หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว (The Earth, the sun, the moon and stars)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว (The Earth, the sun, the moon and stars) หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กวัย 2–5 ปี ด้วยการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยการลงมือกระทำด้วยตัวเอง จากการเรียนรู้ จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า เพื่อให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดและพัฒนาทักษะพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา เช่น การทดลองเรื่องกลางวันกลางคืน การทดลองเรื่องพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ฯลฯ ทั้งนี้ เนื่องจากเด็กเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เด็กจึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่ง แวดล้อมรอบตัว เพื่อที่จะได้ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เหมาะสม การสอนเด็กให้เรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวเป็นการสร้างความคิดรวบยอดให้กับเด็กรวมทั้งการพัฒนาพื้นฐานที่จำเป็น อันเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ให้กับเด็กต่อไป

การสอนเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว สำคัญอย่างไร?

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดสาระการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3–5 ปี ให้ได้เรียนรู้ธรรม ชาติรอบตัว โดยรู้จักสิ่งมีชีวิตที่เป็นต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์ สิ่งไม่มีชีวิต รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมเด็กตามธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล กลางวัน กลางคืน ฯลฯ การสอนให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาว จะเป็นพื้นฐานไปสู่การเรียนการสอนระดับประถมศึกษา ความรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ในสาระการเรียน รู้ที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ ซึ่งอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแลกซี่ เอกภพ ปฏิสัมพันธ์และผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ความสัมพันธ์ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก ความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศ แต่ในระดับปฐมวัย การเรียนรู้เรื่องดังกล่าวนี้ จะอยู่ในสาระที่เด็กควรเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว โดยมุ่งให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น ดวงอาทิตย์จะปรากฏขึ้นจากขอบฟ้าในตอนเช้าของทุกวัน ตอนเช้าแสงแดดจะไม่ร้อนมาก ตอนกลางวันคนส่วนมากจะตื่นนอนและทำงาน ส่วนเด็กจะไปโรงเรียน เล่นและทำงานร่วมกับเพื่อนที่โรงเรียน ตอนกลางวันจะรับประทานอาหาร ตอนบ่ายหรือตอนเย็นเลิกเรียนและกลับบ้าน อาบน้ำ รับประทานอาหาร ทำการบ้านที่ครูสั่ง ตอนกลางคืนจะมืด มีดวงจันทร์ลอยอยู่บนท้องฟ้าแทนดวงอาทิตย์ อากาศตอนกลางคืนไม่ค่อยร้อน และทุกคนจะนอนหลับในเวลากลางคืน บางครั้งในตอนกลางคืนเด็กจะมองเห็นดวงดาวมากมายอยู่บนท้องฟ้า ฯลฯ การเรียนรู้ในสาระดังกล่าวสำหรับเด็กปฐมวัยนั้นจะเน้นที่ความสอด คล้องกับชีวิตประจำวันและบริบทของเด็ก เพราะเด็กยังไม่เข้าใจหลักการ เหตุผลหรือทฤษฎีที่เกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาลได้เหมือนผู้ใหญ่ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจึงมุ่งให้เด็กได้ค้นหาความรู้ ความจริงที่ปรากฏ และสามารถพิสูจน์ได้ จากการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เช่น ทักษะการสังเกต การเปรียบเทียบ การทดลอง การพยากรณ์ การสื่อความหมาย ซึ่งในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้กำหนดประสบการณ์สำคัญที่ส่ง เสริมพัฒนาการทางสติปัญญา และสอดคล้องกับการเรียนรู้สาระเรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ไว้คือ การสนับ สนุนให้เด็กใช้ภาษาในการอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ การสังเกต จำแนกและเปรียบ เทียบ สำรวจและอธิบายความเหมือน ความต่างของสิ่งต่างๆ การจับคู่ จำแนก จัดกลุ่ม การเปรียบเทียบ การเรียงลำดับสิ่งต่างๆ การคาดคะเน การตั้งสมมติฐาน การทดลอง การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบเวลา ตอนเช้า ตอนเย็น เมื่อวาน วันนี้ ซึ่งในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับประสบการณ์สำคัญ อันเป็นทักษะการเรียนรู้ให้เป็นผลสำเร็จนั้น ครูปฐมวัยจึงบูรณาการทั้งกิจกรรมและบูรณาการทักษะอย่างสมดุลกัน ด้วยการจัดประสบการณ์แบบหัวเรื่องหรือหน่วยให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย

การสอนเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ทำให้เด็กปฐมวัยมีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ตามระดับความสามารถของเด็ก เช่น เด็กรู้ว่าโลกกลม เด็กเดิน วิ่ง เล่น และทำกิจกรรมต่างๆบนพื้นดินหรือพื้นผิวของโลก บนโลกจะมีสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆอาศัยอยู่ร่วมกัน ดวงอาทิตย์จะปรากฏให้เห็นตอนกลางวัน คนส่วนใหญ่จะทำงานตอนกลางวัน กลาง คืนจะมืดและจะมองเห็นดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆในเวลากลางคืน ทุกคนจะนอนหลับในตอนกลางคืน เด็กควรระมัด ระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในเวลากลางคืน ไม่ควรออกไปไหนมาไหนเวลากลางคืน เพราะอาจจะได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษได้ สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดรวบยอดที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้ในการเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว นอก จากนี้ประโยชน์ที่เกิดจากการเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว มีดังนี้

  • ช่วยให้เด็กรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยร่วมกันบนโลก
  • ช่วยให้เด็กรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆที่อยู่ในโลก และควรมีความรับผิดชอบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามระดับวุฒิภาวะที่สามารถทำได้ เช่น ไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ ใช้น้ำและไฟอย่างประหยัด ไม่ใช้ภาชนะที่ทำมาจากโฟม หรือวัสดุสังเคราะห์ที่อาจทำลายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
  • ช่วยให้เด็กมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ เช่น ความรับผิดชอบ ความมีวินัย จิตสาธารณะ การเรียนรู้เกี่ยวกับโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ที่เด็กได้เรียนรู้ว่ามีกลางวัน กลางคืน รู้ว่าในเวลาใดควรปฏิบัติกิจกรรมหรือปฏิบัติตนอย่างไร ทำให้เด็กเกิดความตระหนักต่อตนเอง ช่วยสร้างวินัยในตนเองและเสริมสร้างจิตสาธารณะ จากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมบนโลกนี้ตามวัยของเด็ก
  • ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ซึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ในเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กจะต้องมีการสืบค้นข้อมูลความรู้ มีการพิสูจน์ทดลองต่างๆ ตลอดจนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน เด็กต้องใช้ทักษะการสังเกต เช่น การสังเกตลักษณะของกลางวัน สังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ฯลฯ นอกจากนี้เด็กยังได้ใช้ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ด้านอื่นๆ เช่น การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเวลากลางวันและเวลากลางคืน การเปรียบเทียบลักษณะของดวงดาวบนท้องฟ้าจากการดูดาวบนท้องฟ้าร่วมกับพ่อแม่ขณะอยู่ที่บ้าน ทักษะการลงความเห็นจากการปฏิบัติการทดลอง ฯลฯ
  • ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาประสบการณ์สำคัญตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้แก่ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และที่สำคัญคือประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทาง ด้านสติปัญญา อาทิ การคิด การใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆด้วยภาษา การสังเกต จำแนกและเปรียบเทียบ มิติสัมพันธ์และเวลา

ครูสอนเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การสอนเรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ซึ่งเป็นสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นจริงที่สามารถค้นคว้า พิสูจน์และทดลองให้เห็นจริงได้ ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจึงเป็นการจัดการเรียนรู้ให้สอด คล้องกับสถานการณ์จริง เช่น การสอนเรื่องโลก ครูจะให้เด็กได้รับประสบการณ์จริงอย่างหลากหลาย ให้เด็กรู้และเข้าใจว่าเราอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลก บ้านและที่อยู่อาศัยอยู่บนโลก ดวงอาทิตย์ให้แสงสว่าง ให้พลังงานความร้อน ความร้อนจากแสง แดดทำให้ผ้าแห้ง เราทำกิจกรรมต่างๆในตอนกลางวันได้ เนื่องจากอาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ส่วนดวงจันทร์ ดวงดาวปรากฏให้เห็นในเวลากลางคืน สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูที่โรงเรียนมีแนวทางในการดำเนินการดังนี้

  • จัดประสบการณ์แบบหน่วยการเรียนรู้ โดยการใช้สาระการเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวเป็นชื่อหน่วย ในแต่ละหน่วยอาจสอนให้จบภายในสัปดาห์เดียวหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความสนใจของเด็ก เช่น หน่วยดวงอาทิตย์ ครูอาจกำหนดเรื่องย่อยที่จะเรียนในแต่ละวัน เช่น ลักษณะของดวงอาทิตย์ ประโยชน์ของดวงอาทิตย์ พลังงานจากดวงอาทิตย์ การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ การถนอมอาหารโดยใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ เมื่อได้หัวเรื่องแล้วครูก็นำไปจัดกิจกรรมประจำวันตามตารางกิจกรรมประจำวัน เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา
  • การจัดประสบการณ์แบบบูรณาการเนื้อหา หมายถึง การกำหนดการเรียนรู้แบบหน่วย แต่จะบูรณาการเนื้อหาอื่นๆเข้ามาไว้ด้วยกัน ให้มีความสัมพันธ์กัน เช่น เรียนหน่วยดวงอาทิตย์ แต่จะบูรณาการเรื่องดวงจันทร์ ดวงดาว และโลกให้เด็กได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน
  • การจัดประสบการณ์แบบโครงการ ซึ่งโครงการในระดับปฐมวัยจะเป็นการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง เด็กสามารถค้นพบความรู้จากการค้นคว้า พิสูจน์ ทดลองและวิธีการเรียนจากการลงมือกระทำ เนื้อหาที่เรียนรู้อาจจบภายในเวลา 1 สัปดาห์หรือหลายๆสัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจของเด็กในเรื่องนั้นๆด้วย
  • จัดประสบการณ์โดยอาศัยแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชนและท้องถิ่นโดยให้เด็กศึกษานอกสถานที่ เช่น การเรียนรู้เรื่องระบบสุริยะจักรวาลจากการพาเด็กไปทัศนศึกษาที่ท้องฟ้าจำลอง การเรียนรู้โดยการศึกษานอกสถานที่จะทำให้เด็กมีความตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ได้ดีอีกวิธีการหนึ่ง
  • จัดประสบการณ์ให้กับเด็กโดยใช้เทคโนโลยีและวิทยาการทางการสื่อสารและระบบเครือข่ายทางอินเตอร์เน็ต เนื่อง จากในปัจจุบันมีข้อมูลความรู้จากฐานข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่สามารถเชื่อมโยงกันอย่างกว้างขวาง และสามารถนำมาจัดเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้ได้
  • การจัดประสบการณ์โดยอาศัยกระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างง่าย เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะและความคิดรวบยอดในสิ่งที่เรียนรู้ เช่น การเรียนรู้เรื่องกลางวัน กลางคืนจากการทดลองด้วยการใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ได้แก่ ไฟฉาย ลูกบอล ทดลองด้วยการจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องเรียนให้มีความมืด จากนั้นวางลูกบอลลงบนโต๊ะ ใช้ไฟฉายส่องไปยังด้านใดด้านหนึ่งของลูกบอล ให้เด็กสังเกตลักษณะพื้นผิวลูกบอลด้านที่ถูกแสงกระทบและด้านที่ไม่ได้รับแสง เพื่อให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับกลางวัน กลางคืน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือตัวอย่างการทดลองเรื่องพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์จากการจัด
    • กิจกรรมซักผ้า โดยแบ่งกลุ่มเด็กกลุ่มละ 4–5 คน ให้แต่ละกลุ่มซักผ้าที่มีความแตกต่างกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู กางเกงยีน เสื้อยืด เมื่อเสร็จแล้วให้นำไปผึ่งแดดในที่โล่งแจ้ง แล้วให้แต่ละกลุ่มสังเกตว่าผ้าแห้งได้เพราะอะไร และให้เปรียบเทียบว่าผ้าชนิดใดแห้งก่อนหลัง
    • กิจกรรมเรื่องแรงโน้มถ่วง จัดกิจกรรมด้วยการทดลองวัตถุที่มีน้ำหนักแตกต่างกันจะมีแรงโน้มถ่วงต่างกัน เช่น การให้เด็กทดลองโยนวัตถุขึ้นไปบนอากาศ และเปรียบเทียบว่ามีวัตถุใดตกลงถึงพื้นเร็วกว่าหรือช้ากว่า เช่น ก้อนหิน รองเท้า ลูกบอล กระดาษ ลูกโป่ง ฯลฯ จะทำให้เด็กรู้ว่าวัตถุที่มีน้ำหนักมากจะมีแรงโน้มถ่วงต่อพื้นผิวมากกว่าวัตถุที่มีน้ำหนักเบา

นอกจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว การที่ครูจัดบรรยากาศภายในห้องให้มีมุมวิทยาศาสตร์ และจัดสื่อการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวไว้ให้เด็กได้เพิ่มพูนประสบการณ์ เช่น ลูกโลก กล้องดูดาว ฯลฯ จะทำให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่กว้างขวางมากขึ้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่อง โลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาวอย่างไร?

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะมีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับลูกมากกว่าบุคคลอื่น จึงสามารถใช้ช่วงเวลาที่อยู่กับลูก สอนลูกหรือเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับลูกได้ และกิจกรรมการสอนของพ่อแม่ควรเป็นการสอนในสถานการณ์จริง เช่น พ่อแม่ถามลูกว่า ลูกรู้สึกอย่างไรเมื่อเดินในที่โล่งแจ้งโดยไม่กางร่ม ทำไมลูกเหงื่อออกเมื่อเดินตามชายหาดในเวลากลางวัน ทำไมลูกโป่งลอย แต่ตัวเราไม่ลอยเหมือนลูกโป่ง บางครั้งพ่อแม่อาจจะพาลูกไปเที่ยวในช่วงกลางคืนแล้วเห็นดวงจันทร์ ดวงดาวปรากฏบนท้อง ฟ้า ก็อาจจะซักถามลูกและกระตุ้นให้ลูกคิด เช่น ถามลูกว่าทำไมดวงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าดวงดาว ลูกลองนับดวงดาวว่ามีกี่ดวง ทำไมคืนนี้ดวงจันทร์จึงเต็มดวง และทำไมคืนนี้ดวงจันทร์เหลือเพียงครึ่งซีก กิจกรรมดังกล่าวนี้อาจสอนที่บ้านก็ได้ ด้วยการพาเด็กออกมาดูดวงจันทร์หรือดวงดาวหน้าบ้าน การใช้คำถามหรือการกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับเด็ก พ่อแม่ไม่ควรคาดหวังว่าเด็กจะตอบได้หรือเข้าใจเหมือนกับผู้ใหญ่ แต่มุ่งให้เด็กได้พัฒนาทักษะกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ขั้นพื้น ฐาน และพ่อแม่ควรเรียนรู้ควบคู่ไปกับลูก เนื่องจากบางครั้งพ่อแม่ขาดข้อมูลที่จะนำมาอธิบายเหตุผลให้กับลูก ก็ต้องสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการของเด็กด้วย พ่อแม่ควรใช้โอกาสต่างๆ สอนลูก โดยคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงและสอนในสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้มากที่สุด

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ครูปฐมวัยควรจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับสถาน การณ์จริงที่เกิดขึ้น และพยายามเชื่อมโยงให้เด็กได้รับประสบการณ์อย่างหลากหลาย เช่น การเรียนรู้เรื่องดวงอาทิตย์ แต่สามารถบูรณาการเนื้อหาเกี่ยวกับดวงจันทร์ โลก ดวงดาว หรือเนื้อหาอื่นๆให้เด็กเรียนรู้ได้ และควรบูรณาการกิจกรรมและทักษะเข้าไว้ด้วยกันด้วย เช่น ทักษะกระบวนการคิด ทักษะทางภาษา สังคม วิทยาศาสตร์ ฯลฯ

บรรณานุกรม

  1. กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  2. ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
  3. วัฒนา มัคคสมัน. (2542). “การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยใช้รูปแบบการสอนแบบโครงการสำหรับเด็กอนุบาล” การศึกษาปฐมวัย. 3(2) : 18 – 20.
  4. National Science Teachers Association.(1966). Helping children learn science. Washington D.C. : National Science Teachers Association

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน