หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกให้รักความเป็นไทย (Teaching Children about Thai-ness)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ผู้ที่รักความเป็นไทย จะมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสม

การสอนลูกให้รักความเป็นไทยมีความสำคัญอย่างไร?

การสอนให้เด็กรักความเป็นไทย คือ การสอนให้เด็กรู้จักตัวเอง รู้ที่มาของตัวเอง สามารถพัฒนาตัวเองให้รู้จักคิด รู้ จักปฏิบัติต่อวัตถุสร้างสรรค์ของมนุษย์ ตลอดจนเทคโนโลยี ให้เกิดสำนึกตระหนักถึงกัน ให้เกื้อกูลหนุนกัน จะต้องพัฒนาเด็กของเราให้เข้าถึงความจริงของธรรมชาติ และมีความสุขได้ในท่ามกลางธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น พร้อมที่จะอยู่ร่วมอย่างสร้างสรรค์สังคม ไม่ขัดแย้งแย่งชิงกัน จะต้องเปลี่ยนแปลงให้มีการพัฒนาในทางที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และเกื้อกูล มีจิตใจที่เข้มแข็ง มุ่งมั่นจะทำชีวิตของตนเองให้ดีที่สุด เต็มศักยภาพ ไม่ประมาท ไม่หลงใหลต่อสิ่งภายนอกที่มาล่อเร้าชักจูง สามารถที่จะมีความสุข และใช้ปัญญาพาชีวิตถึงจุดหมาย

เราจะมีชีวิตที่ดี ที่สมบูรณ์ ต้องประสานกับโลก กับสิ่งทั้งปวง การจัดการศึกษาให้กับเด็ก จึงควรเป็นการศึกษาที่จะสร้างเด็กของเราให้มีความคิดที่ถูกทาง มีความสุข ทั้งในการเรียน การหาความรู้ การทำงานที่สร้างสรรค์ การอยู่ร่วมด้วยช่วยเหลือกัน สร้างเด็กให้เป็นคนดีทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อประเทศชาติ และต่อโลก

การรักความเป็นไทยมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เด็กที่รักความเป็นไทยจะมีคุณลักษณะที่เกิดขึ้นในตัวเด็ก ดังนี้

  • มีความภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมีความกตัญญูกตเวที
    • แต่งกายและมีมารยาทงดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะ กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ แสดงความเคารพด้วยการไหว้ การกราบ วางตนอย่างสุภาพ อ่อนน้อม มีน้ำใจ มีความเกรงใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
    • ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และสามารถชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามขนบ ธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย
  • เห็นคุณค่าและใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
    • ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสม สื่อสารอย่างเข้าใจ ถึงจะมีสำเนียงที่แตกต่างกันก็ตาม พร้อมทั้งชักชวน แนะนำให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง
  • อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย
    • ชอบเล่นการละเล่นพื้นเมือง เล่นกีฬาแบบไทยๆ
    • นำภูมิปัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต แนะนำให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในการสืบทอดภูมิปัญญาไทย

ครูสอนลูกให้รักความเป็นไทยอย่างไร?

    สอนผ่านกลุ่มสาระศิลปะ
    • วิชาทัศนศิลป์ สอนให้เด็กรู้และเข้าใจความสำคัญของงานทัศนศิลป์ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ภาพเขียน งานปั้น งานแกะสลัก และงานสร้างสรรค์จากเศษวัสดุ ให้เด็กได้ศึกษาที่มาของงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่นที่มาจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน การสร้างสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนพิธีกรรม ความเชื่อ วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ วัสดุอุปกรณ์ที่นำ มาใช้สร้างงาน เช่น ไม้สัก ไม้ไผ่ ย่านลิเภา กระจูด กก ปอ ฟาง ดินเหนียว ทางมะพร้าว ใบจาก ใบตาล กะลามะพร้าว เป็นต้น สอนให้เด็กสร้างงานจักสาน แกะสลัก ทอผ้า ปั้นปูน วาดภาพ และนำมาจัดเป็นนิทรรศการศิลปะ ผลัดกันชม
    • วิชาดนตรี สอนให้เด็กรู้และเข้าใจเอกลักษณ์ของดนตรีพื้นบ้านในแต่ละภาค ให้เกิดความชื่นชอบ เห็นความสำ คัญและประโยชน์ของดนตรีต่อการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่น ให้เด็กได้ทดลองเล่นดนตรีพื้นบ้านชนิดต่างๆที่เด็กสนใจ ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมดนตรีในชีวิตประจำวัน ฝึกร้องเพลงประเภทต่างๆ เช่น เพลงไทย เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงปลุกใจ ฯลฯ มีโอกาสได้แสดงออกในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน
    • วิชานาฏศิลป์
      • สอนให้เด็กรู้และเข้าใจการละเล่นของเด็กไทย จนเกิดความชื่นชอบและภาคภูมิใจในการละเล่นพื้นบ้าน พร้อมทั้งนำไปเล่นกับเพื่อนในเวลาว่าง ซึ่งจะสามารถเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้กับเด็ก อย่างเพลิดเพลิน สนุกสนาน ไม่เบื่อ
      • สอนการแสดงนาฏศิลป์ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงประกอบดนตรีของไทย เช่น ระบำ รำ ฟ้อน โขน โดยเริ่มจากสอนการเคลื่อนไหวอย่างมีรูปแบบ การยืน การเดิน การนั่ง ให้มีบุคลิกภาพที่ดี สง่างาม สอนการฝึกภาษา ท่าสื่อความหมายแทนอากัปกิริยาต่างๆ การเลียนแบบ สอนให้เด็กรู้จักรำวงมาตรฐาน แสดงละ ครสร้างสรรค์ ละครไทย ละครพื้นบ้าน
  • สอนผ่านกิจวัตรประจำวัน กิจวัตรประจำวัน คือ สิ่งที่เด็กปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้เกิดความเคยชินที่ดีงาม กิจกรรมต่างๆจึงสามารถสร้างพฤติกรรมคุ้นเคยที่ดีให้กับเด็ก ให้เด็กได้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคม ส่งผลให้เกิดสภาพจิตใจที่ดีงาม มีความสุข สามารถคิด แยกแยะ และเลือกรับข้อมูลความรู้ต่างๆได้
    • กิจกรรมหน้าเสาธง สอนให้เด็กเข้าใจความหมายและความสำคัญของสัญลักษณ์ที่สำคัญของชาติไทย ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (ธงชาติ เพลงชาติ พระพุทธรูป พระบรมฉายาลักษณ์) ด้วยการเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างถูกต้อง ร้องอย่างเข้าใจความหมาย
    • วิถีชาวพุทธ ฝึกปฏิบัติมรรยาทชาวพุทธ ได้แก่ การพนมมือ ไหว้ กราบพระ กราบผู้ใหญ่ การดูแลสิ่งรอบตัวให้เรียบร้อย มีระเบียบสวยงาม การฝึกพฤติกรรมในการนั่ง ยืน เดิน การลุกขึ้นยืนต้อนรับ รับ-ส่งของแก่พระภิกษุ มรรยาทในการสนทนา การพูดจาไพเราะ การกล่าวคำขอบคุณ-ขอโทษ การสำรวมกิริยามารยาท การสวัสดีทักทาย การรับประทานอา หาร เป็นต้น
    • การเล่น พาเด็กเล่นการละเล่นของเด็กไทย การละเล่นพื้นบ้านต่างๆ และส่งเสริมให้เด็กรู้จักเล่น และพาเด็กประ ดิษฐ์อุปกรณ์การเล่นต่างๆจากวัสดุที่มีอยู่ในธรรมชาติ
  • พาไปทัศนศึกษา ดูวิถีชีวิตแบบไทย ศึกษาอาชีพหลักของคนไทย เพื่อให้เด็กเห็นคุณค่าและความสำคัญของแหล่งวัฒน ธรรมของชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ ให้เด็กได้ลองฝึกปฏิบัติจริง เรียนรู้จากของจริง สอนให้เคารพศาสนวัตถุ ศาสนสถาน เกิดความรักต่อเพื่อนมนุษย์ เกิดความซาบซึ้งคุณค่าของวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่มีต่อสังคมไทย ไม่ทำลาย เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทยที่สืบต่อถึงปัจจุบัน ที่น่าภาคภูมิใจและควรค่าแก่การอนุรักษ์
    • ศึกษาแหล่งวัฒนธรรมในชุมชนที่ใกล้ตัวเด็ก เช่น วัด ตลาด พิพิธภัณฑ์ มัสยิด โบสถ์คริสต์ โบราณสถาน โบ ราณวัตถุ
    • เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีไทย เช่น การทำความเคารพ อาหารไทย (อาหารไทยที่ต่างชาติยกย่อง เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไท) ภาษาไทย ประเพณีไทย ฯลฯ
    • อนุรักษ์ภูมิปัญญาของคนไทยในท้องถิ่น ประกอบด้วยหัตถกรรม คหกรรม วรรณกรรม ศิลปกรรม กสิกรรม นาฏกรรม สถาปัตยกรรม คีตกรรม และดนตรี ครูพาเด็กศึกษาถึงความเป็นมาด้วยการเรียนรู้การทำงานผลงานศิลปะในท้องถิ่น สัมภาษณ์เจ้าของผลงาน ศึกษาจากพิพิธภัณฑ์ หอสมุด แผ่นป้ายนิเทศ ไม่ทำลายผลงานศิลปะต่างๆ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกให้รักความเป็นไทยได้อย่างไร?

“สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น”

  • สอนให้รู้ พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรักความเป็นไทย สอนให้ชื่นชมในขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่ดีของไทย รักในความเป็นไทย ด้วยการเล่าถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติไทย อ่านจากหนังสือให้ลูกฟัง ดูภาพยนตร์ หรือพาไปทัศนศึกษาตามที่ต่างๆ ดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ ให้ลูกได้เข้าใจถึงต้นกำเนิด ความเป็นมาของชาติไทย กระตุ้นให้ลูกรู้จักรักและอยากทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติมากยิ่งขึ้น
  • ทำให้ดู พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ด้วยการใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถูกต้องเหมาะสม มีกิริยามารยาทงดงามแบบไทย มีความสุภาพเรียบร้อย มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ เชื่อฟังบิดามารดา เป็นคนว่าง่ายสอนง่าย มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ดูแลบุพการี แต่งกายแบบไทย ใช้ของที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ทำให้ลูกๆเห็นเป็นแบบอย่างและสามารถทำตามได้ด้วยความภาคภูมิใจ
  • อยู่ให้เห็น พ่อแม่พาลูกชื่นชมความงามของธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย ความงดงามและความชาญฉลาดของการออกแบบบ้านไทย พาลูกเล่นการละเล่นไทย ที่ได้ทั้งความสนุก และซึมซับความเป็นไทย ฟังเพลงไทย เล่นดนตรีไทย ชมดนตรีมหรสพแบบไทยๆ สอนลูกๆให้ร้องเพลงชาติไทยให้ถูกต้อง รู้จักยืนตรง เพื่อแสดงความเคารพธงชาติ อธิบายความ หมายของธงชาติไทย สัญลักษณ์ของดอกไม้ประจำชาติไทย สัตว์ประจำชาติไทย ฝึกทำขนมไทย รำไทย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้ความรัก ความภาคภูมิใจในชาติ และพร้อมจะช่วยกันรักษาสิ่งที่สวยงามเหล่านี้เอาไว้

เกร็ดความรู้เพื่อครู

ผู้ที่จะรักความเป็นไทย มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่สิ่งที่ดีของประเทศไทย จะต้องเป็นผู้มีคุณธรรม มีหลักความประพฤติที่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับตัวเอง และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดี ควรทำดังนี้

  • ผู้ทำตนให้เป็นที่พึ่งของตนเองได้ พร้อมจะดูแลรับผิดชอบตนเอง ไม่ทำตัวให้เป็นปัญหาหรือเป็นภาระถ่วงหมู่คณะ มีความรักในแผ่นดินไทย มีความกตัญญูกตเวที รู้คุณและตอบแทนบุญคุณ รักษาแผ่นดินไทย มีความละอาย ไม่คิดร้าย ทำลายแผ่นดิน หลักธรรมที่เป็นที่พึ่งของตนเอง เพื่อที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ เรียกว่า นาถกรณธรรม 10ประการ คือ
    • ศีล มีความประพฤติดี มีวินัย ดำเนินชีวิตสุจริต ทั้งทางกายและทางวาจา
    • พาหุสัจจะ มีการศึกษาเล่าเรียนมาก เชี่ยวชาญ เข้าใจลึกซึ้ง รู้ชัดเจน และใช้ได้จริง
    • กัลยาณมิตตตา รู้จักคบคนดี มีกัลยาณมิตร เลือกที่ปรึกษาหรือผู้แนะนำสั่งสอนที่ดี เลือกสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับสิ่ง แวดล้อมทางสังคมที่ดี ที่จะทำให้ชีวิตเจริญงอกงาม
    • โสวจัสสตา เป็นคนที่พูดง่าย ไม่ดื้อรั้น รับฟังเหตุผล พร้อมจะแก้ไขปรับปรุงตน
    • กิงกรณีเยสุ ทักขตา เอาใจใส่ช่วยเหลือกิจการของหมู่คณะ ของชุมชน รู้จักใช้ปัญญาไตร่ตรองหาวิธีดำเนินการที่เหมาะสม ให้สำเร็จเรียบร้อยด้วยดี
    • ธรรมกามตา เป็นผู้ใคร่ธรรม ชอบศึกษา ค้นคว้า หาความรู้ ความจริง รู้จักพูด รู้จักรับฟัง สร้างความสนิทสนมสบายใจ ชวนให้ผู้อื่นอยากเข้ามาปรึกษาและร่วมสนทนา
    • วิริยารัมภะ มีความเพียรขยัน พยายามหลีกละความไม่ดี หมั่นประกอบความดี ไม่ย่อท้อ ไม่ละเลยทอดทิ้งธุระหน้า ที่
    • สันตุฏฐี รู้จักพอดี ยินดีพอใจในผลงานและความสำเร็จที่ตนสร้างขึ้น มีความเพียรพยายามโดยทางชอบธรรม ไม่มัวเมาเห็นแก่ความสุขทางวัตถุ
    • สติ มีสติคงมั่น รู้จักกำหนดจดจำ ทำอะไรด้วยความรอบคอบ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ประมาท ไม่ถลำในทางผิดพลาด ไม่ปล่อยปละละเลยทิ้งโอกาสสำหรับความดีงาม ไม่คิดร้าย ทำลายชาติ
    • ปัญญา รู้ดี รู้ชั่ว คุณโทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ มองสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้จักพิจารณา ทำการต่างๆ ด้วยความคิดและมีวิจารณญาณ
  • อยู่ร่วมในหมู่คณะด้วยดี ชาวไทยเรานับว่าโชคดีที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่ร่มเย็นเป็นสุข มีพระมหากษัตริย์ที่ปกครองด้วยทศพิธราชธรรม มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เป็นหลักให้เราประพฤติปฏิบัติ การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้เกิดความรักความสามัคคีในประเทศชาตินั้น พึงปฏิบัติตามหลักธรรมที่เรียกว่า สาราณียธรรม 6 ประการคือ
    • เมตตากายกรรม ทำต่อกันด้วยเมตตา แสดงไมตรี หวังดีต่อเพื่อน ช่วยเหลือกิจธุระด้วยความเต็มใจ แสดงกิริยาสุ ภาพ เคารพนับถือกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    • เมตตาวจีกรรม พูดต่อกันด้วยเมตตา ช่วยบอกสิ่งที่เป็นประโยชน์ สั่งสอน แนะนำ ตักเตือนกันด้วยความหวังดี กล่าววาจาสุภาพ แสดงความเคารพนับถือกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง
    • เมตตามโนกรรม คิดต่อกันด้วยเมตตา ตั้งจิตปรารถนาดี คิดทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กัน มองกันในแง่ดี มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสต่อกัน
    • สาธารณโภคี แบ่งปันลาภผลที่ได้มาโดยชอบธรรม แม้เป็นของเล็กน้อย แจกจ่ายให้มีส่วนร่วม ใช้สอยบริโภคทั่วกัน
    • สีลสามัญญตา มีความประพฤติสุจริตดีงาม รักษาระเบียบวินัยของส่วนรวม ไม่ทำตนเป็นที่น่ารังเกียจหรือเสื่อมเสียแก่หมู่คณะ
    • ทิฏฐิสามัญญตา ปรับความเห็นเข้ากันได้ เคารพรับฟังความคิดเห็นกัน มีความเห็นชอบร่วมกัน ตกลงกันได้ในหลักการสำคัญ ยึดถือหลักแห่งความดีงามหรือจุดหมายสูงสุดเดียวกัน

บรรณานุกรม

  1. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). ธรรมนูญชีวิต พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม. (พิมพ์ครั้งที่ 57) กรุงเทพฯ.
  2. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2551). การเสริมสร้างคุณลักษณะเด็กไทย. กรุงเทพฯ : ศูนย์สื่อและสิ่งพิมพ์แก้วเจ้าจอม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.
  3. อดิศร จันทรสุข. (2548). รายงานการวิจัยการปลูกฝังคุณธรรมในเด็กปฐมวัยผ่านกระบวนสร้างสรรค์ของแกนนำโรงเรียนวิถีพุทธ. โครงการวิจัยภายใต้ทุนสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).
  4. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2554. แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
  5. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.(2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน