หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกให้มุ่งมั่นในการทำงาน (Teaching Children about Determination)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

การสอนลูกให้มุ่งมั่นในการทำงาน (Teaching Children about Determination) หมายถึง การปลูกฝังให้เด็กมีคุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจและรับผิดชอบในการทำหน้าที่การงานด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้า หมาย ซึ่งผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงาน จะแสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด ด้วยความรับผิดชอบ และมีความภาค ภูมิใจในผลงาน

การสอนลูกให้มุ่งมั่นในการทำงานมีความสำคัญอย่างไร?

ไม่มีใครเคยประสบความสำเร็จอะไรทั้งที่ยังเกียจคร้าน ผู้ใหญ่ควรสอนให้เด็กเห็นว่า ความขี้เกียจ ความเกียจคร้านเป็นสิ่งที่น่ากลัว เป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะ เราสามารถเอาชนะความเกียจคร้านได้ ด้วยวิริยะ ด้วยจิตริเริ่มที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ ด้วยความเพียรพยายาม ด้วยมีความอดทนต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานต่างๆ ถ้าเราไม่ขยัน ไม่มุ่งมั่นในการทำงาน สิ่งที่ควรได้จากชีวิต จะไม่เกิด ทั้งๆที่เราเป็นคนฉลาด รู้เข้าใจทุกอย่าง ความขยัน ความอดทนมุ่งมั่นในการทำ งาน จะทำให้เราเป็นที่รักของคนอื่น คนขยันจะเป็นผู้สร้างประโยชน์ได้มาก ความขยัน อดทน มุ่งมั่น ใจสู้ จึงเป็นคุณธรรมสำคัญที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในเด็ก เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนต้องฝึกฝน ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นในการทำงานมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เด็กที่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน จะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ดังนี้

  • จะตั้งใจและรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่การงาน
  • รู้จักเอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • มีความตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ
  • รู้จักปรับปรุงและพัฒนาการทำงานด้วยตนเอง
  • ทำงานด้วยความเพียรพยายามและอดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย
  • ทุ่มเททำงาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน
  • มีความพยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ
  • รู้จักชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมิใจ

ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมความมุ่งมั่นในการทำงานให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

เด็กในวัยประถมต้นเต็มไปด้วยจินตนาการ ชอบฟังนิทานและเรื่องเล่าที่น่าอัศจรรย์ใจ ถนัดที่จะสร้างเรื่องราวจากตนเองและสิ่งรอบตัว ให้เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ ใฝ่ฝันที่จะเป็นคนเก่ง คนกล้าที่จะทำความดี ดังเช่นตัวละครในเรื่องเล่าที่ได้ยินได้ฟัง สนุกสนานกับการใช้จินตนาการ และลงมือค้นคว้าปฏิบัติด้วยตนเอง เด็กวัยนี้จึงเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การสื่อด้วยภาษาพูด และเป็นช่วงวัยแห่งความดี เรียนรู้ความกตัญญูที่มีกับคุณค่าแท้ในสรรพสิ่งต่าง ๆ และบุคคลที่เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ดังนั้น การจะสอนให้เด็กมีความมุ่งมั่นในการทำงาน มุ่งมั่นในการทำความดีต่างๆ ให้เกิดขึ้นในโรงเรียน จึงประกอบด้วยการเรียนผ่านกิจวัตรประจำวัน ที่ฝึกการกินอยู่ให้เป็น และการเรียนการสอนในชั้นเรียน ดังนี้

  • กิจวัตรประจำวัน ถือเป็นหัวใจหลักของการฝึกฝนและพัฒนาคุณธรรมสำหรับเด็ก เพราะเด็กต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง และต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยมีครูเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นผู้ช่วยเตือนให้เด็กหมั่นทำในสิ่งที่ถูกต้อง ที่สำคัญที่สุด ให้เด็กมุ่งมั่นในการทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆเหล่านี้เป็นประจำ จนเกิดเป็นนิสัยที่ดี และมีวินัยในตัวเองในที่สุดกิจวัตรประจำวันที่สำคัญ ได้แก่
    • การสวัสดีทักทาย เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการสวัสดีคุณครูและผู้ใหญ่ทุกคนที่พบ และผู้ใหญ่ทุกคนจะรับไหว้และกล่าวสวัสดีตอบต่อเด็กๆเสมอ การฝึกฝนให้เด็กรู้จักทำความเคารพผู้ใหญ่ที่พบเห็น จะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกให้เด็กมีความอ่อนน้อม พร้อมที่จะ “น้อมใจ” เรียนรู้จากทุกๆคน
    • การตั้งสติพร้อมรับวันใหม่ ด้วยการสำรวมกาย วาจา ใจ การเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ นั่งสมาธิ กราบพ่อแม่ ไหว้คุณครู ครูกล่าวทักทายเด็กๆ สนทนายามเช้า (ช่วงเวลาโฮมรูม) กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสติและเตรียมใจของเด็กๆให้พร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น เป็นโอกาสที่จะปลูกฝังคุณธรรมผ่านเรื่องเล่าที่ครูนำมาเล่าให้เด็กฟัง ทำให้เด็กได้รับรู้และไม่ดูดาย
    • การรับประทานอาหาร ทั้งอาหารว่างและอาหารกลางวัน เด็กๆสามารถเรียนรู้การทำหน้าที่หน่วยบริการประ จำวัน ด้วยการจัดโต๊ะอาหาร ตักแบ่งอาหารเตรียมไว้ให้เพื่อน และยกไปให้คุณครู ล้างจานชามอาหารของตัวเอง โดยมีหัว หน้าห้องคอยตรวจความสะอาดเรียบร้อย ร่วมกันทำความสะอาดห้องเรียน หรือบริเวณรับประทานอาหาร รวมทั้งแยกขยะนำส่งโรงแยกขยะ เพื่อส่งต่อโรงงานที่จะมารับไปรีไซเคิลต่อไป
    • การดูแลตัวเอง เด็กๆควรจะได้รับการฝึกให้จัดเก็บรองเท้า วางให้เป็นระเบียบทุกครั้งที่ถอด จัดแยกของใช้ต่าง ๆที่นำมาจากบ้านเข้าที่ การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ฝึกดูแลตนเองในเรื่องการใช้ห้องน้ำ การล้างมือ แปรงฟันให้สะอาดเรียบร้อยทุกครั้ง
    • การดูแลผู้อื่น เมื่อเด็กมีความชำนาญในการทำงานต่างๆ รู้หน้าที่ของตัวเองมากขึ้น ครูควรให้เด็กผลัดกันทำ งานส่วนรวมในห้อง เช่น จัดของว่าง ล้างแก้ว ทำความสะอาดห้องเรียน ห้องน้ำ แยกขยะ จับคู่กันทำอาหาร ช่วยกันปลูกผัก จัดเก็บของเข้าที่ ช่วยครูถือของ แจกของ เป็นต้น โดยในช่วงแรกครูพาเด็กทั้งห้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้เห็นวิธีการและขั้น ตอน แต่ในช่วงหลังครูจะปล่อยให้เด็กทำงานกันเอง ส่วนครูเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ กล่าวชมหรือเตือนเมื่อเห็นสมควร นอก จากนี้การฝึกให้เด็กเป็นผู้บริการผู้ใหญ่ ด้วยการเสิร์ฟน้ำหรืออาหารแก่ครู หรือแขกผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมชมโรงเรียน ซึ่งเด็กจะ ต้องฝึกฝนทำสิ่งเหล่านี้ด้วยความประณีตเรียบร้อย
  • การเรียนการสอนในชั้นเรียน ด้วยการให้เด็กได้ลงมือทำการงานต่างๆด้วยตัวเอง จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ถึงคุณ ค่าของชีวิต ที่ทำให้เกิดความขยัน อดทน กล้าเผชิญปัญหา และมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ กิจกรรมการเรียนการสอนที่เด็กสามารถลงมือปฏิบัติ ได้แก่
    • การปลูกผัก เป็นกิจกรรมที่ครูให้เด็กฝึกทำงาน ลงมือปฏิบัติทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกผักที่ต้องการจะปลูก เพื่อนำไปใช้ประกอบอาหารต่อไป ได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของผักชนิดนั้นๆที่มีต่อร่างกาย เรียนรู้ขั้นตอนวิธีการปลูกและการดูแล เด็กจะต้องมีความรับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาให้พืชผักที่ตนเองปลูกเจริญเติบโต มีสภาพที่สมบูรณ์ จนสามารถเก็บนำมาทำเป็นอาหารต่อไป
    • การทำอาหาร เป็นกิจกรรมที่เด็กได้มีส่วนร่วม และเห็นขั้นตอนการทำงาน ซึ่งจะพาให้เด็กเกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าของอาหาร โดยมีครูซอยกิจกรรมออกเป็นลำดับขั้น และช่วยจัดวางลำดับการเรียนรู้ของเด็กอย่างเหมาะสม เริ่มจากการที่ครูและเด็กช่วยกันคิดเมนูอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้เด็กมีส่วนรับผิดชอบด้วยการแบ่งงานกันว่า ใครจะนำส่วนผสมอะไรมาบ้าง ช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ครูอธิบายขั้นตอนการทำอาหาร ให้เด็กจับคู่กันทำงาน และให้เด็กๆ คอยดูแลเพื่อนให้ได้ทำครบทุกขั้นตอน เสร็จแล้วจึงรับประทานอาหารร่วมกัน เกิดความภาคภูมิใจในผลงานร่วมกัน
    • การทำงานศิลปะ เช่น งานปั้น งานสีน้ำ งานปักผ้า หรืองานประดิษฐ์ต่างๆ เป็นการฝึกให้เด็กทำงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ การจดจ่อ ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ เพื่อให้เกิดผลที่น่าชื่นชมและมีคุณค่า เด็กๆ สามารถนำงานฝีมือที่ตนเองทำเสร็จเรียบร้อยแล้วกลับมาใช้ หรือแสดงเป็นผลงานให้ชมได้อีกด้วย

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมส่งเสริมความมุ่งมั่นในการทำงานให้ลูกได้อย่างไร?

พ่อแม่สามารถสร้างลูกให้เป็นคนอดทน มีความขยัน มุ่งมั่นในการทำงาน และทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสลงมือทำกิจกรรมต่างๆด้วยตัวเอง และเป็นกิจกรรมที่สอด คล้องกับทางโรงเรียน ความมุ่งมั่นทำงานให้สำเร็จ เริ่มจากงานเล็กๆน้อยๆที่บ้าน เริ่มจากการดูแลตัวเองในกิจวัตรประจำวัน ที่ทำได้อย่างเรียบร้อยประณีต และการฝึกให้ลูกได้ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยทำงานบ้าน ช่วยบริการผู้ใหญ่ งานเหล่านี้จะนำพาให้เด็กๆเป็นผู้มีความตั้งใจ และรับผิดชอบในการทำหน้าที่การงาน ด้วยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อให้งานสำเร็จตามเป้า หมาย ดังนี้

ปลูกฝังกิจวัตรประจำวันที่ดี

  • สวัสดีทักทายให้เป็นนิสัย
    • ฝึกให้ลูกสวัสดีพ่อแม่ก่อนไปโรงเรียน และพ่อแม่กล่าวสวัสดีตอบลูก
    • พูดคุยให้ลูกรู้จักทำความเคารพผู้ใหญ่ที่พบเห็น
  • ช่วงเวลารับประทานอาหาร
    • ชักชวนลูกจัดโต๊ะอาหาร ตักแบ่งอาหารเตรียมให้คนในครอบครัว
    • ช่วยกันล้างจานชามอาหาร โดยมีพ่อแม่คอยตรวจความสะอาดเรียบร้อย
  • ฝึกดูแลตัวเอง
    • ฝึกให้ลูกจัดเก็บรองเท้า วางให้เป็นระเบียบทุกครั้งที่ถอด
    • จัดแยกของใช้เข้าที่
    • ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย ฝึกใช้ห้องน้ำ ล้างมือ แปรงฟันให้สะอาด
  • เรียนรู้ที่จะดูแลผู้อื่น
    • ฝึกให้ลูกช่วยทำความสะอาดบ้าน ทำความสะอาดห้องน้ำ แยกขยะ
    • ฝึกบริการผู้ใหญ่ ช่วยพ่อแม่ถือของ เสิร์ฟน้ำ/อาหารแก่แขกผู้ใหญ่ที่มาที่บ้าน
  • สำรวจตัวเองก่อนนอน
    • ก่อนเข้านอนทุกวัน พ่อแม่ลูกควรจัดเวลาสำหรับสวดมนต์ นั่งสมาธิ สงบจิตใจ ทบทวนสิ่งที่ได้ทำในวันนี้ และฝึกให้กล่าวคำขอบคุณ/ขอโทษในสิ่งที่ได้ทำไป

สอนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ

  • ชวนลูกปลูกผัก พ่อแม่ลูกช่วยกันหาแปลงผัก ช่วยกันเลือกผักที่จะปลูก ช่วยกันดูแลผักที่ปลูกให้เจริญเติบโต มีสภาพสมบูรณ์ และนำไปประกอบอาหารจากผักที่ได้ร่วมกันปลูก
  • คิดเมนูอาหาร ฝึกให้ลูกช่วยคิดเมนูอาหารที่เป็นประโยชน์ว่าควรจะเป็นเมนูใด มีส่วนประกอบอะไรบ้าง สำ รวจของที่มีในบ้าน พาลูกไปซื้อเพิ่มเติม นำมาประกอบอาหาร ให้ลูกได้มีส่วนร่วมทำ ร่วมจัด ร่วมเก็บ ร่วมล้าง
  • ทำงานศิลปะ ชักชวนลูกปั้นดินน้ำมัน ปั้นขนมบัวลอย ละเลงสีน้ำกับลูก สอนลูกปักผ้า ปักชื่อของตัวเองลงบนผ้า ทำงานประดิษฐ์ต่างๆ ทั้งนี้ต้องไม่ลืมที่จะฝึกลูกให้รู้จักเก็บของเข้าที่ด้วย
  • อ่านนิทานที่มีเนื้อหาสอดแทรกคติธรรม พ่อแม่ให้ลูกมีส่วนร่วมอ่านนิทาน ด้วยการอ่านออกเสียง และตั้งคำ ถาม เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้คิด แสดงความคิดเห็น และช่วยกันสรุปประเด็นให้ลูกเกิดความคิดในแง่บวกต่อไป

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ จะต้องมี อิทธิบาท 4 ทางแห่งความสำเร็จ หรือคุณธรรมที่ให้ถึงความสำเร็จ เป็นเรื่องของการกระทำ มี 4 ข้อ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หรือ “มีใจรัก พากเพียรทำ เอาจิตฝักใฝ่ ใช้ปัญญาสอบสวน”

  • ฉันทะ แปลง่ายๆ ว่า “มีใจรัก” เมื่อเรามีใจรักในงานที่ทำ เราก็จะมีใจจดจ่ออยู่กับงาน ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง ไม่วุ่นวายกับสิ่งทั้งหลาย คนที่ทำงานด้วยฉันทะ จะมีจิตใจที่เป็นสุข เป็นสมาธิ มีความตั้งใจจริงจัง ตั้งใจทำเต็มที่ จนสำเร็จ
  • วิริยะ คือ ความเพียร ความพยายาม ความขยันหมั่นกระทำสิ่งต่างๆด้วยความเข้มแข็ง อดทน ไม่ท้อถอย ก้าวไปข้าง หน้าจนกว่าจะสำเร็จ
  • จิตตะ คือ ความเอาใจใส่ในสิ่งที่ทำนั้น และทำสิ่งนั้นด้วยความคิด ไม่ปล่อยจิตใจให้ฟุ้งซ่าน เลื่อนลอย ทำงานอย่างอุทิศตัวอุทิศใจ
  • วิมังสา คือ ความไตร่ตรองสอบสวน ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญตรวจตราหาเหตุผล และตรวจสอบในสิ่งที่ทำนั้น รู้จักทดลอง วางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง เพื่อจัดการและดำเนินงานนั้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

ผู้ที่รักงาน สู้งาน ใส่ใจงาน และทำงานด้วยปัญญาเท่านั้น จึงจะเป็น ผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงาน ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้ รับมอบหมาย ด้วยความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำ หนด ด้วยความรับผิดชอบ และสามารถภาคภูมิใจในผลงานได้

บรรณานุกรม

  1. ชยสาโรภิกขุ. (2549). โหลหนึ่งก็ถึง : คุณธรรม 12 ประการ เพื่อความสำเร็จในการศึกษาวิถีพุทธ” โรงเรียนทอสี. กรุงเทพฯ: บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
  2. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. (พิมพ์ครั้งที่ 57) กรุงเทพฯ.
  3. สุรพล ธรรมร่มดี (เรียบเรียง). (2551). หัวใจรุ่งอรุณ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สานอักษร มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ.
  4. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2554. แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
  5. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
  6. อดิศร จันทรสุข. (2548). รายงานการวิจัยการปลูกฝังคุณธรรมในเด็กปฐมวัยผ่านกระบวนสร้างสรรค์ของแกนนำโรงเรียนวิถีพุทธ. โครงการวิจัยภายใต้ทุนสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน