หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (Love of nation, religion and king)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (Love of nation, religion and king) เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติ ศรัทธา ยึดมั่นในศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เด็กที่มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะเป็นเด็กที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคี ปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นไทย ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ และแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

สอนลูกให้รักชาติ

การสอนลูกให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีความสำคัญอย่างไร?

  • ความรักชาติ ชาติ หมายถึง แผ่นดินที่มีประชาชนยึดครอง มีอาณาเขตที่แน่นอน มีการปกครองเป็นสัดส่วน มีผู้นำเป็นผู้ปกครองประเทศและประชาชนทั้งหมด ด้วยกฎหมายที่ประชาชนในชาตินั้นกำหนดขึ้น เช่น ประเทศไทย มีอาณาเขต มีเนื้อที่ประมาณ 513,115 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 66.7 ล้านคน (พ.ศ. 2555) มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มีศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติ มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติของตนเอง สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษเป็นเวลายาวนาน ผู้ที่มีความรักชาติ จะช่วยกันปกป้องรักษาชาติ ไม่ให้ศัตรูมารุกรานหรือทำร้ายทำลาย เพื่อให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป และทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ให้อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขสืบไป ส่วนผู้ที่ไม่รักชาติ ก็จะผู้ที่คิดไม่ดีต่อชาติ เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาทำร้าย ทำลาย แล้วยึดครองประเทศชาติ สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ นำความเสื่อมเสียมาให้ประเทศชาติบ้านเมือง
  • ศาสนา หมายถึง คำสอนขององค์พระศาสดาแต่ละพระองค์ เช่น ศาสนาคริสต์ คือ คำสอนของพระเยซูเจ้า ศาสนาอิสลาม คือ คำสอนของพระอัลลอฮ์ มีศาสดาชื่อมุฮัมมัด นับถือพระเจ้าองค์เดียว คือ พระอัลลอฮ์ ศาสนาพุทธ คือ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และศาสนาอื่นๆ ก็คือ คำสอนขององค์ศาสดาแต่ละพระองค์ตามศาสนาหรือลัทธิความเชื่อของศาสนานั้นๆ ศาสนาทุกศาสนามีไว้เพื่อสอนให้มนุษย์ละชั่ว ประพฤติดี ผู้ที่รักศาสนา จะเป็นผู้ที่นำคำสอนของแต่ละศาสนาไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ละความชั่ว กระทำแต่ความดี และทำจิตใจให้สะอาดปราศจากเครื่องเศร้าหมอง คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ส่วนผู้ที่ไม่รักศาสนา จึงเป็นผู้ที่ไม่นำคำสอนของศาสนานั้นไปประพฤติปฏิบัติ ไม่ละความชั่ว ไม่ประพฤติดี ไม่ชำระจิตใจให้สะอาดปราศจากกิเลส ปล่อยให้ความโลภ ความโกรธ ความหลงครอบงำจิตใจ
  • พระมหากษัตริย์ หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ผู้เป็นพระประมุขของประเทศ มีหน้าที่ปกครองประชาชนพลเมืองในประเทศนั้นให้อยู่ดีมีสุขตามกฎหมาย ตามครรลองคลองธรรมจารีตประเพณีวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ เช่น ประเทศไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นพระประมุข ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ตามหลักทศพิธราชธรรม ทรงให้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของปวงชนชาวไทย นำความเจริญรุ่งเรืองความผาสุกมาสู่พสกนิกรถ้วนหน้า ผู้ที่รักพระมหากษัตริย์ จะเป็นผู้มีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร มีความเป็นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มีความรู้รักสามัคคีกลมเกลียว รวมน้ำใจไทยทั้งชาติให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ประพฤติตนเป็นคนดีถวายเป็นพระราชกุศล และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ส่วนผู้ที่ไม่รักพระมหากษัตริย์ จะเป็นผู้ที่ไม่จงรักภักดี ไม่เคารพนับถือ ไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

สถาบันทั้ง 3 นี้มีบุญคุณต่อเราอย่างมาก เพราะชาติ คือ แผ่นดินที่เราอยู่อาศัย ศาสนา คือ คำสอนขององค์พระศาสดาแต่ละพระองค์ที่สอนให้เราทุกคนเป็นคนดี และพระมหากษัตริย์ คือ ผู้ปกครองบ้านเมืองโดยธรรม เพื่อความสงบสุขของพสกนิกรชาวไทย เราทุกคนจึงควรรักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ ด้วยใจอันบริสุทธิ์ ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

การสอนลูกให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

เด็กที่มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะเติบโตไปเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย ศรัทธา ยึดมั่น และปฏิบัติตนตามหลักศาสนา เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

  • เด็กที่เป็นพลเมืองดีของชาติ จะสามารถยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ อธิบายความหมายของเพลงชาติได้ถูกต้อง ปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่พลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคี ปรองดอง
  • เด็กที่ธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย จะเข้าร่วม ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม มีความหวงแหน ปกป้อง ยกย่องความเป็นชาติไทย
  • เด็กที่ศรัทธา ยึดมั่น และปฏิบัติตนตามหลักศาสนา จะเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาและปฏิบัติตนตามหลักของศาสนาที่ตนนับถือ และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีของศาสนิกชน
  • เด็กที่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จะเข้าร่วมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ครูจัดกิจกรรมการสอนเรื่องรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ให้ลูกที่โรงเรียนอย่างไร?

ครูจะปลูกฝังให้เด็กเกิดความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ได้ ให้เด็กเกิดการพัฒนา ทั้งด้านพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา โดยการฝึกปฏิบัติจริงให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น ดังนี้

  • สอนผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่
    • กิจวัตรประจำวัน เช่น กิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้าทุกวัน กิจกรรมสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตา กิจกรรมเคลื่อนไหวอย่างมีสติ และกิจกรรมฝึกสมาธิเบื้องต้น เพื่อให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิต เพื่อเรียนรู้และดำเนินชีวิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ
    • กิจกรรมเกี่ยวกับชาติ โดยครูอธิบายความสำคัญของวันหยุดราชการต่างๆ และจัดกิจกรรมเกี่ยวกับประเพณีและวันสำคัญของไทย เพื่อให้เด็กเข้าร่วม เช่น กิจกรรมประกวดมารยาทไทย กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี กิจกรรมการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาไทย กิจกรรมวันสงกรานต์ เป็นต้น
    • กิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา พาเด็กเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น ทำบุญใส่บาตร ฟังธรรมทุกวันพระ วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันมาฆบูชา ฯลฯ
    • กิจกรรมเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ครูจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กแสดงความจงรักภักดีในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ วันแม่ วันพ่อ วันจักรี วันฉัตรมงคล โดยพาเด็กๆ ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ทำดีถวายในหลวง ปลูกฝังให้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในวิถีชีวิต ฝึกให้ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี แสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ เป็นต้น
    • กิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน เน้นให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนเอง หน้าที่ต่อส่วนรวม รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว มีความรับผิดชอบ และรู้จักสร้างสรรค์สิ่งที่ดีแก่สังคมที่เหมาะสมกับวัย เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ต่อโรงเรียน ด้วยการดูแลรักษา ทำความสะอาด ร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน ฝึกปฏิบัติจริงตามกระบวนการประชาธิปไตยในโรงเรียน เช่น เลือกหัวหน้าห้อง เลือกประธานชุมนุม ประธานนักเรียน ฝึกปฏิบัติตนตามข้อตกลง กติกา กฎระเบียบ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวันที่โรงเรียน ฝึกปฏิบัติตามมารยาทชาวพุทธ เช่น การพนมมือ ไหว้ กราบ นั่ง ยืน เดิน ต้อนรับ การรับ-ส่งของแก่ผู้ใหญ่ การพูดคุยสนทนา การสำรวมกิริยา การแต่งกายที่เหมาะสมในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น
  • สอนด้วยการพาไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยครูให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไป การปฏิบัติตนที่เหมาะสม และการร่วมกิจกรรมในสถานที่นั้นๆ รวมถึงการฝึกบำเพ็ญประโยชน์ต่อสถานที่ไปได้อย่างเหมาะสมกับวัย ตัวอย่างของแหล่งวัฒนธรรมในชุมชนที่ใกล้ตัวนักเรียน เช่น วัด ตลาด พิพิธภัณฑ์ มัสยิด โบสถ์คริสต์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของแหล่งวัฒนธรรมในชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น สิ่งของ สถานที่ ภาษาถิ่น ประเพณี และวัฒนธรรม รวมถึงผลงานหรือบุคคลที่ทำประโยชน์ต่อท้องถิ่นหรือประเทศชาติที่ควรนำเป็นแบบอย่าง
  • สอนด้วยเพลง โดยศึกษาความหมาย ความสำคัญของสัญลักษณ์ที่แสดงความเป็นไทย และปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ได้แก่ ธงชาติ เพลงชาติ พระพุทธรูป พระบรมฉายาลักษณ์ เอกลักษณ์อื่นๆ เช่น แผนที่ประเทศไทย ประเพณีไทย อาหารไทย (ที่ต่างชาติยกย่อง เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย) ที่มีความภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วมที่จะอนุรักษ์ไว้ ผ่านเนื้อเพลง และฝึกร้องเพลงต่างๆ เช่น เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีมหาราชา เพลงความฝันอันสูงสุด เพลงรักเมืองไทย เพลงแผ่นดินของเรา เพลงต้นตระกูลไทย เพลงรักกันไว้เถิด เพลงสยามานุสติ เพลงสามัคคีชุมนุม เพลงลอยกระทง เพลงส้มตำ เป็นต้น

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะจัดกิจกรรมส่งเสริมให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ได้อย่างไร?

  • อบรมสั่งสอนให้ลูกเกิดความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยการปลูกฝังทัศนคติที่ดีงาม ให้มีความรักต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความเป็นไทย และมีความเอาใจใส่ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมที่เน้นให้เด็กๆ ได้ปฏิบัติจริง เช่น
    • ให้ลูกฟังเพลงชาติ ร้องเพลงชาติ ฝึกให้ยืนตรงเคารพธงชาติ
    • เล่าประวัติศาสตร์ชาติไทย ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมไทยที่ดีงามให้ลูกฟัง ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง มีกิริยามารยาทแบบไทย ฝึกให้ลูกไหว้แบบอ่อนช้อย สวยงาม
    • สอนเล่นการละเล่นแบบไทยๆ
    • สอนให้ลูกทำความดี เช่น ทิ้งขยะถูกที่ ไม่รังแกผู้อื่น ไม่ทำลายสิ่งของสาธารณะ เอาใจใส่สิ่งแวดล้อม ชื่นชมธรรมชาติ ฯลฯ
    • สอนให้ลูกเป็นเด็กดี ด้วยการเรียนรู้ที่จะเข้าใจเรื่องศาสนาตั้งแต่ยังเล็ก สอนให้รู้จักหลักคำสอนและปฏิบัติตามหลักศาสนาที่นับถือ พาลูกไปสถานที่สำคัญทางศาสนา เพื่อปฏิบัติศาสนพิธีตามหลักศาสนาต่างๆ เช่น ฟังเทศน์ ทำบุญ ใส่บาตร นมัสการพระเจ้า เป็นต้น
    • สอนให้ลูกมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ โดยเล่าประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยให้ลูกฟังและกล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณต่างๆ เช่น การประดิษฐ์ตัวอักษรไทย การเลิกทาส การพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง การบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ฯลฯ
    • สอนให้ลูกแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยการยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี ไม่พูดจาจาบจ้วงหรือกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกิจกรรมพิธีถวายพระพรในโอกาสต่างๆ เรียนรู้โครงการหลวงที่ใกล้ตัวเด็ก เป็นต้น
  • เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก ด้วยการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมประชาธิปไตยต่างๆ เช่น การเลือกตั้ง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณสมบัติ โบราณวัตถุ และโบราณสถาน การพัฒนาชุมชน ปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน เช่น กฎหมายจราจร กฎหมายทะเบียนราษฎร กฎหมายยาเสพติดให้โทษ
  • น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยการสอนให้ลูกเห็นคุณค่าในตนเอง รู้จักมองโลกในแง่ดี สร้างทักษะทางอารมณ์ ให้รู้จักบริโภคด้วยปัญญา เลือกรับ-ปฏิเสธข่าวและวัตถุต่างๆ ปรับปรุงตนเองและสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ปฏิบัติตนและมีส่วนสนับสนุนให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติและสังคมโลก เคารพกฎหมายและกติกาสังคม เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเองและบุคคลอื่น มีเหตุผล รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความรับผิดชอบต่อตนเอง เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองการปกครอง มีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและทำกิจกรรมในครอบครัวตามกระบวนการประชาธิปไตย เป็นต้น

เกร็ดความรู้เพื่อครู

การสอนให้เด็กรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ควรเป็นการสอนที่เป็นไปเพื่อสันติภาพ ด้วยการยอมรับความแตกต่าง มีความเคารพซึ่งกันและกัน เห็นคุณค่าของกันและกัน และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

ดังนั้น สันติภาพจะเกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยอะไร อะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้สันติภาพไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วอยู่ไม่นาน มีเหตุปัจจัยอะไรที่จะสนับสนุนให้สันติภาพที่เกิดขึ้นอยู่ได้นาน อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้สันติภาพที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมหายไป สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องพัฒนาที่จิตใจ ต้องพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อที่สุดต่อการพัฒนาจิตใจ เอื้อต่อการงดเว้นจากการทำบาปกรรมหรือเบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบกัน สร้างสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยมในสังคม ที่จะสอดคล้องกับการดำเนินไปสู่เป้าหมายของสังคม เราต้องเชื่อว่าสันติภาพเกิดขึ้นได้ และเป็นสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น จึงควรตั้งเป็นเป้าหมายส่วนตัว เป้าหมายของครอบครัว เป้าหมายของชุมชน ของสังคมประเทศชาติ และเป้าหมายของโลก

สิ่งที่เราทุกคนควรทำ คือ การฝึกพัฒนาตัวเองในทุกด้าน ฝึกให้มีสติ อยู่กับตัวเองได้ อยู่กับตัวเองเป็น ด้วยการเจริญสติให้ได้สัมผัสความสงบ ควบคุมตัวเองให้อยู่ในกรอบของศีลธรรม ไม่เบียดเบียนใคร ไม่สร้างความทุกข์ ความเดือดร้อนกับครอบครัว กับชุมชน สันติภาพในสังคมจะเกิดขึ้น จากการควบคุมกาย วาจา ใจของเราแต่ละคน คำสอนของศาสนามีไว้เพื่อให้เราทุกคนนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง นำออกจากความมืดไปสู่ความสว่าง นำออกจากความวุ่นวายไปสู่ความสงบ ซึ่งเราทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าถึงความสงบ และช่วยกันสร้างครอบครัว ชุมชน สังคมที่สงบสุขได้ ขอเพียงเราทุกคนเรียนรู้หลักการของศาสนาที่ตนนับถือ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง และแบ่งปันให้ผู้อื่นได้พบกับความสงบ ความสุขที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ช่วยกันสร้างสังคมให้มีแต่สิ่งที่ดีงาม ให้เกิดสันติภาพและสันติสุขในสังคมไทย ในสังคมโลกตลอดกาลนาน

บรรณานุกรม

  1. ชยสาโรภิกขุ. (2552). ศาสตร์ไหนสันติ. กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด.
  2. วัดปากช่อง (จันทรานุมาศวิทยาคาร), โรงเรียน. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์. แหล่งที่มา http://www.pchong.in.th/ index.php?option=com_content&view=article&id=324&Itemid=306 [10 สิงหาคม 2556].
  3. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
  4. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551) . ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด
  5. ธนาคารโลก. (2555). จำนวนประชากรประเทศไทย. http://www.worldbank.org/th/country/thailand [16 สิงหาคม 2556].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน