หน้าหลัก » Blogs » สอนเด็กได้ผลด้วยนิทานเชิงบวก (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สอนเด็กได้ผลด้วยนิทานเชิงบวก

เมื่อไม่นานมานี้ วารสาร Psychological Science ได้ตีพิมพ์งานวิจัยของสถาบัน Dr. Eric Jackman Institute of Child Study แห่ง University of Toronto ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับผลของนิทานเด็กที่มีต่อการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และพบว่า นิทานที่มีเรื่องราวชื่นชมความซื่อสัตย์ของตัวละครสามารถกระตุ้นให้เด็กพูดความจริงมากกว่านิทานที่เน้นถึงผลเสียของการพูดปด ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่านิทานบางเรื่อง เช่น “เด็กเลี้ยงแกะ” และ “พินอคคิโอ” อาจไม่ใช่นิทานสอนใจที่ได้ผลนักเมื่อต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมีพฤติกรรมที่ซื่อสัตย์ นิทานต่างๆ มีผลต่อพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เด็กมีจินตนาการเท่านั้น แต่ยังสอนให้เด็กๆ รู้จักโลกภายนอกอีก นิทานมีส่วนร่วมในการปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมทางสังคมให้แก่เด็กมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ยังมีงานวิจัยไม่มากนักเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการอบรมสั่งสอนเด็กของนิทานเหล่านี้ นาย Kang Lee หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า เราไม่ควรเหมารวมว่านิทานที่มีคติสอนใจที่เล่าต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยนั้น จะสามารถเสริมสร้างความประพฤติที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมจริยธรรมเสมอไป ส่วน นาง Victoria Talwar ผู้ร่วมวิจัยจาก McGill University กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก เธอต้องการทราบเช่นกันว่านิทานแต่ละเล่มนั้น มีประสิทธิภาพในการเสริมคุณธรรมเรื่องความซื่อสัตย์มากน้อยเพียงใด เป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กจะฟังแล้ว “เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา” หรือเด็กจะจำคำสอนจากเรื่องได้ขึ้นใจ ดังนั้น คณะวิจัยจึงได้ทำการทดลองโดยมีเด็กๆ อายุ 3-7 ปี จำนวน 268 คน เป็นผู้เข้าร่วม เด็กแต่ละคนเล่นเกมทายชื่อของเล่นจากเสียง ระหว่างที่เล่นเกมอยู่นั้น ผู้ทำการวิจัยจะเดินออกจากห้องไป 1 นาที เพื่อไปหยิบหนังสือนิทาน และกำชับไม่ให้เด็กแอบดูของเล่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เด็กๆ ส่วนใหญ่อดใจไม่ไหว

ผู้วิจัยจะอ่านนิทานให้เด็กฟังเมื่อกลับเข้ามาในห้อง นิทานที่ได้รับเลือกให้นำมาอ่านคือ “กระต่ายกับเต่า” “เด็กเลี้ยงแกะ” “พินอคคิโอ” และ “จอร์จ วอชิงตันกับต้นเชอร์รี่” ผู้วิจัยจะอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น หลังจากอ่านแล้ว ผู้วิจัยจะถามเด็กว่าได้แอบดูของเล่นหรือไม่ ผลการวิจัยตรงข้ามกับสิ่งที่ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานไว้ กล่าวคือ “พินอคคิโอ” และ “เด็กเลี้ยงแกะ” ซึ่งสอนเด็กๆ ถึงข้อเสียของการโกหกนั้น ไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมเด็กมากไปกว่านิทานที่มีเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกับการโกหกเช่น “กระต่ายกับเต่า” เลยแม้แต่น้อย มีเพียงแต่เรื่องเกี่ยวกับ จอร์จ วอชิงตัน เท่านั้นที่เป็นแรงบันดาลในให้เด็กๆ บอกความจริงได้ ผลการวิจัยพบว่า เด็กที่ฟังเรื่องของ จอร์จ วอชิงตัน วัยเด็กที่ได้รับความชื่นชมเมื่อบอกความจริง มีแนวโน้มที่จะบอกความจริงมากกว่าเด็กที่ฟังนิทานเรื่องอื่นๆ ถึงสามเท่า

ผู้วิจัยได้ทดลองเปลี่ยนตอนจบของเรื่อง “จอร์จ วอชิงตันและต้นเชอร์รี” ให้มีคติสอนใจเชิงลบ ผลการวิจัยย่อยนี้พบว่า เด็กๆ มีแนวโน้มที่จะไม่บอกความจริง ต่างจากเมื่อตอนที่ฟังเนื้อเรื่องดั้งเดิม จึงสามารถสรุปได้ว่า นิทานที่มีการดำเนินเรื่องในแง่บวกนั้นมีประสิทธิภาพในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เด็กได้ดีกว่า เพราะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ต้องการปฏิบัติตามตัวละครในเรื่องที่ได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนเมื่อทำความดีนั่นเอง

แหล่งข้อมูล:

  1. How stories and reading can help teach children about disability http://www.theguardian.com/social-care-network/2014/feb/03/stories-reading-teach-children-disability [September 19, 2014]
  2. Kids' behavior improved by moral stories with positive outcomes http://www.medicalnewstoday.com/releases/278455.php [September 19, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน