หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ (Antiquities and Archaeological Sites)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ

โบราณสถาน (Archaeological Site ) หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการก่อสร้าง หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของอสังหาริมทรัพย์นั้น เป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี รวมถึงสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ทั้งนี้รวมถึงสถานที่ที่เป็น แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ และอุทยานประวัติศาสตร์ ตัวอย่างโบราณสถาน เช่น วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กระทรวงศึกษาธิการ ( วังจันทรเกษม) สำนักงานตรวจบัญชีกองทัพบก สถานีวิทยุศาลาแดง สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี พระตำหนักสวนจิตรลดา วังปารุสกวัน (ด้านเหนือ) ฯลฯ ส่วนโบราณวัตถุ (Antiquities) หมายถึง สังหาริมทรัพย์ที่เป็นของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือที่เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโบราณสถาน ซากมนุษย์หรือซากสัตว์ ซึ่งโดยอายุหรือโดยลักษณะแห่งการประดิษฐ์หรือโดยหลักฐานเกี่ยวกับประวัติของสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นประโยชน์ในทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ หรือโบราณคดี ตัวอย่างของโบราณวัตถุ เช่น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ บานประตูวิหารวัดดอนสัก บานประตูวิหารวัดพระฝาง ฯลฯ

การจัดประสบการณ์เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ (Antiquities and Archaeological Sites)

เป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งให้เด็กได้เรียนถึงพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตจากหลักฐานทางโบราณคดีที่เป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุ สร้างความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย และเพื่อให้เด็กเรียนรู้ที่จะอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุอันเป็นสมบัติที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญที่จะธำรงรักษาไว้ให้อยู่คู่กับชาติคลอดไป

การสอนเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุมีความสำคัญและความเป็นมาอย่างไร

โบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นสารสนเทศอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษาถึงประวัติศาสตร์ของชาติในด้านต่างๆ ที่แสดงถึงวิวัฒนาการและการพัฒนาอย่างเป็นลำดับ เราจะใช้ข้อมูลหรือร่องรอยจากโบราณสถานและโบราณวัตถุเพื่อศึกษาความเป็นมาในอดีตของมนุษย์ ให้ตรงกับความเป็นจริง นักโบราณคดีจะศึกษาเรื่องราวต่างๆในอดีตของมนุษย์โดยผ่านการศึกษาหลักฐานทางโบราณคดี ที่ได้มาจากการขุดค้น (โบราณวัตถุ) การขุดแต่ง (โบราณสถาน) และการศึกษาเอกสารทางประวัติศาสตร์ประเภทต่างๆ (ศิลาจารึก จดหมายเหตุ พงศาวดาร) โดยทั่วไปจะต้องใช้ศาสตร์ด้านอื่นๆ ประกอบด้วยเพื่อให้เรื่องราวในอดีตของมนุษย์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น ประวัติศาสตร์ศิลปะ ธรณีวิทยา สัตวิทยา พฤกษศาสตร์ เรณูวิทยา เป็นต้น การศึกษาโบราณสถานและโบราณวัตถุยังถือเป็นการศึกษาศิลปะซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ความเจริญทางปัญญา และทางจิตใจที่เป็นทั้งต้นเหตุและองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของความเจริญทางด้านอื่นๆทั้งหมด และจะเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้เราได้รักษา และดำรงความเป็นไทยได้สืบไป การศึกษาโบราณสถานและโบราณวัตถุนอกจากจะได้เห็นถึงลักษณะโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม จิตรกรรม และรูปแบบของประติมากรรมแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนโบราณนั้นๆอีกด้วย

มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ ได้แก่ มาตรฐานข้อที่ 7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย ซึ่งอยู่ในพัฒนาการด้านสังคมที่มุ่งให้เด็กอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม โบราณสถานและโบราณวัตถุถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของชาติที่ควรถ่ายทอดหรือให้ได้เรียนรู้และคงอยู่จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อที่จะปลูกฝังความรักและภาคภูมิใจในความเป็นวัฒนธรรมของตนเอง อีกทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุยังเป็นสาระที่ควรเรียนรู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี โดยใช้สาระเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นหัวเรื่องที่นำไปสู่การพัฒนาประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา อันเป็นจุดหมายสำคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

การสอนเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

โบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อประเทศในด้านต่างๆทั้งความสำคัญในแง่ของการศึกษาเชิงวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี รวมถึงคุณค่าด้านจิตใจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นด้วย สำหรับคุณค่าและประโยชน์ที่ได้จากการเรียนรู้เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุในเด็กปฐมวัยมีดังนี้

  • เป็นการปลูกฝังให้เด็กรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย
  • สร้างเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ โดยเฉพาะความรู้สึกและการแสดงออกถึงการชื่นชมต่องานศิลปะ สิ่งประดิษฐ์ สถานที่ที่มีความงดงามและสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนไทยให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย
  • ส่งเสริมและปลูกฝังให้เด็กเรียนรู้ที่จะมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของชาติที่มีความต่อเนื่องมาเป็นเวลาอันยาวนาน
  • ส่งเสริมให้เด็กรู้จักอนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและประเพณีของไทยให้อยู่คู่กับประเทศตลอดไป
  • สร้างเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านคุณธรรมให้กับเด็ก ได้แก่ ค่านิยมความเป็นไทย ความสุภาพอ่อนโยน ความสามัคคีในหมู่คณะ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความรู้สึกรับผิดชอบต่อการร่วมกันรักษาวัฒนธรรมที่เป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุ รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกิดจากโบราณสถานและโบราณวัตถุนั้นๆ

ครูจัดกิจกรรมเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

โบราณสถานและโบราณวัตถุอยู่ในสาระที่ควรเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ครูนำมาจัดเพื่อให้บรรลุมาตรฐานข้อ 7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย การจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุ ครูอาจจัดโดยมีแนวทางและวิธีการดังนี้

  • การกำหนดให้เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุเป็นหน่วยการเรียนรู้ประจำสัปดาห์ วิเคราะห์เนื้อหาสาระในการจัดประสบการณ์ในแต่ละวัน เช่น เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับความหมายและลักษณะของโบราณสถานและโบราณวัตถุ เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทของโบราณสถานและโบราณวัตถุ เด็กควรเรียนรู้ที่จะสำรวจโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เด็กควรมีความตระหนักและเห็นคุณค่าของโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่นหรือเด็กอาจจะต้องการเรียนรู้ว่าโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่มีในท้องถิ่นประดิษฐ์หรือสร้างมาจากวัสดุใดบ้าง หรือมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เมื่อได้วิเคราะห์สาระที่จะเรียนรู้ในแต่ละวันแล้ว ครูก็สามารถจัดกิจกรรมตามหน่วยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมประจำวันทั้ง 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรีหรือเล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา ทั้งนี้การเลือกเรียนหัวเรื่องหรือหน่วยที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุควรกำหนดให้สอดคล้องกับบริบทของเด็กในแต่ละพื้นที่ เช่น เด็กที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร อาจเรียนหน่วยวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน่วยสวนจตุจักร สนามหลวง เป็นต้น แต่เด็กที่อยู่ในภาคเหนืออาจเรียนรู้หน่วยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดอยสุเทพ เด็กที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออาจเรียนรู้หน่วยประสาทหินพิมาย วัฒนธรรมบ้านเชียง ส่วนเด็กที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย อาจเรียนรู้หน่วยพระธาตุนครศรีธรรมราช พระธาตุไชยา สวนโมกขพลาราม เป็นต้น ทั้งนี้ในการจัดกิจกรรมต่างๆตามตารางกิจกรรมประจำวันควรคำนึงถึงการให้โอกาสเด็กได้พัฒนาให้ครบทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญาไปอย่างสมดุลและสอดคล้องกัน
  • การจัดกิจกรรมแบบโครงการ (Project) ที่เกิดจากความสนใจของเด็ก ส่วนใหญ่การเรียนรู้แบบโครงการจะคำนึงถึงแหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้ที่มีมากพอในการสืบค้นในเรื่องที่เป็นโครงการ เช่น เด็กที่อยู่ใกล้วัดพนัญเชิง อาจจัดทำโครงการเรื่องวัดพนัญเชิง เด็กที่อยู่ในจังหวัดสุโขทัยอาจจัดทำโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เด็กที่อยู่ในจังหวัดอุดรธานีอาจจัดทำโครงการเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น การเรียนรู้แบบโครงการจะศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึกและสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลายได้แก่ การสำรวจ การสัมภาษณ์ การศึกษาตำรา แหล่งวิทยาการต่างๆ การศึกษาสถานที่จริง การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สามารถตอบคำถามในประเด็นต่างๆที่เด็กร่วมกันถามและต้องการพิสูจน์ เช่น เด็กที่จัดทำโครงการเรื่องเครื่องปั้นดินเผา อาจต้องการรู้ว่าดินลักษณะใดที่นำมาทำเครื่องปั้นดินเผาได้ ส่วนประกอบในการทำเครื่องปั้นดินเผามีอะไรบ้าง กระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผามีอย่างไร หรือมีสถานที่ใดบ้างที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น ส่วนการเรียนรู้แบบโครงการท้ายที่สุดเด็กจะต้องสร้างสรรค์ชิ้นงานออกมาให้ปรากฏเพื่อจะได้นำไปสู่การแสเงหรือจัดนิทรรศการในขั้นสุดท้าย ในขณะที่เด็กเรียนรู้ในขั้นพัฒนาโครงการ เด็กจะได้รับการพัฒนาประสบการณ์สำคัญในด้านต่างๆไปพร้อมๆกัน เช่น เด็กจะได้พัฒนาทักษะการสังเกตจากการสังเกตลักษณะของดินที่นำมาใช้ในการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เด็กจะได้เปรียบเทียบขนาดของเครื่องปั้นดินเผา เด็กจะได้วัดและกะประมาณปริมาณของดินที่นำมาผลิตเครื่องปั้นดินเผาในแต่ละอย่าง เด็กจะได้พัฒนาทักษะทางภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมและทักษะอื่นๆอีกด้วย
  • การจัดกิจกรรมพิเศษหรือการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุจากการจัดกิจกรรมในท้องถิ่น เช่น การเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธรูปโบราณที่อยู่ในโบสถ์จากการไปวัดในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัยจากงานประวัติศาสตร์สุโขทัย การเรียนรู้เกี่ยวกับวัดพระธาตุนครศรีธรรมราช จากประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมพิเศษดังกล่าวอาจจัดในขณะที่เด็กเรียนรู้อยู่ในโรงเรียนหรือผู้ปกครองอาจมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ก็ได้

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุอย่างไร?

พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมสอนลูกขณะอยู่ที่บ้านให้ได้เรียนรู้เรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุจากการจัดกิจกรรมตามสภาพจริง เช่น การที่พ่อแม่อาจพาลูกไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆที่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสของจริงและได้เรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุ เช่น การพาลูกไปเที่ยววัดพระแก้วหรือวัดต่างๆในกรุงเทพมหานคร การพาลูกไปเที่ยวสวนสาธารณะ การพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ ไปเที่ยวชมปราสาทราชวัง หรือสถานที่สำคัญต่างๆในโอกาสของวันสำคัญหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ นอกจากนี้พ่อแม่อาจจัดประสบการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุได้ขณะอยู่ภายในบ้าน เช่น การให้เด็กเรียนรู้จากภาพ นิทานหรือหนังสือสารคดี การให้เด็กได้ดูรายการโทรทัศน์ที่นำเสนอเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุ เช่น รายการกระจกหกด้าน ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 หรือรายการโทรทัศน์อื่นที่นำเสนอสารคดีเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุ นอกจากนี้พ่อแม่ยังสามารถสอดแทรกการเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุจากการดำเนินชีวิตในประจำวัน เช่น การพาลูกไปทำบุญที่วัดแล้วควรสอนให้ลูกได้เห็นความสำคัญและการตระหนักต่อการอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและเป็นการสะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ดังนั้นจึงต้องร่วมมือกันเพื่อรักษาและปกป้องไม่ให้ผู้ใดมาทำลายหรือสร้างความเสียหายแก่โบราณสถานและโบราณวัตถุ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ครูมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ทางด้านวิชาการและวิทยาการต่างๆ รวมทั้งการอบรมบ่มนิสัยและการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีในด้านต่างๆให้กับผู้เรียนเพื่อการพัฒนาแบบองค์รวม การสอนเรื่องโบราณสถานและโบราณวัตถุมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของโบราณสถานและโบราณวัตถุที่เป็นพื้นฐานของความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน นอกจากนี้ครูควรจัดกิจกรรมที่ช่วยสร้างความตระหนักในการที่จะร่วมกันอนุรักษ์และสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทยจากโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่น จากนั้นครูสามารถขยายประสบการณ์เพื่อให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนและห่างไกลออกไป โดยคำนึงถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละวัย

บรรณานุกรม

  1. นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2540). “พิพิธภัณฑ์” มติชนสุดสัปดาห์. ฉบับวันที่ 25 มีนาคม 2540 17 (866): 47.
  2. ปรีชา กาญจนาคม. (2525). โบราณคดีปฏิบัติ 1,2,3. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
  3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน