หน้าหลัก » Blogs » หนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนดี (ตอนที่ 3 และตอนจบ)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2513-2533 ก็เป็นช่วงเวลาของการบัญญัติเป็นกฎหมายและการให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐ โดยผู้สนับสนุนโรงเรียนชุมชนนั้น ได้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างมากภายใต้ องค์กรระดับชาติองค์กรใหม่ คือ สมาพันธ์ระดับชาติแห่งการศึกษาชุมชน (National Association for Community Education: NACE)

การรวมตัวกัน ดังกล่าว ได้ทำให้บทบัญญัติกฎหมายของโรงเรียนชุมชนผ่านการพิจารณาในปี พ.ศ. 2517 โดยรัฐได้ช่วยเรื่อง เงินทุนแก่โรงเรียนชุมชน ทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกิดการขยายตัวของโรงเรียนชุมชนไปทั่วประเทศ แต่เมื่อเงินสนับสนุนหยุดลงในปี พ.ศ. 2524 การขยายตัวก็หยุดตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่หยุดคือ หลักสูตรการศึกษา แนวความคิด และตัวโรงเรียนชุมชนเองที่ยังเจริญเติบโตต่อไป เรื่อยๆ ปัจจุบัน สมาพันธ์ระดับชาติแห่งการศึกษาชุมชน ได้มีการฝึกฝนคนจำนวน 500 - 600 คนต่อปี และยังเป็นผู้ให้ การฝึกฝนรายหลักแก่โรงเรียนชุมชนต้นแบบล่าสุดของรัฐ ซึ่งได้กลายเป็นหลักสูตรโรงเรียนประจำศตวรรษที่ 21

หลักสูตรดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทางการเงินจำนวนมาก จึงกลายเป็น แรงผลักดันให้โรงเรียนชุมชน เริ่มพัฒนาหลักสูตรการศึกษาหลังเลิกเรียน และหลักสูตรที่เป็นประโยชน์อื่นๆ ในโรงเรียนระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ จากนั้น “โรงเรียนชุมชนที่ให้บริการเต็มรูปแบบ” (Full service) ก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความต้องการของเด็กและชุมชน ที่พัฒนาขึ้น และ ยังถือเป็น การเคลื่อนไหวของโรงเรียนชุมชนรูปแบบใหม่ที่เน้นความสำคัญของการให้บริการชุมชนเต็มรูปแบบ

สัมพันธมิตรแห่งโรงเรียนชุมชน (Coalition for Community Schools: CCS) เป็นองค์กรล่าสุดที่มีการเคลื่อนไหวในเรื่องการให้บริการชุมชนเต็มรูปแบบ และปัจจุบันนี้ก็มีองค์กรมากกว่า 150 แห่งที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก รวมทั้ง สมาพันธ์ระดับ ชาติแห่งการศึกษาชุมชนด้วย สัมพันธมิตรแห่งนี้ยังช่วยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เชื่อมโยงบุคลากรกับทรัพยากร และให้การศึกษาแก่ สาธารณชนทั่วไปอีกด้วย

โรงเรียนชุมชนดังกล่าวนั้น ได้แบบอย่างมาจากรูปแบบรุ่นก่อนๆ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว โรงเรียนชุมชนที่ได้รับการ พัฒนาเต็มรูปแบบ จะต้องเป็นโรงเรียนในชุมชนที่เปิดสอนในอาคารเรียนรัฐ และเปิดรับ เด็กนักเรียน ครอบครัว และชุมชน ทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเวลาเรียน ตลอดทั้งสัปดาห์และตลอดปี

นอกจากนี้ จะต้องเป็นโรงเรียนที่บริหารจัดการโดยการเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างระบบโรงเรียนและตัวแทนชุมชน เพื่อที่จะเป็นโรงเรียนที่สามารถบรรลุผลดังที่ต้องการ และเป็นโรงเรียนที่มีการศึกษาที่มีคุณภาพ การพัฒนาเยาวชนในแง่บวก การสนับสนุนจากครอบครัว การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของครอบครัวและชุมชน และการพัฒนาชุมชนนั่นเอง

การให้บริการเต็มรูปแบบดังกล่าวนั้นประกอบไปด้วยการบริการชุมชน ศูนย์ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน ครอบครัวในการเลี้ยงลูก การจ้างงาน การจัดหาที่อยู่อาศัย และบริการด้านอื่นๆ อย่างการบริการด้านสุขภาพกาย ฟัน และจิต

ผู้ประสานงานก็มีหน้าที่ควบคุมดูแล และสนับสนุนให้สมาชิกชุมชนทุกคน เข้ามามีส่วนร่วม และด้วยความที่ สัมพันธมิตรแห่งโรงเรียนชุมชนนั้น มีตัวแทนจากหลากหลายสถาบันโรงเรียน การให้บริการเต็มรูปแบบดังกล่าวจึงเริ่มที่จะ ผลักดันให้เกิดโรงเรียนชุมชนแห่งใหม่ๆ และการกำหนดทิศทางใหม่ในอนาคตของโรงเรียนชุมชนในปัจจุบัน

แหล่งข้อมูล

  1. 100 Years of Community School History - http://static.flipora.com/enhancedsearch_v.html?cx=partner-pub-808396145675874%3A8328618497&cof=FORID%3A10&ie=utf8&oe=utf8&gl=th&source=ihome&gads=true&twoPanel=&numads=5&u=12614222&ref_type=original&src_type=serp&visited=true&startTime=1361210617772&ddc=0&q=community+school [2013, February 26].
  2. Community education - http://en.wikipedia.org/wiki/Community_education [2013, February 26].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน