเชิดตัวหุ่นเงา ส่องแสงจากไฟฉายให้มากระทบตัวหุ่น เงาไปปรากฏที่จอ เด็กจะได้พบคำตอบว่า เงามีความสัมพันธ์กับแสงและวัตถุทึบแสง การหาคำตอบอย่างเหมาะสมตามวัยจากคำถามง่ายๆ เด็กก็จะได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นความจริงตามกระบวนการแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการสร้างปัญญาให้แก่เด็ก
  • การพัฒนาการด้านสังคมก็จะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกันคือ เด็กเรียนรู้ที่จะฝึกการทำกฎระเบียบ การทำงานอย่างมีขั้นตอน เป็นการปลูกฝังคุณลักษณะการทำงานที่มีวินัยให้แก่เด็ก ตลอดจนเด็กมีโอกาสที่ช่วยเหลือตนเอง และทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็น ในขณะที่ต้องทำกิจกรรม
  • การพัฒนาการทางจิตใจ เป็นการตอบสนองความต้องการของเด็ก กระทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองของคนเรา จะทำให้รู้จักตัด สินใจ รู้จักตนเองว่ามีความชอบหรือไม่ชอบสิ่งใด รู้จักอดทนต่อความต้องการตามใจตนเองว่า ไม่ได้เสมอไปทุกครั้ง เพราะการอยู่กับผู้อื่นจะต้องมีการผ่อนปรนให้ผู้อื่น การควบคุมจิตใจของตนเองจะค่อยๆพัฒนาขึ้น

ความสำคัญของเรื่อง ธรรมชาติรอบตัวที่เด็กควรเรียนรู้นั้น เป็นที่สนใจของการจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัยตลอดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาปฐมวัยได้ให้ความร่วมมือ และพัฒนาสาระการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับ ธรรมชาติของโลกและจักรวาล การเปลี่ยนแปลงของโลก ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังที่สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ในสาระวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย สาระที่ 5 พลังงาน มาตรฐานที่ 10 สาระที่ 6 มาตรฐาน ว. 6.1 สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ มาตรฐานที่ 7.1 สาระที่ 8 มาตรฐาน ว 8.1 ซึ่งครูจะต้องจัดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้เด็กเข้าใจว่า อะไรบ้างที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก สิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์หรือมีกระบวนการอย่างไร ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประ เทศ และสัณฐานของโลก และเด็กจะได้ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และพัฒนาจิตวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมการสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

การสอนเรื่องแสงและเงามีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่อง แสง และเงา มีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กจะได้เรียนรู้ความสัมพันธ์ของตนเองกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เรื่อง แสงและเงา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เด็กสัมผัส และเห็นอยู่ตลอดเวลา เราจะเห็นเงาของสิ่งต่างๆ สังเกตได้ว่าเกิดจาก มีแสงมากระทบสิ่งต่างๆที่ทึบแสงหรือแสงผ่านทะลุผ่านไปไม่ได้ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะมีเกิดขึ้นในเวลาที่เราเรียกว่า กลางวัน เมื่อดวงอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว รอบตัวเราจะมีสีดำหรือที่เราเรียกว่า มืด เป็นเวลากลางคืน เราจะใช้แสงจากหลอดไฟ มีไฟฟ้าทำให้เกิดแสงสว่างมาแทน บางทีเราจะเห็นสิ่งต่างๆจากไฟที่เกิดจากจุดเทียน ไฟฉาย เตาแก๊ส แสงสว่างจะทำให้การรับรู้และความรู้สึกของเราจะเปลี่ยนไป เราจะรู้สึกปลอดภัย ทำงานหรือเล่นได้สะดวก เพราะแสง เราจึงมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว แต่จะแตกต่างจากเมื่อเราอยู่ในที่มืดหรือในเวลากลางคืน เพราะเราจะมองอะไรไม่เห็น การมองเห็นวัตถุรอบตัวก็แตกต่างกัน บางอย่างเรามองเห็นวัตถุนั้นทะลุไปด้านหลังได้เลย เช่น กระจกใส แก้วใส่น้ำ และแผ่นพลาสติกใส บางอย่างเราก็มองเห็นไม่ชัดเจน เช่นกระจกฝ้า กระดาษชุบน้ำมัน และบางอย่างเราก็เห็นเพียงด้านเดียว เช่น แผ่นไม้ กระเบื้อง อิฐ หิน เป็นต้น นั่นคือ สิ่งรอบตัวเรามีหลากหลาย เราเห็นสิ่งเหล่านั้นในลักษณะที่แตกต่างกันด้วย การเรียนจะทำให้เด็กรู้และเข้าใจ
  • เด็กได้รับการฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการสืบค้นหาความรู้ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนก ทักษะการวัด ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล และทักษะการสื่อความหมาย ทักษะดังกล่าวเด็กสามารถเรียนรู้ผ่านเรื่องแสงและเงา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น การสังเกตขนาดของเงาที่มีความยาว สั้นไม่เหมือนกันในเวลาที่แตกต่างกัน เงาของวัตถุชนิดหนึ่งๆจะแสดงรูปทรงเหมือนวัตถุชนิดนั้น ฝึกทักษะจำแนก เช่น เงาใดคือต้นไม้ แมว เป็ด ก้อนหิน ใบไม้ หรือตัวเราเอง เมื่อเด็กได้รับการฝึกจะเกิดทักษะ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการแสวงหาความรู้
  • เด็กจะได้รับการสร้างเสริมจิตสำนึกถึงคุณค่าของธรรมชาติที่ได้ใช้ เช่นการมีวินัย และ รับผิดชอบ จะช่วยคน พืช สัตว์ ใช้ธรรมชาติได้อีกยาวนาน เมฆก้อนใหญ่เคลื่อนบังแสงดวงอาทิตย์ เกิดเป็นเงาร่มลงมาสู่พื้นโลก เงาของต้นไม้ที่แสง อาทิตย์ส่องมากระทบใบไม้ที่เป็นพุ่มหนา คนและสัตว์ได้อาศัยร่มเงาของต้นไม้พักผ่อน แสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะเป็นประโยชน์ที่ช่วยให้เราเห็นสิ่งต่างๆ ให้เราเดินทางไปมาหาสู่กันได้ แต่หากคนเราทำให้โลกมีมลพิษ ที่เกิดจากจุดไฟเผาไหม้สิ่งต่างๆ ละอองฝุ่นเหล่านั้นจะทำลายบรรยากาศ เราก็อยู่อย่างไม่ปลอดภัย เพราะโลกจะมีแต่ฝุ่น หมอกควันที่เป็นพิษ มองไม่เห็นหนทาง
  • เด็กปฐมวัย เป็นวัยที่ต้องการจะกระทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง มีความพอใจที่จะควบคุมตนเองได้ เมื่อเด็กได้เล่น ได้ทด ลองหาคำตอบ เรื่องแสงและเงา จึงเป็นการตอบสนองความต้องการของเด็ก

การเรียนรู้เรื่องธรรมชาติรอบตัว เรื่องแสงและเงา ก่อประโยชน์แก่เด็กปฐมวัยที่อยู่ในวัยของการเรียนรู้ ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนทักษะทางสังคมของการอยู่ร่วมกันและใช้ธรรมชาติร่วมกัน การปลูกจิตสำนึกของการรักษาธรรมชาติจะเกิดขึ้น เมื่อเด็กรู้คุณค่าของธรรมชาติ และจะรู้จักระวังสิ่งที่ทำให้เกิดโทษทั้งต่อตนเองและธรรม ชาติเช่นกัน

ครูสอนเรื่องแสงและเงาให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง แสง และเงา ที่โรงเรียนได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ เด็กๆอาจเล่นสมมติเป็นเงาของครูในกระจกเงา โดยให้เด็กทำท่าทางแบบที่ครูทำ ขณะที่ทำทั้งครูและเด็กจะต้องไม่พูดกันเลย การทำท่าทางจะใช้ศีรษะ ไหล่ มือ ลำตัว แขน นิ้ว ฯลฯประกอบจังหวะการเคลื่อนไหว
  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระสำคัญที่ครูนำมาสอนผ่านการทดลองวิทยาศาสตร์จากคำถามต่างๆ เช่น
    • แสงทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ทดลองว่า ทำไมเรามองอะไรไม่เห็นในกล่องที่มืดมิด หรือในผ้าที่คลุมศีรษะเราไว้
    • แสงเดินทางเป็นเส้นตรง ทดลองว่า ลำแสงเดินทางอย่างไร
    • เงาเกิดขึ้นเมื่อลำแสงถูกบัง ทดลองว่า แสงส่องผ่านอะไรได้บ้าง และเงาเกิดจากอะไร
    • ในแสงประกอบด้วยสีหลายสี ทดลองว่า แสงมีสีขาวจริงหรือ รุ้งมีสีอะไร เกิดจากอะไร
    • กลางคืนคือเงาของโลกที่บังแสงจากดวงอาทิตย์ ทดลองว่า ทำไมเรามีกลางวัน กลางคืน ฯลฯ

ครูอาจเล่านิทานเกี่ยวกับเรื่องแสงและเงา เช่น เดินผ่านแสงแดดที่ร้อน ไปนั่งพักที่ใต้ต้นไม้ อาศัยร่มเงาพักเหนื่อย นำวัตถุมาบังตัวละครแล้วถามเด็กๆว่า เงาเขาหายไปไหน ช่วยกันสืบหาเงาหน่อย เป็นการแต่งเติมให้เกิดความสนุกสนาน และเด็กๆมีส่วนร่วมเล่านิทาน เป็นต้น หรืออาจสอดแทรกกิจกรรมสังคมให้รักษาสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน โดยไม่จุดไฟให้เกิดแสงที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเช่นไม่เผาขยะ จุดธูปหรือเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เป็นต้น

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้สัมพันธ์กับกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เช่น ทดลองการเกิดรุ้งกินน้ำ โดยการเป่าฟองสบู่ แล้วให้เด็กวาดรูปโป่งสบู่ที่มีสีรุ้งอยู่ภายใน หรือผสมสีน้ำ และระบายสีรุ้งในกระดาษ ตัดเป็นริ้วสี 7 สี นำมาทำพวงแขวนหรือจับคู่กับเพื่อน ทำเงาจากวัสดุต่างๆลงบนกระดาษ ให้เพื่อนช่วยวาดรูปร่างของเงา แล้วช่วยกันระ บายสีภาพร่างเงานั้น เมื่อทำเสร็จต่อยอดโดยการตัดออก นำแต่ละภาพมาออกแบบใหม่จัดวางและปะติดลงบนกระดาษหรือฝาผนัง
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เวลาสายๆตอนเช้าและบ่ายๆ ให้เด็กเล่นอิสระท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ เด็กชอบที่จะวิ่งไล่จับกันหรือเล่นเครื่องเล่นสนาม ขณะที่เล่น เด็กจะเห็นแสงสว่างและเงาของตนเองและเพื่อน ครูชี้แนะให้เขาสนใจดูเงาที่เกิดขึ้น แล้ว ให้วิ่งเล่นไล่จับเงากัน หลังการเล่นครูนำเขาไปนั่งพักผ่อนที่ร่มเงาของต้นไม้ หรือ ร่มขนาดใหญ่ที่ครูเตรียมกางไว้ให้เด็กเห็นประโยชน์ของเงา นอกจากนี้การจัดกิจกรรมให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจ้ง เล่นเกี่ยวกับแสงและเงา เช่น ให้เด็กเดินตามลำแสงที่ส่องผ่านผนังไม้ที่กั้นโดยใช้ไม้ระแนงกั้นไว้ อาจจะเดินปกติ เดินส้นเท้าชิดปลายเท้า เดินเขย่ง เด็กจะได้หัดเดินทรงตัวให้สมดุล
  • เกมการศึกษา เล่นเกมการศึกษาที่เกี่ยวกับแสงและเงา เช่น จับคู่ภาพกับเงา เกมเรียงลำดับเหตุการณ์ตามเวลาเช้าถึงกลางคืน เกมเรียงลำดับขนาดของเงา เป็นต้น
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมหนังสือที่มีเรื่องแสงและเงาให้เด็กได้อ่านและค้นคว้า เช่น พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์สำ หรับเด็ก หรือจัดมุมวิทยาศาสตร์ให้เด็กทดลองอย่างอิสระ และทำซ้ำหลังจากเรียนจากกิจกรรมเสริมประสบการณ์มาแล้ว

ครูส่งเสริมการเชื่อมโยงความรู้ของเด็ก โดยฝึกทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จากการสังเกตสิ่งที่สะท้อนของแสงในที่ต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู แอ่งน้ำฝน กระดุมโลหะ ช้อนทองเหลือง บางครั้งเด็กอาจจะสังเกตเห็นเงาของตนเองในเวลาที่ต่างกัน เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องแสงและเงาอย่างไร?

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องแสงและเงา ที่บ้านได้ดังนี้

  • นำลูกออกไปกลางแจ้ง ให้เห็นแสงจากธรรมชาติ เช่นแสงอาทิตย์ที่ส่องอ่อนมาต้องผิวกาย แสงจันทร์ยามจันทร์เต็มดวงจะส่งแสงเหลืองนวลตา หรือเวลาข้างแรม จะเห็นแสงสว่างจากดวงดาวส่งแสงระยิบระยับมา
  • รอบๆตัวลูกจะมีแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น แสงจากหลอดไฟ เสียงเทียน แสงจากไฟฉาย แสงจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากโทรศัพท์ ฯลฯ ให้ลูกได้เห็นและพูดคุยกับลูก
  • ใช้ประโยชน์จากแสงในชีวิตประจำวัน เช่น เปิดไฟอ่านหนังสือในห้อง อ่านหนังสือในที่ร่มแสงสว่างส่องถึง จุดเทียนวันเกิดของคนในครอบครัว จุดเทียนบูชาพระ เปิดเครื่องใช้ที่มีแสงไฟให้เห็น เช่น เตาแก๊สหุงต้มอาหาร เครื่องใช้ไฟ ฟ้าที่แสดงแสงให้เห็น เช่น หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน กระทะไฟฟ้า เปิดไฟที่ยานพาหนะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นต้น
  • ให้ลูกเห็นรุ้งกินน้ำ เมื่อเกิดปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
  • เล่นเงากับลูก จากอวัยวะของเราหรือจากวัตถุต่างๆรอบตัว โดยใช้ไฟส่องมากระทบให้เกิดเงาที่ฝาผนัง และหากเล่าเป็นนิทานประกอบได้ เด็กจะสนุกเพิ่มขึ้น พ่อแม่สาธิตการทำเงาง่ายๆให้ดู แล้วให้ลูกทำเองบ้าง หรือเล่นตะครุบเงาในห้องที่ใช้แสงจากไฟฉาย หรือหลอดไฟ อาจจะนำลูกไปเล่นกลางแจ้งที่มีแดดส่องถึง จะเป็นการสร้างสัมพันธภาพในครอบ ครัวด้วย
  • เล่านิทานประกอบการชักเชิดหุ่นเงา หรือใช้วัตถุรอบตัวทำเงา ใช้นิทานที่พ่อแม่แต่งขึ้นเองหรือลูกมีส่วนร่วม
  • ใช้ประโยชน์จากเงา เช่น นั่งเล่นใต้ต้นเงาไม้ใหญ่ กางร่มกันแสงอาทิตย์ในยามแสงแดดจัด ใช้ใบตองทำเงาบังแดด เพาะต้นไม้ แล้วสร้างเพิงบังแดดจากทางมะพร้าว เป็นร่มเงาให้ต้นกล้า แขวนมู่ลี่ที่ชานหน้าบ้านบังแดด
  • จัดหาหนังสือเรื่องเกี่ยวกับ แสงและเงา ให้ลูกอ่านหรืออ่านให้ลูกฟัง เช่น นิทานอิสปเรื่อง หมากับเงา สารานุกรม เรื่อง เวลา ซึ่งจะมีเนื้อหาให้ความรู้เรื่อง ดวงอาทิตย์ แสงและเงาด้วย หรือพ่อแม่อาจจะเรียบเรียงเรื่องแสงและเงาให้ลูกอ่านเองได้
  • ให้ลูกเห็นเงาตัวเองในเวลาที่ต่างกันว่า ยามเช้า เงามีลักษณะอย่างไร ยามบ่ายเงาอยู่ที่ไหน เด็กจะรู้เวลาไปด้วย

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เรื่องรุ้งกินน้ำจะเกี่ยวพันกับเรื่องของแสงที่ครูควรทราบบางเรื่องคือ สีรุ้งที่เห็นจะมี 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เกิดจากแสงสีขาวแตกกระจายในเม็ดน้ำในอากาศ และแสงสีต่างๆจะตกกระทบผิวด้านในของเม็ดน้ำ แล้วจะสะ ท้อนเข้าตาเรา ซึ่งสีแต่ละสีจะหักเหไม่เท่ากัน เราจึงเห็นสีที่ทำมุมเงยสูงก่อนคือสีแดง และสีอื่นๆจะเงยลดหลั่นลงมา สีม่วงเป็นสีที่มุมเงยต่ำสุด จึงอยู่ล่างสุด

บรรณานุกรม

  1. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี – สฤษดิ์วงศ์.
  2. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ . (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธี และ เทคนิคการสอน 1. กรุงเทพมหานคร ; เดอะ มาสเตอร์กรุ๊ป แมเนจเม้นท์
  3. เรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป (2551). ตุ๊บปอง (นามแฝง) ขนเทากับเงาในน้ำ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แปลน ฟอร์คิดส์.
  4. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  5. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  6. เอมานูเอลา บัสโซลาตี (2555). ชุด หนูอยากรู้ เรื่อง ดวงอาทิตย์. กรุงเทพ มหานคร : สำนักพิมพ์แปลน ฟอร์ คิดส์.
  7. Franzeska G. เงาแสนสนุก ศุภวัลย์ ตันวรรณรักษ์ (ผู้แปล) .กรุงเทพมหานคร : บริษัทนานมี บุ๊ค
  8. Rivkin, Mary S. (2546). กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กเล็ก การสอนแบบบูรณาการ. เกษมศรี วงศ์เลิศวิทย์ (ผู้ แปล). กรุงเทพมหานคร : เพียร์สัน เอ็ดคูเอชั่น อินโดไซน่า.
  9. Khan, Sarah. (2556). พจนานุกรมภาพวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก. ศุภวิทย์ สายวิวัฒน์. (ผู้แปล) กรุงเทพ: นานามีบุ๊คพับลิเคชั่น.
  10. Arlon, Penelop. (2547).ชุด ฉันรู้ว่า เรื่อง แสง. จันทรา พีระขจร (ผู้แปล). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แปลน ฟอร์ คิดส์
  11. Essa, E. (1992). Introduction to Early Childhood Education. New York: Delmar.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน