หน้าหลัก » บทความ » สอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา (Teaching Children about Morals, Attention, and Wisdom)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


บทนำ

สอนลูกให้เจริญศีลสมาธิปัญญา

สอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา (Teaching Children about Morals, Attention, and Wisdom) หมายถึง การฝึกเด็กให้ใส่ใจสิกขาพัฒนาชีวิตอยู่ตลอดเวลา และการพัฒนาคนทั้งคนอย่างแท้จริง ต้องครบ ไตรสิกขา (ประกอบด้วยศีล สมาธิ ปัญญา) ซึ่งมนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้ ฝึกหัด พัฒนาชีวิตของตนเอง ให้รู้เข้าใจ ให้ทำได้ ให้ทำเป็น และสามารถทำให้ดี ทำให้งาม ทำให้เป็นประโยชน์ การเรียนรู้ฝึกหัดเรียกสั้นๆ ว่า สิกขา คือ การศึกษาของชีวิต ที่จะต้องดำเนินไปตลอดชีวิต จนกว่าจะพัฒนาให้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ ที่ดีงาม มีความสุข สดใส ไร้ทุกข์ ด้วยการปฏิบัติดังนี้

  • มีศีลวัตรประจำตน ได้แก่ กราบไหว้ เคารพบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลที่ควรเคารพ และพระรัตนตรัย มีศีล เป็นหลักความประพฤติประจำตัว สวดมนต์ให้เข้าใจความหมายทุกวัน เจริญภาวนา ทำจิตใจให้สงบ ผ่องใส เจริญสมาธิ อธิษฐานจิตที่เป็นกุศลทุกวัน
  • เจริญกุศลเนืองนิตย์ ได้แก่ บำเพ็ญกิจวัตรวันพระ ตักบาตร แผ่เมตตา ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ บำเพ็ญทาน สนับสนุนกรรมดี บำเพ็ญประโยชน์ เพิ่มพูนความดี อุทิศแด่ผู้มีพระคุณ ไปวัดด้วยความรื่นรมย์ ร่วมกิจกรรมทุกวันสำคัญทางพุทธศาสนา และทุกวันสำคัญของครอบครัว
  • ทำชีวิตให้งามประณีต ได้แก่ ฝึกรู้จักประมาณในการบริโภค บริโภคด้วยปัญญา กินอยู่อย่างพอดี ปฏิบัติกิจของตน ดูแลของใช้ด้วยตนเอง ให้ทำได้ ทำเป็น มีวันปลอดบันเทิงอย่างน้อยเดือนละ 1 วัน มีสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และตั้งมั่นอยู่ในหลักชาวพุทธ

การสอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา มีความสำคัญอย่างไร?

ชาวพุทธ มิใช่เป็นถ้อยคำที่พึงเรียกขานกันอย่างเลื่อนลอย บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “ชาวพุทธ” จะต้องมีหลักการ มีคุณสมบัติประจำตัว และมีมาตรฐานความประพฤติที่รองรับแสดงออกถึงความเป็นชาวพุทธนั้น ผู้ที่ตั้งมั่นในหลักการและดำเนินการตามนี้ จะมีชีวิตที่พัฒนาก้าวหน้างอกงาม ช่วยให้สังคมเจริญมั่นคงดำรงอยู่ในสันติสุข เป็นผู้สืบต่อวิถีชาวพุทธ พร้อมทั้งรัก ษาธรรมและความเกษมศานต์ให้แก่โลก ทั้งนี้ คนเราได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ควรทำชีวิตของตนให้ดีงาม มีคุณค่า มีความสุขที่ไร้โทษ เป็นประโยชน์ ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีชีวิตที่เจริญพัฒนาทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ในการอยู่ร่วมปฏิบัติต่อกันและต่อสรรพสิ่งด้วยดี มีจิตใจที่ดีงาม มีปัญญาแก้ปัญหาและสร้างสรรค์

การสอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

“เด็กของเราเป็นอย่างไร โลกในอนาคตจะเป็นอย่างนั้น ฉะนั้น เราสร้างโลกในอนาคตได้ โดยการสร้างเด็กหรือผ่านทางเด็ก แล้วเด็กจะเป็นผู้สร้างโลก.. จงสร้างเด็กให้ดี ที่เหมาะสำหรับที่จะไปสร้างโลกให้ถูกต้อง ให้งดงาม” การอบรมเด็ก ให้การ ศึกษาแก่เด็กให้ถูกต้อง นั้นแหละเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เมื่อเด็กเกิดมาลืมตาดูโลก การศึกษาก็เริ่ม ลูกจะเห็นโลกและมองโลกอย่างไร ก็อยู่ที่พ่อแม่จะแสดง ชี้นำ ให้การ ศึกษาเดินหน้าไป ดังนั้น การปฏิบัติตามหลักชาวพุทธจึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่ที่บ้าน โดยการนำของพ่อแม่ ที่เป็นครูคนแรกของลูก และเมื่อเด็กมาเข้าโรงเรียน คือ เริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่เพียงแต่การศึกษาทางวิชาการ แต่ต้องให้เด็กได้ศึกษาความจริงของธรรมชาติ ให้เด็กเข้าใจศาสนาโดยถูกต้อง เด็กควรได้โอกาสที่จะเริ่มแสดงความเป็นชาวพุทธของตนให้ปรากฏชัดออกมา เพื่อให้กระบวนการของการศึกษาทุกส่วนประสานเกื้อกูลกลมกลืนกัน ดำเนินไปครบทุกด้าน ที่เรียกว่า ไตรสิกขา

เมื่อเด็กได้ฝึกปฏิบัติตามหลักชาวพุทธ ชีวิตของเด็กก็จะเจริญงอกงาม ก้าวหน้าไปในพัฒนาการแห่งการศึกษา มนุษย์ที่ได้พัฒนาดีแล้วนี้ จึงจะสามารถรักษาธรรมและนำโลกไปสู่สันติสุขได้

ครูสอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา อย่างไร?

ครูในโรงเรียนวิถีพุทธ สอนให้เด็กเจริญศีล สมาธิ ภาวนา ดังนี้

มีศีลวัตรประจำตน

  • สอนให้เด็กมีความสุภาพอ่อนโยน รู้จักเคารพนบไหว้บุคคลที่ควรเคารพ และพระรัตนตรัย อันเป็นความดีงามตามวัฒนธรรม เป็นเสน่ห์ในการแสดงออก ทำให้เด็กมีความสง่างาม น่าชื่นชม
  • ครูรักษาศีล เป็นหลักความประพฤติประจำตัว ฝึกให้เด็กสมาทานศีลด้วยความรู้ ความเข้าใจ เริ่มจากศีล 5 ข้อ ศีล 5 อยู่ที่เจตนาไม่เบียดเบียน สอนเด็กให้รู้เหตุผลว่า เรารักชีวิตของเราฉันใด สัตว์อื่นก็รักชีวิต เกลียดทุกข์ฉันนั้น เราจะไม่ทำร้ายกัน ไม่เบียดเบียนกัน แต่จะอยู่ร่วมกันด้วยความหวังดี มีความเมตตากรุณา ปรารถนาดีต่อกัน เป็นมิตรกัน ช่วยเหลือเกื้อ กูลกัน อยู่กันด้วยไมตรี
  • พาเด็กสวดมนต์ให้เข้าใจความหมายทุกวัน โดยใช้เวลาตอนเช้าก่อนเรียน เพื่อให้เด็กตั้งสติ อธิษฐานจิตเพื่อจะทำ ไม่ใช่เพื่อจะได้ ฝึกให้เด็กมีจิตใจเข้มแข็ง ตั้งใจจริงที่จะทำการงานต่างๆ และสวดมนต์อีกครั้งก่อนกลับบ้าน เพื่อตั้งสติสำ หรับวันใหม่
  • พาเด็กสงบจิตใจ เจริญสมาธิ ภาวนา อย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีทุกวัน ด้วยการนั่งสงบใจ เปิดเพลงบรรเลงที่จะช่วยให้เด็กเกิดสมาธิ หรือจะเป็นสมาธิเคลื่อนไหวที่เด็กๆต้องมีความตั้งใจในการทำ ให้กำลังใจเด็กๆในการภาวนา ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ ไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ตั้งอกตั้งใจภาวนา ทำไปเรื่อยๆ

เจริญกุศลเนืองนิตย์

  • พาเด็กบำเพ็ญกิจวัตรวันพระที่โรงเรียน ด้วยการตักบาตร แผ่เมตตา ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ ถือโอกาสทบทวนศีลของตน การรักษาศีลไม่ครบ 5 ข้อ ทำให้เราขาดความภาคภูมิใจในการเป็นผู้มีวินัยต่อตนเอง
  • พาเด็กบำเพ็ญทาน สนับสนุนให้ทำความดี สอนเด็กบำเพ็ญประโยชน์ เพิ่มพูนความดี อุทิศแด่ผู้มีพระคุณ การระลึกถึงความดีของตัวเอง จิตใจจะเบิกบาน มีกำลัง พร้อมจะเป็นสมาธิได้ ฉะนั้นความดีที่เด็กๆทำทุกวัน แม้จะเล็กน้อย ก็เป็นของมีค่า ที่ทำให้เด็กสามารถภูมิใจในชีวิตของตนได้
  • พาเด็กไปวัด ร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนา ได้ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ให้เด็กได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ คุ้นเคยกับบรรยากาศของวัฒนธรรม ประเพณี มีเวลาพัก สงบจิตใจ

ทำชีวิตให้งามประณีต

  • ฝึกให้เด็กรู้จักประมาณในการบริโภค กินอยู่อย่างพอดี คือ การกินอยู่ด้วยปัญญา ให้เด็กๆได้เข้าใจและรักษาวัตถุ ประสงค์ของการกินอยู่ให้ถูกต้อง ตรงตามคุณค่าที่แท้จริง ให้การกินอยู่เป็นเครื่องเกื้อหนุน ให้เรามีเรี่ยวแรงกำลัง เพื่อจะได้ทำกิจ ทำหน้าที่ ศึกษาเล่าเรียน ทำงานทำการ บำเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญาให้ได้ผล ให้เราดำเนินชีวิตที่ดี มีการพัฒนาตนเอง และทำสิ่งดีงามให้ยิ่งขึ้นไป
  • ฝึกให้เด็กปฏิบัติกิจของตน ดูแลของใช้ของตนเอง ทำงานต่างๆด้วยตนเอง สอนให้เด็กเคารพสิ่งสูงสุด คือ หน้าที่ เด็กควรต้องฝึกทำหน้าที่ต่างๆด้วยตัวเอง และทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง
  • ในโรงเรียนและในห้องเรียน มีสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และตั้งมั่นอยู่ในหลักชาวพุทธ

พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกให้เจริญศีล สมาธิ ปัญญา ได้อย่างไร?

พ่อแม่สามารถเป็นต้นแบบที่ดีของพฤติกรรม (ศีล) ให้ความรัก ความอบอุ่น ทำให้ลูกมีความสุขและเกิดความศรัทธาต่อพ่อแม่ (จิตใจ) เป็นกัลยาณมิตรต่อลูก สามารถอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจและเห็นคุณค่าในการทำสิ่งต่างๆ (ปัญญา) ทางบ้านสามารถสอนให้เด็กมีการเจริญศีล สมาธิ ภาวนาที่บ้าน เพื่อสอดคล้องไปกับแนวทางของโรงเรียนได้ โดย

มีศีลวัตรประจำตน

  • พ่อแม่สอนให้ลูกกราบไหว้ เคารพบิดามารดา ครูอาจารย์ บุคคลที่ควรเคารพ และพระรัตนตรัยเป็นประจำสม่ำเสมอ
  • พ่อแม่รักษาศีล เป็นหลักในการประพฤติประจำตัว ด้วยการที่ลูกเห็นพ่อแม่เป็นแบบอย่างในการรักษาศีล 5 ข้อ เริ่มจากการที่ครอบครัวของเราตั้งใจที่จะไม่เบียดเบียนกัน ไม่โกหก หลอกลวง แต่จะอยู่ร่วมกันด้วยดี มีความเมตตากรุณา ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ ความถูกต้อง เป็นหลักในการดำรงชีวิต
  • พ่อแม่สวดมนต์กับลูกอย่างน้อยก่อนนอนทุกวัน อธิบายความหมายของบทสวดมนต์ให้ลูกเข้าใจ พาลูกสงบจิตใจ เจริญสมาธิภาวนา อย่างน้อยวันละ 5-10 นาที ทำให้เป็นพฤติกรรมคุ้นเคยที่ดีงาม ด้วยการจัดให้เป็นกิจวัตรประจำวันของครอบครัว

เจริญกุศลเนืองนิตย์

  • พ่อแม่พาลูกบำเพ็ญกิจวัตรวันพระที่บ้าน ด้วยการทำบุญตักบาตร แผ่เมตตา ฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ
  • บำเพ็ญทาน สนับสนุนกรรมดี ด้วยการสอนให้ลูกแบ่งเงินค่าขนมมาเก็บออม และแบ่งมาทำทาน พ่อแม่ควรฝึกลูกให้รู้จักเป็นผู้ให้ เป็นกิจกรรมที่ลูกต้องทำจริง ให้เป็นชีวิตของลูก อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  • พาลูกไปวัดแทนการไปห้างสรรพสินค้า พาลูกร่วมกิจกรรมทุกวันสำคัญทางพุทธศาสนา และทุกวันสำคัญของครอบครัว เป็นการช่วยน้อมจิตใจของลูกไปในทางที่ดีงาม และเสริมสร้างการพัฒนาชีวิตจิตใจให้กับลูก

ทำชีวิตให้งามประณีต

  • ฝึกให้ลูกรู้จักประมาณในการบริโภค คือ บริโภคด้วยปัญญา กินอยู่อย่างพอดี ด้วยการพิจารณาให้ถูกต้องถึงความมุ่งหมายของการรับประทานอาหาร การใช้สิ่งของต่างๆให้ได้คุณค่าที่แท้จริงของสิ่งนั้น
  • ฝึกให้ลูกดูแลตนเองในเรื่องการกิน การนอน การใช้ การเก็บรักษาสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ ที่เรียกว่างานชีวิต ให้ทำได้ ทำเป็น พึ่งตนเองได้ ลูกจะมีความมั่นใจ ภูมิใจ อันเป็นความสง่างามขั้นพื้นฐานของชีวิต
  • กำหนดวันปลอดบันเทิงกับลูกอย่างน้อยเดือนละ 1 วัน ถือเป็นข้อปฏิบัติประจำตัวลูก เป็นการพัฒนาจิตใจลูกให้ดีขึ้น เข้มแข็งขึ้น ให้มีความสุขง่ายขึ้น ให้เป็นอิสระมากขึ้น พึ่งพาวัตถุน้อยลง ฝึกลูกให้มีสติ ไม่หลงใหลกับสื่อและสิ่งเสพอื่นๆ

เกร็ดความรู้เพื่อครู

สังคมร่มเย็น จิตใจเป็นสุข : อานิสงส์ของการรักษาศีล 5

สิ่งที่จะรับประกันการอยู่อย่างเป็นสุขในชุมชน คือ การที่ทุกคนสมัครใจงดเว้นจากการกระทำ 5 อย่าง ศีลต้องเกิดจากความสมัครใจ ถ้างดเว้นเพราะกลัวคนอื่นดูถูกหรือกลัวจะติดคุก ยังไม่ใช่ศีลในความหมายของพุทธศาสนา

พุทธศาสนามองศีลธรรมว่าเป็นเรื่องการฝึกตัวเอง คนเราจะพัฒนาตัวเองต้องเริ่มที่กายและวาจา ด้วยการประพฤติต่อคนรอบข้าง ต่อสิ่งรอบข้าง อะไรควร อะไรไม่ควร ฉลาดในการเลือกทำ ฉลาดในการเลือกสิ่งที่ไม่ทำ และต้องเข้าใจในประโยชน์ ในความงามของการไม่ทำ และเห็นโทษของการกระทำบางอย่าง ที่เกิดผลร้ายต่อชีวิตของตัวเองและคนรอบข้าง

เราจะเห็นประโยชน์ในการรักษาศีลได้ง่าย ต่อเมื่อเราสนใจในการพัฒนาชีวิตของตัวเอง ต้องการมีชีวิตที่ราบรื่น มีชีวิตที่สงบปลอดภัย

สู่ความร่าเริง ผ่องใส : อานิสงส์ของการสวดมนต์ ทำวัตร และการเจริญพระพุทธมนต์

การทำวัตร สวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม เป็นภาคปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เป็นโอกาสสำหรับการตั้งต้นวันใหม่ คำสวดมนต์ทำให้เรารู้สึกตัว ตั้งสติได้ เป็นการฝึกให้จิตอยู่กับปัจจุบัน เป็นโอกาสที่เราจะนั่งสงบเงียบ ดูลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ให้เรามีความสุขกับการฟังสวดเจริญพระพุทธมนต์

เราสามารถแบ่งเวลาให้เหมาะกับวัย เหมาะกับตัวเอง กับจริตนิสัยของเรา จะสวดตอนเช้า ตอนเย็น หรือทั้งสองเวลาก็ได้ บางคนชอบสวดมนต์ ก็สวดมนต์ยาวหน่อย ชอบน้อยก็สวดสั้น 5 นาที 10 นาที ก็สามารถทำได้

ที่พึ่งอย่างยิ่ง : คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์

ในชีวิตของเรา มีอะไรเป็นที่พึ่ง และจำเป็นไหมที่เราต้องมีที่พึ่ง พุทธศาสนาสอนในเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิต คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครทราบว่าเราจะอยู่ได้กี่ปี แต่พุทธศาสนาสอนว่าเราควรจะอยู่อย่างไร เราควรจะอยู่เพื่ออะไร สิ่งที่จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ คือ สิ่งที่ทำให้เราปลอดภัย นั่นคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรียกว่า ไตรสรณคมน์

เราทุกคนควรสอนให้เด็กรู้จักพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้ถูกต้อง การมีพระพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบความจริง เป็นผู้สั่งสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์ และนำไปสู่ความสุขแก่มนุษย์ ทุกวันนี้ที่เรามีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรม ก็เพราะมีพระ สงฆ์เป็นผู้รักษาคำสอน เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นผู้พิสูจน์ความจริงว่าการปฏิบัติมีผลจริง ถ้าเราศึกษาและปฏิบัติตามคำสอน ชีวิตของเราจะมีแต่ความสุข ความเจริญ

บรรณานุกรม

  1. ชยสาโรภิกขุ. (2551). สร้างตน. กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด
  2. ชยสาโรภิกขุ. (2552). สรณะ. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ : บริษัท คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด
  3. พุทธทาสภิกขุ. (2543). เด็กจะเป็นผู้สร้างโลกในอนาคต. กรุงเทพฯ : มูลนิธิชมรมไทย-อิสราเอล ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  4. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2555). หลักชาวพุทธ (สามไตร ณ ฐานของปฏิบัติการ) จุดเริ่มจุดร่วม ที่มารวมกันรุ่งโรจน์. (พิมพ์ครั้งที่ 4) กรุงเทพฯ : บริษัท พิมพ์สวย จำกัด

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน