หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกเรื่องไอศกรีม (Ice-cream)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

ไอศกรีม (Ice-cream) หมายถึง ขนมหวานที่แช่เย็นจนแข็ง มีรสหวาน มัน กลิ่นหอม มีสีสัน และรูปแบบหลากหลาย เกิดจากการนำนมซึ่งเป็นส่วนผสมหลักไปผ่านการฆ่าเชื้อ แล้วนำไปปั่นในที่เย็นจัด เพื่อเติมอากาศเข้าไป พร้อมๆกับการลดอุณหภูมิ โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม เด็กๆมักเรียกกันทั่วไปว่า ไอติม ไอศกรีมเป็นของหวานที่มีอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กทุกคน แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังรับประทานไอศกรีมเป็นอาหารว่าง หรือใช้เป็นอาหารในงานปาร์ตี้หรือสังสรรค์กัน เมื่อผู้ใดที่รับประทานไอศกรีมเข้าไปแล้วจะมีความรู้สึกคล้ายกันคือ มีความสดชื่น พึงพอใจและมีความสุข ไอศกรีมจึงเป็นของหวานที่มีคุณลักษณะเหมาะสมสำหรับการเป็นบทเรียนของเด็กได้เป็นอย่างดี

สอนลูกเรื่องไอศกรีม

การสอนลูกเรื่องไอศกรีมมีความสำคัญอย่างไร?

ไอศกรีม (ice-cream) หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ไอติม เป็นของหวานที่ได้จากการนำส่วนผสม คือนมไปผ่านการฆ่าเชื้อแล้วนั้น นำไปปั่นในที่เย็นจัด (freezing) เพื่อเติมอากาศเข้าไป พร้อมๆกับการลดอุณหภูมิ โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม ไอศกรีมตักโดยทั่วไปจะต้องผ่านขั้นตอนการแช่เยือกแข็งอีกครั้งก่อนนำมาขายหรือรับประทาน

กำเนิดไอศกรีมมีมานานประมาณ 4000 ปีแล้ว มีเรื่องเล่าหลายตำนาน บ้างก็เล่าว่ากำเนิดสมัยจักรพรรดิเนโรแห่งจักรวรรดิโรมันที่ทำไอศกรีมขึ้นมาจากเกล็ดน้ำแข็งผสมน้ำผึ้งและผลไม้ แล้วพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมที่ทำขึ้นแก่ทหาร บางก็เล่าว่าไอศกรีมเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีนที่ต้องการถนอมอาหารหายากคือ น้ำนม โดยนำน้ำนมที่รีดได้ไปหมกใต้หิมะ และบ้างเล่าว่าไอศกรีมเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 มีพ่อครัวคนหนึ่งนำครีมแช่แข็งไปปรุงรสเกิดเป็นขนมหวานถวายกษัตริย์ เมื่อพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ถูกลอบปลงพระชนม์โดย โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ระหว่างสงครามกลางเมืองอังกฤษ ระหว่างปีค.ศ. 1642 – 1651 พ่อครัวลี้ภัยไปยุโรป จึงได้นำสูตรไปเผยแพร่ ไอศกรีมจึงเป็นที่รู้จักในชนชั้นสูง

ประเทศไทยเริ่มมีไอศกรีมในรัชกาลที่ 5 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จอินเดีย ชวาและสิงคโปร์ แล้วนำน้ำแข็งเข้ามาจากสิงคโปร์และเริ่มทำไอศกรีมจากน้ำมะพร้าวอ่อนก่อน ต่อมาจึงทำจากกะทิใสๆ และค่อยๆเปลี่ยนแปลงพัฒนาใส่กะทิข้นมากขึ้น มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม และมีลอดช่อง เมล็ดแมงลัก ขนุนฉีกผสมเข้าไป ปั่นให้แข็งเวลารับประทานจะตักเป็นลูกๆ รับประทานกับถั่ว ข้าวเหนียว ลูกชิด บางคนนิยมรับประทานกับขนมปังหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือผ่าขนมปังตรงกลางตักไอศกรีมกะทิวางตรงกลางขนมปังแล้วรับประทาน นอกจากนี้ไอศกรีมอีกแบบที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยราวรัชกาลที่ 7 คือ ไอศกรีมชนิดที่ทำด้วยน้ำหวาน ใส่หลอดสังกะสีและเขย่าให้แข็ง มีก้านไม้เสียบ และชนิดที่ใช้นมเป็นส่วนผสม ทำให้แข็งตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมหรือตักใส่ถ้วยรับประทาน

ไอศกรีมเป็นสื่อที่สามารถนำมาใช้กระตุ้นการเรียนรู้ของเด็ก รวมทั้งร้านไอศกรีมซึ่งจัดเป็นบรรยากาศให้การเรียนรู้น่าเรียน สามารถตอบสนองความสนใจใคร่รู้ของเด็กปฐมวัย ช่วยให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่มีความหมาย ช่วยสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียน เพราะเด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัส หลายส่วน จึงเป็นการช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและช่วยความทรงจำของเด็กอย่างถาวร กล่าวคือ ลักษณะของเด็กปฐมวัยจะสนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวเพราะเป็นธรรมชาติของเด็กเล็กที่จะพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งรอบตัวด้วยการสัมผัสแตะต้องสิ่งเหล่านั้น เด็กจะมีปฏิกิริยาตอบสนองและสามารถรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส ร่างกายของเด็กจะถูกกระตุ้น เป็นผลให้เซลล์สมอง (นิวโรนส์) ที่มีอยู่แล้วในสมองตั้งแต่แรกเกิดจะสร้างเครือข่ายเพื่อติดต่อถึงกัน การที่เด็กได้เห็นสีสัน ชิมรสไอศกรีม ได้กลิ่นหอมหวาน และได้สัมผัสความเย็นของไอศกรีมจึงเป็นการใช้ประสาทสัมผัสจากตา ลิ้น จมูกและผิวกาย ไอศกรีมจึงเป็นสื่อที่เหมาะแก่ใช้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก

การสอนลูกเรื่องไอศกรีมมีประโยชน์อย่างไร?

การสอนลูกเรื่องไอศกรีมมีประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ

  • เด็กจะได้รับการส่งเสริมทักษะภาษา ในการสอนภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยตามแนวความคิดใหม่ที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างและเชื่อมโยงความหมายในการเรียนรู้ภาษาของเด็กรวมทั้งเจตคติที่ดีต่อภาษา การเรียนรู้ภาษาของเด็ก ทั้งการพูด การฟัง การอ่าน การรู้ตัวหนังสือ และการเขียนจะพัฒนามาจากการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตจริง และทำอย่างมีความหมาย
  • เด็กจะได้เรียนรู้ธรรมชาติวิทยาศาสตร์ การนำวัตถุดิบมาปรุง และเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นไอศกรีมนั้นจะทำให้เด็กปฐมวัยจะได้รับการพัฒนากระบวนการทางสืบค้นเพื่อสร้างความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งมีทักษะพื้นฐานอยู่ 5 ทักษะ คือ
    • ทักษะการสังเกต คือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการสังเกต คือ ตาดู จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรส ผิวกายสัมผัส
    • ทักษะการเปรียบเทียบ คือ การนำสิ่งของสองสิ่งหรือมากกว่ามาเทียบเพื่อดูความเหมือน ความแตกต่างของคุณลักษณะของสิ่งของนั้นๆ เช่น ใหญ่-เล็ก หนัก-เบา เป็นต้น
    • ทักษะการจำแนก คือ การแยกสิ่งต่างๆ ตามเกณฑ์ที่กำหนด แล้วนำสิ่งของที่แยกได้มารวมกลุ่มตามเกณฑ์นั้น
    • ทักษะการวัด คือ การเลือกและใช้เครื่องมือวัดปริมาณสิ่งของออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องโดยมีหน่วยกำกับเสมอ
    • ทักษะการสื่อความหมายข้อมูล คือ การนำเอาข้อมูลดิบ ซึ่งได้จากการสังเกต การเปรียบเทียบ การวัด การจำแนก มาจัดทำใหม่ เช่น การเรียงลำดับ หาความถี่ คำนวณหาค่าใหม่ และนำเสนอรูปแบบใหม่ เช่น ตาราง หรือ แผนภูมิ เป็นต้น
  • เด็กจะได้เรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็ก ซึ่งเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวน ตัวเลข การคิดคำนวณ หรือการดำเนินเกี่ยวกับจำนวน การวัด เรขาคณิต หรือรูปแบบสัมพันธ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต้องใช้ความคิดที่เป็นระเบียบ มีเหตุผล และความคิดสร้างสรรค์
  • เด็กได้รับการพัฒนาความรู้สึกชื่นชมงานศิลปะ สี และกลิ่นต่างๆ ที่ผสมในเนื้อไอศกรีมทำให้ไอศกรีมน่ารับประทานเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ยิ่งนัก การออกแบบตกแต่งไอศกรีมจากวัสดุต่างๆ เพิ่มสีสันในถ้วยไอศกรีม การตกแต่งไอศกรีมจึงเป็นสิ่งที่สร้างความรู้สึกให้เด็กชื่นชมศิลปะได้เป็นอย่างดี
  • เด็กได้เรียนรู้การใช้หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หากใช้เครื่องปั่นไอศกรีม เด็กจะได้เห็นเครื่องมือที่คนเราประดิษฐ์เพื่อทำไอศกรีม ตลอดจนเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่นๆ เช่น ตู้เย็น ช้อนตัก ถ้วยตวง มีดหั่น เครื่องชั่ง เป็นต้น
  • เด็กได้เรียนรู้เรื่องราวทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและชุมชน เช่น เรื่องการกินอาหาร คนเราต้องการอาหารเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตนเอง ดังนั้น ไอศกรีมจึงเป็นอาหารประเภทขนมที่มีคุณค่าทางอาหารและให้ความรู้สึกเย็นสบาย ผู้ที่รับประทานจะรู้สึกสบายใจ มีความสุข อีกประการหนึ่งคือ เรื่องการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อดำรงชีวิตในสังคมอย่างปกติ เมื่อเด็กรับประทานไอศกรีมแล้ว เด็กจะเรียนรู้เรื่องการทำความสะอาดปากและฟัน ตลอดจนการรู้จักเลือกรับประทานไอศกรีมที่สะอาด เพื่อประโยชน์ทางต่อสุขภาพ

ครูจัดกิจกรรมการสอนเรื่องไอศกรีมให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

การจัดกิจกรรมที่โรงเรียนครูกำหนดหน่วยการสอนเรื่องไอศกรีม สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก (หน่วย ประสาทสัมผัสทำให้เรารู้สึก/ เรารู้สึกได้อย่างไร) เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก (หน่วย สถานที่ในชุมชน ร้านไอศกรีม/ คนขายไอศกรีม/ อาชีพในชุมชน ) สาระการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว (การเปลี่ยนสภาพของวัตถุ/ รสของอาหาร/รูปร่างของวัตถุ ฯลฯ ) สาระการเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก (ขนม/ เครื่องปั่นไอศกรีม) จากหน่วยการสอน ครูอาจนำมาจัดกิจกรรมดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • กิจกรรมเสริมประสบการณ์ ครูใช้เทคนิคการสนทนาประกอบของจริงคือ ไอศกรีม โดยให้เด็กได้ชิม ดม ดู สัมผัส ไอศกรีม ให้เด็กได้ทดลองตักไอศกรีมจากช้อนตักทรงกลม สาธิตการทำไอศกรีม เล่านิทานเรื่องไอศกรีม
  • กิจกรรมสร้างสรรค์ วาดภาพระบายสี ปั้นแป้ง / ดินน้ำมัน ตัดกระดาษสีติดภาพไอศกรีม หรือให้เด็กราดครีมสีและตกแต่งหน้าไอศกรีมของจริงด้วยขนมปัง และกล้วยหอม
  • กิจกรรมเสรี จัดมุมการเรียนรู้เป็นร้านไอศกรีม จัดครัวเพื่อทำไอศกรีม มุมหนังสือ มีหนังสือเรื่องการทำไอศกรีม นิทานเรื่องเกี่ยวกับไอศกรีม
  • กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ ร้องเพลงไอศกรีม เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกเรื่องไอศกรีมอย่างไร?

สิ่งที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง จัดกิจกรรมสอนลูกเรื่องไอศกรีมได้ดังนี้

  • นำลูกไปรับประทานไอศกรีมที่ร้านไอศกรีม หรือบางชุมชน บางหมู่บ้านจะมีรถขายไอศกรีมไปขายถึงหน้าบ้าน มักจะเป็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง วางตู้บรรจุไอศกรีมไว้พร้อมอุปกรณ์ตัก และหากเป็นไอศกรีมตักกินกับส่วนผสมจะมีภาชนะใส่ส่วนผสมไว้ด้วย เช่น ใส่ถั่วลิสง ลูกชิด ข้าวเหนียว ลูกพุทราหวาน เมล็ดบัวเชื่อม เป็นต้น เมื่อลูกรับประทานพ่อแม่ชี้แนะให้ลูกสังเกต รส กลิ่น สี รูปแบบของไอศกรีมที่รับประทาน
  • พ่อแม่ลูกร่วมกันทำไอศกรีมง่ายๆ เริ่มจาก อ่านเมนูไอศกรีม ช่วยพ่อแม่ตักตวงวัตถุดิบตามเมนู ให้ลูกช่วยพ่อแม่ปั่นไอศกรีม หรือแช่ไอศกรีมในตู้เย็น ไอศกรีมมีหลายชนิดแตกต่างกันที่วัตถุดิบและกระบวนการทำ เมนูและวิธีการทำในหนังสือการทำไอศกรีมจะช่วยให้พ่อแม่และลูกสนใจทดลองทำไอศกรีมร่วมกัน
  • นำไอศกรีมที่ทำไปเยี่ยมปู่ย่าตายาย หรือเลี้ยงเด็กที่สถานสงเคราะห์
  • ให้ลูกวาดภาพระบายสีไอศกรีมเป็นการ์ดสวยงาม นำไปตกแต่งห้อง มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน ฝาผนังบ้านสมมติเป็นร้านไอศกรีม
  • ให้ลูกเขียนชื่อไอศกรีมที่รู้จักพร้อมวาดภาพประกอบ
  • ให้ลูกบันทึกชื่อร้านไอศกรีมในชุมชน และเขียนเล่าเรื่องไปร้านไอศกรีม หรือลูกเล่าพ่อแม่เขียนตามคำเล่า
  • เล่าประวัติการกำเนิดไอศกรีมให้ลูกฟัง
  • อ่านหนังสือนิทานเรื่องเกี่ยวกับไอศกรีมให้ลูกฟัง
  • จัดงานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ เช่น วันเกิดของลูก วันปีใหม่ วันทำบุญบ้าน ต้อนรับแขกของลูก มีไอศกรีมเป็นขนมหวาน
  • พ่อแม่ลูกร่วมกันทำสมุดภาพไอศกรีม ภาพไอศกรีมได้จากร้านไอศกรีม ภาพโฆษณาในหนังสือนิตยสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นปลิวโฆษณา

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การสอนเรื่องไอศกรีมให้กับเด็กมีเกร็ดความรู้ที่ครูควรทราบพอสังเขปดังนี้คือ

  • การจัดกิจกรรมการสอนเรื่องไอศกรีม ควรให้เด็กได้ทำงานร่วมกับเพื่อน เพื่อส่งเสริมทักษะการเข้าสังคม
  • การจัดกิจกรรมการสอนเรื่องไอศกรีมสามารถจัดเพื่องานเลี้ยงสนุกสนาน งานใดงานหนึ่งที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์ใกล้ตัวเด็ก เช่น งานวันเกิดของนักเรียนในชั้นเรียนหรืองานเฉลิมฉลองของโรงเรียน
  • หากครูไม่มีประสบการณ์การทำไอศกรีมมาก่อน ครูควรขอความร่วมมือของพ่อแม่ เพื่อนครูในโรงเรียน หรือผู้ขายไอศกรีม มาเป็นวิทยากร เพื่อให้กิจกรรมการทำไอศกรีมเกิดขึ้นในชั้นเรียน
  • เด็กวัย 4 ขวบมีความสามารถที่ใช้เครื่องมือง่ายๆ ได้ เช่น มีดหั่นพลาสติก แต่การหั่นกล้วยตามขวางเด็กจะทำได้ดีกว่าหั่นตามยาว และหั่นหนาได้ดีกว่าหั่นบาง
  • หัวข้อที่ครูจะต้องจัดกิจกรรมในชีวิตประจำวันคือ เรื่องโทษของการรับประทานไอศกรีมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เพื่อให้เด็กเข้าใจและดูแลสุขภาพของตนเอง

บรรณานุกรม

  1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานคณะกรรมการกระทรวงศึกษาธิการ. ( 2549). แนวการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสมองของเด็กปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
  2. กุลยา ตันติผลาชีวะ. ( 2550). ครัวห้องเรียนของเจ้าตัวเล็ก .กรุงเทพมหานคร: เพื่อนอักษร.
  3. จีระพันธ์ พูลพัฒน์ และคณะ. (2553). คู่มือฝึกอบรมครูปฐมวัย โครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
  4. ประวัติไอศกรีม http: icream-thai.blogspot.com . [ค้นคว้าเมื่อ 26 เมษายน 2556].
  5. วิกีพิเดีย http: th Wikipedia เรื่องไอศกรีม [ค้นคว้าเมื่อ 26 เมษายน 2556].
  6. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพมหานคร : คุรุสภา ลาดพร้าว.
  7. Dill, W.R. (1991) “What Management Game Do Best.” Management of Human Resourcese : Edited by Paul Pigors,Charles Amyer and F.T.Main New York ; McGraw – Hill.
  8. Strickland, Dorothy S. & Marrow, Lesley M. (2000). Beginning Reading and Writing. Teacher College, Columbia University.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน