หน้าหลัก » Blogs » หนังสือคือเครื่องมือสร้างคนคุณภาพ (ตอนที่ 2)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ยุคต่อจากสมัยโบราณคือ ยุคจารึก เป็นยุคที่จะใช้แผ่นจารึกที่มีลักษณะแข็งและทนทาน เหมาะสำหรับพกพาและเขียน แผ่นจารึกมี 2 ประเภท คือ ประเภทแรก แผ่นจารึกที่ทำมาจากโคลน วิธีการทำ คือ นำชิ้นส่วนของโคลนมาอัดให้แน่นและปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ส่วนใหญ่จะเขียนด้วยตัวอักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform) รวมไปถึงในยุคทองแดงและยุคเหล็ก

ประเภทที่สอง แผ่นจารึกที่ทำมาจากขี้ผึ้ง ใช้แผ่นไม้คลุมชั้นแผ่นขี้ผึ้ง คนยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะ นักเรียนจะใช้แผ่นจารึก ในวิชาคำนวณ และสำหรับจดบันทึกช่วยจำ ข้อดีของการใช้แผ่นขี้ผึ้ง คือ การนำมาใช้ได้ซ้ำๆ ขี้ผึ้งสามารถละลายได้ เปลี่ยนรูปกลับไปเหมือนยังไม่ได้ถูกเขียนมาก่อน

ในช่วงการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ทำให้กระดาษปาปิรุส (Papyrus) ซึ่งเป็นกระดาษชนิดแรกของโลก ไม่ได้นำเอามาใช้เนื่องจากขาดการติดต่อกับอียิปต์ ทำให้กระดาษหนังเป็นวัสดุที่สำคัญในการเขียน ก่อนจะประดิษฐ์วิธีการพิมพ์สื่อต่าง ๆ หนังสือเกือบทั้งหมดถูกตีพิมพ์ออกมาโดยใช้มือ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังสือมีราคาแพงและหายาก

โรงเขียนหนังสือของอารามซึ่งตั้งในบริเวณสถานที่ประชุมของคณะพระคริสเตียน แสงไฟเป็นเรื่องต้องห้ามเพราะจะส่งผลเสียต่อหนังสือ หนังสือเล่มแรกใช้กระดาษหนัง ทำมาจากหนังแกะ หนังแพะ หรือหนังลูกวัว ใช้เขียนเป็นตัวอักษร หน้าปกหนังสือถูกทำด้วยไม้และคลุมด้วยหนัง การรวมเล่มหนังสือจะใช้เข็มขัดหรือสายหนังมัดรวมกัน

ระหว่างยุคกลาง ห้องสมุดสาธารณะได้เกิดขึ้น โดยหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดจะถูกมัดกับชั้นวางหนังสือหรือโต๊ะเพื่อป้องกันการขโมย ซึ่งเรียกยุคนี้ว่า ยุคม้วนหนังสือ ในช่วงแรก การพิมพ์หนังสือส่วนใหญ่จะพิมพ์ในอาราม ในช่วงศตวรรษที่ 13 การก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นหลายแห่ง ความต้องการหนังสือเพิ่มจำนวนมากขึ้น

การคัดลอกหนังสือด้วยลายมือจึงเกิดขึ้น มีการคัดลอกหนังสือขนบธรรมเนียมของชาวยิว หนังสือโทราห์ (Torah) เป็นชื่อเรียกหนังสือ 5 เล่มแรกของพระคริสตธรรมคัมภีร์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของหลักความเชื่อของศาสนายิว และเป็นหนังสือที่เขียนด้วยมือลงบนกระดาษหนัง

ต่อมามีการพัฒนาโดยใช้แม่พิมพ์ในการพิมพ์หนังสือ โดยถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น เป็นการพิมพ์ที่ใช้วิธีการแกะสลักจากแบบพิมพ์ไม้และน้ำหมึก วิธีการพิมพ์ใช้รูปแบบการพิมพ์ลงบนผ้า และต่อมาพิมพ์ลงบนกระดาษ เป็นที่แพร่หลายทั่วเอเชียตะวันตก หนังสือที่พิมพ์โดยใช้วิธีการแบบนี้ ชื่อหนังสือว่า “The Diamond Sutra” การพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์เป็นที่แพร่หลายในทวีปยุโรปช่วงศตวรรษที่ 14 โดยพิมพ์ตั้งแต่ไพ่หนึ่งสำรับรวมไปถึงรูปศาสนา

ยุคการพิมพ์แบบเรียงตัว เป็นยุคที่ ไป เช็ง (Bi Sheng) นักประดิษฐ์ชาวจีน ได้ประดิษฐ์การพิมพ์แบบเรียงตัว แต่ไม่ค้นพบหลักฐานตัวอย่างการพิมพ์ ต่อมาในช่วงประมาณ ค.ศ. 1450 โยฮันน์ กูเทนแบร์ก (Johannes Gutenberg) ได้ประดิษฐ์การพิมพ์แบบเรียงตัวในยุโรป เป็นการพิมพ์ที่มีราคาไม่สูงและใช้กันอย่างกว้างขวาง

หลังจากมีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงยุคสมัยใหม่ เป็นยุคที่เกิดเครื่องพิมพ์แบบพลังไอน้ำกลายเป็นรูปแบบการพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งสามารถพิมพ์ออกมาได้ 1,100 แผ่น ต่อชั่วโมง ในยุคนี้มีเครื่องเรียงพิมพ์ 2 ประเภท คือ เครื่องเรียงพิมพ์ตัวอักษรอัตโนมัติ (Monotype)และเครื่องเรียงพิมพ์ออกมาทีละตัว (Linotype) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เครื่องเรียงพิมพ์ทั้งสองแบบสามารถพิมพ์ได้มากกว่า 6,000 ตัวอักษร ต่อชั่วโมง ยุคสมัยใหม่นี้เป็นยุคที่มีการพัฒนาทั้งการพิมพ์สื่อต่างๆ และเงื่อนไขสำหรับเสรีภาพในการพิมพ์สื่อต่างๆ รวมไปถึงระเบียบกฎการเซ็นเซอร์

แหล่งข้อมูล

  1. หนังสือคือเครื่องมือสร้างคนคุณภาพ - http://www.dailynews.co.th/education/219933 [2013, August 21]
  2. Book - http://en.wikipedia.org/wiki/Book [2013, August 21]
  3. ความรู้ประวัติการพิมพ์ offset - http://bangkokprint.com/?p=772 [2013, August 21]
  4. หมึก (Ink) - http://www.chemtrack.org/EnvForKids/content.asp?ID=110 [2013, August 21]

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน