หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องโทรศัพท์ (Teaching Children about Telephone)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องโทรศัพท์

การสอนลูกเรื่องโทรศัพท์ (Teaching Children about Telephone) หมายถึง การจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการส่งสัญญาณเสียงพูดจากเครื่องโทรศัพท์ติดตั้งที่บ้านหรือในอาคารและโทรศัพท์ไร้สาย ไปยังที่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลกัน โดยเครื่องโทรศัพท์มีสายตัวนำไฟฟ้าและอำนาจแม่เหล็กไฟฟ้าโยงติดต่อถึงกัน ทั้งนี้เนื่องจากการอยู่ร่วมกันในสังคมมีความจำเป็นที่ต้องติดต่อสื่อสารกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์โดยการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ประสบการณ์ของตนเองไปยังคนอื่น และรับทราบความคิดความรู้จากคนอื่นเช่นกัน การสื่อสารของคนเราในสังคมมี 3 ลักษณะที่สำคัญ คือ

  • ลักษณะแรก เป็นการใช้สัญญาณโดยตรง เริ่มจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติในตัวตนของคนเราก่อน ได้แก่ เสียง ภาษาพูด ภาษาท่าทาง ต่อมาพัฒนาเป็นภาษาเขียนที่อาศัยสัญลักษณ์ คือรูปภาพ ตัวอักษร ลักษณะดังกล่าวเป็นการกระทำโดยตรงระหว่างผู้ถ่ายทอดสัญญาณกับผู้รับ
  • ลักษณะที่สอง เป็นการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่คนเราพัฒนาขึ้นเพื่อความสะดวกสบายและการติดต่อที่รวดเร็ว ได้แก่ การใช้วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  • และลักษณะที่สาม คือใช้กระบวนการทางสังคมได้แก่ การประพฤติปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมประเพณี และระบบอื่นๆทางสังคมเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร

ดังนั้น การใช้โทรศัพท์จึงเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งที่ในสังคมปัจจุบันใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นเรื่องที่เด็กเห็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เครื่องโทรศัพท์ในปัจจุบันมีใช้หลากหลายรูปแบบ ในที่นี้ขอกล่าวถึงโทรศัพท์พื้นฐานที่ใช้แบบติดตั้งในตัวอาคาร โดยเฉพาะในบ้านของเด็กเรียกว่าโทรศัพท์บ้าน และอีกชนิดหนึ่งคือ โทรศัพท์ไร้สายหรือโทรศัพท์มือถือ ที่เป็นอุปกรณ์สื่อสารอิเลคทรอนิคส์ลักษณะเดียวกับโทรศัพท์บ้าน แต่ไม่ใช้สายโทรศัพท์จึงทำให้สามารถพกพาไปที่ต่างๆได้ โทรศัพท์ทั้งสองชนิดนำมาจัดเป็นสาระการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อพัฒนาเด็กให้เกิดคุณ ลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรต้องการได้

การสอนเรื่องโทรศัพท์สำคัญอย่างไร?

โทรศัพท์จัดเป็นเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนเราซึ่งเกิดจากการพัฒนางานเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาและพัฒนาเครื่องใช้เพื่อการสื่อสารขึ้น ลักษณะการค้นคว้างานดังกล่าว นักวิทยา ศาสตร์จะใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ซึ่งได้พิสูจน์และยอมรับกันแล้วว่า มีขั้นตอนและใช้เหตุและผลพิจารณาจนเป็นมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งครูสามารถนำมาฝึกให้เด็กทำงานแบบนักวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี เนื่อง จากมีระบบระเบียบ สามารถพัฒนาเด็กให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ได้ ดังที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้กล่าวถึง บทบาทและความสำคัญของวิทยาศาสตร์คือพัฒนาคนได้ ให้เป็นผู้ที่ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ และมีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมถึงการนำความรู้ไปใช้อย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผลมีคุณธรรม นอกจากนี้ยังช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์การดูแลรักษา ตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยแนวคิดดังกล่าว จะเห็นได้ว่า การจัดประสบการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงสอดคล้องกับความมุ่งหมายของการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้มีโอกาสปฏิบัติด้วยตนเอง เพื่อค้นหาข้อความรู้ที่ผ่านการเรียนปนเล่น ให้เด็กมีความสนุกสนานตามวัย โดยมีเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวของเด็ก ให้ประโยชน์และมีความหมายต่อเด็ก เพียงแต่ครูและพ่อแม่ควรเข้าใจว่า เนื้อหาเป็นเพียงตัวเชื่อมโยงให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ดัง กล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตามสาระวิทยาศาสตร์ก็มีความสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้รับความรู้ที่เป็นพื้นฐาน ดังที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้กำหนดสาระการเรียนรู้ไว้ 4 สาระคือ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถาน ที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท. )ได้กำหนดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานไว้ 8 สาระคือสิ่งมีชีวิตกับกระบวน การดำรงชีวิต ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สารและสมบัติของสาร แรงและการเคลื่อนที่ พลังงานกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวิเคราะห์สาระเรื่อง โทรศัพท์ จัดได้ว่าเป็นเรื่องที่ควรเรียนเกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก ซึ่งเป็นสาระหนึ่งในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และตามมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย อยู่ในสาระที่ 3 : สารและสมบัติของสาร มาตรฐาน ว 3.1 : เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อ สารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ดังนั้นเรื่องโทรศัพท์จึงเป็นสาระการเรียนรู้ที่มีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัยเนื่องจากวิเคราะห์ได้ว่า เป็นเนื้อหาหนึ่งในสาระการเรียนรู้เรื่องสิ่งต่างๆรอบตัว ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 และสอดคล้องตามกรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ที่มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพ

การสอนเรื่องโทรศัพท์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เมื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กเรื่องโทรศัพท์ เน้นการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง โดยผ่านการปฏิบัติใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ หู ตา ปาก จมูกและผิวสัมผัส ให้มากที่สุด โดยเด็กควรได้เรียนรู้จากกระบวนการเรียนรู้และสร้างข้อความรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเองดังนี้

  • เด็กได้รับการตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติของเขา เสมือนหนึ่งเด็กได้รับรางวัลที่มีคุณค่าแก่ชีวิต โทรศัพท์ที่เป็นเครื่องใช้อำนวยความสะดวกในการสื่อสารของคนเรา เด็กจะได้เรียนรู้ว่าการใช้โทรศัพท์จะมีเสียงพูดมา เสียงนั้นมาได้อย่างไร ในขณะที่คนพูดอยู่สถานที่อีกแห่ง ห่างไกลจากคนฟัง แต่ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันพูดและฟัง สามารถติดต่อกันได้ เพราะอะไร ทำไมคนอยู่ห่างกัน แต่พูดกันได้รู้เรื่อง เมื่อความสงสัยของเด็กเป็นเรื่องที่ดี และเมื่อได้รับการสนับ สนุนจากผู้ใหญ่ให้ค้นหาคำตอบ เด็กจะได้ความรู้และเป็นผู้มีนิสัยดี คือเป็นผู้ใฝ่รู้และขยัน
  • เด็กมีโอกาสได้คิดแก้ปัญหาตามขั้นตอนของวิธีการเรียนแบบวิทยาศาสตร์ เมื่อเด็กได้เริ่มต้นจากการสังเกต นั่นคือ เด็กได้มองเห็นปัญหา ได้เริ่ม
    • ขั้นตอนแรกของกระบวนการแสวงหาความรู้แบบวิทยาศาสตร์
    • ขั้นตอนต่อไปของการสอนคือ ชวนให้เด็กสงสัยว่าเพราะเหตุใด ให้เด็กรู้จักคาดคะเน เสนอคำอธิบาย
    • ขั้นตอนที่สามคือ การหาคำตอบ ด้วยวิธีการที่หลากหลายและเหมาะสม ให้เด็กได้กระทำด้วยตนเอง
    • และขั้นตอนสุดท้าย คือการบอกเล่าผลให้คนอื่นทราบ
  • เมื่อเด็กได้เรียนด้วยวิธีการเรียนปนเล่นที่เป็นการเรียนแบบธรรมชาติของเด็ก เด็กจะได้ทดลองทำดู ได้รู้และเห็นสิ่งทำให้เกิดและผลที่เกิด เรียกว่า เป็นเหตุเป็นผลกัน เช่น ได้ทดลองทำเครื่องโทรศัพท์จากกระป๋องน้ำเหลือใช้ ทดลองให้เสียงเดินทางผ่านอากาศและวัตถุ (เส้นเชือก) ได้ทดลองติดต่อผู้คนที่อยู่ห่างกันเราโดยใช้โทรศัพท์ที่เป็นเทคโนโลยีที่คนเราสร้างขึ้น ได้ทดลองใช้ภาษาพูด ฝึกมารยาทการใช้คำพูดทางโทรศัพท์ เป็นต้น เด็กได้รับความรู้ที่เป็นเนื้อหา ได้ทำอย่างเป็นกระ บวนการที่ฝึกการคิด (ด้านสติปัญญา) ขณะที่เล่นเด็กมีความสุข (ด้านจิตใจ) เด็กมีเพื่อนได้ใช้ภาษาสื่อสารผ่านโทรศัพท์ที่เป็นเครื่องใช้ที่มีสังคม (ด้านสังคม) และได้ใช้อวัยวะส่วนต่างๆทำงาน คือหูฟัง มือจับโทรศัพท์ ปากออกเสียง (ด้านร่างกาย )
  • เด็กได้สัมผัสกับสิ่งต่างๆเอง คือ โทรศัพท์ จะเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักสิ่งต่างๆรอบตัว ทั้งรูปร่าง ลักษณะ และชื่อเรียกใช้กัน
  • เด็กได้รับการฝึกจิตให้ตระหนักถึงคุณค่าของการเป็นคนช่างคิดของนักประดิษฐ์โทรศัพท์ บุคคลเหล่านี้เป็นคนดีเพราะสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป
  • เด็กจะได้ฝึกการสื่อสารที่เป็นพื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมของคนเรา ได้แก่การใช้ภาษาแสดงความรู้ความคิดของตนเองไปให้ผู้อื่นรับทราบ เน้นสิ่งที่เป็นสาระหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยการใช้เครื่องมือคือโทรศัพท์ และฝึกมารยาทการใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์

จึงกล่าวสรุปได้ว่า การสอนเรื่องโทรศัพท์ให้แก่เด็กปฐมวัย จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับสาระทางวิทยาศาสตร์และกระ บวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ในการฝึกความคิดที่เป็นเหตุผลให้แก่เด็ก เมื่อแนะนำให้เด็กได้รู้ได้เห็น (สัมผัส) ได้ทดลองใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสาร ซึ่งให้เด็กได้รู้จักเครื่องใช้ที่เป็นเทคโนโลยีในสังคมของคนเรา และเด็กได้ฝึกการอยู่ในสังคมที่ต้องใช้ภาษาและมารยาทที่ดีเมื่อใช้โทรศัพท์

ครูสอนเรื่องโทรศัพท์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องโทรศัพท์ที่โรงเรียน ครูจะบูรณาการสาระเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กได้รับความรู้โดยไม่แยกเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ แต่สร้างความสอดประสานในเนื้อหาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในกิจกรรมหลักทั้งหก ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องโทรศัพท์จะเน้นถึงเครื่องใช้ที่มีอยู่ในชีวิตประจำ วันที่เป็นเทคโนโลยี มีรูปร่าง ลักษณะ อย่างไร และใช้วัสดุอะไรทำบ้าง มีคุณลักษณะพิเศษอย่างไร (มีเสียง มีภาพ) ใช้ประโยชน์อย่างไร (ใช้พูดติดต่อกัน ทำให้เราสามารถทำงานและปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้อง ฯ) ใช้อย่างไร (เปิด ปิดอย่างไร อ่านสัญลักษณ์ที่เครื่องมีความหมายอย่างไร) รักษาของใช้อย่างไร (วางที่แท่นโทรศัพท์ เช็ดฝุ่น ใส่ปลอกหรือกล่องโทรศัพท์ไร้ สาย เติมไฟฟ้าในแบตเตอรี่ ต่อสายไฟฟ้าจากเครื่องโทรศัพท์กับปลั๊กไฟ โดยผู้ใหญ่ทำให้) มารยาทการพูดติดต่อทางโทร ศัพท์ (เมื่อรับโทรศัพท์และวางโทรศัพท์ให้กล่าวคำว่าสวัสดีค่ะ/ครับ บอกชื่อผู้รับ ฟังการพูดจากผู้โทรศัพท์มาอย่างสงบ พูดโต้ตอบอย่างสุภาพ พูดเบาๆ พูดโทรศัพท์ห่างจากผู้อื่นเพื่อไม่รบกวนคนอื่น ฯลฯ) กิจกรรมดังกล่าว ครูส่งเสริมให้เด็กสำรวจทางกายภาพและบอกประโยชน์และโทษของโทรศัพท์ (โทษที่เกิดขึ้นได้ เช่นการใช้โทรศัพท์ที่สายไฟชำรุด แบตเตอรี่เสื่อม การพูดนานๆจนเครื่องโทรศัพท์ร้อน พูดตะโกนใส่กัน จะเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหูของเรา ฯ)
  • กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมการเล่นประกอบคำคล้องจอง ที่จะนำเสนอนี้ ใช้ทบทวนความรู้เรื่องโทรศัพท์ที่ทำจากกระป๋องน้ำผลไม้ หรือใช้สรุปบทเรียน

    คำคล้องจอง โทรศัพท์กระป๋อง ( ผู้แต่ง: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุบผา เรืองรอง)

    โทรศัพท์ โทรศัพท์กระป๋อง (กำมือซ้ายเป็นรูปกระบอก ชูขึ้น)

    ฉันทดลองทำขึ้นใช้ (ใช้นิ้วชี้ ชี้ที่หน้าอกตนเอง)

    จัดหากระป๋องมาสองใบ (กำมือซ้าย ขวาเป็นรูปกระบอก แล้วชูขึ้น)

    ผูกต่อได้ด้วยเชือกเส้นยาว (ใช้นิ้วชี้มือขวาและนิ้วชี้มือซ้ายชี้ปลายนิ้วชนกัน แล้วเขยิบเลื่อนไปข้างๆตัว)

    ใบหนึ่งนำแนบแอบข้างหู ฟังเสียงกู่รู้เรื่องราว (กำมือซ้ายเป็นรูปกระบอก ยกแนบใบหูซ้าย)

    ใบหนึ่งจ่อที่ปากพูดส่งข่าว ถ้อยคำกล่าวเล่าให้ฟัง (กำมือขวาเป็นรูปกระบอกไว้ที่ปาก)

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องโทรศัพท์ได้อย่างไร?

  1. พ่อแม่เล่าเรื่องการพัฒนาการสื่อสารของมนุษย์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เสียง (ภาษา) หรือสัญลักษณ์ และพัฒนามาใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น เป่าหอยสังข์ ตีฆ้อง ตีระฆังและมาใช้เป็นโทรศัพท์เพราะพูดคุยกันได้ ผ่านการเล่านิทานประกอบภาพ หรือหนังสือสารานุกรมเยาวชน
  2. ให้ลูกดูภาพโฆษณาขายโทรศัพท์จากหนังสือพิมพ์ หนังสือนิตยสาร แล้วให้เมื่อลูกนำผลการค้นคว้าและผลตั้งข้อสังเกต พ่อแม่แนะนำให้ลูกแบ่งแยกรูปแบบของโทรศัพท์ที่ใช้ในการสื่อสาร
  3. พาลูกไปดูโทรศัพท์ที่ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ โทรศัพท์สาธารณะ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมอธิบายถึงชนิดและความแตกต่างของโทรศัพท์
  4. สอนลูกทำหนังสือสำหรับเด็ก ตัด ติดภาพโทรศัพท์รูปแบบต่างๆ ได้ภาพจากหนังสือพิมพ์หน้าโฆษณาหรือแผ่นปลิว หรือให้ลูกวาดภาพอย่างอิสระ
  5. สนทนาพูดคุยกับลูกเรื่องทั่วไป พ่อแม่ผู้ปกครองชี้ชวนกระตุ้นให้ลูกตั้งข้อสังเกต เรื่องการสื่อสารที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยตั้งคำถามกับลูกถึงรูปแบบหรือวิธีการที่มนุษย์สามารถส่งข้อมูลสื่อสารกันได้ เช่น เราอยู่ใกล้กันเราสนทนาพูดกันแบบนี้ แต่หากคุณพ่ออยู่ที่ทำงาน จะคุยกับคุณแม่และลูกที่อยู่ที่บ้าน เราอยู่ไกลกัน เราจะใช้อะไรติดต่อกัน คำตอบคือเราใช้โทรศัพท์ พ่อแม่ให้ลูกดูโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ ทั้งแบบโทรศัพท์บ้านและแบบโทรศัพท์ไร้สาย
  6. เล่นเกมเพิ่มระยะทางการสื่อสาร โดยแข่งกันหาวิธีการหรือเครื่องมือช่วยให้การพูดคุยกันได้ระยะทางมากที่สุด เช่น การใช้กรวยกระดาษทำเป็นโทรโข่งหรือพูดผ่านท่อแบบต่างๆ
  7. ทดลองทำโทรศัพท์ของเล่นโดยใช้กระป๋องและเชือก (ร่วมมือกับโรงเรียน ผู้ปกครองอาจจะเป็นวิทยากรหรือเมื่อโรงเรียนจัดโครงการอยู่ค่ายวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นโอกาสที่ผู้ปกครองได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกด้วย)

    อุปกรณ์ที่จัดเตรียมมีดังนี้

    1. กระป๋องโลหะ 2 ใบ
    2. เชือกเอ็น ยาวตามความต้องการ
    3. ตะปูขนาดเล็ก 2 ตัว
    4. เทปกาว 1 ม้วน

    วิธีทำ ขั้นตอนดังนี้

    1. ล้างทำความสะอาดกระป๋องโลหะทั้ง 2 ใบ
    2. ใช้ตะปูเจอะรูที่ก้นกระป๋องทั้ง 2 ใบ
    3. ใช้เชือกเอ็นร้อยผ่านทางก้นกระป๋องจนทะลุทางปากกระป๋องทั้ง 2 ใบ
    4. ผูกปลายเชือกทั้ง 2 ด้านเข้ากับตะปู
    5. ดึงเชือกเอ็นจนตึง ใช้เทปกาวติดติดก้นกระป๋องด้านใน ให้ตะปูติดแนบกับก้นกระป๋อง
    6. ทดลองสื่อสาร

    วิธีเล่นกับลูก คือ พ่อแม่พูดผ่านกระป๋อง เสียงจะเดินทางผ่านเชือกเอ็นที่ตึง และดังที่ปลายกระป๋องที่ลูกใช้แนบหู จากนั้นให้ลูกเป็นคนพูดส่งไปหาพ่อแม่บ้าง สลับกัน ประโยชน์ที่ลูกได้จากการเล่นพูดโทรศัพท์ของเล่นคือ ลูกทราบว่ามีเครื่องมือที่ช่วยให้การพูดคุยสื่อสารทำได้ในระยะทางที่ไกลขึ้น

  8. ทดลองเล่นการสื่อสาร พูดคุยกับพ่อแม่ผ่านโทรศัพท์ แบบจำลอง แบบของจริงที่ใช้โทรศัพท์ติดต่อกันภายในบ้าน กิจกรรมนี้พ่อแม่เน้นสอนการใช้โทรศัพท์เบื้องต้นอย่างง่าย
  9. สอนอ่านตัวเลขอารบิกและเลขไทยจากหน้าจอโทรศัพท์ โดยการจดหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ไร้สายส่วนตัวของพ่อแม่ หรือญาติสนิทให้ลูกอ่านและกดหมายเลขตามที่อ่าน แต่ไม่ควรกดสัญลักษณ์การโทรออก เพื่อการประหยัดเงินที่ต้องจ่ายค่าโทรและไม่เป็นการรบกวนผู้รับปลายทาง
  10. สอนมารยาทการใช้โทรศัพท์ เช่น ใช้คำสุภาพว่า สวัสดีครับ พูดเบาๆ ทดสอบโดยการสนทนากับคนในครอบครัวจนชำนาญ จึงค่อยอนุญาตให้สนทนากับบุคคลทั่วไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

เรื่องโทรศัพท์มีเนื้อหาที่เป็นความรู้เพิ่มเติมสำหรับครูบางประการดังนี้

  • ในประเทศไทยคำว่า “โทรศัพท์” ได้เริ่มรู้จักกันตั้งแต่รัชกาลที่ 5
  • คำว่าโทรศัพท์ตรงกับภาษากรีกว่า “Telephone” โดย “Tele” แปลว่า ทางไกล และ “Phone” แปลว่า “การสนทนา” เมื่อแปลรวมกันแล้ว ก็หมายถึง การสนทนากันในระยะทางไกลๆ
  • โทรศัพท์โดยทั่วไปแล้วมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบหมุนและแบบกดปุ่ม แบบหมุนเป็นระบบเก่า ใช้สัญญาณพัลซ์จากการหมุนหน้าปัดหรือไดอัล (dial) ส่วนแบบกดปุ่มจะใช้สัญญาณเป็นความถี่ออกไปเป็นสัญญาณเรียก ปัจจุบันจะเห็นโทรศัพท์ใช้แบบกดปุ่มกันมาก

บรรณานุกรม

  • การประดิษฐ์โทรศัพท์กระป๋องนม http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/15736-027640/ [ค้นคว้าเมื่อ 18 มีนาคม 2557].
  • มารยาทในการสื่อสารทางโทรศัพท์. http://th.jobsdb.com/TH/EN/Resources/JobSeekerArticle/admin_editor36?ID=466 . [ค้นคว้าเมื่อ 18 มีนาคม 2557].
  • วรรณทิพา รอดแรงค้า และ พิมพันธ์ เดชะคุปต์. กิจกรรมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับครู. กรุงเทพฯ : สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ, 2532.
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2551). แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ( 2550 ) รูปแบบการสอนที่พัฒนากระบวนการคิดระดับสูง วิชาวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรง พิมพ์คุรุสภา,
  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  • สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. ( 2550 ) 21 วิธีจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน