หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องไปรษณีย์ (Teaching Children about Post)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกเรื่องไปรษณีย์

การสอนลูกเรื่องไปรษณีย์ (Teaching Children about Post) หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้เกี่ยวกับจดหมาย (mail) บริการรับส่งจดหมายและพัสดุภัณฑ์ (postal service) รวมทั้งที่ทำการไปรษณีย์ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานเพื่อจัดการเกี่ยวกับจดหมาย สิ่งของ และบริการอื่นๆที่ส่งไปทางไปรษณีย์ รวมถึงบุคคลผู้ปฏิบัติงานไปรษณีย์ ทั้งนี้เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องจำเป็นของคนเรา เนื่องจากการทำงานทุกประเภทและการใช้ชีวิตประจำวันจะต้องติดต่อกัน สร้างความเข้าใจกันและกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยที่คนเรามีวิธีการติดต่อสื่อสารและใช้เครื่องมือต่างๆ วิธีการหนึ่งที่คนเราใช้คือบริการรับจดหมาย พัสดุภัณฑ์ (สิ่งของที่เป็นหีบห่อบรรจุสิ่งของที่ส่งทางไปรษณีย์ มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากกว่าไปรษณียภัณฑ์อื่นๆหุ้มห่อแน่นหนามั่นคง เหมาะแก่สภาพของสิ่งของ และระยะทางที่จะส่ง) จากไปรษณีย์ที่ให้บริการ โดยมีคนทำหน้าที่บริการเรียกว่า “บุรุษไปรษณีย์” ทำหน้าที่รับฝากจดหมายและพัสดุภัณฑ์จากผู้ส่งที่ต้นทาง เพื่อนำไปส่งให้แก่ผู้รับปลายทาง บุรุษไปรษณีย์จะมีสถานที่ทำงานคือที่ทำการไปรษณีย์ การทำงานของบุรุษไปรษณีย์และสถานที่ทำงานเป็นเรื่องที่น่าสนใจ พ่อแม่และครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กเพื่อเป็นการปูพื้นฐานของความรู้ การเสริมสร้างทัศนคติที่ดี และการนำไปใช้ในชีวิตให้แก่เด็ก

การสอนเรื่องไปรษณีย์มีความสำคัญอย่างไร?

การติดต่อสื่อสารถึงกันเป็นความจำเป็นในชีวิตของคนเรา เพื่อสร้างความเข้าใจ ถ่ายทอดความรู้ ความรู้สึกที่มีต่อกัน โดยพื้นฐานธรรมชาติแล้วคนเราจะติดต่อกันแบบเผชิญหน้าหรือการพูดคุยตัวต่อตัว แต่เมื่อมีการพัฒนาวิธีการติดต่อที่คนเราสร้างสรรค์เครื่องมือเพื่อความสะดวก จึงมีการติดต่อสื่อสารในรูปแบบอื่นๆอีกได้แก่ การติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยใช้ระบบไฟฟ้า เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เทปเสียง วิดีโอ คอมพิวเตอร์ฯ การใช้สื่อสิ่งพิมพ์ และใช้คนเป็นตัวกลางนำสิ่งที่ต้องการสื่อสารไปยังอีกคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่คนใช้สื่อสารได้แก่ จดหมาย และสิ่งของที่เรียกว่าพัสดุ คนกลางที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า บุรุษไปรษณีย์ การนำเรื่องไปรษณีย์มาจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย มีความสำคัญและจำเป็น เนื่องจากในสังคมที่เราอยู่จะประกอบอาชีพหลากหลายและแตกต่างกันไป แต่ละอาชีพทำให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูล เพราะแต่ละคนมีความรู้ ความถนัด ความสามารถ ความชอบไม่เหมือนกัน แต่ทุกอาชีพจะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดี ที่จะทำให้อาชีพนั้นๆเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคมอย่างแท้จริง ผู้ประกอบอาชีพเป็นบุรุษไปรษณีย์จะทำหน้าที่ส่งจดหมายและพัสดุจากคนส่งไปยังผู้รับที่ระบุไว้ที่หน้าหีบห่อ โดยที่ผู้ส่งไม่ต้องเดินทางไปหาผู้รับด้วยตนเอง จึงเป็นการประหยัดเวลาในการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเด็กนักเรียนรู้จักบุรุษไปรษณีย์และการทำหน้าที่ของบุรุษไปรษณีย์ เด็กจะนำความรู้ไปใช้ถูกต้องคือ เมื่อติดต่อข่าวสารและส่งพัสดุไปให้ผู้อื่น เด็กจะต้องนำจดหมายหรือพัสดุไปให้บุรุษไปรษณีย์เป็นผู้ส่งสิ่งเหล่านั้นต่อไป ส่วนสถานที่ทำงานของบุรุษไปรษณีย์คือที่ทำการไปรษณีย์ เป็นสถานที่ที่คนในชุมชนจะไปใช้บริการส่งจดหมาย พัสดุ เงิน และอื่นๆที่ไปรษณีย์จัดบริการ เรื่องบุรุษไปรษณีย์และที่ทำการไปรษณีย์จึงเป็นเรื่องที่เด็กควรรู้สอดคล้องตามสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สาระการเรียนรู้เรื่องบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก

การสอนเรื่องไปรษณีย์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การสอนเรื่องไปรษณีย์มีประโยชน์ต่อเด็กที่จะเป็นพื้นฐานความรู้ การเสริมสร้างทัศนคติ และการนำไปใช้ในชีวิตของเด็กดังนี้

  • เด็กได้รู้จักบุรุษไปรษณีย์และหน้าที่ของบุรุษไปรษณีย์ เมื่อเด็กเติบโตจะต้องใช้บริการของไปรษณีย์เพื่อส่งจดหมายและพัสดุได้ถูกต้อง
  • เด็กได้เรียนรู้ว่าผู้ใหญ่มีหน้าที่ทำงานทุกคน แต่จะแตกต่างกันไปตามความชอบ ความถนัด ความสามารถ และเมื่อเขาเติบโตขึ้นก็ต้องปฏิบัติเช่นกัน
  • เด็กได้รู้จักบุรุษไปรษณีย์ในฐานะผู้ทำอาชีพสุจริตอาชีพหนึ่ง บุรุษไปรษณีย์ทำหน้าที่รับ-ส่งจดหมาย พัสดุ และอื่นๆ
  • ที่ทำการไปรษณีย์เป็นสถานที่บริการชุมชน จึงเป็นสถานที่ที่ควรรู้จักเพื่อใช้บริการได้ถูกต้อง กล่าวคือเด็กควรรู้จักที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ในชุมชน ลักษณะอาคารที่มีเอกลักษณ์ สัญลักษณ์ที่สื่อจากอักษรข้อความและภาพ

ครูสอนเรื่องไปรษณีย์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมเรื่องไปรษณีย์จะครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องของบุรุษไปรษณีย์และที่ทำการไปรษณีย์ ครูสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ลูกที่โรงเรียนผ่านกิจกรรมหลักทั้ง 6 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้ดังนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เมื่อครูจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูสนับสนุนให้เด็กได้ประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านการจัดกิจกรรมลักษณะบูรณาการที่เน้นให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเอง เช่น อ่านตัวเลขจากรหัสไปรษณีย์ของชุมชนที่เด็กอยู่ นับจำนวนจดหมาย กล่องพัสดุ บุรุษไปรษณีย์ กล่องหรือตู้รับ-ส่งจดหมาย เปรียบเทียบน้ำหนัก ขนาดของพัสดุภัณฑ์ เรียงลำดับ จับคู่จดหมายหรือกล่องที่เหมือนกัน หัดเขียนเลขที่บ้าน รหัสไปรษณีย์ เขียนและอ่านแผนผังที่ตั้งไปรษณีย์ในชุมชน บอกสีที่เป็นสัญลักษณ์ของที่ทำการไปรษณีย์ (เดิมเป็นตราปั้นครุฑแตรงอน ปัจจุบันคือซองจดหมายบิน)

    ให้เด็กหัดเขียนจดหมาย โปสการ์ดจ่าหน้าซอง ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของผู้รับ เพื่อฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ ตัวเลขเพื่อสื่อสารถึงผู้อื่นด้วยวิธีการเขียน เล่นบทบาทสมมติเป็นบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายไปส่งที่บ้านผู้รับ นำนักเรียนไปศึกษาที่ที่ทำการไปรษณีย์ เชิญบุรุษไปรษณีย์เป็นวิทยากร แนะนำการส่งจดหมายแบบต่างๆ จัดนิทรรศการซองจดหมาย และแสตมป์แบบต่างๆให้เด็กดู

  • กิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กพับซองจดหมาย ออกแบบภาพเป็นแสตมป์ ทำตู้รับจดหมายที่บ้าน ปั้นดินน้ำมันเป็นบุรุษไปรษณีย์ ตัดแต่งชุดเสื้อผ้าบุรุษไปรษณีย์จากกระดาษสีหรือพลาสติก
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นเกมส่งจดหมาย สมมติให้เด็กทุกคนเป็นบุรุษไปรษณีย์ขี่รถมอเตอร์ไซด์ไปส่งจดหมายที่บ้านผู้คน
  • กิจกรรมเสรี ครูจัดมุมเล่านิทานเชิดหุ่นเรื่อง “บุรุษไปรษณีย์ส่งจดหมาย” จัดมุมบทบาทสมมติ ทำให้เป็นที่ทำการไปรษณีย์แบบง่ายๆ
  • เกมการศึกษา เล่นเกมภาพตัดต่อ เกมจับคู่ภาพเหมือน เกมภาพกับคำอ่านของตู้ไปรษณีย์ เครื่องแต่งกายบุรุษไปรษณีย์ เป็นต้น

พ่อแม่ผู้ปกครองจะสอนเรื่องไปรษณีย์ให้ลูกที่บ้านอย่างไร?

บุรุษไปรษณีย์เป็นคนส่งจดหมายและพัสดุสิ่งของมาให้ผู้รับถึงบ้าน และจะเป็นผู้ทำงานบริการรับจดหมายและพัสดุจากผู้ที่ไปส่งที่ที่ทำการไปรษณีย์ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนด้วย บางแห่งอาจเป็นสถานที่ที่มีบริเวณและอาคารเฉพาะ แต่บางแห่งอาจอยู่ในห้างสรรพสินค้า เด็กๆจะต้องสังเกตเครื่องหมาย “ซองจดหมายบิน” และชื่อคำว่า “ไปรษณีย์” เมื่อผู้ปกครองมีธุระจะต้องไปใช้บริการส่งจดหมาย พัสดุ เงิน หรือไปซื้อกล่องบรรจุสิ่งของ แสตมป์ ตู้รับจดหมายจะไปที่ทำการไปรษณีย์ ดังนั้นในชีวิตประจำวันมีเรื่องของบุรุษไปรษณีย์และที่ทำการไปรษณีย์ที่ผู้ปกครองสามารถนำมาส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้ดังนี้

  • บางครั้งบุรุษไปรษณีย์นำจดหมายหรือกล่องพัสดุมาส่งที่บ้าน ถือเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะให้เด็กรู้จักบุรุษไปรษณีย์ ในฐานะผู้ทำหน้าที่บริการส่งจดหมายและกล่องพัสดุ
  • ที่บ้านของทุกบ้านมักมีตู้ไปรษณีย์ติดตั้งไว้เพื่อให้บุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาส่งไว้ พ่อแม่แนะนำให้เด็กรู้จักตู้ไปรษณีย์ ให้เด็กเปิดตู้ดูว่ามีจดหมายหรือไม่ ทำให้เด็กรู้จักจดหมายคืออะไร มาอยู่ที่ตู้นี้ได้อย่างไร พ่อแม่อาจสร้างสถานการณ์เองบ้างเพื่อให้ลูกได้รู้จักบุรุษไปรษณีย์ เช่น นัดหมายให้ญาติเขียนจดหมายมาถึงเด็ก สอบถามไปรษณีย์ว่าวันใดจะนำจดหมายมาส่งที่บ้าน (ควรกะเวลาให้จดหมายมาถึงในวันเสาร์เพื่อให้เด็กได้รับจดหมาย และพบบุรุษไปรษณีย์)
  • ในชุมชนทุกแห่งจะมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ และมีตู้ไปรษณีย์ที่ตั้งบริเวณริมถนน พ่อแม่ควรนำเด็กไปรู้จัก โดยบอกเล่าว่า “นี่คือตู้ส่งจดหมาย” และพ่อแม่ส่งจดหมายที่เตรียมไว้ลงในตู้ไปรษณีย์ข้างทาง บางครั้งนำไปส่งที่ทำการไปรษณีย์ และถือโอกาสแนะนำให้เด็กรู้จักผู้ที่ทำหน้าที่บริการเรียกว่า “พนักงานไปรษณีย์” สำหรับที่ทำการไปรษณีย์มีบริการรับจดหมาย กล่องพัสดุ หรือแสตมป์ ก่อนเข้ารับบริการพ่อแม่ปฏิบัติขั้นตอนให้เด็กเห็น และควรสนทนาบอกเล่าลูกด้วยท่าทีสบาย เริ่มจากบอกเล่าว่า “เราไปกดบัตรคิวที่ตู้หรือรับบัตรคิวแล้วรอเรียกตามหมายเลขที่แสดงบนไฟแผงวิ่ง” แต่หากไม่มีกระบวนการดังกล่าวทุกคนต้องต่อคิวเป็นระเบียบ แสดงวินัยของการรับบริการสาธารณะให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง เมื่อถึงลำดับของเราบุรุษไปรษณีย์จะให้บริการ เช่น รับจดหมายไปชั่งน้ำหนัก คิดค่าใช้จ่ายนำส่งจดหมายหรือพัสดุนั้น
  • บางครั้งที่ทำการไปรษณีย์อาจจะเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆในศูนย์การค้า ในรถยนต์ รถไฟ เรือ ในสถานที่จัดการแสดงชั่วคราว เช่น จัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ จัดแสดงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เป็นต้น จะมีการจัดที่ทำการไปรษณีย์ชั่วคราวไว้ให้บริการ หากพ่อแม่ผ่านที่แห่งนั้นก็ชี้ให้ลูกดูหรือหยุดแวะให้ลูกเห็นการทำงานที่นั่น
  • นำกล่องพัสดุมาบรรจุสิ่งของที่ต้องส่ง ให้ลูกมีส่วนร่วมหยิบเชือก กระดาษกาวปิดกล่องให้พ่อแม่ ขณะเดียวกันพูดบอกเล่าว่า สิ่งนี้คือพัสดุเราจะไปที่ทำการไปรษณีย์ เพื่อฝากให้บุรุษไปรษณีย์นำพัสดุไปส่งแทนเรา
  • นำตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ใหม่ๆมาให้ลูกเห็น บางชิ้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจที่อาจจะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม เป็นโอกาสดีที่พ่อแม่ลูกได้ศึกษาพร้อมกัน เช่น ตราไปรษณียากรพระอัจฉริยภาพด้านการสื่อสารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน บางครอบครัวพ่อแม่เป็นผู้สนใจสะสมตราไปรษณียากรไว้ก็นำมาให้ลูกดู เนื่องจากตราไปรษณียากรมีภาพสีสันสวยงาม มีเรื่องราวที่แสดงเหตุการณ์สำคัญ ผลิตออกมาสอดคล้องกับเหตุการณ์ต่างๆ และตราไปรษณียากรจะสัมพันธ์กับจดหมาย ใช้ติดที่มุมซองก่อนนำไปส่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้ส่งได้จ่ายค่าบริการเรียบร้อยแล้ว

เกร็ดความรู้เพื่อครู

EMS ย่อมาจาก Express Mail Service เป็นบริการส่งไปรษณีย์ด่วน ไม่ว่าคุณจะส่งจดหมายรวมไปถึงพัสดุต่างๆทั้งภายในประเทศไทยและระหว่างประเทศ แต่จะใช้เวลามาก-น้อยขึ้นอยู่กับระยะทางว่าไกล-ใกล้แค่ไหน หากไกลอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าปลายทางจะได้รับจดหมายหรือพัสดุนั้นๆ

บรรณานุกรม

  1. การสื่อสารแห่งประเทศไทย. (2526). 100 ปีการไปรษณีย์ไทย. กรุงเทพมหานคร : การสื่อสารแห่งประเทศไทย.
  2. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. (สำหรับเด็กอายุ 3 -5 ปี). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  3. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
  4. ไปรษณีย์.http://61.19.241.70/rkj/frmlawpreview4.aspx?lawgroupId=212644. [ค้นคว้าเมื่อ 10 สิงหาคม 2557].
  5. ครุฑแตรหงอน สัญลักษณ์ไปรษณีย์มาสู่ซองจดหมายบินวันนี้.www.oknation.net/blog/print.php?id=673611. [ค้นคว้าเมื่อ 11 สิงหาคม 2557].
  6. EMS คืออะไร? (พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย). dictionary.sanook.com/search/dict-en-th-lexitron/ems. [ค้นคว้าเมื่อ 12 สิงหาคม 2557].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน