หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องโรงพยาบาล (Hospital)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องโรงพยาบาล

โรงพยาบาล (Hospital) หมายถึง สถานที่ให้บริการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย ด้วยการตรวจรักษา และป้องกันโรคให้แก่คนทั่วไป เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี คือ มีสภาพร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ปราศจากโรคภัย โดยมีแพทย์เป็นผู้ตรวจค้นโรคและความผิดปกติของร่างกาย จิตใจ สั่งยาและให้การรักษา มีพยาบาล คอยช่วยเหลือแพทย์และผู้ป่วยเพื่อให้อยู่ให้สภาวะที่จะต่อสู้การลุกลามของโรคได้อย่างดีที่สุด ซึ่งการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองให้แก่เด็กปฐมวัยผ่านวิถีชีวิตประจำวันเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญสำหรับพ่อแม่และครู เพราะเด็กปฐมวัยเป็นวัยแรกเริ่มของชีวิต จะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทั้งร่างกาย จิตใจ และอยู่ในสังคมด้วยความสุข เมื่อผู้ใหญ่เป็นผู้ดูแลสุขอนามัยเด็ก ควรตระหนักถึงการป้องกันไม่ให้เด็กเจ็บป่วย การรักษาเมื่อเด็กป่วยไข้และส่งเสริมสุขภาพเด็กให้แข็งแรงเจริญวัยได้อย่างสมบูรณ์ การที่ผู้ใหญ่ปฏิบัติต่อเด็กเช่นนี้นอกเหนือจากการฝึกสุขนิสัยพื้นฐานเรื่องการรับประทานอาหาร การนอน การทำความสะอาดร่างกาย การขับถ่าย แล้ว การใช้สถานที่บริการทางสุขภาพคือโรงพยาบาลจะช่วยให้สุขภาพของเด็กแข็งแรงและปลอดภัยได้ เด็กควรเรียนรู้ว่า โรงพยาบาลเป็นสถานที่บริการทางสุขภาพให้แก่คนในสังคม โดยมีแพทย์ พยาบาล เครื่องมือและวิธีการดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริมสุขภาพได้เป็นอย่างดี ในชีวิตของเด็กจะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรับการบริการทางสุขภาพ เวลาใดเวลาหนึ่ง พ่อแม่และครูจึงควรจัดประสบการณ์ให้เด็กรู้จักโรงพยาบาล

การสอนลูกเรื่องโรงพยาบาลมีความสำคัญอย่างไร?

โรงพยาบาลเป็นสถานที่สำคัญในชุมชนที่ให้การบริการดูแลรักษาคนให้หายจากการเจ็บป่วย โดยมีแพทย์ พยาบาล เป็นผู้ดูแลรักษา ให้คำแนะนำ การเจ็บป่วยของคนเรามีสาเหตุหลายประการ เช่น

  • เกิดจากโรคระบาด ได้แก่ โรค ไข้หวัดใหญ่ โรคมือเท้าเปื่อย โรคไข้เลือดออก เป็นต้น เมื่อเกิดโรคระบาดจะต้องป้องกันและรักษา การป้องกันมีหลายวิธีเช่น การฉีดวัคซีน การดูแลทำความสะอาดตนเองและสภาพแวดล้อม ส่วนการรักษาเมื่อเกิดการเจ็บป่วยแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาจากแพทย์ที่ทำหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลและคลินิก
  • เกิดจากสภาพร่างกายของเราอ่อนแอ เพราะมีเชื้อโรค เข้าสู่ร่างกายและมีพฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่ดีหรือไม่ถูกต้อง คนเราจึงเจ็บป่วย
  • เกิดจากอุบัติเหตุ จากการเล่นและของเล่น การเดินทางทั้งในพาหนะและการเดินถนน จากไฟ ไฟฟ้า ของมีคม การจมน้ำ น้ำร้อนลวก สัตว์เลี้ยงกัด สัตว์มีพิษกัดและต่อย เป็นต้น
  • เกิดจากภัยพิบัติ เช่นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ลมพายุพัด เป็นต้น

แม้ในยามปกติคนเราตระหนักถึงการดูแลสุขภาพให้คงความแข็งแรงสุขภาพไว้ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น การมีที่อยู่อาศัยสะอาด อากาศบริสุทธิ์ไว้หายใจ รับประทานอาหารปลอดจากสารพิษ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ระบบขับถ่ายอุจจาระเป็นปกติ เป็นการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรค แต่เพื่อให้แน่ใจว่าสุขภาพแข็งแรงจริงนั้น แพทย์จะผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยได้ดีด้วยการใช้ความรู้และการใช้เครื่องมือตรวจสอบให้

การสอนลูกเรื่องโรงพยาบาลมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เด็กได้รับประโยชน์จากการรู้จักโรงพยาบาล ดังนี้

  • เด็กได้รู้จักสถานที่ที่เป็นสาธารณะประโยชน์ทำหน้าที่บริการอีกลักษณะหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • เด็กได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของแพทย์และพยาบาลที่ทำหน้าที่รักษาพยาบาลให้เด็กหายจากการป่วยไข้ และให้คำแนะนำการป้องกันโรค
  • เด็กได้เรียนรู้จริยธรรม คุณธรรม คือ ความเมตตากรุณาที่แพทย์และพยาบาลมีต่อผู้ที่มาโรงพยาบาลเพื่อรักษาความเจ็บป่วยหรือมาขอคำแนะนำ ความเมตตากรุณาเป็นคุณธรรมที่ทำให้สังคมมีความเป็นปกติสุข เมื่อเด็กเห็นแบบอย่างที่ดี เด็กจะปฏิบัติตามและเจริญเติบโตเป็นผู้มีความเมตตาต่อผู้อื่นได้ นอกจากนี้การไปโรงพยาบาล เด็กได้เห็นแบบอย่างของการปฏิบัติตนที่ดีของพ่อแม่ เรื่องการมีวินัย ความอดทน การไม่เห็นแก่ตัวขณะรอรับการรักษาพยาบาล
  • เด็กได้เห็นประโยชน์ของเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดส่วนสูง ปรอทวัดไข้ เข็มฉีดยา หูฟัง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เด็กอาจจะรู้จักโดยตรงเพราะตนเองเป็นผู้รับการรักษาเองหรือเห็นจากสิ่งแวดล้อมที่ไปโรงพยาบาล เช่นผู้ป่วยนั่งรถเข็น ใส่เฝือกแขน ขา ฯลฯ
  • เด็กได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนเพื่อรักษาสุขภาพของตนเมื่อเจ็บป่วย ตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การนอนหลับพักผ่อน การรับประทานยา ฯ เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดูแลสุขอนามัยของตนเองตามวัย

เรื่องโรงพยาบาลจึงเป็นประโยชน์ควรแก่การจัดประสบการณ์ชีวิตให้แก่เด็กโดยครอบครัวและโรงเรียน พ่อแม่สอนเด็กเมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องไปโรงพยาบาล นับว่าเป็นโอกาสดีที่เด็กเรียนรู้จากการชี้แนะ สนทนา กับผู้ปกครอง และมีสิ่งแวดล้อมเป็นสื่อ การสอน ส่วนโรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นทางการ

ครูจัดกิจกรรมเรื่องโรงพยาบาลให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 กำหนดสาระการเรียนรู้ไว้สาระหนึ่งในสี่สาระคือ บุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก และยกตัวอย่างเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเด็กคือ เรื่องโรงพยาบาล ซึ่งจะสัมพันธ์ถึงเรื่องเกี่ยวกับบุคคลคือ แพทย์ (หมอ) และพยาบาล สาระสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก คือ เครื่องมือรักษาพยาบาลผู้ป่วย สาระเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก คือการรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง ครูสามารถนำมาจัดกิจกรรมสำหรับเด็กโดยบูรณาการสาระเหล่านี้ได้ดังนี้

  • เด็กเล่นอย่างอิสระในกิจกรรมเสรี ครูจัดมุมบทบาทสมมติเป็นโรงพยาบาล ให้เด็กได้เล่นเป็นหมอ พยาบาล และคนไข้ พร้อมจัดหาของเล่นจำลองที่เกี่ยวข้อง เช่น อุปกรณ์รักษาคนไข้ คือ สำลี ผ้าพันแผล ครีมคีบของ แก้วน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เช่น หูฟัง เสื้อคลุม ปรอทวัดไข้ หมวกพยาบาล ฯลฯ บางอย่างเป็นเครื่องเล่นจำลองมีรูปร่างลักษณะคล้ายของจริง เด็กจะสนใจและชอบเล่น บางอย่างอาจประดิษฐ์ขึ้นจากงานศิลปะของเด็ก เช่น หมวกพยาบาล โดยอาจจะพับกระดาษ วาดภาพและระบายสี นอกจากนี้ ที่มุมหนังสือ ครูจัดหาและผลิตหนังสือสำหรับเด็กที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล ไว้ให้เด็กอ่าน อาจจะเป็นนิทานจินตนาการ หรือหนังสือสารคดีสำหรับเด็ก แนะนำโรงพยาบาล ในชุมชนที่เด็กอยู่ หรือแนะนำหน้าที่ของแพทย์และพยาบาล โดยผลิตเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กแบบง่ายๆ เป็นต้น
  • เด็กเรียนรู้อย่างเป็นทางการในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ ครูอาจจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องโรงพยาบาลด้วยเทคนิควิธีที่หลากหลาย เช่น การสาธิตการทำแผล เช่นเดียวกับที่คุณหมอรักษา การวัดปรอทคนไข้ วิธีให้เด็กมีส่วนร่วมการเรียนรู้ด้วยเทคนิคการแสดงบทบาทสมมติ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการแสดงออกตามที่คิดและจินตนาการ โดยการสร้างสถานการณ์ มีคนเจ็บป่วย อาจเกิดจากอุบัติเหตุที่โรงเรียนวิ่งหกล้มแขนหัก ต้องไปโรงพยาบาล มีหมอและพยาบาลช่วยกันรักษา (เข้าเฝือกที่แขน) เด็กๆ จะได้เรียนรู้ความสำคัญของโรงพยาบาลและบทบาทหน้าที่ของแพทย์และพยาบาล ตลอดจนขั้นตอนการรักษาตนเมื่อไปโรงพยาบาล ดังนั้นเมื่อเด็กได้แสดงบทบาทสมสมมติ แล้วควรส่งเสริมทั้งที่เป็นเนื้อหาสาระ/ความรู้และการกระทำ แล้วนำมาอภิปรายกัน
  • การเชิญแพทย์ พยาบาลมาเป็นวิทยากรเป็นเรื่องที่น่าสนใจ อาจจะเป็นผู้ปกครองของเด็กมาพูดคุยในหัวเรื่องที่เด็กๆ สนใจ หรือมาร่วมกิจกรรมกับเด็กในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น การสอนแบบโครงการ เด็กๆ อาจจะสนใจเรื่องโรงพยาบาล จึงไปสืบค้นด้วยการซักถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลคือ แพทย์และพยาบาล
  • การนำเด็กไปศึกษานอกสถานที่ คือโรงพยาบาลในชุมชน กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับสถานศึกษาที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาล การไปศึกษานอกสถานที่ที่โรงพยาบาลเพียงแค่รู้จักสถานที่ตั้ง รู้จักชื่อโรงพยาบาลในชุมชน ก็เพียงพอ ส่วนความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องครูใช้เทคนิควิธีการสอนอื่นๆ จะเหมาะสมกว่า เช่น การเล่าเรื่องประกอบภาพ การแสดงบทบาทสมมติตามที่กล่าวมา
  • ครูบูรณาการทักษะทางภาษาให้แก่เด็กให้สัมพันธ์กับเรื่องที่สอน อาจจะเพิ่มภาษาต่างประเทศให้แก่เด็กผ่านการเล่น การสืบค้นจากการอ่าน การสอบถาม เช่นการเปิดโอกาสให้เด็กได้สนทนาโต้ตอบกันในการแสดงบทบาทสมมติ แสดงละคร เล่นเกมหาคำที่กำหนด ได้แก่ คำว่า โรงพยาบาล Hospital พยาบาล Nurse แพทย์ Doctor สุขภาพ health (กิจกรรมนี้อาจจัดร่วมกับครอบครัวเพื่อให้เด็กใช้จริงในชีวิตประจำวันอย่างมีความหมาย) ให้เด็กๆ ช่วยครูแต่งเพลงเกี่ยวกับโรงพยาบาลใส่ทำนองที่เด็กคุ้นเคยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เด็กเรียนรู้คณิตศาสตร์จากเรื่องโรงพยาบาลได้ เช่นระยะใกล้ไกล จากโรงเรียนหรือบ้านไปโรงพยาบาล รูปร่างโรงพยาบาลเปรียบเทียบกับรูปทรงเรขาคณิต ฯลฯ เด็กๆ สามารถทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ครูจัดแบบบูรณาการได้เช่น วาดภาพระบายสีการออกแบบเสื้อคลุมของหมอ พับหมวกของพยาบาล พับถุงใส่ยา ประดิษฐ์หูฟัง วาดภาพ /ปั้นรูปร่างโรงพยาบาลที่รู้จัก หรือรถเข็น เตียงนอนของผู้ป่วย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องโรงพยาบาลอย่างไร?

การรู้จักเรื่องเกี่ยวกับโรงพยาบาล จะแตกต่างจากการสอนเรื่องๆ อื่นๆ ให้ลูกอยู่บ้าง เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่คนเจ็บป่วยไปรักษา จึงต้องระมัดระวังการได้รับเชื้อที่ทำให้เด็กเจ็บป่วยได้ การสอนเรื่องโรงพยาบาลนอกเหนือจากการสอนตามสภาพจริงแล้ว การให้เด็กได้รับประสบการณ์ทางอ้อมก็เป็นวิธีการที่เหมาะสม ผ่านสื่อ อุปกรณ์ การเล่น และการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม พ่อแม่สามารถจัดกิจกรรมเรื่องโรงพยาบาลให้แก่ลูกได้ดังนี้

  • นำลูกเที่ยวชมสถานที่ที่ต่างๆ ในชุมชนใกล้ๆ บ้าน รวมทั้งโรงพยาบาล ปัจจุบันโรงพยาบาลมีสภาพแตกต่างกันไปตามบริบทของสังคมที่เด็กอยู่ เด็กที่อยู่ในเขตเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑลนั้น จะมีโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง มีสภาพแวดล้อมสะอาด สวยงาม ภูมิทัศน์ตกแต่งร่มรื่น
  • ในโรงพยาบาลจะมีบุคคลที่เด็กควรรู้จัก คือ แพทย์และพยาบาล เมื่อพ่อแม่นำลูกไปโรงพยาบาลเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรค ไปคลอดบุตรคนใหม่ นำลูกไปรักษาตัว เด็กจะเห็นบทบาทของแพทย์ พยาบาลและบุคคลอื่นๆ ต่างทำหน้าที่ของตน เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องบทบาทหน้าที่ของคนในสังคมตามสภาพจริง การพูดคุยและแนะนำให้เด็กเห็นบทบาทของบุคคลต่างๆในโรงพยาบาล เช่น คุณหมอจะตรวจแผลที่หนูเจ็บและบอกได้ว่า เราจะทำอย่างไรต่อไป คุณพยาบาลจะทำแผลให้หนูค่ะ คุณหมอเขียนรายการยาแล้ว เราจะไปหาพี่ (เภสัช) ที่จัดยานะค่ะ เป็นต้น
  • การรอคอยเพื่อเข้าพบแพทย์ตามลำดับเป็นกฎกติกา มารยาททางสังคมที่เด็กได้เรียนรู้จากการไปโรงพยาบาลได้ เด็กอาจจะยังเล็กนักที่จะเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านั้น แต่การกระทำของผู้ใหญ่ที่จะเรียงลำดับเข้าตรวจรักษา ต่อไปเด็กจะปฏิบัติตามพ่อแม่ที่ทำอยู่ ดังนั้นการรอคอยอย่างสงบ เป็นการสอนเรื่องความอดทนอดกลั้นให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง
  • ประชาชนทุกคนจะมีบัตรประจำตัวที่โรงพยาบาลจัดทำให้แสดงถึงสิทธิของตน บัตรของใครคนนั้นเป็นเจ้าของ การเข้ารักษาจะถูกบันทึกจากแพทย์เป็นข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคน พ่อแม่ให้ลูกเห็นบัตรประจำตัว เห็นสมุดบันทึกสุขภาพของเขาได้ แนะนำง่ายๆ ว่าคือ ของลูก ทุกครั้งที่ลูกมาโรงพยาบาลลูกจะต้องมีบัตร แต่ตอนนี้พ่อแม่ดูแลให้ลูกก่อน ส่วนสมุดสุขภาพนั้นเมื่อเด็กไปเข้าโรงเรียน ครูประจำชั้นจะขอจากพ่อแม่เพื่อนำไปบันทึกข้อมูลของเด็ก พ่อแม่ให้เด็กได้ทราบเรื่องนี้ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องย้ำกับเด็กอย่างจริงจัง เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่มากกว่า แต่หากเด็กได้เข้าใจถึงความสำคัญของการบันทึกสุขภาพจะเป็นแบบอย่างในการดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองต่อไป
  • การที่เด็กชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงที่โรงพยาบาล เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องของตนเอง เรียนคณิตศาสตร์เรื่องน้ำหนัก เรื่องความสูง เรื่องตัวเลข เรื่องเครื่องมือ ถึงแม้จะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะสอนโดยตรง แต่สิ่งเหล่านี้มีในเหตุการณ์ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเด็กได้เรียนรู้
  • หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร มักจะมีหน้าแทรกโฆษณาเกี่ยวกับโรงพยาบาล มีภาพแพทย์ พยาบาลดูแลคนไข้ พ่อแม่ชวนลูกดู สนทนาถึงหน้าที่ของแพทย์ พยาบาล
  • อ่านคำ และเนื้อเรื่องจากหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารให้ลูกฟัง เช่น คำว่า โรงพยาบาล Hospital พยาบาล Nurse แพทย์ Doctor สุขภาพ health เป็นต้น
  • เด็กอาจจะขอเล่นสมมติเป็นคุณหมอ พยาบาล พ่อแม่อาจจะจัดหาเครื่องมือแพทย์จำลองมาให้ลูก เด็กจะเล่นอย่างสนุก อุปกรณ์เหล่านี้มีจำหน่ายทั้งร้านค้าทั่วไปและในห้างสรรพสินค้า จะมีจำหน่ายเป็นชุด คือ มีหูฟัง คีมคีบของ เสื้อคลุมคุณหมอ หมวกพยาบาล อุปกรณ์รักษาพยาบาลอื่นๆ
  • อ่านหนังสือเกี่ยวกับคุณหมอร่วมกับลูก เช่นเรื่องคุณหมอเดอโซโต แต่งโดย วิลเลี่ยม สตีก และแปล โดย ดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ เรื่องคุณหมอฟันพิเศษ ของเด็กชายพิเศษ ( A special dentist of a special boy ) ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ฝ่ายทันตกรรม สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องชุดลูกหมี เช่น ลูกหมีเป็นหวัด ลูกหมีปวดท้อง แต่งโดย อาจารย์พรจันทร์ จันทวิมล สำนักพิมพ์ ชมรมเด็กจัดพิมพ์ เป็นต้น
  • ถ่ายภาพโรงพยาบาลและแนะนำให้ลูกรู้จัก ปัจจุบันภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอล ใช้งานง่าย สะดวก พ่อแม่ถ่ายภาพนำมาสนทนากับลูกได้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนหน่วยโรงพยาบาล จะมีความสัมพันธ์กับสาระการเรียนรู้ทั้ง 4 สาระในโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 คือ สาระที่ 1 เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก: เรารักษาสุขภาพ/ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น/ โรค สาระที่ 2 บุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก: แพทย์และพยาบาล สาระที่ 3 ธรรมชาติรอบตัว: ฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง และสาระที่ 4 สิ่งต่างๆ รอบตัว: เครื่องมือแพทย์ เครื่องใช้สำหรับรักษาสุขภาพ ครูอาจต่อยอดเรื่องโรงพยาบาลจากสาระการเรียนรู้ที่กล่าวมาหรือบูรณาการสาระการเรียนรู้ ทั้ง 4 สาระก็ได้

บรรณานุกรม

  1. มนันยา เกตุแก้ว. (2553). คู่มือดูแลรักษาลูกรัก. กรุงเทพมหานคร : ไพลิน.
  2. บุบผา เรืองรอง. ( 2555). สุขอนามัยสำหรับเด็กปฐมวัย. นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2548). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
  4. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ. (2552). คัมภีร์เลี้ยงลูก. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์สุขภาพ.
  5. สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. (2548). ความรู้เพื่อชีวิต. กรุงเทพมหานคร : องค์การยูนิเซฟ.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน