หน้าหลัก » Blogs » สอนเด็กได้ผลด้วยแรงเสริมเชิงบวก (ตอนที่ 3)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


สอนเด็กได้ผลด้วยนิทานเชิงบวก

การป้องกันไม่ให้เด็กเป็นคนไม่เชื่อฟังหรือต่อต้านสังคมนั้น สามารถส่งเสริมให้เด็กมีการพัฒนาด้านสมอง จิตใจ และร่างกายอย่างที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถกระทำได้ด้วยการให้แรงเสริมเชิงบวก (Positive Reinforcement) และไม่สนับสนุนค่านิยมที่ผิด การให้แรงเสริมเชิงบวกจะทำให้เด็กรู้สึกดีเกี่ยวกับการตัดสินใจของตนเอง ซึ่งจะช่วยขัดเกลาให้เกิดพฤติกรรมอันพึงประสงค์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากสามารถสอนให้เด็กๆ เรียนรู้อุปนิสัยที่จะส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาได้ในอนาคต การให้แรงเสริมเชิงบวกกระทำได้ดังนี้:

  1. แสดงความรู้สึกที่จริงใจเวลาที่ชื่นชมหรือให้รางวัลเด็ก เมื่อเด็กทำสิ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลพอใจ ให้รางวัลเขาด้วยการพยักหน้า หรือยิ้ม เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ว่าผู้ปกครองหรือผู้ดูแลพอใจในสิ่งที่เขาทำ การกอดก็ถือเป็นรางวัลอย่างหนึ่งเช่นกัน ขณะที่ให้รางวัลนั้น ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลควรมุ่งเน้นที่ความรู้สึกพอใจของตนเองมากกว่าการประเมินผลการกระทำของเด็ก เช่น เมื่อผู้ปกครองพบว่าบุตรหลานช่วยเหลือเด็กคนอื่น ผู้ปกครองควรบอกว่า “แม่ (พ่อ) เห็นลูกช่วยเพื่อนๆ แม่ภูมิใจในตัวลูกจัง” หรือ “แม่เห็นลูกถามพี่ก่อนว่าจะขอเล่นตุ๊กตาด้วยได้ไหม ลูกทำแบบนี้สุภาพจัง” เป็นต้น
  2. ให้ชมอย่างเฉพาะเจาะจง ควรพูดอธิบายอย่างเฉพาะเจาะจงว่าชมเพราะอะไร ให้เด็กรับรู้ว่าคำไหน การกระทำไหน หรือพฤติกรรมไหนที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลพอใจ เช่น “แม่ภูมิใจมากที่ลูกไปแข่งจักรยานมา” หรือ “แม่ชอบจังเลย ที่ลูกแบ่งของเล่นกับเพื่อนๆ"
  3. อย่าเพิ่งมองหาข้อเสีย เมื่อเด็กทำสิ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไม่พอใจ อย่าเพิ่งตำหนิทันที บางครั้งอาจไม่ต้องรีบร้อนตำหนิจนเกินไปนัก แต่อาจหาสิ่งดีที่เด็กทำ แล้วค่อยนำมาพูดคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น หากเด็กทำหน้าทำตาล้อเลียน หรืองอแงขณะที่นั่งรอคิวที่คลินิกหมอฟัน อาจรอให้เด็กเบื่อและหาหนังสือมาอ่านรอ แล้วผู้ปกครองจึงชมว่า “แม่ดีใจจริงๆที่ลูกรู้จักอดทนรอเหมือนผู้ใหญ่” เป็นต้น
  4. มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เด็กทำถูกต้อง เด็กๆ อาจทำทั้งสิ่งที่ถูกและผิดในเวลาเดียวกัน ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลควรมองในสิ่งที่เด็กทำถูกต้อง เช่น หากผู้ปกครองให้ลูกช่วยเก็บหนังสือขึ้นจากพื้น แต่แทนที่จะนำหนังสือขึ้นบนชั้น ลูกกลับนำไปวางบนเตียง อย่าลืมชมในสิ่งที่ลูกทำได้ถูกต้องก่อน แล้วจึงอธิบายเพื่อแก้ไขสิ่งที่ทำผิด เช่น “แม่ภูมิใจที่หนูช่วยเก็บหนังสือ แต่จะดีมากถ้าลูกนำไปไว้บนชั้นหนังสือนะจ๊ะ” เป็นต้น
  5. บอกให้เด็กรู้ว่าเขาทำได้ดีขึ้น ขณะที่ชม ควรเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลัง อย่างไรก็ตาม หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบเด็กกับเด็กคนอื่นๆ และไม่ควรคาดหวังในสิ่งที่สมบูรณ์แบบ ควรเน้นที่พัฒนาการของเด็ก
  6. ตั้งเป้าหมายต่อไปเพื่อให้เกิดการพัฒนา ตั้งเป้าหมายต่อไปเพื่อให้เกิดพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เช่น ระหว่างที่หวีผมให้ลูก ผู้ปกครองอาจพูดว่า “แม่จะตกใจมากแน่ๆ ถ้าลูกหวีผมได้เอง แม่ต้องภูมิใจแน่นอนเลยถ้าเห็นอย่างนั้น”

เมื่อการให้แรงเสริมเชิงบวกไม่สำเร็จ มีวิธีอีกหลายวิธีที่จะใช้แรงเสริมเชิงลบ อย่างไรก็ตาม จะเป็นการดีกว่าหาเริ่มที่แรงเสริมเชิงบวกก่อน

แหล่งข้อมูล:

  1. Why Teach Children Using Positive Reinforcement http://passionfordance.hubpages.com/hub/Why-teach-children-using-positive-reinforcement [September 21, 2014]
  2. Positive Reinforcement in Children http://www.kids-center.org/thread/Positive-Reinforcement-for-Children.html [September 21, 2014]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน