หน้าหลัก » Blogs » สอนเด็กได้ผลด้วยแรงเสริมเชิงบวก (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สอนเด็กได้ผลด้วยนิทานเชิงบวก

เมื่อตอนที่แล้ว ผู้เขียนได้กล่าวถึงงานวิจัยของสถาบัน Dr. Eric Jackman Institute of Child Study แห่ง University of Toronto ซึ่งพบว่านิทานที่มีเนื้อหาเชิงบวกสามารถกระตุ้นให้เด็กบอกความจริงได้มากกว่านิทานที่มีเนื้อหาเชิงลบ ผลของงานวิจัยดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำถึงความมีประสิทธิภาพของการลูกฝังเด็กๆ ด้วยวิธีการเชิงบวก

การส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก (Positive Reinforncement) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจัดการและเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการให้กำลังใจเมื่อเด็กทำดี ซึ่งส่งผลให้เด็กมีแนวโน้มที่จะทำดีต่อไปในอนาคต ทารกจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวนับตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก เด็กทารกจะเรียนรู้จากผู้คนที่รายล้อมเขาในชีวิตประจำวัน ซึ่งหมายความว่า พวกเขาได้ผ่านกระบวนการการขัดเกลาแล้วว่าในอนาคตพวกเขาจะเติบโตเป็นคนเช่นไร เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประมาณ 8 ปี จะมองทุกสิ่งในชีวิตแบบตรงตัว สิ่งต่างๆ จะถูกตีความเพียงขาว-ดำ ดี-ชั่วเท่านั้น ในช่วงวัยนี้ เด็กจะยังไม่เข้าในคำพูดเสียดสี ล้อเล่น หรือความคิดที่ซับซ้อนเท่าใดนัก เด็กในวัยดังกล่าว จะมีตนเองเป็นศูนย์กลาง และให้ความสนใจกับเรื่องของตนเองเท่านั้น และมีความสนใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งทำให้พวกเขาเริ่มเข้าใจเรื่องของเหตุและผล เช่น เมื่อเด็กทิ้งสิ่งของลงบนพื้น แล้วผู้ใหญ่เก็บให้สองสามครั้ง เด็กจะเรียนรู้ว่าผู้ใหญ่จะหยิบของมาคืนให้เมื่อเขาทำหล่น การเรียนรู้เรื่องเหตุและผลอาจเกิดจากเรื่องเชิงลบได้เช่นกัน เช่น เมื่อเด็กวัยนี้โดนตัวต่อต่อยและรู้สึกเจ็บ เด็กจะเชื่อมโยงตัวต่อให้เข้ากันกับความเจ็บปวดทันที และจากนั้นจะมีแนวโน้มที่จะกลัวตัวต่อในอนาคตด้วย ดังนั้น เมื่อต้องดูแลเด็กวัยที่สมองกำลังพัฒนา เป็นสิ่งจำเป็นมากที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลจะต้องตระหนักว่าเด็กวัยนี้เข้าใจสิ่งต่างๆ มากน้องเพียงไร เด็กจะตีความประสบการณ์เชิงบวกที่ได้พบเป็นความสุขและความภาคภูมิใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการพัฒนาการประเมินค่าตนเอง การมองภาพตนเอง ความมั่นใจ ความสำเร็จ และความมีน้ำใจต่อผู้อื่น ในทางกลับกัน เด็กจะตีความประสบการณ์เชิงลบเป็นความรู้สึกวิตกกังวลและความกลัว

ผู้ใหญ่มักมองข้ามสิ่งต่างๆที่ทำให้เรามีความสุขในวัยเด็ก ในการขัดเกลาเด็กเล็กนั้น ผู้ใหญ่จำเป็นต้องมองสิ่งต่างๆ ผ่านมุมมองของเด็กด้วย จะใช้มุมมองผู้ใหญ่อย่างเดียวไม่ได้ ในโลกของผู้ใหญ่ ทุกสิ่งดูเหมือนต้องรีบเร่งไปเสียหมด และผู้ใหญ่มักลืมที่จะหยุดมองและทำสิ่งต่างๆให้ช้าลงบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องดูแลเด็ก ผู้ใหญ่จำเป็นที่จะต้องทำสิ่งต่างๆให้ช้าลงเพื่อที่จะคอยสังเกตความคืบหน้าต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น ควรแสดงความเอาใจใส่ที่จะรับรู้ถึงความตื่นตาตื่นใจของเด็กๆ และชื่นชมพวกเขาจากใจจริง ซึ่งจะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ใหญ่คิดต่อเด็กในแง่ดี อาจเป็นสิ่งที่ยาก โดยเฉพาะเมื่อเด็กมีบุคลิกภาพยากต่อการดูแล ในกรณีนี้ ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลควรมองหาสิ่งดีๆ ในตัวเด็กแทนที่จะคอยตราหน้าเขาว่าเป็น “ตัวป่วน” หรือ “เหลือขอ” เพราะเด็กแต่ละคนล้วนมีข้อดีอยู่ในตัว ขึ้นอยู่กับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่จะหาข้อดีเหล่านั้นให้พบ

โลกยุคปัจจุบันมีความโกรธชังและสิ่งเลวร้ายต่างๆ ให้เด็กต้องเผชิญเยอะมากพออยู่แล้ว จึงมีความจำเป็นที่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กจะต้องสรรหาสิ่งดีๆ ในชีวิตให้เด็กบ้าง เริ่มต้นได้จากการชื่นชมในความสำเร็จที่เขาทำเพื่อที่เขาจะได้ไม่ประเมินค่าตนเองต่ำในอนาคต

แหล่งข้อมูล:

  1. Why Teach Children Using Positive Reinforcement http://passionfordance.hubpages.com/hub/Why-teach-children-using-positive-reinforcement [September 20, 2014]
  2. Positive Reinforcement in Children http://www.kids-center.org/thread/Positive-Reinforcement-for-Children.html [September 20, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน
sirikul