หน้าหลัก » Blogs » อ่านหนังสือเถิดจะเกิดผล (ตอนที่ 1)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง


คำกล่าวของ ชาร์ล ดับบลิว. อีเลียต (Charles W. Eliot) นักการศึกษาชื่อดังจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ว่า “หนังสือคือเพื่อนที่เงียบที่สุด และซื่อสัตย์ที่สุด พวกเขาเป็นที่ปรึกษาที่เข้าพบได้ง่ายที่สุดและฉลาดที่สุด และเป็นครูที่อดทนมากที่สุด" นั้น สามารถสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ของการอ่านหนังสือได้เป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันนี้ วิถีชีวิตของคนในยุคดิจิตอลเปลี่ยนไป เช่น เล่น Facebook คุย Line อ่านอีเมล์ เป็นต้น การอ่านหนังสือจึงลดน้อยไปตามลำดับ ซึ่งปัจจุบันมีผลวิจัยออกมาแล้วว่า คนไทยอ่านหนังสือโดยเฉลี่ยเพียงคนละ 8 บรรทัดต่อบี ทำให้หลายๆคนวิตกกังวลไปตามๆกันกับผลวิจัยดังกล่าว

กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ได้พยายามหาวิธีที่จะกระตุ้นคนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ให้มีนิสัยรักการอ่านมากขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นผู้รับผิดชอบ ล่าสุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะ ณ เมืองทองธานี

ในส่วนของบ้านหนังสืออัจฉริยะนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวในการประชุมผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2556 ว่า ได้เริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2556 ไปมากกว่า 40,000 หมู่บ้านแล้ว และมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งบ้านหนังสืออัจฉริยะให้ครบทั้ง 80,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบในปี 2558 ในฐานะที่ทรงสนพระทัยเรื่องการอ่านและเป็นนักอ่าน เพื่อเป็นแบบอย่างในการกระตุ้นและเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่ประชาชน

หลายท่านอาจสงสัยว่าบ้านหนังสืออัจฉริยะคืออะไร บ้านหนังสืออัจฉริยะนี้เป็นบ้านที่เจ้าของบ้านอนุญาตให้จัดเป็นที่ตั้งของบ้านหนังสืออัจฉริยะ โดยมีอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน เป็นผู้ที่มีจิตอาสาช่วยเหลืองานส่งเสริมการอ่าน รักการอ่าน และมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านนั้นๆ

บ้านหนังสืออัจฉริยะมีลักษณะเป็นห้องสมุดสาธารณะ (Public library) ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการแห่งละประมาณ 11,500 บาท มีหนังสือนวนิยาย องค์ความรู้ และการทักษะอาชีพ นอกจากนั้นยังมีหนังสือพิมพ์รายวัน วันละ 2 ฉบับ หนังสือรายปักษ์ เดือนละ 2 ฉบับ และหนังสือรายสัปดาห์ เดือนละ 4 ฉบับ มาให้บริการประชาชนด้วย ผู้ที่มาใช้บริการที่บ้านหนังสืออัจฉริยะยังสามารถเลือกหนังสือที่ต้องการอ่านได้จากรายการหนังสือ หากไม่มีหนังสือเล่มที่ต้องการ ทาง กศน. ก็จะจัดซื้อมาให้

ตั้งแต่เริ่มโครงการบ้านหนังสืออัจฉริยะในปีงบประมาณ 2556 มานี้ ปัจจุบันมีบ้านหนังสืออัจฉริยะแล้วมากกว่า 40,000 หมู่บ้าน ซึ่งการริเริ่มของกระทรวงศึกษาธิการและความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในชุมชนในการจัดตั้งบ้านหนังสืออัจฉริยะ เป็นตัวอย่างที่ดีซึ่งแสดงออกถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน รวมทั้งยังเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ คนไทยจะหันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น เพราะการอ่านหนังสือนับเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้การรับทราบข่าวสารต่างๆเป็นไปอย่างทันเหตุการณ์ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในอนาคต

แหล่งข้อมูล:

  1. บ้านหนังสืออัจฉริยะ - http://www.dailynews.co.th/education/218378 [2013, July 18].
  2. Public library - http://en.wikipedia.org/wiki/Public_library [2013, July 18].
  3. คนไทยกับการอ่านหนังสือ - http://www.jsfutureclassroom.com/news_detail.php?nid=130 [2013, July 18].
  4. บ้านหนังสืออัจฉริยะ ห้องสมุดประจำหมู่บ้านเพื่อประชาชน -http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31731&Key=news2 [2013, July 18].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน