หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องแหล่งน้ำ (Teaching Children about Sources of Water)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกเรื่องแหล่งน้ำ (Teaching Children about Sources of Water) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ถึงบริเวณที่มีน้ำสะสมอยู่บนพื้นผิวโลก เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก ซึ่งอยู่ในสาระธรรมชาติรอบตัวที่เด็กควรรู้ เพื่อการดำรงชีวิตให้เป็นปกติสุข เพราะมนุษย์กับธรรมชาติมีความสัมพันธ์กัน มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแวดล้อมทุกประเภท มีการพึ่งพากันทั้งทางตรงและทางอ้อม เด็กๆควรได้รับการปลูกฝังให้มีความรู้ ความเข้าใจในคุณค่าของทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก และมีส่วนร่วมรักษาดูแล พร้อมๆกับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเหล่านี้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยบ้าน โรงเรียน และชุมชนร่วมมือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมให้เด็กได้ค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธรรมชาติด้วยวิธีการหาความรู้ จากการสังเกต และการสืบเสาะหาความรู้อย่างมีความสุข

การสอนเรื่องแหล่งน้ำสำคัญอย่างไร?

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัย เป็นสิ่งสำคัญที่จะเสริมสร้างปัญญา และความคิดที่ดีให้แก่เด็ก โดยการจัดหลักสูตรที่เน้นพัฒนาการให้แก่เด็ก กล่าวคือ จะใช้อายุและพัฒนาการตามวัยของผู้เรียนเป็นกรอบ พัฒนาสาระและประสบ การณ์ให้เด็กปฐมวัยเจริญเติบโตอยู่ในสังคมอย่างเป็นปกติสุข เนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 มุ่ง เน้นให้เด็กมีโอกาสพัฒนาทักษะการใช้แหล่งเรียนรู้ และประสบการณ์ชีวิตที่จำเป็นสำหรับเด็ก ซึ่งเรื่อง แหล่งน้ำตามธรรม ชาติ ได้แก่ ทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตกนั้น ปรากฏในกรอบมาตรฐานการเรียนรู้ปฐมวัยของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี สาระที่ 2 ชีวิตและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานที่ ว 2.2 เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำไปใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นปฐมวัย ข้อ 5 สำรวจสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เปรียบเทียบกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อภิ ปรายการนำมาใช้ ซึ่งทำให้เกิดทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องแหล่งน้ำ จึงเป็นสาระที่เด็กควรเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อให้เด็กได้รับการตอบสนองในการเรียนรู้โลกธรรมชาติรอบตัว ที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าแก่การดำรง ชีวิตของสิ่งที่มีชีวิต

การสอนเรื่องแหล่งน้ำมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเรียนรู้เรื่องแหล่งน้ำ จะเกิดประโยชน์ต่อเด็กดังนี้

  • เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้เด็กพัฒนาความรู้และความคิดรวบยอดเรื่องแหล่งน้ำ
  • เด็กได้มีโอกาสสำรวจและรู้จักทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
  • เด็กได้รับการสนับสนุนให้ชื่นชม และตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กรู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ต่อไป
  • เด็กได้มีโอกาสทำงานเชิงสังคมกับเพื่อน ครู และชุมชน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างความเข้าใจที่จะอยู่ร่วมกันและใช้ทรัพยากรทางทะเล หรือจากแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตกอย่างสันติสุขสืบต่อไป
  • เด็กมีบทบาทในฐานะผู้เรียน ที่จะเรียนรู้เรื่องแหล่งน้ำ เด็กจึงมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุน และเกิดการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ความคิด ทัศนคติ และทักษะการแสวงหาความรู้

ครูสอนเรื่องแหล่งน้ำให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยเรื่อง แหล่งน้ำ ครูปฐมวัยจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้เด็กได้คิด กระตุ้นให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติ ได้ค้นพบจากกิจกรรมปฏิบัติ ด้วยการหยิบ จับต้อง ได้แสดงออกที่สามารถสื่อสารบอกเล่าผู้อื่นได้ว่า ตนเองได้พบอะไรจากการเรียนรู้เรื่องนี้ อีกทั้งเด็กๆมีโอกาสทำกิจกรรมด้วยตนเองและร่วมกิจกรรมกับเพื่อน โดยมีผู้ปกครองหรือชุม ชนเข้ามาร่วมกิจกรรมบ้าง สิ่งสำคัญคือ ครูจะให้โอกาสเด็กเลือกทำกิจกรรมด้วยตนเองมากกว่าทำตามคำบอกของครู โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมจากความยากง่าย โดยคำนึงถึงวัยของเด็กปฐมวัยเป็นหลัก

กิจกรรมตัวอย่างที่นำเสนอต่อไปนี้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย สติปัญญา สังคม อารมณ์ เนื้อหาสาระจะพัฒนาพุทธิปัญญาของเด็ก ได้แก่ แหล่งน้ำธรรมชาติแต่ละประเภท มีลักษณะอย่างไร เรียกว่าอะไร ให้ประโยชน์อะไรแก่คน พืช สัตว์ เรานำมาใช้ประโยชน์อย่างไร เราบำรุงรักษาอย่างไร เป็นต้น

  • ครูอาจให้เด็กๆจำลองน้ำตก และสังเกตการเกิดน้ำตกและการไหลของน้ำตก บันทึกผลการสังเกตเป็นภาพวาดแล้วนำเสนอโดยการจัดนิทรรศการและอภิปราย
  • เรียนรู้เรื่อง หนอง บึงในชุมชนหรือที่ทำจำลองในโรงเรียน ปลูกผักบุ้ง และดูแลรักษาโดยทดลองเปรียบเทียบ ระ หว่างที่หนึ่งทิ้งสิ่งสกปรก ได้แก่ เศษอาหาร น้ำมัน ขยะลงในแหล่งน้ำ สังเกตสีน้ำที่กลายเป็นน้ำเน่า และอีกที่หนึ่งไม่ทิ้งขยะ แล้วให้เด็กๆร่วมคิด สนทนาแสดงความคิดเห็น
  • นำเด็กๆไปทัศนศึกษาตามแหล่งน้ำในท้องถิ่น หรือจังหวัดใกล้เคียง เปรียบเทียบลักษณะของแหล่งเรียนรู้ธรรม ชาติ ตลอดจนสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น ที่อยู่อาศัยของสัตว์ และพืช
  • ชี้แนะให้เด็กสังเกตการนำทรัพยากรตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น เราได้อา หาร กุ้ง หอย ปู ปลา พืชน้ำ ทราย หิน ฯลฯ การรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น ปล่อยลูกปลา ลูกเต่าทะเลคืนถิ่น
  • ให้เด็กเล่าประสบการณ์ของตนเองเกี่ยวกับแหล่งน้ำเหล่านั้น แล้วนำมาจัดนิทรรศการ เช่น แม่น้ำปิง วัง ยม น่านในภาคเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน ป่าสัก สะแกรังในภาคกลาง แม่น้ำระยอง จันทบุรี ประแสร์ เวฬุในภาคตะวันออก แม่ น้ำมูล ชี สงครามในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม่น้ำแม่กลอง เพชรบุรีในภาคตะวันตก และแม่น้ำตาปี พุมดวงในภาคใต้ แหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆที่สำคัญ เช่น กว๊านพะเยา บึงบอระเพ็ด บึงแม่ลา บึงพระราม บึงแก่นนคร หนองหาน ทะเลน้อย ทะ เลสาบสงขลา เป็นต้น ชื่อลำคลอง และใช้สัญจรเดินทางในกรุงเทพ เช่น คลองแสนแสบ คลองมหานาค คลองมอญ คลองพระโขนง เป็นต้น คลองต่างจังหวัดเป็นที่รู้จัก เช่น คลองปากนคร จังหวัดนครศรีธรรมราช คลองดำเนินสะดวก จังหวัดราช บุรี และเชื่อมต่อจังหวัดสมุทรสาคร คลองสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ คลองไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ฯลฯ
  • ทำแผนที่แสดงที่ตั้งโรงเรียน บ้าน และแหล่งน้ำธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังการสังเกตสิ่งแวดล้อมด้านภูมิประเทศ เด็กฝึกอ่านสัญลักษณ์ง่ายๆ ฝึกใช้ภาษาคณิตศาสตร์แสดงตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
  • ครูและเด็กร่วมแต่งเพลง คำคล้องจอง เกี่ยวกับเรื่อง แหล่งน้ำ ใส่ทำนองง่ายๆ หรือนำมาเขียนแผนภูมิ เพลง คำคล้องจอง ฝึกอ่าน และร้องเพลง แสดงท่าทางประกอบจังหวะ เช่น คำคล้องจอง แม่น้ำ ลำธาร (ผู้แต่ง: บุบผา เรืองรอง) ความว่า
แม่น้ำลำธาร ไหลผ่านหมู่บ้าน
แหล่งเกิดอาหาร มานานหลายปี
ทั้งหอยกุ้งปลา นานามากมี
น้ำสะอาดดี น้องพี่รักษา

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องแหล่งน้ำอย่างไร?

พ่อแม่และบุคคลในครอบครัวมีบทบาทอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างใกล้ชิด จึงมีความสามารถที่จะให้ความรู้ พัฒนาความคิดและคุณธรรมแก่เด็กในเรื่องแหล่งน้ำ โดยผ่านกิจกรรมชีวิตประจำวันได้หลากหลายกิจกรรม ดังนี้

  • พาลูกไปเที่ยวทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตกในท้องถิ่นของตน แนะนำให้รู้จักชื่อ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำตาปี ทะเลสาบสงขลา ทะเลสิชล ทะเลพัทยา ทะเลหัวหิน น้ำตกไทรโยค น้ำตกนางรอง น้ำตกพรหมคีรี แต่ละแห่งมีจุดเด่นที่ลูกควรทราบ ได้แก่ น้ำทะเลมีสีฟ้า เขียว คราม รสเค็ม กว้างใหญ่ แตกต่างจากแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก มีสีขาวใส หรือน้ำตาล ตามดินหรือโคลนตมที่ผสมน้ำมา แม่น้ำมีขนาดกว้างใหญ่ หรือแคบเล็ก ทอดทางยาว มีรสจืด (แตะเพียงปลายลิ้นให้รู้สึก มิใช่ดื่ม เพราะต้องระวังความปลอดภัยจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำด้วย) อาจจะมีพืชน้ำจืดให้เห็น เช่น ผักตบชวา ผักบุ้ง เป็นต้น ตลอดจนสิ่งแวดล้อมของทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก เช่นลักษณะของ ทราย ดิน หิน เป็นต้น
  • พาลูกเดินทางไปด้วยยานพาหนะที่ใช้ผ่านทางทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ได้แก่ เรือข้ามฝากทะเลไปยังเกาะต่างๆ นั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำ นั่งเรือด่วนเดินทางทางแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบันกรุงเทพมหานครใช้เป็นเรือยนต์โดยสาร (เรียกทั่วไปว่า เรือด่วนรับส่งผู้โดยสารประจำทางแม่น้ำเจ้าพระยา) ส่วนต่างจังหวัดบางแห่งจะมีเรือรับส่งผู้โดยสารประจำทางเช่นกัน แต่จะใช้เรือ และกำหนดเส้นทางตามท้องถิ่นที่อยู่ ลูกจะเห็นลักษณะของยานพาหนะที่ใช้ทางน้ำของแหล่งน้ำที่กล่าวมา
  • ให้ลูกเห็นพืช สัตว์ที่อาศัยทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก เช่น หอย กุ้ง ปู ปลา ปลาหมึก พืชผัก สาหร่าย ว่ามีรูปร่างลักษณะที่สังเกตได้ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร พืช สัตว์แต่ละชนิดอยู่แหล่งน้ำใด เช่น บัว ผักบุ้ง ผักตบชวา กระจับ ตับเต่า แว่นแก้ว จอกแหน จะอยู่ในบึง แม่น้ำ ส่วนแสม โกงกาง จะเป็นพืชน้ำเค็ม
  • จัดชุดว่ายน้ำให้ลูกเล่นน้ำทะเล พร้อมแนะนำให้ลูกรู้จักเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสม เป็นการปลูกฝังบุคลิกลักษณะด้านการแต่งกายให้แก่เด็ก
  • เชื่อมโยงเรื่องฤดูกาลกับแหล่งน้ำให้ลูกสังเกต ได้แก่ ฤดูร้อน คนเราจะพักผ่อนที่แหล่งน้ำ เพื่อความผ่อนคลายให้ผิวกายเย็น เพราะได้ใช้น้ำอาบชโลมร่างกาย ด้วยการลงเล่นน้ำทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก
  • สอนลูกร้องเพลงสนุกๆเกี่ยวกับแหล่งน้ำ.เช่น เพลง ทะเลแสนงาม เพลง แม่น้ำเจ้าพระยา เพลง น้ำตก
  • ถ่ายรูปทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง น้ำตก ที่ไปเที่ยวมา ให้ลูกบันทึกชื่อสถานที่ เก็บเข้าสมุดเก็บภาพ หรือจัดใส่กรอบรูปประดับที่บ้าน ชี้ให้ลูกสังเกตว่าแต่ละแห่งมีอะไรเหมือนหรือแตกต่างกัน
  • ใช้เปลือกหอย ก้อนกรวด ทราย มาทำงานศิลปะ ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เป็นการส่งเสริมให้ลูกช่างคิด
  • เล่านิทานเรื่องพระอภัยมณี เนื้อหาหลายตอนเกี่ยวกับทะเล และมีตอนสนุกที่เด็กปฐมวัยชอบ เช่น ตอน ผีเสื้อสมุทรอุ้มพระอภัยไปไว้ในถ้ำทองใต้ท้องสมุทร ตอนสินสมุทรกับพ่อแม่เงือก ตอนสุดสาครกับชีเปลือย หรือนิทานนานา ชาติที่เกี่ยวกับทะเล แม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง เช่น เรื่องเงือกน้อย นิทานของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นนิทานที่เกี่ยวกับทะเล ที่สามารถสร้างเสริมจิตนาการเด็กได้อย่างดี
  • เล่นเกมสนุกหยอกล้อกับลูก เช่น ตบมือสลับข้อความเกี่ยวกับแหล่งน้ำกับลูก เช่น
    • ตบมือแล้วพูดว่า ทะเล ทะเล ทะเล
    • ตบบ่า พูดว่า แม่น้ำ แม่น้ำ แม่น้ำ
    • ตบตัก พูดว่า ลำคลอง ลำคลอง ลำคลอง

    มีกติกาตกลงกันเองระหว่างผู้เล่นว่า มีแพ้ชนะ หรือไม่ อย่างไร

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สาระการเรียนรู้เรื่องแหล่งน้ำ ที่เน้นกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ รวมทั้งการคำนึงถึงบรรยากาศ สภาพแวดล้อมและสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ มีความรู้ และคุณธรรมได้เป็นอย่างดี

ในประเทศไทย แม่น้ำ ลำคลอง มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตที่เกี่ยวกับสายน้ำ เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม สิ่งที่แสดงหลัก ฐาน ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันคือ การตั้งถิ่นฐาน การอุปโภคบริโภค การเพาะ ปลูก การเลี้ยงสัตว์ การคมนาคมขนส่ง การติดต่อค้าขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ การแสดงอาณาเขตกั้นเมือง และการรองรับน้ำธรรมชาติ เป็นสาระที่น่าสนใจ ที่ครูสามารถเชื่อมโยงจัดกิจกรรมให้สัมพันธ์กับสภาพเหตุการณ์ปัจจุบันให้แก่เด็ก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กที่เปลี่ยนแปลง เกิดปัญหาที่เกี่ยวกับแหล่งน้ำในชุมชนบ่อยครั้ง เช่น การเกิดน้ำท่วม การถมคูคลองทำเป็นถนน การนำวัตถุของเสียจากโรง งานอุตสาหกรรมมาทิ้งลงคูคลอง ฯลฯ

บรรณานุกรม

  1. ปรียา นพคุณ และยุพา วีระไวทยะ. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์แบบมืออาชีพ. ( พิมพ์ครั้งที่ 2 ) กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  2. ราชบัณฑิตยสถาน. (2542). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ .2542 .http://www.rtafa.ac.th/admin/thai/dictionaryrayalinstitute [ค้นคว้า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2556]
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
  5. อุษณีย์ โพธิสุข. (2546). ฝึกเด็กให้เป็นนักคิด. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี–สฤษดิ์วงศ์.
  6. Abruscato ,J. ( 2004). Teaching Children Science: A Discovery Approach. (6 ed ). U.S.A.: Pearson Education.
  7. แนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติ. http://www.onep.go.th/download/zip/cons_water.zip . [ค้นคว้าเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2556.]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน