หน้าหลัก » Blogs » อาหารเช้านั้นสำคัญไฉน? (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


“เมื่อท้องอิ่ม จิตใจก็แจ่มใส เบ่งบาน พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ” นี่จึงเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า ทำไม อาหารเช้าจึงสำคัญ…

มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ออกมามากมาย เกี่ยวกับประโยชน์ของการทานอาหารเช้าที่ส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพลังสมองของเด็ก ๆ เพราะการที่เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารเช้าอย่างเพียงพอและมีคุณภาพเป็นประจำ จะมีสมาธิ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดีกว่าเด็กที่ไม่กินอาหารเช้า และจะทำให้เป็นเด็กฉลาดและเก่งขึ้น

ดังนั้นอาหารมื้อเช้าจึงเป็นอาหารมื้อแรกของวันที่สมควรได้รับการ “จัดเต็ม” แต่ด้วยการใช้ชีวิตที่เร่งรีบของผู้ปกครองและเด็กนักเรียน ทำให้อาหารเช้ากลับกลายเป็นอาหารมื้อที่ถูกละเลยมากที่สุด พ่อแม่หลายคนเลือกที่จะให้ลูกดื่มนมและขนมปังแทนการทานอาหารที่มีโภชนาการที่ครบถ้วน และเหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียน

ด้วยเหตุนี้ จึงมีหน่วยงานหลายองค์กร ผุดโครงการอาหารเช้าเพื่อเด็กวัยเรียนขึ้น ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เปิดโครงการ อาหารเช้าเพื่อน้อง ขึ้น เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นได้จัดให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารเช้าทุกวันพุธ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวนอกจากจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็ก และเยาวชนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีความคิดสร้างสรรค์แล้ว อีกนัยหนึ่งยังเป็นการแก้ปัญหาเด็กที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าที่มีอยู่จำนวนมากถึงร้อยละ 40 ด้วย

ด้านกรุงเทพมหานครเอง ได้ดำเนินโครงการอาหารเช้าให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยจัดทำเป็นอาหารที่สามารถปรุงได้ง่าย ๆ และมีคุณค่าตามหลักโภชนาการ เช่น ข้าวต้มหมู โจ๊กไก่ ข้าวต้มปลา หรือข้าวผัด เป็นต้น

สำหรับที่มาและความสำคัญของโครงการดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจาก นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 เป็นต้นมา กรุงเทพมหานครได้เริ่มดำเนินการโครงการอาหารเช้าเด็กนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 436 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ตามนโยบายของผู้บริหารที่มีความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญที่มีผลต่อการบำรุงสมองและความพร้อมของร่างกายในการเรียนการทำกิจกรรมแต่ละวัน โดยมีจากการสำรวจของสถาบันราชานุกูล พบว่า มีเด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานครกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางการเรียนรู้ของเด็กถดถอยลง จากการที่เด็กไม่มีสมาธิ เพราะท้องไม่อิ่ม

ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2556 นี้ กรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบไปยังสำนักงานเขตต่าง ๆ เพื่อกระจายงบไปยังโรงเรียนให้ดำเนินการแล้ว โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โครงการอาหารเช้าสำหรับเด็ก และการเพิ่มงบอาหารกลางวัน โดยอาหารเช้า ใช้เกณฑ์ในการจัดงบโดยโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 200 คนเฉลี่ย 8 บาท/คน/วัน โรงเรียนที่มีนักเรียนมากกว่า 200 คน เฉลี่ย 5 บาท/คน/วัน ส่วนอาหารกลางวันกรุงเทพมหานครได้เพิ่มงบอาหารให้จากเดิมค่าอาหารรายหัวที่ 15 บาท/คน/วัน ปรับเพิ่มเป็น 20 บาท/คน/วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อให้เด็กนักเรียนสังกัดโรงเรียนกทม.ทั้งหมดกว่า 3 แสนคน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น

ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวเบื้องต้น พบว่า ได้รับการตอบรับจากเด็กนักเรียนและผู้ปกครองด้วยดี ซึ่งส่วนใหญ่จะมารับประทานอาหารเช้าที่โรงเรียน เพราะต้องเดินทางออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ประกอบกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และตระหนักดีว่าการรับประทานอาหารเช้าถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเด็กนักเรียนจะไม่รู้สึกหิวในเวลาเรียน ทำให้มีสมาธิในการเรียนมากยิ่งขึ้น แต่อีกมุมหนึ่ง เรื่องประมาณอาหารเช้าที่ได้รับยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันต่อไปว่าจะเพียงพอและทั่วถึงสำหรับเด็กทุกคนหรือไม่? โปรดติดตามอ่านต่อตอนต่อไป

บรรณานุกรม

  1. ชงเข้ม (2555). ผู้ว่าฯ อยุธยาเปิดโครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง. 06 สิงหาคม 2555. http://www.ayutthayachannel.comข่าวอยุธยา/615-ผู้ว่าฯ-อยุธยาเปิดโครงการอาหารเช้าเพื่อน้อง.html
  2. จิรัฐคม,กปส. เด็กนักเรียนกทม.ยิ้มรับโครงการอาหารเช้า 17 สิงหาคม. 2555. http://www.prbangkok.com/News_executives/24855
  3. ข่าวทั่วไทย.(2555) กทม.ทุ่มงบปีละ300 ล้านจัดเต็มโภชนาการอาหารในโรงเรียน. เดลินิวส์. http://www.dailynews.co.th/thailand/149311

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน