หน้าหลัก » Blogs » ห้องเรียน “ขงจื้อ” แห่งแรกของโลก

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


เครือข่ายวัดไตรมิตร-โรงเรียน และสมาคมนักเรียนเก่าไตรมิตรวิทยาลัย จัดงานเทศน์มหาชาติ ถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสครบรอบ 117 ปี โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย พร้อมเชิญชวนสมทบทุนจัดสร้างห้องประชุมส่งเสริมการศึกษาภาษา ศิลปวัฒนธรรมจีน ในวันที่ 15 -16 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ห้องประชุมใต้พระมหามณฑป วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

นางสาวสุคนธา อรุณภู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย กล่าวว่า “โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย มีห้องเรียนขงจื่อ(ขงจื้อ)เป็นแห่งแรกของโลก และได้รับรางวัลดีเด่น จาก 545 แห่งทั่วโลก ในกิจกรรมครั้งนี้จึงขอเชิญชวนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างห้องประชุมส่งเสริมการศึกษาภาษาและศิลปวัฒนธรรมจีน รวมถึงการสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ให้ดำเนินต่อไป”

เนื่องในโอกาสวันครูปีนี้ ควรรำลึกถึงความสำคัญของ “ขงจื้อ” (Confucius) ในฐานะครูคนสำคัญของประเทศจีน ในยุคสมัย 551-479 ปีก่อนคริสต์ศักราชของประวัติศาสตร์จีน นอกจากจะเป็นครูแล้ว ขงจื้อยังเป็นบรรณาธิการ นักการเมือง และนักปรัชญาของยุคสมัยนั้นอีกด้วย ในฐานะที่เป็นทั้งนักปราชญ์และนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ขงจื้อยังได้รับการยกย่องในฐานะผู้ก่อตั้ง “ลัทธิขงจื้อ” (Confucianism) และในฐานะ “ครูใหญ่ 10,000 ปี” และ “บรมครูของครูทั้งหลาย” ในประเทศจีน

ในยุคหลายร้อยปีหลังแห่งราชวงศ์โจว (Zhou) ความเห็นแก่ตัวของผู้คนนั้นเพิ่มมากขึ้นตามการพัฒนาของสังคม คุณธรรมความดีแต่โบราณ และทศพิธราชธรรมของจักรพรรดิในราชวงศ์เซี่ย (Xia) ราชวงศ์ซาง (Shang) และราชวงศ์โจวตอนต้นนั้น ถูกแทนที่ด้วยปัจเจกชนที่มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตน

ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ กลายเป็นการแข่งขันกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งเกิดสงครามขึ้นหลายครั้ง ช่วงยุคสมัยนี้เอง ที่มีนักบุญผู้ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศจีน คือ “เล่าจื๊อ” ผู้ถ่ายทอดลัทธิเต๋า (Dao) “หนทางกลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริง”

อีกคนคือ “ขงจื้อ” ผู้สอนหลักของความเมตตากรุณา (Benevolence) ในฐานะที่เป็นพื้นฐานของหลักความประพฤติตามคุณธรรมในขณะเดียวกันก็ยอมรับลัทธิเต๋า ว่าเป็นจุดหมายสูงสุด ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความดี และพึ่งพาหลักธรรมแห่ง ความเมตตา การุณย์ ความรัก มนุษยธรรม และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

หลักการแห่งความเมตตากรุณานั้น ขงจื้อได้มาจากการศึกษาอย่างขยันขันแข็ง เขาเชี่ยวชาญทางด้านกวีนิพนธ์ ประวัติศาสตร์ ธรรมเนียมปฏิบัติของโจว และธรรมเนียมปฏิบัติตามแบบดั้งเดิม รวมทั้งศาสตร์ทั้งหก คือ พิธีกรรม ดนตรี กีฬายิงธนู การขับรถม้า การอ่าน การเขียนหรือการคัดลายมือ และคณิตศาสตร์

ขงจื้อเริ่มสอนหนังสือ หลังจากอายุได้ 30 ปี เขาเคยเดินทางไปเมืองหลวงของโจว เพื่อเรียนรู้กับเล่าจื๊อ ต่อมาก็ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการในตำแหน่งรองหลายตำแหน่ง ขงจื้อได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเมื่ออายุได้ 51 ปี เขาพบเจอความ อยุติธรรม และการขาดศีลธรรมมากมายในแวดวงการเมือง เขาสนับสนุนให้ใช้หลักการแห่งความเมตตากรุณาในการปกครอง

แต่เจ้าเหนือหัวไม่ยอมนำหลักปรัชญาทางการเมืองของเขาไปปรับใช้ ทำให้ขงจื้อไม่มีทางเลือกนอกจากลาออก ขงจื้อลี้ภัยและออกเดินทางไปยังรัฐต่างๆทั่วอาณาจักรจีน เพื่อเผยแผ่คำสอนและความเชื่อตามหลักการปกครองด้วยความเมตตากรุณา อย่างไรก็ตาม ชนชั้นขุนนางก็ยังคงไม่ยอมรับหลักปรัชญาของเขา

ขงจื้อเดินทางกลับเมืองเกิดในช่วงวัย 60 ปี และอุทิศตนให้กับการศึกษา ในยุคสมัยนั้นเป็นเวลาที่ประชาชนคนทั่วไปไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ เนื่องจากการศึกษานั้นถือเป็นเอกสิทธิ์ของราชวงศ์และชนชั้นขุนนางเท่านั้น ขงจื้อจึงเป็นครูคนแรกในประวัติศาสตร์จีนที่สอนหนังสือแบบเอกชน แก่สาธารณชน

ขงจื้อยึดหลักแนวความคิดที่ว่า “สอนตามความถนัดโดยธรรมชาติ” เขาสอนเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติแบบดั้งเดิมและศาสตร์ทั้งหก แต่สิ่งที่เน้นและให้ความสำคัญมากที่สุดคือศีลธรรม เขาสอนว่าสุภาพบุรุษที่แท้จริง จะต้องเป็นบุคคลที่มีการศึกษาและจริยธรรมดี และให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเอง

ขงจื้อแทบจะไม่เคยพูดถึงเรื่องส่วนตัว หากมีการพูดถึงขึ้นมาจริงๆ เขาก็มักจะเชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวกับโชคชะตา ความเมตตากรุณา และความดี เมื่อลูกศิษย์ของเขาไม่สามารถรับมือกับความยากลำบากได้ ขงจื้อจะใช้ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นโอกาสในการสั่งสอน เพื่อให้ลูกศิษย์ได้เข้าใจสถานการณ์ความยากลำบากของตน

ขงจื้อสอนลูกศิษย์ ว่าการเป็นคนดีนั้นทำอย่างไร ในขณะเดียวกันเขาเองก็ปฏิบัติตามหลักการของตนเอง ยังผลให้เหล่าลูกศิษย์และคนรุ่นหลังมีความรู้สึกซาบซึ้งใจกับความยุติธรรม ความจิตใจดี ความนอบน้อม ความมีอัธยาศัยไมตรี ความภักดีต่อประเทศชาติและความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ จึงทำให้ขงจื้อมีลูกศิษย์กว่า 3,000 คน และ 72 คนในนั้น ก็ได้กลายเป็นนักปราชญ์และบัณฑิตที่โดดเด่น ผู้ซึ่งต่อมาได้ช่วยเผยแผ่คำสอนของขงจื้อออกไปให้กว้างไกลด้วย

แหล่งข้อมูล:

  1. วัดไตรมิตร จัดใหญ่ “เทศน์มหาชาติ” ถวายเป็นพระราชกุศล http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000004754&Keyword=%a1%d2%c3%c8%d6%a1%c9%d2 [2013, January 13].
  2. Confucius. http://en.wikipedia.org/wiki/Confucius [2013, January 15].
  3. Confucius, the Greatest Sage and Teacher in Chinese History. http://www.theepochtimes.com/n2/china-news/confucius-the-greatest-sage-and-teacher-in-chinese-history-220153.html [2013, January 15].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน